เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210.ซ้อนแผนหลอกพระมารดาองค์ชายเจ็ด

บทที่ 210.ซ้อนแผนหลอกพระมารดาองค์ชายเจ็ด

บทที่ 210.ซ้อนแผนหลอกพระมารดาองค์ชายเจ็ด


​ไม่นาน เซียวจวินหลินก็เดินนำทุกคน เข้าไปในโกดังเก็บของที่ถูกปิดตายมานาน

​ที่มุมโกดัง มีหีบไม้ใบใหญ่ยักษ์วางอยู่ ฝุ่นจับเขรอะไปหมด

​เซียวจวินหลินปัดฝุ่นออก แล้วเปิดฝาหีบขึ้น

​วินาทีที่หีบเปิดออก เยว่หยวนเอ๋อร์และเผยชิงอวี่ถึงกับสูดปากด้วยความตกตะลึง

​ภายในหีบอัดแน่นไปด้วยของแทนใจหลากหลายรูปแบบ ที่บ่งบอกถึงอำนาจบารมีและฐานะอันสูงส่ง

​มีทั้งป้ายทองคำสลักรูปหัวหมาป่าอันดุร้ายของแคว้นเป่ยตี๋ มีทั้งดาบโค้งประดับอัญมณีของแคว้นหานซาง หรือแม้กระทั่งหยกห้อยเอวสลักลวดลายประจำราชวงศ์แคว้นป้ายเยว่ ก็ยังมีให้เห็น

​ของพวกนี้ ล้วนเป็นของบรรณาการและของเชลย ที่บรรพบุรุษตระกูลเซียวกรำศึกเหนือใต้ ยึดมาได้จากพวกแม่ทัพนายกองที่พ่ายแพ้สงครามทั้งสิ้น!

​ลุงจ้าวมองดูของคุ้นเคยเหล่านี้ ดวงตาอันฝ้าฟางก็เอ่อรื้นไปด้วยน้ำตาทันที

​เขาหยิบป้ายประกาศิตแม่ทัพที่ยังมีคราบเลือดสีคล้ำเกาะติดอยู่ออกมา ภาพความทรงจำในอดีต ราวกับได้กลับไปยืนอยู่บนสมรภูมิรบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอีกครั้ง นึกถึงวันวานอันห้าวหาญ ที่ได้สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ อาบเลือดทาแผ่นดินมาด้วยกันกับท่านอ๋องคนก่อน

​ในใจของเผยชิงอวี่ ก็เกิดเกลียวคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำเช่นเดียวกัน

​นางมองดูเซียวจวินหลิน จู่ๆ ก็รู้สึกว่า การที่นางเห็นเขาทำตัวแหกคอก ไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ มาตลอดนั้น ทำให้นางเกือบจะลืมไปแล้ว ว่าเขาคือทายาทเพียงคนเดียวของอดีตเจิ้นเป่ยอ๋อง เซียวอู๋เลี่ยง ผู้สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่สะท้านแผ่นดิน

​ลูกหลานตระกูลขุนศึก ที่มีผลงานทางทหารอันเกรียงไกรหนุนหลัง มากพอที่จะทำให้ทั่วทั้งต้าเซี่ยต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว กลับต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เผชิญกับอันตรายรอบด้าน ในวังวนแห่งการแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวงแห่งนี้

​นับตั้งแต่นางย้ายมาอยู่เมืองหลวง นางก็เห็นเขาตกอยู่ในอันตรายครั้งแล้วครั้งเล่า และเอาชีวิตรอดจากความตายมาได้หวุดหวิดทุกครั้ง ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดร้าวและสงสารเขาจับใจ

​เซียวจวินหลินลูบคลำตราพยัคฆ์และป้ายอาญาสิทธิ์ในหีบ ในใจก็รู้สึกหดหู่ไม่ต่างกัน

​ท่านพ่อของเขาทุ่มเทสู้รบเพื่อชาติมาทั้งชีวิต สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะเทียบเทียม แต่สุดท้ายกลับต้องมาตายเพราะถูกลอบทำร้าย และถูกฮ่องเต้หมาจอมขี้ระแวงนั่น หวาดระแวงและวางแผนปองร้าย

​แล้วดูตัวเขาสิ ตอนนี้ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับการกวาดล้างจากฮ่องเต้ในอนาคตอันใกล้นี้เหมือนกัน

​ความรู้สึกถึงวิกฤตอันหนักอึ้ง พุ่งทะยานขึ้นในใจของเขา

​ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะต้องพาครอบครัวหนีออกจากเมืองหลวงไปให้ได้อย่างปลอดภัย!

​เยว่หยวนเอ๋อร์ยิ่งตกตะลึงจนพูดไม่ออก

​ในสายตาของคนต่างแคว้นอย่างพวกนาง ของพวกนี้คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของราชวงศ์ แต่พอมาอยู่ที่นี่ กลับถูกโยนทิ้งขว้างไว้ในหีบราวกับเป็นแค่เศษขยะซะอย่างนั้น

​ความน่าเกรงขามของกองทัพเจิ้นเป่ย ในวินาทีนี้ มันช่างดูจับต้องได้และน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน

​นางมองดูเซียวจวินหลิน แล้วนึกถึงเยว่ชิงเอ๋อร์ ลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ในดวงตาก็ปรากฏแววตาอิจฉาขึ้นมาเป็นครั้งแรก

​เสด็จพี่นี่ ช่างตาแหลมจริงๆ

​เซียวจวินหลินหยิบป้ายทองคำรูปหัวหมาป่าของแคว้นเป่ยตี๋ออกมาจากหีบแบบส่งๆ แล้วโยนให้เยว่หยวนเอ๋อร์

​“ใช้เจ้านี่ พอไหม?”

​เยว่หยวนเอ๋อร์รับป้ายทองคำมาด้วยความดีใจ พยักหน้าหงึกๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับ

​“พอแล้ว! พอแล้วล่ะ! ว่าที่พี่เขย ท่านนี่แผนสูงจริงๆ เลยนะ! ข้าจะรีบไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้แหละ!”

​ดึกดื่นค่อนคืน จวนองค์ชายเจ็ด แสงเทียนสลัวไหววูบวาบ

​อวิ๋นเฟยเอนกายพิงพนักเก้าอี้นุ่ม ชุดกระโปรงผ้าไหมหรูหราที่สวมใส่ กลับไม่อาจปกปิดความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจของนางได้เลย

​ภายในห้องนอนอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานที่นางโปรดปราน แต่ในคืนนี้ กลิ่นหอมนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยให้นางสงบใจลงได้ แต่กลับเหมือนมือที่มองไม่เห็น คอยดึงทึ้งเส้นประสาทที่ตึงเครียดของนางอยู่ตลอดเวลา

​ในหัวของนาง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน ฉายวนซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดหย่อน

​การบุกรุกเข้ามาอย่างป่าเถื่อนของหลงจ้าน การบังคับขืนใจที่ไม่อาจขัดขืนได้ และแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและอับอายของนาง ในตอนที่ถูกกระชากเสื้อผ้าจนขาดวิ่น

​นาง... อวิ๋นซีนั่ว... อวิ๋นเฟย... พระสนมผู้สูงศักดิ์ที่สุดคนหนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย กลับต้องมาถูกหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ ข่มขืนย่ำยีเนี่ยนะ

​ความอัปยศอดสูถาโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่น ซัดกระหน่ำกำแพงในใจของนางระลอกแล้วระลอกเล่า

​นางรู้ดีว่าหลงจ้านแอบคิดไม่ซื่อกับนางมาตลอด หลายปีที่ผ่านมา นางก็จงใจใช้ประโยชน์จากความหลงใหลคลั่งไคล้นี้ เลี้ยงไข้เขาไว้ เพื่อให้เขายอมเป็นเบี้ยล่าง คอยรับใช้สองแม่ลูกของนางอย่างถวายหัว

​นางชื่นชอบความรู้สึกที่ได้ควบคุมยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์แบบ ให้มาสยบอยู่แทบเท้าของนาง

​แต่เมื่อหลงจ้านได้ครอบครองตัวนางจริงๆ เมื่อความรู้สึกของการได้เป็นผู้ควบคุมนั้นมลายหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่ ก็มีเพียงความเคียดแค้นอย่างหาที่สุดไม่ได้

​และสิ่งที่ทำให้นางใจคอไม่ดีไปกว่านั้นก็คือ ตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา หลงจ้านก็หายตัวไปเลย

​นางส่งคนไปตามหาตามสถานที่ต่างๆ ที่คิดว่าเขาจะไป แต่ก็คว้าน้ำเหลวกลับมาทุกครั้ง

​ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่กำลังจะถึงวันไต่สวนคดีแบบนี้ การหายตัวไปของหลงจ้าน ยิ่งทำให้ความรู้สึกปลอดภัยที่แทบจะไม่เหลืออยู่แล้วของนาง พังทลายลงอย่างย่อยยับ

​นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ริมหน้าผา และหินใต้ฝ่าเท้าก็กำลังปริแตกออกทีละนิดๆ

​“หรือว่าเขา... พอได้ครอบครองเปิ่นกงแล้ว... ก็หมดความสนใจในตัวเปิ่นกงไปแล้วงั้นหรือ?”

​อวิ๋นซีนั่วมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก มองดูเรือนร่างอันเย้ายวนใจของตน แล้วก็จมดิ่งลงสู่ความสับสนวุ่นวาย

​ในตอนนั้นเอง นางกำนัลคนสนิทก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาหา กระซิบรายงานเสียงแผ่ว

​“พระสนม มีคนมาขอเข้าเฝ้าที่หน้าวังเพคะ บอกว่าเป็นทูตจากแคว้นเป่ยตี๋ มาตามคำสั่งของใต้เท้าหลงเพคะ”

​หัวใจของอวิ๋นเฟยกระตุกวูบ คำสั่งของหลงจ้านงั้นรึ?

​ความสงสัยผุดขึ้นในใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนใจ

​“เร็วเข้า! รีบเชิญเข้ามาเดี๋ยวนี้เลย!”

​ครู่ต่อมา เยว่หยวนเอ๋อร์ในชุดเครื่องแต่งกายแบบชนเผ่าต่างแคว้น ก็ถูกพาตัวเข้ามาในห้องโถงด้านใน

​อวิ๋นเฟยพยายามปั้นหน้าให้ดูนิ่งสงบ กวาดสายตามองสำรวจผู้มาเยือนอย่างจับผิด

​การแต่งกายของอีกฝ่าย เป็นชุดชนชั้นสูงของแคว้นเป่ยตี๋ขนานแท้ โครงหน้าก็ดูมีกลิ่นอายของคนต่างแคว้น โดยเฉพาะสำเนียงการพูดแบบคนแถบตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่นอกเขตชายแดนต้าเซี่ย ยิ่งทำให้ความหวาดระแวงในใจของนางลดลงไปได้กว่าครึ่ง

​“หลงจ้านล่ะ? เขาให้เจ้ามาทำไม?” อวิ๋นเฟยถามตรงเข้าประเด็น

​เยว่หยวนเอ๋อร์โค้งคำนับเล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับไม่มีทีท่าอ่อนน้อมถ่อมตนเลยแม้แต่น้อย

​“ทูลพระสนม ใต้เท้าหลงฝากมาบอกว่า ในเมื่อแผนการใหญ่ขององค์ชายเจ็ดและพระองค์ใกล้จะสำเร็จลุล่วงแล้ว เขาก็ต้องการหลักประกันบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกท่านเขี่ยเขาทิ้ง หลังจากที่ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว”

​“สามหาว!” อวิ๋นเฟยเดือดดาลขึ้นมาทันที ตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นยืน

​“นี่เขาเอาความคิดสกปรกของตัวเอง มาตัดสินคนอื่นงั้นรึ! พวกเจ้าควรจะแยกแยะให้ออกนะ ว่าคนที่ร่วมมือกับพวกเป่ยตี๋มาตั้งแต่ต้น ก็คือข้ากับลูกชายข้า ส่วนหลงจ้าน มันก็เป็นแค่คนส่งสารเท่านั้นแหละ!”

​“งั้นรึ?” เยว่หยวนเอ๋อร์แค่นเสียงหัวเราะเยาะ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “แต่เท่าที่ข้ารู้มา หลายปีมานี้ เพื่อจะเอาตัวรอดได้ทุกเมื่อ พระองค์กับองค์ชาย ก็มักจะให้ใต้เท้าหลงเป็นคนมาติดต่อกับพวกเรามาตลอดไม่ใช่หรือ ​พูดกันตามตรงเลยนะ เทียบกับพระองค์สองแม่ลูกแล้ว ท่านข่านของพวกเรา ไว้ใจใต้เท้าหลงมากกว่าซะอีก ​ยังไงซะ เขาก็ไม่ใช่คนของราชวงศ์ต้าเซี่ย โอกาสที่จะทรยศต้าเซี่ยก็มีสูงกว่า ส่วนพวกท่านน่ะ...”

​นี่คือสิ่งที่เซียวจวินหลินสอนนางมา ในเมื่อพรรคเสวียนหยาอยู่ภายใต้การดูแลของหลงจ้าน ซึ่งทำงานให้องค์ชายเจ็ดและพระมารดา ด้วยนิสัยรอบคอบและห่วงความปลอดภัยของตัวเองเป็นที่ตั้งของสองแม่ลูกคู่นี้ คนที่ออกหน้าติดต่อกับเป่ยตี๋ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นหลงจ้าน

​พอดูจากปฏิกิริยาของอวิ๋นซีนั่วในตอนนี้แล้ว ข้อสันนิษฐานของเซียวจวินหลินก็ถูกต้องเผงเลยทีเดียว

​สายตาของเยว่หยวนเอ๋อร์ยิ่งดูมั่นใจมากขึ้น “ถ้าเกิดปล่อยให้ลูกชายของท่านได้เป็นรัชทายาท และได้นั่งบนบัลลังก์มังกรจริงๆ ใครจะกล้ารับประกัน ว่าพวกท่านจะไม่หันกลับมาแว้งกัดพวกเราชาวเป่ยตี๋ เพื่อรักษาความมั่นคงของแผ่นดินตัวเอง?”

​หัวใจของอวิ๋นเฟยเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นางถูกแทงใจดำเข้าอย่างจัง แต่ปากก็ยังคงแข็ง “ถ้าไม่ไว้ใจกัน ก็ไม่ต้องร่วมมือกันอีกต่อไป!”

​“คิดจะตีตัวออกห่างง่ายๆ งั้นรึ!” เยว่หยวนเอ๋อร์แค่นเสียงเย็น นางสวมวิญญาณนักแสดงตามที่ว่าที่พี่เขยสอนมาเป๊ะๆ ตอกกลับไปอย่างเจ็บแสบ

​“คนของพวกเรา อุตส่าห์ช่วยพวกท่านหลอกล่อให้ขุนพลเฒ่าของกองทัพเจิ้นเป่ยออกมาติดกับ แล้วยังช่วยพวกท่านใส่ร้ายพวกเขาว่าทรยศชาติอีก ​ตอนนี้พอเรื่องสำเร็จ ท่านคิดจะถีบหัวส่งพวกเราง่ายๆ งั้นรึ? ​จริงอย่างที่ใต้เท้าหลงบอกไม่มีผิด พวกราชวงศ์อย่างพวกท่าน ไว้ใจไม่ได้สักคน ​ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะ อวิ๋นเฟย! วันนี้ถ้าท่านไม่ยอมแสดงความจริงใจออกมาล่ะก็ พวกเราก็จะเอาหลักฐานที่พวกท่านสองแม่ลูก ลอบสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู ไปแฉให้ฮ่องเต้ต้าเซี่ยรู้ให้หมดเปลือกไปเลย!”

จบบทที่ บทที่ 210.ซ้อนแผนหลอกพระมารดาองค์ชายเจ็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว