- หน้าแรก
- เกิดชาตินี้ พี่ขอเป็นเทพ
- บทที่ 182
บทที่ 182
บทที่ 182
บทที่ 182
แพนด้าตัวน้อยกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นหญ้า ดูน่ารักน่าเอ็นดูจนอู๋เทียนที่อยู่บนท้องฟ้าเห็นแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้นเอง อู๋เทียนก็พลันรู้สึกตัวว่าตัวเองสามารถมองเห็นภาพเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่อยู่สูงขึ้นมาหลายพันเมตร!
"นี่สายตาฉันดีขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?" อู๋เทียนลืมเรื่องแพนด้าไปจนหมดสิ้น มองสำรวจไปรอบๆ ด้วยความสนใจใคร่รู้
และก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
เขาสามารถมองเห็นยอดหญ้าสีเขียวสดที่อยู่บนพื้นดินได้อย่างชัดเจน แม้จะอยู่สูงขึ้นมาหลายพันเมตรก็ตาม
แม้แต่ลวดลายเส้นเล็กๆ บนใบหญ้า เขาก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน!
"สุดยอด! นี่มันแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ! แบบนี้ฉันคงสู้กับจูหลิงได้สบายๆ" ยิ่งคิด อู๋เทียนก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจ
แค่คุณสมบัติระดับตำนานปรัมปรา ก็สามารถทำให้เขากลายเป็นเทพ ควบคุมพลังของนักผจญภัยระดับสูงได้อย่างง่ายดาย!
เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถทำลายภูเขาทั้งลูกได้
เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถฟื้นคืนชีพให้ต้นไม้และสัตว์ได้!
"เสาโทเทมแห่งรัศมีแสงนับล้าน จงออกมา!"
"ไม่รู้ว่าเสาโทเทมแห่งรัศมีแสงนับล้านของจริงจะใหญ่โตขนาดไหน" อู๋เทียนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะโบกมือเรียกเข็มเล่มเล็กๆ ออกมา
วินาทีต่อมา
เข็มเล่มนั้นก็ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
ตูม!
20 เมตร 50 เมตร 100 เมตร 200 เมตร 500 เมตร...
เพียงไม่กี่วินาที เข็มเล่มเล็กๆ ก็ขยายขนาดกลายเป็นเสาสูงพันเมตร ทะลุฟ้า แทงทะลุเมฆ บดบังแสงอาทิตย์จนมิด!
"โอ้โห นี่มัน... กระบองวิเศษของหงอคงชัดๆ!" อู๋เทียนมองเสาโทเทมขนาดมหึมาตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะลองควบคุมมันเล่นอย่างสนุกสนาน
ถ้าฟาดเจ้าเสาโทเทมนี่ลงไป คงจะทำลายภูเขาทั้งลูกได้จริงๆ อย่างที่คิด
......
หลังจากอู๋เทียนเล่นสนุกกับ "ปาฏิหาริย์" จนพอใจแล้ว เขาก็รีบบินกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลฉู่
อาลิเซียที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงดังกึกก้องตั้งแต่ไกล ก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นอู๋เทียนบินกลับมาจากทิศนั้นก็ร้องเรียกด้วยความตื่นเต้น
"พี่ชาย! พี่ชายบินได้ด้วย เก่งจังเลยเจ้าค่ะ!"
"แน่นอนสิ!" อู๋เทียนบินลงมาถึงพื้น ยิ้มก้มลงไปบีบจมูกเล็กๆ ของอาลิเซียอย่างเอ็นดู
หลังจากสั่งเสียอาลิเซียเสร็จแล้ว อู๋เทียนก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง แล้วยกเลิก "ปาฏิหาริย์"
ทันทีที่ร่างกายสัมผัสกับเตียงนุ่มๆ ความเหนื่อยล้าก็เข้าครอบงำ
อู๋เทียนหลับตาลง ปล่อยให้สติจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
เพราะได้รับคำสั่งไว้แล้ว อาลิเซียจึงไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอะไร เด็กสาวค่อยๆ จัดท่านอนของอู๋เทียน ก่อนจะห่มผ้าให้เขาอย่างเรียบร้อย
สามวันต่อมา
อู๋เทียนค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นอย่างอ่อนเพลีย เขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกว่าร่างกายยังคงตึงๆ ไม่ค่อยสบายตัวนัก
"แต่ก็ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะนะ" อู๋เทียนลูบคอตัวเองเบาๆ มองสำรวจไปรอบๆ ห้อง
ภายในห้องเงียบสงบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
อาลิเซียนอนหลับอยู่ข้างเตียง ใบหน้าหวานละมุนดูผ่อนคลาย
ตอนนี้... น่าจะเป็นช่วงเที่ยงแล้ว
อู๋เทียนไม่ได้ปลุกอาลิเซีย เขาค่อยๆ ลุกจากเตียง เดินไปที่หน้าต่าง
สายลมเย็นพัดผ่านเข้ามา กระทบผิวกายจนรู้สึกหนาวเย็นเล็กน้อย
อู๋เทียนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
ในตอนนั้นเอง เสียงที่เขาตื่นขึ้นมาคงปลุกเด็กสาวเข้าพอดี อาลิเซียค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ขยี้ตาตัวเองเบาๆ
"ตื่นแล้วหรือ" อู๋เทียนหันกลับมาถาม
อาลิเซียยังคงทำหน้าตาเบลอๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ แล้วผุดลุกขึ้นนั่ง ยิ้มกว้างอย่างดีใจ
"พี่ชาย ท่านตื่นขึ้นมาแล้ว!"
"อืม ตอนนี้ผ่านไปกี่วันแล้ว"
"สามวันแล้วเจ้าค่ะ!"
"สามวัน... ก็นานเหมือนกันนะเนี่ย ช่วงที่ข้าหลับไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างไหม"
"คุณชายฉู่เฟิงมาหาพี่ชายหลายครั้งเลยเจ้าค่ะ ข้าบอกว่าท่านยังไม่ตื่น เขาเลยฝากข้อความเอาไว้ บอกว่าให้ท่านไปหาที่หอคัมภีร์"
"เรื่องอะไรกัน" อู๋เทียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย
แต่อาลิเซียก็ไม่รู้เรื่องอะไรไปมากกว่านั้น
เขาจึงได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนจะพาอาลิเซียออกจากห้องไปยังหอคัมภีร์
ในเวลานี้ ณ หอคัมภีร์ของตระกูลฉู่
ฉู่เฟิงกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ภายในหอคัมภีร์อย่างตั้งใจ
ทันใดนั้น เขาก็ขยับหูเล็กน้อย ก่อนจะวางตำราลงแล้วหันกลับไปมองทางประตู
"อาจารย์!" ฉู่เฟิงยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับ
"ได้ยินว่าเจ้ามีเรื่องจะคุยกับข้า" อู๋เทียนพูดอย่างตรงไปตรงมา
"ขอรับ" ฉู่เฟิงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมองผู้อาวุโสที่เฝ้าหอคัมภีร์อยู่ด้านข้าง
ผู้อาวุโสมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เดินเข้าไปหยิบตำราหลายเล่มออกมาจากชั้นวาง ก่อนจะนำมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าอู๋เทียน
[วิชาปราณลับของตระกูลฉู่]
[วิชากระบี่ของตระกูลฉู่]
[วิชายุทธลับ - ปีกอัสนี]
[วิชายุทธลับ - วิชาตัวเบาดุจขนนก]
ตำราเหล่านี้ล้วนเป็นวิชายุทธลับขั้นสูงของตระกูลฉู่
วิชายุทธ!
แต่อู๋เทียนกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะตำราเหล่านี้ไม่มีหน้าต่างคุณสมบัติปรากฎขึ้น
นั่นหมายความว่า
เขาไม่สามารถเรียนรู้มันได้ทันที ถ้าหากเขาอยากจะเรียนรู้วิชาเหล่านี้ เขาจะต้องฝึกฝนมันด้วยตัวเอง
"ตำราพวกนี้ ... หมายความว่าอย่างไร?" อู๋เทียนขมวดคิ้ว มองดูฉู่เฟิงด้วยสายตาไม่เข้าใจ
"ท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างไรหรอก เพียงแต่ท่านมาที่เมืองอันซู่ฃแบบนี้ แน่นอนว่าต้องมีจุดประสงค์บางอย่างอยู่ใช่หรือไม่" ฉู่เฟิงยิ้มอย่างรู้ทัน แล้วพูดต่อ "ข้าไม่ได้คิดลึกซึ้งอันใด แค่อยากจะช่วยท่านอาจารย์ก็เท่านั้นเอง"
"ไม่จำเป็นหรอก" อู๋เทียนส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
การฝึกฝนวิชายุทธลับต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบกว่าปี
เขาไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น หรือถ้าให้ฝึก แค่เดือนเดียวคงบินหนีกลับบ้านไปนานแล้ว ใครจะมานั่งเสียเวลาฝึกวิชาอะไรพวกนี้กัน
......
แต่ถ้าของพวกนี้มีค่าคุณสมบัติแจ้งเตือนขึ้นมาล่ะก็ อีกเรื่อง!
แค่ตบลงไปทีเดียวก็เรียนรู้ได้เลย แถมกดอัพเกรดได้อีกต่างหาก แบบนั้นถึงจะเจ๋งจริง!
"ท่านอาจารย์คิดมากไปแล้ว นี่เป็นเพียงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของศิษย์คนนี้เท่านั้น รับเอาไว้เถอะนะขอรับ" ฉู่เฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยน ยื่นตำราเหล่านั้นให้อู๋เทียนอีกครั้ง