- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 420 - นิมิตประตูสวรรค์
บทที่ 420 - นิมิตประตูสวรรค์
บทที่ 420 - นิมิตประตูสวรรค์
บทที่ 420 - นิมิตประตูสวรรค์
เฉินเฉิงไม่ยอมหยุดแค่นั้น เขาเดินอาดๆ ตรงดิ่งไปหาหวังเป่าจือ กะจะเตะโด่งให้ร่วงจากชั้นที่สิบสองไปอีกคน
แต่หวังเป่าจือกลับไม่มีทีท่าลุกลน พลังเลือดลมรอบกายเขาพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ระเบิดปราณแท้ก่อกำเนิดอันแข็งแกร่งออกมาต้านทานแรงกดดันของชั้นที่สิบสอง
แล้วเขาก็ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาเฉินเฉิงอย่างช้าๆ
กระบองพสุธาจินอู่ในมือของเขาสั่นสะเทือนจางๆ แผ่กลิ่นอายทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า!
"ถึงเจ้าจะยังไม่เข้าสู่ระดับก่อกำเนิด แต่สามารถอาศัยกายายุทธ์มังกรแท้ของยอดเขาจตุรลักษณ์ มาต้านทานแรงกดดันของชั้นที่สิบสองได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ!
แต่ถ้าคิดจะเอาชนะกายายุทธ์จินอู่ของข้าล่ะก็ ฝันไปเถอะ ยังห่างชั้นกันอีกเยอะ!"
หวังเป่าจือเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ความน่าเกรงขามที่เขาปล่อยออกมา มันดันดุดันกว่าของเฉินเฉิงไปอีกหลายขุม
"กายายุทธ์จินอู่งั้นหรือ?"
เฉินเฉิงอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
พลังรบของหวังเป่าจือ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเผยเวิ่นซินเยอะเลย
ทั้งๆ ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดเหมือนกัน แต่เผยเวิ่นซินแค่จะต้านทานแรงกดดันของชั้นที่สิบสองยังหืดขึ้นคอเลย
แต่หวังเป่าจือกลับยังมีแรงเหลือเฟือ ที่จะงัดอานุภาพของอาวุธวิเศษระดับเหลืองออกมาใช้ได้อีก!
หมอนี่มันตัวอันตรายชัดๆ! ประมาทไม่ได้เด็ดขาด!
เฉินเฉิงคิดในใจอย่างรวดเร็ว รีบรวบรวมสมาธิ เตรียมรับมืออย่างระมัดระวัง
ทั้งสองคนห่างกันแค่ยี่สิบสามสิบจั้ง พอหวังเป่าจือเร่งความเร็วปุ๊บ แค่สิบกว่าอึดใจก็พุ่งเข้ามาประชิดในระยะไม่ถึงสองจั้งแล้ว
วูบ!
กระบองพสุธาจินอู่ฟาดแหวกอากาศจนเกิดเสียงลมกรีดร้อง พุ่งทะยานฟาดลงมากลางกบาลเฉินเฉิงเต็มๆ!
"พลังรบหมื่นเจ็ดพันงั้นหรือ? ไม่เบาเลยนี่!"
เฉินเฉิงประเมินพลังเสร็จสรรพ ก็รีบฉากหลบไปด้านข้าง หลบการโจมตีนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด
"เจ้าหลบไม่พ้นหรอก!"
หวังเป่าจือตวาดลั่น กระบองพสุธาจินอู่ในมือร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะกวาดฟาดเป็นแนวนอน ปิดตายทุกทางหนีของเฉินเฉิง
พลังรบของเขาพุ่งขึ้นไปแตะที่หมื่นเจ็ดพันอย่างเห็นได้ชัด
แต่เฉินเฉิงดันไวกว่านิดนึง จังหวะที่กระบองของหวังเป่าจือฟาดวืดอากาศไป เฉินเฉิงก็เหยียบสายฟ้า กระโดดแว้บเดียวไปโผล่ข้างหลังหวังเป่าจือ แล้วง้างเท้าเตะอัดเข้าที่บั้นท้ายเต็มรัก!
ตู้ม!
ลูกเตะนี้หนักหน่วงรุนแรงสุดๆ เป็นพลังเลือดลมเพียวๆ ที่ปะทุออกมาจากร่างกายล้วนๆ หวังเป่าจือที่เอาไม่อยู่ ถึงกับเสียหลักล้มคะมำ พุ่งหลาวกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบจั้ง
กระบองพสุธาจินอู่ในมือปักฉึกจมดินลึก ส่วนเจ้าตัวก็ล้มหน้าทิ่มพื้นนอนนิ่งเป็นไม้กระดาน ขยับตัวไม่ได้ไปพักใหญ่
ภาพสุดแสนจะพิลึกพิลั่นนี้ ทำเอาเผยเวิ่นซินกับจ้าวอู๋จี๋ที่มองดูอยู่ ถึงกับช็อกตาตั้งไปเลย
ผ่านไปพักใหญ่ หวังเป่าจือก็พลิกตัวตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ก่อนจะกระอักเลือดสีแดงฉานออกมาคำโต หน้าซีดเป็นไก่ต้ม บาดเจ็บสาหัสเข้าให้แล้ว
เผยเวิ่นซินกับจ้าวอู๋จี๋ถึงเพิ่งจะถึงบางอ้อ
ด้วยระดับพลังของหวังเป่าจือ มันยากมากที่จะขยับตัวได้คล่องแคล่วภายใต้แรงกดดันของชั้นที่สิบสอง
เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เขาเลยยอมทุ่มเทพลังเลือดลมทั้งหมดที่มี จุดชนวนปราณแท้ก่อกำเนิดให้ระเบิดพลังรบที่เหนือขีดจำกัดของตัวเองออกมา!
พอทำแบบนั้น พลังเลือดลมในร่างกายก็โดนสูบออกไปจนหมดแม็ก ทำให้ยืดเยื้อไม่ได้นาน
ถ้าเผด็จศึกเฉินเฉิงได้ หวังเป่าจือก็อาจจะมีเวลาปรับลมปราณฟื้นตัวได้ทัน
แต่เฉินเฉิงมันดุดันเกินมนุษย์มนา แค่ลูกเตะเดียวก็ทำเอาหวังเป่าจือถึงกับร่วง พอแพ้ปุ๊บ ความน่าเกรงขามระดับก่อกำเนิดที่ปล่อยออกมาก็ดิ่งฮวบ ทำให้ทนรับแรงกดดันของชั้นที่สิบสองไม่ไหวอีกต่อไป!
พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หวังเป่าจือมันฝืนสังขารตัวเอง! ยอมเสี่ยงตายเพื่อจะเอาชนะให้ได้!
ถ้าเฉินเฉิงกะเอาให้ตาย หวังเป่าจือคงโดนทำลายวรยุทธ์ไปกว่าครึ่งแล้ว!
แต่เผยเวิ่นซินกับจ้าวอู๋จี๋หันมาสบตากัน จู่ๆ ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้พร้อมกัน
เฉินเฉิงก็คงเหมือนหวังเป่าจือนั่นแหละ เพื่อให้ได้ชัยชนะ คงต้องยอมใช้วิชาลับรีดเร้นพลังขึ้นมาสู้แน่ๆ ตอนนี้ก็คงหมดก๊อกเหมือนกันนั่นแหละ
"ยอมแลกอนาคตวิถีบู๊ของตัวเองเพียงเพื่อชัยชนะตรงหน้า โง่เง่าสิ้นดี!"
พอคิดได้แบบนี้ ทั้งคู่ก็ยิ้มเยาะให้กัน หันไปมองเฉินเฉิงด้วยสายตาสมเพช
แต่รอยยิ้มเยาะเย้ยบนหน้าของทั้งคู่ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นความช็อกสุดขีดในพริบตา!
เพราะเฉินเฉิงไม่ได้แค่ไม่เป็นอะไรเลย แต่ดันดูคึกคักกว่าเดิมซะอีก เดินอาดๆ ตรงดิ่งไปหาเคอซือฉีกับลู่อู๋ซวง
แล้วก็เอื้อมมือไปหิ้วคอเสื้อของทั้งสองคนขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกเจี๊ยบ ก่อนจะโยนกระเด็นปลิวออกจากชั้นที่สิบสองไปอย่างชิลๆ!
ตุ้บ! ตุ้บ!
เสียงหล่นกระแทกพื้นดังทึบๆ เคอซือฉีกับลู่อู๋ซวงต่างก็ยิ้มเจื่อนๆ ให้กัน!
แต่ในใจลึกๆ ก็แอบรู้สึกโชคดีอยู่นิดๆ!
โดนหิ้วปีกโยนออกมาจากชั้นที่สิบสอง ยังไงมันก็ดูดีกว่าโดนเตะโด่งออกมาตั้งเยอะ
"ขอบใจพี่เฉินที่ยั้งมือให้!"
เคอซือฉีประสานมือคารวะ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลู่อู๋ซวงที่หน้าตาปั้นยาก ก็ประสานมือคารวะด้วยเหมือนกัน
"เรื่องเล็กน้อยน่า!" เฉินเฉิงยิ้มบางๆ แล้วก็เลิกสนใจพวกเขาทั้งคู่ หันหลังเดินลึกเข้าไปในชั้นที่สิบสองต่อ
ที่ไม่ได้เตะสองคนนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าจงใจออมมือให้หรอกนะ แต่ทิศทางมันไม่ได้ จับโยนออกไปมันง่ายกว่าเยอะ!
"ไอ้หมอนี่มันยังมีแรงเหลืออีกหรือเนี่ย?"
เผยเวิ่นซินอุทานลั่นด้วยความตกใจ
คนอื่นๆ ถึงกับใบ้รับประทาน!
จากนั้นแต่ละคนก็เหมือนคนบ้าคลั่ง ก้มหน้าก้มตาฝึกวิชากันอย่างเอาเป็นเอาตาย!
ในฐานะสุดยอดอัจฉริยะ พวกเขามีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ง่ายๆ ยิ่งเจอตอกหน้าก็ยิ่งฮึดสู้!
ที่ชั้นที่สิบ ฮั่วชิง หลี่เสวียนฉี จีหลิงเซียว อวี้หลิงหลง ศิษย์สืบทอดอันดับหนึ่งของสำนักจี๋เล่อ ลี่ฮุย ศิษย์สืบทอดอันดับหนึ่งของสำนักจันทร์โลหิต และคนอื่นๆ ต่างก็อึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน แต่ก็รีบปรับตัวตั้งสมาธิฝึกวิชาต่อไปอย่างรวดเร็ว
ที่ชั้นที่เก้า เคอตาหลี่หัวเราะร่วนลั่นทุ่ง
"ศิษย์น้องเฉินนี่มันโหดขิงๆ เลยว่ะ!"
หนิงเฮ่าที่อยู่ชั้นที่เก้าเหมือนกัน กลับทำหน้าห่อเหี่ยวเหมือนคนพ่ายแพ้
เขาเคยมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว คิดว่าตัวเองเจ๋งพอจะไปงัดกับพวกอัจฉริยะระดับประเทศได้ แต่พอมาเจอของจริงเข้า ถึงได้รู้ซึ้งว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน
"เฉินเฉิงไอ้หมอนี่ มันเป็นตัวประหลาดประเภทไหนกันวะเนี่ย?"
"ท่านพี่เก่งกาจไม่ธรรมดาจริงๆ!" ที่ชั้นที่แปด เว่ยจื่อเซิงมองด้วยความหลงใหลเทิดทูน
นางรู้มาตั้งนานแล้วว่าเฉินเฉิงมีพรสวรรค์วิถีบู๊ที่ยอดเยี่ยม แต่การที่เฉินเฉิงแข็งแกร่งได้ถึงเบอร์นี้ มันก็ทำให้นางแปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน
พวกที่อยู่ชั้นล่างๆ นี่แทบจะคุยกันไฟแลบ!
"โห! เฉินเฉิง ศิษย์สืบทอดอันดับหนึ่งของสำนักมหาเต๋า มันจะดุดันเกินไปแล้ว!"
"ให้ตายเถอะ! ต่อหน้าเฉินเฉิง อัจฉริยะตัวท็อปของประเทศยังต้องยอมก้มหัวให้! บารมีมันจะล้นฟ้าไปไหนเนี่ย!"
"อันดับหนึ่งทำเนียบปฐพีของแดนเหนือ ของแท้แน่นอน!"
"อันดับหนึ่งทำเนียบปฐพีบ้าบออะไรล่ะ? จบวันนี้ไป เฉินเฉิงมันกลายเป็นอันดับหนึ่งของอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั่วหล้าไปแล้วเว้ย"
"ใช่ๆๆ ในใต้หล้านี้ ถ้าเฉินเฉิงบอกว่าตัวเองเป็นเบอร์สอง ใครหน้าไหนจะกล้าเสนอตัวเป็นเบอร์หนึ่งวะ?"
......
ชั้นที่หนึ่ง
บรรดาผู้อาวุโสระดับกึ่งปรมาจารย์ต่างก็ตาถลน เบิกกว้างยิ่งกว่าไข่ห่าน!
เฉินเฉิงสามารถเอาชนะอัจฉริยะได้ตั้งหลายคน แถมยังเป็นการเอาชนะแบบขาดลอย ไร้รอยขีดข่วนอีกต่างหาก!
นี่มันเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการสุดๆ ไปเลย!
ขนาดเหลยเสี่ยวซานที่คอยเชียร์เฉินเฉิงมาตลอด ยังอึ้งแดก ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปเลย
"พรสวรรค์วิถีบู๊ของศิษย์สืบทอดเฉิน มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ!"
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เสียงอุทานชื่นชมขององค์หญิงทั่วป๋าปิงเยว่แห่งราชสำนักคนเถื่อน ก็ทำลายบรรยากาศเงียบงันที่แสนจะอึดอัดนี้ลงได้
ทั่วป๋าปิงเยว่แอบเดาไว้ในใจแล้วว่า เฉินเฉิงคงต้องฝึกกายายุทธ์โกลาหลในตำนานสำเร็จแน่ๆ ถึงได้มีพลังรบแข็งแกร่งขนาดนี้!
พอนึกว่าจะได้เห็นกายายุทธ์ระดับตำนานกับตาตัวเอง ในใจนางก็เต้นระรัวราวกับมีคลื่นพายุซัดกระหน่ำ!
ความตื่นเต้นมันพุ่งปรี๊ดจนหัวใจแทบจะทะลุออกมานอกอก!
แต่นางก็ต้องพยายามเก็บอาการ ซ่อนความดีใจไว้ให้ลึกที่สุด!
กายายุทธ์โกลาหลมันดุดันและทรงพลังเกินไป ทรงพลังขนาดที่ทำให้ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยังต้องรู้สึกหวาดหวั่น!
ถ้าข่าวเรื่องเฉินเฉิงฝึกกายายุทธ์โกลาหลสำเร็จแพร่งพรายออกไป เขาอาจจะต้องเจอกับอันตรายใหญ่หลวงที่คาดไม่ถึงแน่ๆ
เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนเด็กสามขวบ ที่จู่ๆ ก็สามารถเปิดจุดชีพจร ก้าวเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดได้!
รับรองได้เลยว่า ต้องมียอดฝีมือระดับท็อปมากมาย คันไม้คันมืออยากจะจับตัวเด็กคนนั้นไปศึกษาดูให้ละเอียดแน่ๆ
ถ้าเฉินเฉิงฝึกกายายุทธ์โกลาหลสำเร็จ ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ทั่วหล้าก็คงจะตาลุกวาว อยากจะรู้ใจจะขาดว่าเขาทำได้ยังไง
เผลอๆ ยอดฝีมือระดับกึ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือระดับปรมาจารย์ ก็อาจจะนั่งไม่ติดเหมือนกัน!
ถ้ามียอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์ยังมีชีวิตอยู่ ก็อาจจะทนไม่ไหวต้องลงมือเองด้วยซ้ำ!
นี่แหละคือกายายุทธ์โกลาหล กายายุทธ์ที่ปรากฏอยู่แค่ในตำนานปรัมปราเท่านั้น!
อย่าว่าแต่เฉินเฉิงจะรับมือไม่ไหวเลย ต่อให้เป็นสำนักมหาเต๋าก็คงรับมือไม่ไหวเหมือนกัน เผลอๆ ต่อให้เป็นราชันย์คนเถื่อนอย่างทั่วป๋าฉิงชาง ผู้เป็นปรมาจารย์วิถีบู๊ ก็คงเอาไม่อยู่เหมือนกัน
การที่ทั่วป๋าปิงเยว่พยายามฝึกเคล็ดวิชาเร้นลับแปดเก้า เพื่อให้ได้กายายุทธ์โกลาหลมาครอบครอง มันไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก
เพราะในสายตาคนอื่น โอกาสที่จะฝึกกายายุทธ์โกลาหลสำเร็จมันริบหรี่จนแทบจะเป็นศูนย์ นางก็เลยไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะรู้ความลับนี้
ในวงการวิถีบู๊ คนที่พยายามจะฝึกกายายุทธ์โกลาหลไม่ได้มีแค่ทั่วป๋าปิงเยว่คนเดียวหรอกนะ มีคนพยายามกันเป็นฝูงยังกับฝูงปลาคาร์ปที่ว่ายทวนน้ำ
และวิถีการฝึกก็ไม่ได้มีแค่เคล็ดวิชาเร้นลับแปดเก้าหรอกนะ ยังมีตำราวิชาอื่นๆ อีกเพียบ
แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ฝึกสำเร็จจริงๆ มันก็ยังคงเป็นแค่ตำนานเล่าขานอยู่ดี!
ถ้าเกิดมีใครสักคนบนโลกนี้ฝึกสำเร็จขึ้นมาจริงๆ วงการวิถีบู๊คงได้บ้าคลั่งกันไปเป็นแถบแน่ๆ!
นั่นก็เป็นเพราะว่า ความแข็งแกร่งของกายายุทธ์โกลาหลนั้น มันไปถึงจุดสุดยอดของความทรงพลังแล้ว
ใช้เวลาฝึกแค่สี่เดือน จุดชีพจรของเฉินเฉิงก็สามารถต้านทานแรงกดดันของชั้นที่สิบสองได้สบายๆ แถมยังบดขยี้อัจฉริยะคนอื่นๆ ได้อีก แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจุดชีพจรโกลาหลมันแข็งแกร่งเบอร์ไหน
ถ้าเฉินเฉิงก้าวผ่านด่านเบิกทวาร เข้าสู่ระดับก่อกำเนิดเมื่อไหร่ พลังมันจะพุ่งปรี๊ดไปถึงระดับไหนก็สุดจะจินตนาการได้!
"การจะปิดบังความลับของเฉินเฉิงนี่ มันก็ไม่ง่ายเลยนะเนี่ย!
ยังดีนะที่เขาใช้เคล็ดวิชาเร้นลับแปดเก้าในการฝึกกายายุทธ์โกลาหล ปราณโกลาหลก็เลยสามารถแปลงเป็นปราณแท้ก่อกำเนิดทั่วไปได้เนียนๆ ทำให้ไม่น่าจะโดนจับได้ง่ายๆ
แต่ถ้าข้าจะช่วยปิดบังความลับให้เขา ข้าก็ต้องขอเก็บค่าปิดปากซะหน่อยล่ะ"
หลังจากที่ตกตะลึงกันไปพักใหญ่ บรรดาผู้อาวุโสระดับกึ่งปรมาจารย์ต่างก็เริ่มมีสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย
ลิ่นหรูเฟิง นักกระบี่เกลียวคลื่น ขมวดคิ้วถาม "แรงกดดันบนชั้นที่สิบสองมันโหดหินขนาดนั้น เฉินเฉิงทนรับไหวได้ยังไง?
แล้วทำไมเขาถึงสามารถเอาชนะอัจฉริยะคนอื่นๆ ได้ขาดลอยขนาดนั้น?"
ตู๋กูหง ผู้อาวุโสแห่งตำหนักเทพคุนหลุน ทำหน้าครุ่นคิด "แรงกดดันของชั้นที่สิบสองมันโหดจริงๆ นั่นแหละ ข้าถึงได้กำชับฟู่เทียนซูไว้ตั้งแต่แรก ว่าอย่าฝืนตัวเอง
การที่พวกหวังเป่าจือเพิ่งจะก้าวเข้าไป ก็โดนอัดกระเด็นออกมา ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าแรงกดดันของชั้นที่สิบสอง มันเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว
แต่การที่เฉินเฉิงสามารถทนรับแรงกดดันนั่นได้ มันดูผิดธรรมชาติเกินไปจริงๆ"
ซางสวี่เฟย ดาบเดียวเฉียนคุน ผู้อาวุโสสำนักไท่อี้ สันนิษฐานว่า "หรือว่าเฉินเฉิงจะแอบใช้วิชาลับอะไรสักอย่าง ที่สามารถเพิ่มพลังรบได้ชั่วคราว
พอจัดการอัดคนอื่นออกไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาเองก็น่าจะกำลังรับผลกรรมอยู่ที่ชั้นที่สิบสองเหมือนกันหรือเปล่า?"
ลิ่นหรูเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็พอจะฟังขึ้นอยู่นะ"
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาดังขึ้น!
เป้ยหนานเหลียน กวาดสายตามองพวกนั้นด้วยความดูถูก แล้วเอ่ยขึ้น "แค่จะยอมรับว่าอัจฉริยะจากสำนักอื่นเก่งกว่า มันทำใจยากขนาดนั้นเลยหรือไง?"
เป้ยหนานเหลียน เทพธิดาดอกบัว ก็เป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักไท่อี้ และเป็นยอดฝีมือระดับกึ่งปรมาจารย์เหมือนกัน
แต่นางเป็นผู้คุ้มกันของจีหลิงเซียว และไม่ค่อยจะลงรอยกับซางสวี่เฟยสักเท่าไหร่
ที่ผ่านมานางก็เลยไม่ค่อยเข้าไปผสมโรงคุยกับพวกผู้อาวุโสคนอื่นๆ
แต่ตอนนี้เห็นชัดเลยว่า นางทนพฤติกรรมของพวกซางสวี่เฟยไม่ไหวแล้ว ก็เลยต้องหลุดปากด่าออกมา
พอเจอคำด่าของนางเข้าไป ทั้งซางสวี่เฟยและลิ่นหรูเฟิงถึงกับหน้าชา เถียงไม่ออกเลยทีเดียว
บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นมาทันที
เก๋อเหยียนเฟิง ผู้อาวุโสสำนักจันทร์โลหิต รีบพูดไกล่เกลี่ย "กายายุทธ์ของยอดเขาจตุรลักษณ์สำนักมหาเต๋ามันเน้นความแข็งแกร่งของร่างกายอยู่แล้ว ก็เลยได้เปรียบเวลาอยู่ในแดนลับสิบสามตำหนักฟ้า
แต่การที่สามารถขึ้นไปรับแรงกดดันบนชั้นที่สิบสองได้ แถมยังมีโชว์เทพขนาดนั้น ก็ต้องยอมรับว่าพรสวรรค์วิถีบู๊ของเฉินเฉิงมันไม่ธรรมดาจริงๆ"
ชิงไต้ ผู้อาวุโสสำนักจี๋เล่อ ปรายตามองเหลยเสี่ยวซาน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อนิดๆ "ตอนที่ท่านเหลยยังอยู่ในระดับเบิกทวาร ก็เคยสยบอัจฉริยะในรุ่นเดียวกันมาแล้วเหมือนกัน
มาตอนนี้ ผลงานของเฉินเฉิงกลับโดดเด่นทิ้งห่างอัจฉริยะคนอื่นๆ ไปไกลลิบ เรียกว่าศิษย์เก่งกว่าอาจารย์ซะอีก ไม่ธรรมดาจริงๆ นะเนี่ย"
คราวนี้เหลยเสี่ยวซานกลับทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว เขาประสานมือคารวะ แล้วถ่อมตัวว่า "ตอนหนุ่มๆ ข้าก็พอจะสูสีกับเทพธิดาชิงไต้ได้บ้าง แต่มาตอนนี้ ข้าคงสู้ท่านไม่ไหวแล้วล่ะ"
ชิงไต้แย้มยิ้ม ย่อตัวทำความเคารพอย่างชดช้อย "ถ้าท่านเหลยยอมเข้าร่วมกับสำนักจี๋เล่อของข้า ท่านก็คงไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานกับจิตมารมาเป็นร้อยปีหรอก
ตอนนี้ลูกศิษย์ของท่านก็มีพรสวรรค์วิถีบู๊ล้ำเลิศเกินใคร น่าจะให้เขามาคลุกคลีกับศิษย์ของสำนักจี๋เล่อบ่อยๆ นะ ผสานหยินหยางเข้าด้วยกัน อนาคตการก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์วิถีบู๊ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร"
เหลยเสี่ยวซานหนังตากระตุกยิกๆ ไม่ยอมพูดอะไรต่อ!
สำนักจี๋เล่อขึ้นชื่อเรื่องการฉกตัวอัจฉริยะจากสำนักอื่น แถมยังมีลูกไม้หลอกล่อให้คนหลงระเริงสารพัดรูปแบบ ป้องกันตัวยากสุดๆ
เหลยเสี่ยวซานถึงได้พยายามหลีกเลี่ยงพวกนี้มาตลอด
ถ้าเฉินเฉิงโดนชิงไต้เล็งเป้าเข้าให้ มันต้องเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ!
เซียวซู่อีตวัดสายตามองชิงไต้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "สำนักจี๋เล่อยังไม่มีปรมาจารย์วิถีบู๊เลยสักคน แล้วจะเอาความมั่นใจที่ไหนมาปั้นปรมาจารย์วิถีบู๊ให้คนอื่น?"
ชิงไต้หัวเราะคิกคัก "พี่เซียวเจ้าคะ วิถีแห่งหยินหยางมันไร้เทียมทานมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะ
ยิ่งพอเข้าสู่ระดับก่อกำเนิด มันก็จะยิ่งลึกล้ำพิสดารขึ้นไปอีก เมื่อหลายพันปีก่อน เคยมีสุดยอดฝีมือใช้วิถีหยินหยางหลอมรวมจนเกิดปราณโกลาหล สยบยอดฝีมือทั่วหล้ามาแล้วนะเจ้าคะ
แถมยังบรรลุวิถีเต๋าขั้นสูงสุด เปิดประตูสวรรค์ ก้าวเข้าสู่แดนเซียนจี๋เล่อ เป็นอมตะไม่แก่ไม่เฒ่า..."
"เหอะ!" เซียวซู่อีแค่นเสียงขัดจังหวะทันที "นิทานหลอกเด็กพวกนั้น สำนักจี๋เล่อก็เอามาเป่าหูคนอื่นเป็นพันๆ ปีแล้ว มันก็แค่เรื่องหลอกลวงตัวเองทั้งนั้นแหละ"
ชิงไต้เถียงกลับ "พี่เซียว สัจธรรมที่แท้จริงมันเรียบง่ายเสมอแหละ หยินและหยางคือต้นกำเนิดของฟ้าดิน นี่คือความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงนะเจ้าคะ
ตอนที่เซียนหยินหยางจุติลงมาบนโลก แม้แต่ปราชญ์ยุทธ์ยังต้องก้มหัวให้เลย นี่ก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันนะ"
"ขี้เกียจจะเถียงกับเจ้าแล้ว!" เซียวซู่อีก็หมดปัญญาจะเถียงกับชิงไต้เหมือนกัน
เรื่องประตูลับแลเปิดออก แล้วมีเซียนหยินหยางจุติลงมาบนโลก มันไม่ใช่แค่ข่าวลือโคมลอยหรอกนะ แต่มันได้รับการยืนยันจากปราชญ์ยุทธ์หลายคนเลยทีเดียว
แม้แต่ปราชญ์ยุทธ์เพียงคนเดียวในรอบพันปีที่ผ่านมา อย่างปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งอาณาจักรต้าอวี๋ ก็ยังเคยเปรยๆ ว่า บนสวรรค์มีเซียนอยู่จริงๆ ถึงขั้นเคยจดบันทึกเรื่องนี้ไว้ในคัมภีร์วิถีบู๊ของต้าอวี๋ด้วยซ้ำ
สำนักจี๋เล่อกับสำนักที่ฝึกวิชาสายหยินหยาง ก็เลยเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดขาย ป่าวประกาศว่าสามารถเปิดประตูสวรรค์ บรรลุเป็นเซียนได้ ทำให้มียอดอัจฉริยะวิถีบู๊หลายคนหลงเชื่อ แล้วหันมาเดินสายนี้กันเพียบ!
พอชิงไต้เปิดประเด็นเรื่องประตูสวรรค์ขึ้นมา บรรดาผู้อาวุโสระดับกึ่งปรมาจารย์ก็เลยทำหน้าเครียด นิ่งเงียบกันไปหมด
ก็แหงล่ะ การเปิดประตูสวรรค์ บรรลุเป็นเซียน มีชีวิตเป็นอมตะ มันเป็นความฝันสูงสุดของยอดฝีมือทุกคนนี่นา!
แม้แต่คนที่เป็นระดับปราชญ์ยุทธ์ ก็ยังใฝ่ฝันถึงเรื่องนี้เลย
......
ครึ่งเดือนต่อมา เฉินเฉิงก็ทะลวงขีดจำกัดได้อีกรอบ!
【ทักษะ: เคล็ดวิชาเกราะเหล็กซ่อนมังกร (ยังไม่เข้าขั้น 45/108)】
จุดชีพจรโกลาหล 45 จุด พ่นปราณโกลาหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ความน่าเกรงขามระดับก่อกำเนิดที่แผ่ออกมา มันแกร่งเกินเบอร์ไปมาก ทำให้เดินชิลๆ บนชั้นที่สิบสองได้สบายๆ
"ได้เวลาขึ้นไปเหยียบชั้นที่สูงกว่านี้แล้ว!"
เฉินเฉิงก้าวเดินมุ่งหน้าสู่ชั้นที่สิบสาม!
แรงกดดันของพื้นที่ในแดนลับเพิ่มขึ้นอีกระดับ แต่มันก็ยังห่างไกลจากขีดจำกัดที่กายายุทธ์โกลาหลจะรับไหวอีกเยอะ!
ด้วยแรงกดดันแค่นี้ เฉินเฉิงก็เลยสัมผัสจุดชีพจรใหม่ได้แค่สี่จุดเท่านั้น!
"ยังไม่พอ!"
เฉินเฉิงก้าวเท้าเดินขึ้นสู่ชั้นที่สิบสี่!
แรงกดดันของพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่จุดชีพจรที่เฉินเฉิงสัมผัสได้ ก็เพิ่มมาเป็นแค่เจ็ดจุด!
"เอาอีก!"
เฉินเฉิงไม่ยอมหยุดแค่นั้น เดินหน้าพุ่งชนชั้นที่สิบห้าต่อเลย!
คราวนี้แรงกดดันมหาศาลถาโถมลงมาอย่างบ้าคลั่ง เฉินเฉิงถึงกับเซถลาเกือบล้มหน้าทิ่มพื้น!
จุดชีพจรทั่วร่างต้องเร่งระเบิดปราณโกลาหลออกมา เพื่อฝืนต้านทานแรงกดดันอันหนักหน่วงนี้!
และแล้ว จุดชีพจรใหม่ที่เขาสัมผัสได้ ก็ทะลุเก้าจุดจนได้!
และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง แดนลับทั้งแดนลับก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง!
บนฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล จู่ๆ ก็มีบานประตูขนาดยักษ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาลางๆ!
ปรากฏการณ์ประตูลับแล จุติลงมาบนโลกแล้ว!
[จบแล้ว]