เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202

บทที่ 202

บทที่ 202


บทที่ 202

ที่บันไดของโรงแรมดินเหนียว "หัตถ์แห่งปฐพี" นักเวทย์ชราสองคนในชุดคลุมสีขาวสะอาด กำลังเดินลงบันไดอย่างเชื่องช้า บทสนทนาของพวกเขาดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ

"โคลัน นายคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างใคร่รู้

"ฉันสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล เหมือนความสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ" โคลันตอบ น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกังวล "คนของตระกูลเลือดมังกรบอกว่าจะไปสำรวจซากโบราณ แต่ผ่านไปหลายวันก็ยังไร้วี่แวว เกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น"

"แล้วนักผจญภัยหนุ่มที่มาใหม่คนนั้น ... นายคิดว่า ..."

"เขาไม่ใช่บุคคลที่เราจะไปก้าวก่ายได้" โคลันตัดบท สีหน้าเคร่งขรึม "ในเมื่อพลังอำนาจของเขาเทียบเท่าบิชอป พวกเราก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเด็ดขาด"

นักเวทย์ชราพยักหน้า เห็นด้วยกับคำเตือนนั้น "ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อ ว่าเด็กหนุ่มอายุเพียงเท่านี้ กลับมีพลังระดับบิชอปได้ ไม่รู้ว่าเป็นสาวกจากกลุ่มศาสนาไหน"

"ต่อให้ไม่ได้สังกัดกลุ่มศาสนา แต่การเรียกเขาว่าบิชอปก็ไม่ได้เกินเลย เพราะพลังอำนาจคือมาตรฐานเดียวที่ใช้การตัดสินทุกสิ่ง" โคลันกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่ทั้งสองจะเดินจากไป

ทว่า พวกเขาไม่รู้เลยว่า เบื้องหลังเงาดำมืดของกำแพงโรงแรม แสงสว่างริบหรี่กำลังบิดเบี้ยว ร่างของอู๋เทียนค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า

เขาใช้ทักษะ "บิดเบือนแสงและเงา" สะกดรอยตามนักเวทย์ทั้งสองมาตลอด และแอบฟังบทสนทนาอย่างลับๆ

"ตระกูลเลือดมังกร ดูเหมือนจะอยู่ในซากโบราณจริงๆ" อู๋เทียนพึมพำกับตัวเองพลางหยิบแผนที่ออกมา

บนแผนที่ เส้นทางและจุดที่ทำเครื่องหมายไว้กำลังขยับ ภูเขา แม่น้ำ ทุ่งหญ้า และเทือกเขา ผลัดกันปรากฏขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

ในนั้นมีจุดหนึ่งที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ว่า "ซากโบราณ"

ข้างๆ จุดนั้นมีข้อความเขียนไว้ด้วยลายมือยุ่งเหยิงว่า

"อันตรายระดับสูงสุด แนะนำให้วีรบุรุษมาสำรวจ"

วีรบุรุษของพันธมิตรมนุษย์ อู๋เทียนรู้จักคำนี้ดี... เพราะตัวเขาเองก็เคยถูกเรียกเช่นนั้น

แน่นอน คำว่าวีรบุรุษนี้ไม่ได้หมายถึงวีรบุรุษจริงๆ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกผู้มีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง

การที่ซากโบราณแห่งนี้ถูกทำเครื่องหมายว่า "แนะนำให้วีรบุรุษมาสำรวจ" แสดงให้เห็นถึงความอันตรายที่ไม่อาจประมาทได้

"ต้องงี้สิถึงจะน่าสนใจ ไปกันเลย!" อู๋เทียนไม่ใช่คนชอบรีรอ เขารีบหันหลังกลับไปหาอาลิเซีย พาเธอบิดเบือนแสงและเงา ล่องหนหายไปจากโรงแรมดินเหนียว

ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นการจากไปของพวกเขา ยกเว้น... ‘โรงแรมดินเหนียว’

บนหลังคาโรงแรมแปลกประหลาด ดวงตากลมโตที่ทำจากดินเหนียวลืมตาขึ้นช้าๆ จับจ้องไปยังทิศทางที่อู๋เทียนจากไป ก่อนจะค่อยๆ ปิดลง เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

...

รอบๆ ฐานที่มั่นชั่วคราวของมนุษย์ ยังคงมีผู้คนพลุกพล่านไปมา เสียงพูดคุยดังไม่หยุด

อู๋เทียนเดินตามเส้นทางบนแผนที่ เขาต้องข้ามเทือกเขาสูงชัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 วัน

หลังจากเดินเท้ามาเป็นเวลา 12 ชั่วโมงเต็ม บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเงียบสงัด  ไม่มีมนุษย์ให้พบเห็นอีก

อู๋เทียนกับอาลิเซียเดินลึกเข้าไปในเทือกเขาสูง บรรยากาศโดยรอบเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ

ยามค่ำคืน

ความมืดคืบคลานเข้ามาปกคลุมผืนป่า มันแผ่ขยายปกคลุมทุกสรรพสิ่ง บวกกับความเงียบสงัดของเขตแดนลับแห่งความเงียบงัน ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวขึ้นเป็นทวีคูณ

อาลิเซียกุม "ไข่มุกแห่งสายน้ำ" ไว้แน่น มืออีกข้างหนึ่งกำชายเสื้อของอู๋เทียน ใบหน้าน่ารักซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

ความหนาวเหน็บและเงียบสงัด บรรยากาศชวนขนลุกเช่นนี้ มากพอที่จะเปลี่ยนคนร่าเริงให้กลายเป็นคนเงียบขรึมได้

"พะ ... พี่ชาย พี่ช่วยอุ้มหนูเดินได้ไหม" อาลิเซียเอ่ยเสียงสั่น เธอไม่สามารถเก็บซ่อนความกลัวได้อีกต่อไป

อู๋เทียนก้มลงมองเด็กสาวในอ้อมแขน เขาอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมาเบาๆ

"ทำไมเหรอ? หรือว่าสาวน้อยผมเงินผู้กล้าหาญจะกลัวความมืด?"

"เปล่าซักหน่อย ก็แค่... มันทั้งหนาว ทั้งมืด และเงียบขนาดนี้ ชวนให้ฟุ้งซ่านยังไงบอกไม่ถูก" อาลิเซียพึมพำ แก้มแดงระเรื่อด้วยความอาย ก่อนจะซุกตัวเข้าหาอู๋เทียน

เมื่อเห็นแบบนั้น อู๋เทียนจึงหยิบ "เสาโทเทมแห่งรัศมีแสงนับล้าน" ออกมาจากกระเป๋า แสงสว่างสีทองส่องประกายเจิดจ้า สว่างไสวไปทั่วทั้งป่า

จากนั้น เขาก็ค่อยๆ ย่อตัวลง อุ้มร่างบอบบางของเด็กสาวขึ้นในอ้อมแขน

อาลิเซียหัวเราะคิกคิกด้วยความดีใจ เธอซุกตัวลงกับอกของเขาอย่างสบายใจ "กลิ่นอายของพี่ชาย... ดีที่สุด"

สัมผัสอันอ่อนนุ่มของร่างกายบอบบาง และคำพูดหวานหยด ทำเอาหัวใจของอู๋เทียนเต้นแรง

"แค่ก แค่ก! เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าพูดจาแบบนี้สิ" อู๋เทียนพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้า เดินฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทาง เขาใช้โอกาสนี้เลื่อนขั้นและอัพเกรด "รัศมีแห่งลมกรด"

...

[รัศมีแห่งลมกรด]

เลเวล: 30 (ถึงขีดจำกัด)

คุณภาพ: เฉพาะตัว - ดีเลิศ

ผลลัพธ์: ความเร็วเคลื่อนที่ +1,000 (เพิ่ม +10,000 สำหรับตัวเอง)

ระยะ: 100 เมตร

เงื่อนไขการใช้งาน: 100 พลังเวทย์/วินาที

คำอธิบาย: อยากสัมผัสความเร็วของลมกรดดูไหม?

อู๋เทียนใช้ค่าประสบการณ์และเหรียญทองแห่งกฎจำนวนมหาศาล เลื่อนขั้นและอัพเกรด "รัศมีแห่งลมกรด" จนถึงเลเวล 30 ซึ่งเป็นขีดจำกัดสูงสุด!

"รัศมีแห่งลมกรด" เลเวล 30 เมื่อเทียบกับของเดิมที่มีเลเวล 10 แล้วมันต่างกันราวฟ้ากับเหว!

จาก 150 เพิ่มเป็น 1,000

เมื่อรวมกับความสามารถเพิ่มบัฟสิบเท่า ความเร็วของอู๋เทียนเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 หน่วย!

ด้วยความเร็วระดับ 10,000 หน่วย! ทำให้ตัวเขาราวกับสายลมหอบหนึ่ง เวลาทะยานไปข้างหน้า มันไม่เหมือนกับการวิ่งอีกต่อไป แต่เป็นกากร ‘บินระดับต่ำ’ สามารถข้ามผ่านหุบเขาสูงชันได้อย่างง่ายดาย

บางครั้งระหว่างทาง พวกเขาก็พบเจอกับมอนสเตอร์ระดับสามัญ เลเวล 10 หรือ 10 กว่าๆ เช่น อีกาสามตา ลิงยักษ์ และอื่นๆ ล้วนเป็นมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเขตแดนลับแห่งความเงียบงัน

ทว่าอู๋เทียนไม่สนใจ มอนสเตอร์พวกนี้อ่อนแอเกินกว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ เขาจึงปล่อยผ่านพวกมันไป

และน่าแปลกที่มอนสเตอร์เหล่านั้นไม่สามารถมองเห็นอู๋เทียนได้เลยแม้แต่น้อย

พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่า ชายหนุ่มกับเด็กสาวเพิ่งลอยข้ามหัวตัวเองไป

จบบทที่ บทที่ 202

คัดลอกลิงก์แล้ว