- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 1158: พวกเขาไม่เหมือนกัน
บทที่ 1158: พวกเขาไม่เหมือนกัน
บทที่ 1158: พวกเขาไม่เหมือนกัน
“การจำลองถิ่นที่อยู่ทางภูมิศาสตร์เหรอ? อาชญาวิทยาเชิงภูมิศาสตร์และอาชญาวิทยาสิ่งแวดล้อม? ถ้าคุณพูดเรื่องนี้ผมหายง่วงเลยนะ” หลิวจิ่งฮุ่ยตื่นตัวขึ้นมาทันที “การวิเคราะห์อาชญากรรมของ Chicago School ผมก็ค่อนข้างสนใจเหมือนกัน จริงสิ ถ้านายจะเอาทฤษฎีมาปรับใช้ปฏิบัติจริงล่ะก็ ผมเคยทำคดีแนวนี้มาจริงๆ นะ”
เจียงหยวนเดินไปพลางคุยไปพลาง “อ้อ คุณเคยทำคดีแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“แน่นอน สมัยก่อนตอนที่ยังไม่มีนาย คดีไหนที่ไม่มีเบาะแสเลยจริงๆ ก็ได้แต่วาดวงกลมแล้วออกไปเดินสืบสวนนั่นแหละ ตอนนั้นผมยึดตามทฤษฎีรูปแบบอาชญากรรมในการตัดสินใจ...”
“มันได้ผลไหมครับ?” เจียงหยวนไม่ได้อยากถกประเด็นทฤษฎีจ๋าขนาดนั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้
“ได้ผลสิ ตัวอย่างเช่น ทฤษฎีรูปแบบอาชญากรรมเชื่อว่าการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเวลาและสถานที่ขององค์ประกอบอาชญากรรม ทำให้อาชญากรรมมีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดในบริเวณที่ ‘พื้นที่กิจกรรม’ ของผู้ร้ายและเหยื่อมาบรรจบกัน ตอนนั้นผมจับคนร้ายข่มขืนต่อเนื่องคนหนึ่งก็ใช้วิธีนี้แหละ โดยการมาร์กพื้นที่กิจกรรมของเหยื่อทุกคนออกมา แล้วดูว่าคนร้ายมีพื้นที่กิจกรรมที่ซ้อนทับกับเหยื่อเหล่านี้ตรงไหนบ้าง...”
เจียงหยวนขัดจังหวะการพรรณนาของหลิวจิ่งฮุ่ย “แล้วมันทำง่ายไหมครับ?”
หลิวจิ่งฮุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เข้าสู่โหมดรำลึกความหลังอยู่พักใหญ่ถึงตอบว่า “พอตีกรอบพื้นที่ได้แล้ว ก็คือการปูพรมเดินสืบสวน จนสุดท้ายก็จับคนร้ายได้... แน่นอนว่ามันไม่ง่ายหรอก สมัยผมเดินสืบสวนน่ะ ไม่ได้มีแรงสนับสนุนเยอะแยะเหมือนที่นายมีตอนนี้หรอกนะ”
อาชญาวิทยาเชิงภูมิศาสตร์ อาชญาวิทยาสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ ล้วนเป็นการศึกษาทฤษฎีอาชญากรรมบนพื้นฐานของปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ ต่อมาจึงพัฒนาไปเป็นทฤษฎีรูปแบบอาชญากรรม ทฤษฎีกิจกรรมประจำวัน ทฤษฎีการเลือกอย่างมีเหตุผล และทฤษฎีพื้นที่อาชญากรรม เป็นต้น
ทฤษฎีพวกนี้เวลาเจอคดีเล็กๆ ปกติจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะคดีเล็กสามารถเลือกที่จะไม่คลี่คลายก็ได้ ถ้าหาเบาะแสไม่เจอจริงๆ ก็แค่พับเก็บไป
ตำรวจส่วนใหญ่จะหยิบเอาทฤษฎีที่ดูห่างไกลสัญชาตญาณพวกนี้มาใช้ ก็ต่อเมื่อเจอคดีใหญ่ที่ ‘ต้องคลี่คลายให้ได้’ เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นวิธี ‘รักษาม้าตายให้กลายเป็นม้ามีชีวิต’ (ลองเสี่ยงดูทุกทาง)
และสำหรับผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกอย่างหลิวจิ่งฮุ่ย ต่อให้จะมาในนามของหน่วยงานระดับเหนือกว่า แต่การใช้ทฤษฎีอาชญากรรมเหล่านี้มาคลี่คลายคดี ก็มักจะถูกมองว่าเป็นพวก ‘ปัญญาชนจอมปลอม’ การประสานงานจากหน่วยงานต่างๆ ย่อมมีความเฉื่อยชาอยู่บ้าง ถ้าภารกิจหนักเกินไป การถูกเหน็บแนมต่อหน้าก็มีให้เห็น การทำงานไม่ราบรื่นเลยถือเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องเจอ
--
เจียงหยวนพยักหน้ากึ่งเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจ
หลิวจิ่งฮุ่ยเห็นท่าทางมึนๆ ของ ‘มังกรยักษ์’ ประจำทีมแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
“มนุษย์เราน่ะ จินตนาการถึงสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็นไม่ได้หรอก!”
“ภูมิศาสตร์จำกัดมนุษย์ไว้มากจริงๆ ครับ มนุษย์เราก็คือ ‘นักโทษของภูมิศาสตร์’ นั่นแหละ” เจียงหยวนพยักหน้าเห็นด้วย เหมือนคนทางเหนือที่ไม่เคยเห็นทะเล—ก็ยากจะจินตนาการถึงคลื่นยักษ์ในวันพายุเข้า คนทางใต้ที่ไม่เคยเห็นหิมะ—ก็ยากจะจินตนาการถึงความหนาวระดับสาดน้ำแล้วกลายเป็นน้ำแข็ง
แต่หลิวจิ่งฮุ่ยส่ายหน้า “ผมหมายถึงการทำคดี เวลาเราออกไปทำคดีข้างนอก บางเรื่องที่นายเจอ นายอาจจะจินตนาการไม่ถึงเลยล่ะ... เหมือนกับนายที่เป็นเจ้าของฟาร์มสัตว์ นายคงจินตนาการไม่ได้หรอกว่าคนบางคนยอมทำเรื่องประหลาดๆ แค่เพื่อจะได้กินไก่อบฟางสักตัว”
เจียงหยวนมองหลิวจิ่งฮุ่ยด้วยสายตาทั้งเห็นใจและสงสัย
“ผมไม่เป็นไร” หลิวจิ่งฮุ่ยทนสายตาแบบนั้นไม่ได้ โบกมือปัด “มันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว ความอัดอั้นตันใจตอนทำคดีมันจะไปนับเป็นอะไรได้ ขอแค่ปิดคดีได้ ทุกอย่างที่ทุ่มเทไปมันจะตอบแทนกลับมาเป็นเท่าตัว...”
เจียงหยวนขัดจังหวะหลิวจิ่งฮุ่ย “ผมจะสื่อว่า เนื้อวัวรมควันทำให้อร่อยได้มากจริงๆ ครับ ไก่อบฟางเทียบไม่ได้เลย พ่อผมทำเนื้อวัวรมควันสไตล์เท็กซัสที่บ้าน—รสชาติดีมาก ใช้เตาอบแบบอเมริกันเริ่มทำตั้งแต่บ่ายวันก่อน ใช้ฟืนรมควันทั้งคืนจนถึงเที่ยงอีกวัน เส้นใยเนื้อจะละลายหายไปเลย เนื้อสุกเต็มที่แต่ยังมีน้ำเนื้อชุ่มฉ่ำ...”
“หวังชวนซิง เอาแผนที่มา!” หลิวจิ่งฮุ่ยหันไปตะโกนเรียกคน
หวังชวนซิงรีบประคองแผนที่แผ่นใหญ่เข้ามา มันคือสิ่งที่พวกเขาใส่ไว้ในท้ายรถตั้งแต่ออกจากหน่วย
หลิวจิ่งฮุ่ยลากเจียงหยวนไปหาร้านอาหารที่คนไม่พลุกพล่าน จับโต๊ะมาต่อกันหลายตัวแล้วเริ่มกางแผนที่วาดรูปตรงนั้นเลย
“เรามาทำภาพแรกก่อน โดยยึดจุดนัดพบเป็นศูนย์กลาง รัศมีกำหนดไว้ที่ 6 กิโลเมตรก่อนเป็นไง? จริงๆ แค่ 3 กิโลเมตรก็น่าจะพอแล้ว” หลิวจิ่งฮุ่ยพูดไปพลางเริ่มวาดรูปไปพลาง
สำหรับตำรวจสายสืบสวนเชิงอนุมาน ทฤษฎี ‘การจำลองถิ่นที่อยู่ทางภูมิศาสตร์’ ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องเชี่ยวชาญ
และข้อสรุปทางสถิติที่เกี่ยวข้อง ก็คือศิลาฤกษ์ของสายตรรกะอย่างไม่ต้องสงสัย
เหมือนที่หลิวจิ่งฮุ่ยพูดเรื่องรัศมีอาชญากรรม ซึ่งหมายถึงระยะทางในการเดินทางของคนร้าย ความเข้าใจง่ายๆ คือ คนร้ายมักจะชอบก่อเหตุในพื้นที่ที่ตัวเองคุ้นเคย เพราะการก่อเหตุในที่ที่ไม่คุ้นเคยไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงในการถูกจับ แต่ยังสิ้นเปลืองเวลาและพลังงานของคนร้ายอีกด้วย
ใช่แล้ว อาชญากรเองก็มีต้นทุนเรื่องเวลา พลังงาน และเงินทอง
ระยะทางในการเดินทางนั้นไกลแค่ไหน? ตามหลักสถิติ... ระยะทางเฉลี่ยของการก่ออาชญากรรมในพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใน 3 กิโลเมตร โดยเฉพาะคดีทำร้ายร่างกายระยะทางจะสั้นมาก สถิติในเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษคือ 2.4 กิโลเมตร ส่วนในเลกซิงตัน สหรัฐอเมริกาเหลือแค่ 1.13 กิโลเมตร ในทางตรงกันข้าม พวกนักล้วงกระเป๋าในเชฟฟิลด์จะยอมเดินทางไปไกลถึง 4 กิโลเมตร ส่วนในดัลลัส สหรัฐอเมริกา นักล้วงจะไปไกลถึง 9.66 กิโลเมตร
ทำนองเดียวกัน ระยะเดินทางเฉลี่ยของคนร้ายคดีข่มขืนในวอชิงตันคือ 1.85 กิโลเมตร ในดัลลัสคือ 6.28 กิโลเมตร ส่วนคดีชิงทรัพย์ในเซนต์จอห์น แคนาดา ระยะเดินทางเฉลี่ยแค่ 0.69 กิโลเมตร ขณะที่โจรชิงทรัพย์ในวอชิงตันเต็มใจวิ่งไปไกลถึง 3.38 กิโลเมตร
ส่วนคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน อาชญากรในออตตาวา แคนาดา ยอมเดินทางแค่ 0.56 กิโลเมตร ในดัลลัส สหรัฐอเมริกาคือ 4.02 กิโลเมตร ส่วนเชฟฟิลด์และฮาร์โรว์ในลอนดอนอยู่ที่ 2.95 และ 2.98 กิโลเมตรตามลำดับ
สรุปได้ว่า คนแคนาดาค่อนข้างติดบ้าน ชอบก่อเหตุในระยะเดินถึง คนอังกฤษก็เป็นพวกสายกลางและเถรตรง แม้แต่คนร้ายก็ยังรักษาระดับเฉลี่ยโลกไว้อย่างเหนียวแน่น ส่วนคนอเมริกันนั้นรักอิสระและโลดโผนที่สุด ยอมเดินทางไปก่อเหตุไกลๆ จะมีก็แต่ตอนจะข่มขืนนั่นแหละที่ดูจะรอไม่ไหว
--
หลิวจิ่งฮุ่ยใช้ไม้บรรทัดวัดแผนที่อย่างต่อเนื่อง แล้วเริ่มกางวงเวียนวาดเส้น
หวังชวนซิงที่อยู่ข้างๆ มองดูอยู่พักหนึ่งก็ถามขึ้นว่า “ผมก็นึกว่าคุณจะวาดวงกลม 3 กิโลเมตรเท่ากันหมดซะอีก ทำไมแต่ละวงขนาดไม่เท่ากันล่ะครับ?”
หลิวจิ่งฮุ่ยตอบขณะวาด “เพราะระยะการเดินทางไม่ใช่ระยะเส้นตรง วงกลม 3 กิโลเมตรที่คุณว่ามันคือระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างจุดสองจุดบนแผนที่ ซึ่งก็คือระยะทางยูคลิด* ความแม่นยำมันต่ำเกินไป ผมกำลังวัดระยะทางแมนฮัตตัน* หรือที่เรียกว่าระยะทางแท็กซี่ มันเหมือนกับเวลาคุณจะเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง—คุณไปตามเส้นทางที่สั้นที่สุดไม่ได้ใช่ไหมล่ะ คุณต้องไปตามถนน ระยะทางที่สั้นที่สุดที่รถวิ่งไปได้นั่นแหละคือระยะทางแมนฮัตตัน...”
หวังชวนซิงที่สอบเข้าทีมสืบสวนมาด้วยคะแนนสูงลิ่วรีบนึกทวนความจำ “ด้านตรงข้ามมุมฉากของรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก คือระยะทางยูคลิด ส่วนผลรวมของด้านประกอบมุมฉากสองด้าน คือระยะทางแมนฮัตตัน”
“ถูกต้อง เพราะงั้นตอนนี้คุณรู้หรือยังว่าทำไมระยะทางยูคลิดถึงใช้ไม่ได้?”
“เพราะผู้ต้องสงสัยไม่มีทางเดินตามระยะที่สั้นที่สุด อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเดินตามระยะทางแมนฮัตตันครับ”
หลิวจิ่งฮุ่ยส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เพราะระยะทางยูคลิดคือ Euclidean-Distance ย่อสั้นๆ ว่า ED และ ED มันใช้ไม่ได้ (คำแสลงหมายถึงอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ)”
หวังชวนซิงถึงกับขำตัวสั่นเพราะมุกฝืดๆ...
วงกลมของหลิวจิ่งฮุ่ยแผ่เต็มแผนที่ในเวลาอันรวดเร็ว
การนัดซื้อขายของพวก ‘พี่สี่ตระกูลหลี่’ มีจำนวนไม่น้อย รวมๆ แล้วหลายสิบครั้ง และการซื้อขายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ‘พี่สี่ตระกูลหลี่’ หรือ ‘ไขมันพอกกล้าม’ ต่างก็มีการจดบัญชีและจดเวลาเอาไว้หมด
ไม่จดไม่ได้ ถ้าไม่จดบัญชีแม้แต่ปริมาณของที่รับมาหรือของที่เหลืออยู่ก็จะไม่ชัดเจน เวลาจะคุยเรื่องราคาหรือการส่งของครั้งต่อไปจะเกิดปัญหา และยังเสี่ยงโดนลูกน้องต้มตุ๋นเอาได้ง่ายๆ
หยวนป๋อหมินและทีมงานที่เสร็จภารกิจอื่นแล้วก็พากันมาล้อมวงดูในร้านอาหาร
วงกลมซ้อนวงกลมที่เกิดจากการจำลองถิ่นที่อยู่ทางภูมิศาสตร์ นั้นค่อนข้างดูง่าย ทุกคนมองปราดเดียวก็พบว่า วงกลมส่วนใหญ่ไปซ้อนทับกันอยู่บนถนนแค่ 3-4 สายเท่านั้น
“คนร้ายพักอยู่แถวนี้เหรอครับ?” หยวนป๋อหมินเริ่มไม่แน่ใจ มันดูจะง่ายเหมือนเล่นขายของเกินไปหน่อย
หลิวจิ่งฮุ่ยส่ายหน้า “คนร้ายต้องคุ้นเคยกับพื้นที่แถวนี้แน่นอน แต่ไม่จำเป็นต้องพักอยู่ที่นี่ อาชญากรที่ก่อเหตุต่อเนื่องมักจะมีสองรูปแบบ รูปแบบแรกคือการล่าเหยื่อใกล้ที่พัก—คืออาศัยอยู่แถวที่ก่อเหตุนั่นแหละ รูปแบบที่สองคือการออกไปก่อเหตุไกลตัว—คือตั้งใจไปก่อเหตุในที่ไกลบ้าน ทฤษฎีในด้านนี้...”
“ไม่ว่าจะรูปแบบไหน คนร้ายน่าจะเดินทางไปมาแถวนี้บ่อยครั้ง” เจียงหยวนขัดจังหวะความตื่นเต้นของหลิวจิ่งฮุ่ย “ต่อให้แยกคนออกจากของ ต่อให้เอเย่นต์รายใหญ่ไม่ต้องมาส่งของเอง แต่ด้วยขนาดของคดีนี้ ตัวเอเย่นต์รายใหญ่เองหรือคนสนิท อย่างน้อยต้องเป็นคนวางแผนจุดนัดพบ เส้นทางการส่งของ ซึ่งนั่นต้องมาดูสถานที่ล่วงหน้าและความคุ้นเคยกับพื้นที่”
“แน่นอนครับ ผมว่าพวกเขาต้องมาดูที่ล่วงหน้าทุกครั้ง ไม่งั้นด้วยสภาพการก่อสร้างในย่านอู่อวี้เก๋อเนี่ย ผ่านไปพักเดียวสภาพพื้นที่อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว” หลิวจิ่งฮุ่ยเห็นพ้อง และเสริมต่อว่า “ขอสันนิษฐานแบบกล้าๆ เลยนะ ผมว่าตัวคนร้ายหรือคนสนิทที่เป็นคนขนของ จะต้องมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลในการเดินทางไปมาแถวนี้ เช่น ทำงาน เรียน หรือใช้ชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องเลี้ยง ‘เด็ก’ ไว้แถวนี้สักคน”
“อันนี้ใช้เป็นทิศทางในการคัดกรองขั้นต่อไปได้ครับ” เจียงหยวนตกลงเบื้องต้น
“แล้วยังไงต่อครับ?” หยวนป๋อหมินถามด้วยความใจร้อน
เจียงหยวนจ้องแผนที่อยู่นาน ก่อนจะชี้ไปที่ถนนสายหนึ่งที่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันออก “ถ้าอย่างนั้น ผมว่าเราควรเน้นรวบรวมกล้องวงจรปิดของถนนสายนี้ครับ เอาวิดีโอช่วงก่อนและหลังวันนัดส่งของสัก 3 วันออกมาตรวจดูให้หมด”
“ถนนสายนี้เป็นถนนพาณิชย์สายหลักเลยนะครับ” หยวนป๋อหมินพอมองตำแหน่งแล้วถึงกับมึน รีบบอกว่า “ริมถนนสายนี้มีห้างสรรพสินค้าชุมชน มีภัตตาคาร มีร้านของกินเล่น แล้วยังมีร้านค้าเล็กๆ เต็มไปหมด คนพลุกพล่านมากๆ เลยนะครับ”
“ไม่ยากขนาดนั้นหรอกครับ ยังไงมันก็เล็กกว่าขอบเขตรัศมีหลายกิโลเมตรของอู่อวี้เก๋อตั้งเยอะ” เจียงหยวนยิ้มน้อยๆ
“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ...”
“คนร้ายต้องมี ‘ลักษณะเฉพาะ’ บางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่นแน่นอนครับ” เจียงหยวนพูดปลอบหยวนป๋อหมินกลับ “คุณลองคิดดูสิ คนที่ซื้อขายยาเสพติดทีละหลายกิโลกรัมหรือหลายสิบกิโลกรัมในแต่ละครั้ง ต่อให้เขาไม่ลงมือส่งเอง บนตัวเขาต้องมีบุคลิกพิเศษบางอย่างติดตัวอยู่แน่นอน”
“นั่นก็ใช่ครับ” หยวนป๋อหมินเห็นด้วยก่อนจะถามต่อ “แล้วคุณจะเริ่มจากจุดไหน? ผมหมายถึง บุคลิกพิเศษที่ว่าคืออะไรบ้าง?”
“เช่น... ความรวย?” เจียงหยวนยิ้มแล้วว่า “พวกคนจนบนถนนสายนี้ ใครที่รายได้ต่อเดือนไม่ถึงหนึ่งหมื่นหยวน ตัดทิ้งไปได้เลย พวกชนชั้นแรงงานก็ตัดทิ้งไปได้เกือบหมด”
หยวนป๋อหมินลังเลอยู่สองวินาที “ผมไม่ได้สงสัยนะ แต่แค่อยากถามว่า ความรวยเนี่ยมันดูออกด้วยเหรอครับ?”
“ความรวยของ ‘คนทำงานหาเช้ากินค่ำ’ กับความรวยระดับ ‘เจ้าพ่อค้ายา’ น่ะ คนธรรมดาก็มองออกถึงความต่างครับ” เจียงหยวนพูดพลางบุ้ยปากไปทางหวังชวนซิง แล้วชี้ไปที่เว่ยซือค่านที่เดินเล่นฆ่าเวลาอยู่แถวริมกำแพง “สถานะการใช้ชีวิตของ ‘วัวควาย’ (กรรมกร) กับ ‘หมีแพนด้า’ (ลูกท่านหลานเธอ) น่ะ ยังไงมันก็ไม่เหมือนกันหรอกครับ”
----------
(จบบทที่ 1158)
หมายเหตุ:
*ระยะทางยูคลิด คือการวัดระยะห่างที่สั้นที่สุดระหว่างจุดสองจุดในแนวเส้นตรง คำนวณโดยใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส
--
*ระยะทางแมนฮัตตัน คือวิธีการคำนวณระยะห่างระหว่างจุด 2 จุด โดยคิดเป็นผลรวมของความแตกต่างสัมบูรณ์ของพิกัดแนวตั้งและแนวนอน เปรียบเสมือนการเดินตามบล็อกถนนในเมืองที่ไม่สามารถตัดทะลุสิ่งกีดขวางได้ (การเคลื่อนที่ได้เฉพาะทิศทางแนวนอนและแนวตั้ง (ขึ้น, ลง, ซ้าย, ขวา) คล้ายแท็กซี่วิ่งตามถนน)