- หน้าแรก
- ระบบหลุมหลบภัย อัปเกรดร่างข้าให้เป็นป้อมปราการอมตะ
- บทที่ 27 สะกดรอยตาม
บทที่ 27 สะกดรอยตาม
บทที่ 27 สะกดรอยตาม
บทที่ 27 สะกดรอยตาม
"อวี่เกอ เขาจะไปไหนน่ะ? รู้สึกเหมือนเขาแค่เดินเตร็ดเตร่ไปมาอย่างไร้จุดหมายเลย"
สวี่เฟยเกาหัว พวกเขาทั้งสองกำลังแอบตามเสิ่นฮุยอยู่ห่างๆ
"ไม่ต้องกังวลไป ยังพอมีเวลากว่าฟ้าจะมืด เขาคงกำลังหาทรัพยากรอยู่นั่นแหละ"
"พฤติกรรมแบบนี้สมกับเป็นเขาดี ถ้าไม่มีฝีมือจริงๆ เขาจะกล้าเดินเพ่นพ่านไปทั่วแบบนี้ได้ยังไง?"
อวี่เกอครุ่นคิดอย่างละเอียดและให้คำอธิบายที่เขาคิดว่าสมเหตุสมผลที่สุดออกมา
สวี่เฟยพยักหน้าแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง "อย่างนี้นี่เอง อวี่เกอสุดยอดไปเลย"
ในขณะเดียวกัน เสิ่นฮุยก็สังเกตเห็นผู้เล่นคนอื่นอยู่ไกลๆ
แต่เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกล เขาจึงมองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจน
เขาเพียงแค่ทึกทักเอาว่าเป็นผู้เล่นคนอื่นที่ออกมาหาทรัพยากรเหมือนกัน
ดังนั้น เขาจึงค้นหาทรัพยากรต่อไปตามเส้นทางแบบสุ่ม
แน่นอนว่าหากเสิ่นฮุยรู้ว่ามีผู้เล่นสองคนจงใจสะกดรอยตามเขาอยู่
เสิ่นฮุยก็คงไม่ใส่ใจอะไรนักหรอก หากพวกเขาฝีมือดีพอที่จะตามติดไปได้จนถึงตอนฟ้ามืด เขาก็คงจะรู้สึกประทับใจไม่น้อย
หลังจากเวลาผ่านไปอีกสักพัก เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของผู้เล่นทุกคน
"ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นทุกท่านโปรดทราบ เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงก่อนฟ้ามืด"
"คลื่นทมิฬกำลังก่อตัว ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ห่างจากที่หลบภัยเกิน 2 กิโลเมตร จะถูกลดค่าสถานะลง 20% และเพิ่มโอกาสในการดึงดูดสิ่งมีชีวิตประหลาดให้เข้ามาหา"
เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เฟยก็ดูมีท่าทีร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย
"อวี่เกอ คลื่นทมิฬกำลังมาแล้ว! พวกเรารีบกลับกันเถอะ ขืนมีสัตว์ประหลาดโผล่มามันจะอันตรายนะ"
ทว่าอวี่เกอกลับมีสีหน้าที่แตกต่างจากสวี่เฟยอย่างสิ้นเชิง
เขาตบหัวสวี่เฟยฉาดใหญ่พร้อมกับเผยสีหน้าผิดหวัง "แกจะลนลานไปทำไม? หัดใช้สมองคิดสักนิดไม่ได้หรือไง?"
"ฉันล่ะอยากจะผ่ากะโหลกแกดูจริงๆ ว่าข้างในมันมีอะไรอยู่บ้าง"
"แล้ว... แล้วฉันต้องคิดยังไงล่ะ?" สวี่เฟยยังคงมีสีหน้างุนงงอย่างหนัก
อวี่เกอมองเขาแล้วถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง "ถ้าแกคิดจะกลับได้ แล้วอีกฝ่ายจะคิดไม่ได้หรือไง?"
"ตอนนี้แหละคือโอกาสทองในการสะกดรอยตาม และพวกเราก็ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะกลับไป"
สวี่เฟยทำหน้ากระจ่างแจ้ง "เข้าใจแล้ว"
และในตอนนั้นเอง ราวกับเป็นการยืนยันคำพูดของอวี่เกอ เสิ่นฮุยที่เดินเตร็ดเตร่ไปมาก็ตัดสินใจมุ่งหน้าไปในทิศทางใหม่
ทั้งสองสะกดรอยตามไปอีกครั้ง แต่ไม่นานนัก เสิ่นฮุยก็หยุดเดินอย่างกะทันหัน
เสิ่นฮุยมองดูสภาพแวดล้อมที่กว้างขวางและโล่งเตียน เขารู้สึกพอใจกับทัศนวิสัยตรงหน้านี้มาก
เสิ่นฮุยจงใจเลือกสถานที่แห่งนี้ เมื่อคลื่นทมิฬกำลังจะมา โดยทั่วไปแล้วผู้เล่นจะรีบแจ้นกลับไปที่หลบภัยของตัวเองกันทั้งนั้น
แต่เสิ่นฮุยสังเกตเห็นว่าผู้เล่นที่เขาเจอเมื่อก่อนหน้านี้ยังคงอยู่แถวนี้
พวกเขาดูเหมือนจะพยายามรักษาระยะห่างจากเขาอยู่ตลอด
นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาน่าจะมีจุดประสงค์แอบแฝง เสิ่นฮุยจึงอยากทดสอบดูว่าพวกเขาจะยอมจากไปหรือไม่
ในมุมมองของสวี่เฟยและอวี่เกอ ดูเหมือนว่าเสิ่นฮุยได้มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
"อวี่เกอ ที่หลบภัยของเขาอยู่ที่นี่เหรอ? ทำไมฉันไม่เห็นมีอะไรเลยล่ะ?"
สวี่เฟยมองออกไปไกลๆ แต่กลับไม่มีอะไรอยู่แถวนั้นเลย
อวี่เกอขมวดคิ้วเช่นกัน "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน รอดูสถานการณ์ไปก่อนเถอะ"
ในขณะเดียวกัน เสิ่นฮุยก็หาพื้นที่ที่ค่อนข้างราบเรียบและทรุดตัวลงนั่ง
ภายใต้สายตาที่จ้องมองมา เสิ่นฮุยนั่งลงบนพื้นดิน
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังจุดไฟและหยิบของบางอย่างออกมาเพื่อย่างบนกองไฟอีกด้วย
"ไฟ! อวี่เกอ เขาสามารถจุดไฟได้จริงๆ ด้วย!"
สวี่เฟยรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
ทว่าอวี่เกอกลับไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลยสักนิด
"บ้าเอ๊ย หมอนั่นหมายความว่ายังไง? คิดจะกินข้าวที่นี่ก่อนค่อยกลับหรือไง?"
"เขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยจริงๆ เหรอเนี่ย?"
"ในเมื่อเขาไม่รีบ ฉันก็ไม่รีบเหมือนกัน!"
อวี่เกอบ่นพึมพำ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย
เสิ่นฮุยจะยอมทนอยู่ในป่ารกร้างจริงๆ งั้นหรือ ต่อให้เขามีไฟก็เถอะ
มันจะลุกโชนตลอด 24 ชั่วโมงได้ยังไง แถมยังมีสัตว์ประหลาดและสถานการณ์อันตรายสารพัดรูปแบบอีก
ส่วนเรื่องที่อาจจะถูกอีกฝ่ายจับได้ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
ทางด้านเสิ่นฮุยก็ไม่สะทกสะท้านใดๆ เขาเอาไข่หนอนกลืนสติวางย่างบนกองไฟ
เขาหยิบสลัดผลไม้ออกมาและเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
พร้อมกันนั้น เขาก็เปิดช่องแชทขึ้นมาดูว่ามีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างไหม
"ในที่สุดก็จะมืดอีกแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่ฉันรอคอยมากที่สุดเลย จะได้พักผ่อนอย่างสงบสุขสักที"
"ฉันว่านายไม่มีเซนส์ระวังภัยเลยนะฮะ? ป่านนี้ยังจะมาพักผ่อนได้อีกเหรอ?"
"จะกลัวอะไรเล่า? พรุ่งนี้ฉันก็จะมีที่หลบภัยเลเวล 2 แล้ว แถมตอนนี้มีข้าวกินก็พอใจแล้วเว้ย!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า โทษทีนะ อีกเดี๋ยวฉันก็จะอัปเกรดที่หลบภัยเป็นเลเวล 2 ได้แล้ว ถึงตอนนั้นฉันก็จะมีไฟใช้!"
"พี่ตาพี่สาวใจดีทั้งหลาย โปรดเมตตาด้วยเถอะ ฉันขาดแคลนไม้จริงๆ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้จะหาได้พอไหม มีใครพอจะแบ่งให้ฉันบ้างได้ไหม?"
"คนอื่นเขามีไม้กันหมด ทำไมแกถึงไม่มีล่ะ? เคยคิดบ้างไหมว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ขี้เกียจหา?"
"บ้าเอ๊ย วันนี้ฉันเจอหีบสมบัติ แต่ดันโดนขโมยไปซะได้"
"หิวจังเลย ผ่านมาสองวันแล้ว ฉันได้กินแค่น้ำลูบท้องเอง มีผู้ใจบุญคนไหนพอจะแบ่งอาหารให้ฉันบ้างไหม?"
"พวกขอทานออนไลน์ ไสหัวไปซะ ไปอดตายกันให้หมดเลยไป"
...
เสิ่นฮุยรู้สึกว่าบทสนทนาเหล่านี้ค่อนข้างน่าสนใจ แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นข้อความหนึ่งเข้า
"ทุกคน ฉันอู๋จื้อเฉิงนะ มีใครเคยเจอสวี่เฟยบ้างไหม"
"สวี่เฟย?" เสิ่นฮุยนึกถึงไอ้ทึ่มที่เขาเพิ่งเจอเมื่อไม่นานมานี้ขึ้นมาทันที
ในขณะเดียวกัน มันก็ไปกระตุกความทรงจำก่อนหน้านี้เข้า: สวี่เฟยคนนี้ไม่ใช่ผู้เล่นที่ถูกแฉว่าไล่ฆ่าคนและขโมยทรัพยากรหรอกหรือ?!
เสิ่นฮุยนึกย้อนไปถึงท่าทีแปลกประหลาดของอีกฝ่าย และมองไปยังผู้เล่นที่ยังคงอยู่ไกลออกไปและไม่ยอมจากไปไหน
จะเป็นหมอนั่นหรือเปล่านะ?
และในเมื่อป่านนี้พวกเขายังไม่ยอมถอยไปไหน เสิ่นฮุยก็แทบจะมั่นใจเลยว่าพวกมันกำลังสะกดรอยตามเขาอยู่อย่างแน่นอน
จุดประสงค์ของพวกมันนั้นชัดเจนอยู่แล้ว: พวกมันต้องการจะรู้ว่าที่หลบภัยของเขาอยู่ที่ไหน!
พวกมันกำลังหมายตาที่หลบภัยของเขาอยู่!
แต่พวกมันคงต้องพบกับความผิดหวัง หรือไม่ก็อาจจะถูกต้อนให้จนมุมจนสิ้นหวังแทน
เสิ่นฮุยจัดการเติมเต็มกระเพาะของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อเวลาผ่านไปทีละนิด สวี่เฟยและอวี่เกอก็ค่อยๆ หมดความอดทน
"อวี่เกอ ทำไมพวกเราไม่กลับกันล่ะ? ถ้ายังขืนรอต่อไปแบบนี้ บ่ายนี้ฟ้าได้มืดลงจริงๆ แน่"
อวี่เกอไม่ตอบอะไร เขาเอาแต่คิดว่าเสิ่นฮุยมีอะไรผิดปกติกันแน่
หากอีกฝ่ายยังไม่ยอมขยับตัว เขาก็คงจะรอต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด สวี่เฟยก็ร้องเรียกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว:
"อวี่เกอ อวี่เกอ เขาขยับแล้ว เขาขยับแล้ว!"
กองไฟดับลง เสิ่นฮุยปัดฝุ่นที่ก้นแล้วลุกขึ้นยืน
ขณะที่พวกเขากำลังรอดูความเคลื่อนไหวต่อไปของเสิ่นฮุย
จู่ๆ เสิ่นฮุยก็พุ่งตัวเข้ามาหาพวกเขาราวกับม้าป่าที่หลุดออกจากบังเหียน
ความเร็วของเขานั้นน่าเหลือเชื่อมาก และการกระทำของเสิ่นฮุยก็ทำให้พวกเขาตั้งตัวไม่ติดอย่างสิ้นเชิง
สวี่เฟยและอวี่เกอตกใจกับความเคลื่อนไหวของเสิ่นฮุย จึงพากันหันหลังวิ่งเตลิดหนีไปทันที
หลังจากวิ่งไปได้สักพัก อวี่เกอก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันที: นี่เขาจะวิ่งหนีหาพระแสงอะไรวะ?!
อย่างรวดเร็ว เขาโยนคำถามนี้ไปให้สวี่เฟยแทน "แกจะวิ่งหน้าตั้งหนีทำไมฮะ ไอ้หนู?"
"อวี่เกอ พี่ก็วิ่งเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"
อวี่เกอรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาถูกเสิ่นฮุยปั่นหัวเข้าให้แล้ว
โบราณว่าไว้ บริสุทธิ์ใจเสียอย่าง จะไปกลัวอะไร
พฤติกรรมวิ่งหนีหางจุกตูดแบบนี้มันก็เหมือนกับการกินปูนร้อนท้อง ชัดเจนเลยว่าพวกเขามีเจตนาแอบแฝง
เมื่อเห็นเสิ่นฮุยค่อยๆ ร่นระยะห่างเข้ามาเรื่อยๆ พวกเขาก็รู้ตัวว่าไม่มีทางวิ่งหนีพ้นแน่
"บ้าเอ๊ย! ไม่ต้องหนีแล้ว! สู้ดิวะ! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเราจะสู้มันไม่ได้!"
สิ้นคำพูด ร่างของอวี่เกอก็อันตรธานหายไปอีกครั้ง