- หน้าแรก
- ระบบหลุมหลบภัย อัปเกรดร่างข้าให้เป็นป้อมปราการอมตะ
- บทที่ 7: ซื้อขายครั้งเดียวจบ การกัดกร่อนจากความมืด
บทที่ 7: ซื้อขายครั้งเดียวจบ การกัดกร่อนจากความมืด
บทที่ 7: ซื้อขายครั้งเดียวจบ การกัดกร่อนจากความมืด
บทที่ 7: ซื้อขายครั้งเดียวจบ การกัดกร่อนจากความมืด
ขณะที่ช่องแชทกำลังคึกคักไปด้วยผู้คน หลายคนต่างก็แนะนำว่าไม่ควรซื้อ
มาถึงจุดนี้ คนส่วนใหญ่ก็เริ่มเชื่อคำแนะนำนั้นแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้คิดที่จะซื้อตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็ตาม
เมื่อได้ยินเสียงการทำธุรกรรมที่สำเร็จค่อยๆ ลดลงจนเงียบหายไป เสิ่นฮุยก็รู้ได้ทันทีว่าการค้าขายแบบครั้งเดียวจบนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าจำนวนไม้เพิ่มขึ้นมาเป็น 52 หน่วย เสิ่นฮุยก็หัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ
"ถ้าไม่ใช่เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่มีไม้ หรือมีแค่หนึ่งถึงสองหน่วยที่พวกเขาเสียดายไม่อยากจ่ายล่ะก็ ฉันคงหาได้มากกว่านี้ไปแล้ว"
เสิ่นฮุยเหลือบมองช่องแชท ซึ่งมีบางคนถึงกับส่งข้อความส่วนตัวมาหาเขา
พวกเขาด่าทอว่าเขาเป็นพ่อค้าหน้าเลือด เรียกร้องขอเงินคืน หรือไม่ก็ขู่ว่าจะ 'จัดการ' เขาสะหากเจอกันในชีวิตจริง
เสิ่นฮุยไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ข้อมูลที่เขาขายไปก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกผิดอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าในโลกออนไลน์คุณจะเก่งกาจแค่ไหน มันก็เป็นแค่เรื่องหลอกเด็ก แต่ความเก่งกาจของฉันในโลกความเป็นจริงต่างหากล่ะที่เป็นของจริง
"มาดูกันซิว่าวันนี้ฉันจะหาไม้ได้ครบ 100 หน่วย เพื่อเอาไปอัปเกรดที่หลบภัยหรือเปล่า"
เสิ่นฮุยพึมพำกับตัวเอง แล้วก็ออกค้นหาต่อไป
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นฮุยนั่งพักเหนื่อยอยู่บนโขดหินก้อนใหญ่
เขาจ้องมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ต้นไม้แคระแกร็นที่ขึ้นอยู่ห่างๆ กัน และซากปรักหักพังของอาคารที่พังทลายลงมาจนหมดสภาพ
ข้างๆ เขามีแอ่งน้ำสีดำที่สะท้อนภาพท้องฟ้าอันมืดมิดและขมุกขมัว
เขารู้สึกราวกับว่าแอ่งน้ำนั้นเริ่มหมุนวนและก่อตัวเป็นน้ำวน ทำเอาเขารู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย
เสิ่นฮุยส่ายหัวสะบัดความมึนงง เขาสังเกตเห็นว่าละอองสีดำที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วท้องฟ้าเริ่มหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม
ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้คนรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน
เขาหยิบน้ำแร่ครึ่งขวดที่เหลืออยู่ในมิติเก็บของขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
"อาหารกับน้ำนี่หายากจริงๆ ถ้ามีแหล่งที่หาได้อย่างมั่นคงก็คงจะดีสิ"
ในเวลาหนึ่งชั่วโมงนี้ เสิ่นฮุยหาไม้มาได้ 13 หน่วย ทำให้ตอนนี้เขามีไม้รวมทั้งหมด 65 หน่วย
ส่วนอาหารและหีบสมบัตินั้น เขายังไม่เจอเลยแม้แต่เงา
จากการติดตามช่องแชทและช่องทางแลกเปลี่ยน เขาก็ได้รู้ว่าผู้เล่นคนอื่นๆ เริ่มเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับอย่างก้อนเลือดพุพองกันบ้างแล้ว
ผู้เล่นบางคนพบซากศพที่ถูกแทะจนเหลือแต่เศษเนื้อ ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้เล่นที่โชคร้ายไปเจอกับก้อนเลือดพุพองเข้า
ผู้เล่นบางคนก็ทำตามอย่างเสิ่นฮุย โดยการขายข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ หรือพยายามเอาเนื้อเน่าไปแลกกับน้ำสะอาด
เสิ่นฮุยสังเกตเห็นว่าจางสุยลั่ว ซึ่งเป็นคนแรกที่ทำการซื้อขายกับเขา ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ตั้งขายของเช่นกัน
ส่วนเนื้อเน่าที่เขามีอยู่นั้น เสิ่นฮุยตั้งใจจะเก็บไว้ขายตอนที่ทุกคนหิวโหยที่สุด
นั่นก็คือหลังฟ้ามืด ตอนที่ผู้เล่นกลับไปพักผ่อนในที่หลบภัยของตัวเอง
ความรู้สึกหิวโหยจะทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นที่อ้างว่าเจอก้อนเนื้อที่วิ่งหนีไปได้ด้วย
ข้อมูลเกี่ยวกับก้อนเลือดพุพองนั้นมีหลากหลาย และตอนนี้ทุกคนก็พอจะรู้เรื่องของมันมาบ้างแล้ว
เสิ่นฮุยกระโดดลงจากโขดหินและออกเดินทางต่อ
แต่เดินไปได้ไม่ไกล เสิ่นฮุยก็เห็นร่างของใครบางคนนอนหมอบอยู่บนพื้นข้างหน้า
เมื่อเข้าไปใกล้ เสิ่นฮุยก็ตระหนักได้ว่านั่นคือศพของผู้เล่น
ทว่าบาดแผลบนศพกลับทำให้เสิ่นฮุยรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย
มันไม่ใช่รอยกัดแทะของสิ่งลี้ลับอย่างก้อนเลือดพุพอง แต่เป็นศพที่ค่อนข้างสมบูรณ์
มีรอยถูกของมีคมบาดและแทงตามร่างกายหลายแห่ง ดูเหมือนถูกโจมตีด้วยอาวุธบางอย่าง
"นี่มัน... ฝีมือผู้เล่นคนอื่นงั้นเหรอ?"
เสิ่นฮุยสันนิษฐานเช่นนั้น และหากเป็นเรื่องจริง อีกฝ่ายก็น่าจะไม่ได้ฆ่าแค่คนเดียวแน่ๆ เพราะขอแค่ฆ่าให้ครบสามคนก็จะปลดล็อกบันทึกข้อมูลมอนสเตอร์มนุษย์ได้แล้ว
ขณะที่เสิ่นฮุยกำลังครุ่นคิด ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว
【ประกาศจากระบบ: ขอให้ผู้เล่นทุกคนโปรดทราบ ขณะนี้เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงก่อนจะค่ำ】
【คลื่นความมืดพุ่งสูง: ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ห่างจากที่หลบภัยเกิน 2 กิโลเมตร จะถูกลดค่าสถานะลง 20% และจะดึงดูดสิ่งลี้ลับได้มากขึ้น】
เมื่อได้ยินประกาศจากระบบ เสิ่นฮุยก็รีบตรวจสอบแถบสถานะของตัวเองทันที
เอฟเฟกต์ใหม่ที่ชื่อว่า 'การกัดกร่อนจากความมืด' ปรากฏขึ้นมา
【การกัดกร่อนจากความมืด】
【ขณะนี้คุณอยู่ห่างจากที่หลบภัย 0 กิโลเมตร ไม่ได้รับผลกระทบจากการกัดกร่อนจากความมืด】
เมื่อเห็นคำว่า "0 กิโลเมตร" เสิ่นฮุยก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ฉันก็คือที่หลบภัย เพราะงั้นมันก็เลยใช้ไม่ได้ผลกับฉันสินะ แบบนี้ก็เป็นเรื่องดีสำหรับฉันเหมือนกัน"
ด้วยเวลาเพียงสองชั่วโมงก่อนฟ้ามืด บวกกับการถูกลดค่าสถานะและดึงดูดสิ่งลี้ลับได้มากขึ้นสำหรับคนที่อยู่ห่างจากที่หลบภัย ผู้เล่นส่วนใหญ่น่าจะเลือกค้นหาทรัพยากรอยู่ภายในรัศมี 2 กิโลเมตรรอบที่หลบภัย และทยอยเดินทางกลับ
พวกเขาต้องมั่นใจว่าจะสามารถกลับไปถึงที่หลบภัยได้ก่อนฟ้ามืด
สิ่งนี้จะทำให้จำนวนคนที่ออกค้นหาทรัพยากรข้างนอกลดลงอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่ามันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นหาเสบียงให้เสิ่นฮุยได้มากขึ้น
เสิ่นฮุยเลิกสนใจศพนั้นและเดินหน้าต่อไป
...
ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นคนอื่นๆ เมื่อได้รับประกาศนี้ ส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก
"บ้าเอ๊ย อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะมืด ดันมาเล่นตุกติกบีบเวลาหาเสบียงของพวกเราซะงั้น!"
"มันคงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกมั้ง? ผ่านมาตั้งนานแล้ว ฉันยังไม่เจอสิ่งลี้ลับเลยสักตัว"
"ฉันก็คิดงั้นเหมือนกันแหละ แถมยังโดนลดค่าสถานะแค่ 20% เอง ค่าสถานะของพวกเราก็ไม่ได้สูงอยู่แล้ว แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ"
"มีคนตายไปแล้วนะ ฉันเห็นศพมากับตา ไม่ล่ะ ฉันอยู่ห่างมาตั้งสองกิโลเมตรกว่าแล้ว ฉันต้องกลับแล้ว ฉันกลัวตาย พรุ่งนี้ค่อยหาต่อก็ได้"
"เวรเอ๊ย ใครมีอาหารกับน้ำบ้าง? ฉันทั้งหิวทั้งกระหาย แถมยังหาอาหารไม่ได้เลยเนี่ย"
"นั่นสิ ฉันยังหาอะไรไม่ได้เลย จะให้กลับได้ยังไง? ขอเสี่ยงดูหน่อยก็แล้วกัน แค่... เดี๋ยวนะ นั่นอะไรน่ะ? เชี่ยเอ๊ย นั่นมัน..."
"คนข้างบนเป็นอะไรไปน่ะ? เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว รีบตอบมาเร็วเข้า"
"หรือว่าจะเจอไอ้ตัวประหลาดที่เรียกว่าก้อนเลือดพุพองเข้าแล้ว? เดี๋ยวนะ ฉันก็เห็นมันเหมือนกัน ทำไมมันดูแปลกๆ..."
"เชี่ยเอ๊ย มันหน้าตาเป็นยังไงวะ? พวกนายมัวแต่อมพะนำกันอยู่ได้ ไสหัวไปเลยไป!"
...
ผู้เล่นที่อยู่ห่างจากที่หลบภัยเริ่มเผชิญหน้ากับก้อนเลือดพุพองอันเป็นผลมาจากเอฟเฟกต์การกัดกร่อนจากความมืด
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งของเสิ่นฮุยกลับยังคงเงียบสงบ
"ลูกแก้วอีกลูกแล้ว ได้ไม้มาอีก 2 หน่วย"
"ขอหีบสมบัติอีกสักใบได้ไหมเนี่ย? ขอแค่อาหารนิดหน่อยก็ยังดี"
"เดี๋ยวนะ เสียงอะไรน่ะ?"
เสิ่นฮุยที่เพิ่งเก็บลูกแก้วได้ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากที่ไกลๆ
เขาหยุดเดินและตั้งใจฟัง
"จิ่วมิ่ง? บ้าอะไรวะเนี่ย"
"ไม่สิ มันน่าจะเป็นคำว่า 'ช่วยด้วย!' มากกว่า"
เมื่อรู้ตัว เสิ่นฮุยก็ตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังทิศทางของต้นเสียง
เป็นไปได้สูงมากที่อีกฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ
แน่นอนว่าเสิ่นฮุยไม่ได้ตั้งใจจะไปช่วยใคร แต่เขาแค่จะไปดูว่าพอจะหาผลประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้บ้างหรือเปล่าต่างหากล่ะ
ถ้ามีก้อนเลือดพุพอง อย่างน้อยเขาก็จะได้ค่าประสบการณ์กับเนื้อเน่า
เสิ่นฮุยเดินไปได้ไม่ไกล เสียงก็เงียบหายไป แต่เขาก็พอจะระบุทิศทางได้แล้ว
ขณะที่เดินหน้าต่อไป เขาเดินฝ่าดงต้นไม้แคระแกร็นจนมาถึงลานกว้างที่เต็มไปด้วยกรวดหิน
ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด
ก้อนเนื้อยุบยับสองก้อนเกาะอยู่บนตัวเธอ ส่งเสียง "กร้วมๆ" ขณะที่กำลังกัดกินร่างของเธอ
เสียงนั้นชวนให้รู้สึกสยดสยองราวกับเสียงเล็บขูดกระจก ทำเอาเขารู้สึกไม่สบายใจลึกๆ อยู่ข้างใน
ผู้เล่นหญิงคนนั้นยังไม่ตาย และดูเหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเสิ่นฮุย
ใบหน้าที่นอนหงายอยู่ของเธอค่อยๆ หันมาหาเขา
ใบหน้าที่เดิมทีเคยงดงาม บัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนอธิบายไม่ถูกเมื่อเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
รูม่านตาของเธอเบิกกว้าง ดวงตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จ้องเขม็งมาที่เสิ่นฮุย
จากแววตาคู่นั้น สามารถมองเห็นได้ถึงความอิจฉาริษยา ความเคียดแค้น และความสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น...
ราวกับว่าเธอกำลังโทษเสิ่นฮุยที่มาช่วยไม่ทัน แต่แล้วเธอก็เหมือนจะคิดได้ว่าไม่ช้าก็เร็วเสิ่นฮุยก็ต้องมีจุดจบแบบเดียวกับเธอ...
ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อยเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย
ทว่าเสิ่นฮุยที่ถูกจ้องมองอยู่นั้น กลับหันไปมองในทิศทางที่เขาสนใจมากกว่าตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายหันหน้ามาแล้ว
หีบสมบัติ!
หีบสมบัติเรืองแสงใบหนึ่งวางอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก และมันไม่ใช่แสงสีขาวแบบที่เขาเคยเห็นมาก่อน
คราวนี้ หีบสมบัติเปล่งแสงสีเขียวออกมา