เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 154

บทที่ 154

บทที่ 154


บทที่ 154

“เข้ามาเถอะ”

ภายในห้องทำงาน โอวหยางชิงกับจูหลิง และอาจารย์คนอื่นๆ ต่างนั่งหน้าซีดเซียว เหงื่อซึมเต็มใบหน้า ราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหยกๆ ดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด

อาจารย์เลิ่งที่ยืนคอยอยู่นอกประตูได้ยินดังนั้นจึงเปิดประตูออก แล้วหันกลับมาพูดกับคนที่อยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “อู๋เทียน เธอเข้าไปเถอะ ฉันขอเฝ้าอยู่หน้าประตูก็พอ”

“ครับ!”

อู๋เทียนพยักหน้ารับเบาๆ ไม่ได้เกรงใจ ก้าวเข้าไปในห้องอย่างเร่งรีบ

เขามองสำรวจห้องทำงาน ทั่วห้องดูเรียบง่าย เป็นเพียงห้องทำงานธรรมดาๆ ในอาคารสำนักงาน การตกแต่งภายในห้องก็ไม่มีอะไรพิเศษ

แต่ก็อย่างวลีที่ว่า... “ขุนเขาต่อให้มิได้สูงใหญ่ แต่หากมีเซียนอยู่ก็ล้ำค่า”

ในเมื่อมีเทพอยู่ในห้อง ห้องนี้ก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป

“อู๋เทียน มานี่สิ!”

บนใบหน้าซีดเผือดของโอวหยางชิงเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา พร้อมกับโบกมือเรียก

อู๋เทียนเหลือบมองเขาอย่างพิจารณา ผู้อำนวยการโอวหยางที่เคยดูมีชีวิตชีวาและน่าเกรงขาม ตอนนี้กลับดูราศีโรยราเหมือนเทียนไขใกล้ดับ ลมหายใจอ่อนแรงอย่างยิ่ง

นี่ไม่ใช่การเสแสร้ง

แต่เป็นความอ่อนแอของลมหายใจชีวิตที่ใครๆ ก็สัมผัสได้

“ให้ฉันแนะนำหน่อย เธอก็น่าจะรู้จักฉันกับอาจารย์บางคนแล้ว ส่วนคนนี้คือ ...” โอวหยางชิงยื่นมือออกไปพร้อมกับยิ้ม “ท่านชื่อว่า...”

ชื่อๆ หนึ่งถูกเอ่ยออกมา

ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ศีรษะของอู๋เทียนก็ราวกับจะระเบิด อำนาจเทพอันน่าสะพรึงข่มทับลงมา เกือบจะบดขยี้ศีรษะของเขาให้แหลกคามือ

เทพที่อยู่ในห้องดูเหมือนจะสังเกตเห็น จึงยกมือขึ้นเบาๆ พลังกดดันอันไร้ขอบเขตก็หายวับไปในทันที

“อย่าบอกชื่อจริงของเราให้เขารู้” เทพองค์นั้นหันศีรษะไปตักเตือนโอวหยางชิงด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ตอนนี้ระดับแก่นแท้ชีวิตของเขายังไม่เพียงพอ ยังไม่สามารถเผชิญหน้ากับเทพได้ตรงๆ”

โอวหยางชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ “ขออภัย ผมลืมไป ...”

“เราเดินบนเส้นทางเทพแห่งชีวิต เด็กน้อย เรียกเราว่าเทพแห่งชีวิตก็ได้” เทพองค์นั้นมองไปที่อู๋เทียน สำรวจเขาแล้วพยักหน้าเล็กน้อย “เด็กน้อย... ไม่เลวเลยนี่นา”

แววตาของเทพฉายแววชื่นชม ดูเหมือนจะมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวของเด็กหนุ่ม แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆ ออกมา

อู๋เทียนได้แต่ยืนนิ่ง ไม่รู้จะแสดงท่าทีอย่างไร

ไม่แน่ใจว่าเทพที่แท้จริงองค์นี้ จะรู้ข้อมูลที่แท้จริงของเขาหรือไม่

ตามกฎสูงสุดของอารยธรรมแห่งกฎ ข้อมูลพรสวรรค์ของผู้ผจญภัยทุกคนจะถูกปกป้องโดยกฎสูงสุด แม้แต่เทพอมตะก็ไม่สามารถสอดรู้ได้

แต่นี่เป็นเพียงสิ่งที่เรียนรู้จากตำรา ใครจะรู้ว่ามันถูกปรุงแต่งขึ้นมาหรือเปล่า

“ฮ่าๆ ไม่ขอปิดบังท่านเทพ เจ้าเด็กอู๋เทียนคนนี้ร้ายกาจจริงๆ ในการสอบจำลอง  เขาคนเดียวที่กดคนอื่นจนโงหัวไม่ขึ้น!”

โอวหยางชิงหัวเราะลั่น

แต่พอคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในมิติย่อย ใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “น่าเสียดาย มิติย่อยทั้งมิติหายไปในพริบตา”

“แค่มิติย่อย ถูกทำลายก็ถูกทำลายไปเถอะ ก็ยังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร” เทพแห่งชีวิตปลอบโยนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

อู๋เทียนที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเบะปากเล็กน้อย

ถึงมิติย่อยจะไม่ใหญ่นัก แต่ก็น่าจะมีประชากรหลายสิบล้านคนที่จู่ๆ ก็ตายกันหมดเลยนะ ...!

แต่เขาก็ไม่ใช่นักบุญ จึงไม่ได้รู้สึกเห็นใจอะไรมากมายนัก แค่รู้สึกแปล่บๆ ในอกตอนที่ได้ยินคำว่า “ก็ยังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร”

“เอ่อ ต้องขอบคุณท่านอีกครั้งที่ช่วยชุบชีวิตพวกเรากลับมา”

โอวหยางชิงพูดด้วยรอยยิ้ม แววตาเปล่งประกาย “ว่าแต่ท่านครับ ท่านก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมปลายสุ่ยเฉิงที่ 1 ผมอยากให้ท่านช่วยอะไรโรงเรียนสักหน่อย ...”

ศิษย์เก่า!?

อู๋เทียนเบิกตากว้างอย่างตกใจ เทพที่อยู่ตรงหน้าเขา เคยเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมปลายสุ่ยเฉิงที่ 1 งั้นเหรอ?

“มาขอทานกันตรงๆแบบนี้เลย? ไม่กลัวเราโกรธรึไง?”

เทพองค์นั้นพูดติดตลก แต่แววตายังคงเรียบนิ่ง

โอวหยางชิงหัวเราะ “ท่านใจกว้างอยู่แล้ว คงไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยแบบนี้หรอก!”

“...”

เทพแห่งชีวิตส่ายหน้าเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้า “เราจะสั่งการลงไป  อีกไม่นานจะมอบมิติแห่งหนึ่งให้กับโรงเรียนมัธยมปลายสุ่ยเฉิงที่ 1 พื้นที่ประมาณสี่ร้อยเท่าของมิติเดิม ทรัพยากรมากกว่าเดิมหนึ่งหมื่นเท่า”

มิติที่แท้จริง!

และไม่ใช่แค่มิติย่อยแบบเดิม!!

ม่านตาของอู๋เทียนหดเล็กลง นี่มันจะใจกว้างเกินไปหน่อยไหม!?

คนอื่นเขามอบเงิน มอบสิ่งของ

ส่วนท่านมอบมิติให้เลยเหรอ

มันจะเกินไปหน่อยไหม?

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ถึงขนาดอยากจะแซวสักหน่อยด้วยซ้ำ

“อ๊า~ ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนแล้ว ขอบคุณท่านเทพ!”

โอวหยางชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เทพแห่งชีวิตพยักหน้า ก่อนจะหันมามองที่อู๋เทียน แววตาฉายแววสนใจ เอ่ยถามว่า “เด็กน้อย เปลี่ยนอาชีพเป็นนักสร้างสรรค์แล้วหรือ?”

“ครับ”

อู๋เทียนพยักหน้า

บนร่างกายของเขาได้สลักดครงข่ายมนตราแล้ว จึงดูออกได้ง่ายๆ ว่าเปลี่ยนอาชีพแล้ว

แต่เทพองค์นี้สามารถมองออกว่าโครงข่ายมนตรานี้เขาสร้างขึ้นเอง ช่างลึกลับจริงๆ

“เส้นทางของนักสร้างสรรค์ไม่ใช่เส้นทางที่เดินสะดวก แต่รับรองว่ามีอนาคตไกล!”

เทพแห่งชีวิตเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อาชีพนักสร้างสรรค์ มีต้นกำเนิดมาจากสงครามระหว่างอารยธรรมแห่งกฎกับอารยธรรมพ่อมด อารยธรรมทั้งสองมาบรรจบกัน ทำให้อารยธรรมแห่งกฎมีอาชีพพ่อมด และมีอาชีพเสริมอย่างนักสร้างสรรค์ ซึ่งนักสร้างสรรค์ถือเป็นอาชีพที่โดดเด่น!”

“ในสงครามระหว่างอารยธรรม เคยมีปรมาจารย์นักสร้างสรรค์คนหนึ่งสลักโครงข่ายมนตราระดับตำนานปรัมปรา ต่อยทีเดียวทำลายจักรวาลขนาดเล็กของอารยธรรมแห่งกฎ ฆ่าเทพอมตะที่อยู่ในจักรวาลนั้น...”

จบบทที่ บทที่ 154

คัดลอกลิงก์แล้ว