- หน้าแรก
- เกิดชาตินี้ พี่ขอเป็นเทพ
- บทที่ 77 อัศวินปริศนา
บทที่ 77 อัศวินปริศนา
บทที่ 77 อัศวินปริศนา
บทที่ 77 อัศวินปริศนา
กลุ่มนักผจญภัยเลเวล 20 กว่าๆ กลุ่มนี้ เพิ่งออกมาจากประตูมิติ
ทันทีที่พวกเขาเห็นหวังชางเหอและคนอื่นๆ ก็รีบกรูเข้ามาล้อมพวกเขาไว้
“พวกแกจะทำอะไร!?”
แม้จะขี้ขลาด แต่หวังชางเหอก็ยังตะคอกเสียงแข็งกร้าวออกไป
ยังไงซะ เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นคุณชายใหญ่แห่งเมืองสุ่ยเฉิง!
จะยอมเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด!
“แก...”
อัศวินคนหนึ่งในกลุ่มนักผจญภัยจากต่างถิ่นมองหวังชางเหออย่างเย็นชา ก่อนเอ่ยว่า “พวกเราคือทีมกู้ภัย คุณหนูมู่หวงเออร์อยู่ไหน? พวกแกไม่ได้ใช้ 【ม้วนเทเลพอร์ต】 กันหรอกหรือ?”
ที่แท้ก็เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลังจากใช้ม้วนเทเลพอร์ต ทางฝั่งมู่หวงเออร์ก็จะมีนักผจญภัยจากทางตระกูลมาคอยสนับสนุน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน
เมื่อได้ยินดังนั้น
หวังชางเหอและคนอื่นๆ ก็ถึงบางอ้อ ที่แท้ก็เป็นคนที่พวกเขาเรียกทางอ้อมมานี่เอง!
แต่ทว่า...
“ขอโทษด้วยค่ะ แต่พี่หวงเออร์กับพี่อี้อี้ไม่ได้ใช้ม้วนเทเลพอร์ตค่ะ”
เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
อัศวินขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงทุ้มว่า “เกิดเรื่องขึ้นที่ไหน?”
“ในเทือกเขาทมิฬ ห่างจากที่นี่ไปประมาณสองสามชั่วโมง... ถ้ามีสัตว์ขี่หรือพวกพาหนะนะคะ”
เด็กสาวคนหนึ่งตอบ
เธอเป็นเด็กสาวจิตใจบริสุทธิ์ เมื่อได้ยินว่าอัศวินเป็นคนของตระกูลมู่ ก็เชื่อใจพวกเขาทันที
“อืม เรื่องช่วยเหลือคุณหนูปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง”
อัศวินพยักหน้า ก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม “ขอใครสักคน มาบอกทางพวกเราหน่อย!”
“หนูเองค่ะ!”
เด็กสาวคนเดิมอาสา
เธอดูเหมือนจะอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี กล้าหาญกว่าหวังชางเหอที่เป็นผู้ชายตัวโตเสียอีก
“หวังหลิน ระวังตัวด้วยล่ะ!”
“ใช่ๆ หวังหลินกล้าหาญจริงๆ ไม่เหมือนใครบางคน! เหอะๆ”
“สู้ๆ!”
...
ทุกคนต่างพูดให้กำลังใจ
หวังหลินยิ้มบางๆ
ตอนนี้ไม่รู้ทำไม สมองของหวังชางเหอกลับเกิดแรงกระตุ้นบางอย่างขึ้นมาอย่างกะทันหัน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขึ้นว่า “พวกเราก็ไปด้วย!”
“หา!?”
ทุกคนต่างอุทาน และพยายามร้องห้าม
แต่หวังชางเหอก็โบกมือปฏิเสธ แล้วพาลูกทีมสองคนของตัวเองก้าวออกมา แสดงท่าทีว่าจะไปช่วยเหลือด้วย
“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดี”
อัศวินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนส่งสัญญาณให้ลูกน้อง หยิบม้วนคัมภีร์ออกมาอันหนึ่ง
...
【ม้วนคัมภีร์เร่งความเร็วแบบกลุ่ม】
คุณภาพ: สีฟ้า
เลเวลที่ใช้ได้: 20
จำนวนครั้งที่ใช้: 1/1
เอฟเฟกต์: สิ้นเปลืองค่าพลังเวท 50 มอบความเร็วเคลื่อนที่ +800 ให้กับสมาชิกในกลุ่ม เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
คำอธิบาย: ไอเทมหายากสำหรับการเดินทาง
...
นี่คือไอเทมแบบใช้แล้วทิ้งอันแสนล้ำค่า
แต่อัศวินกลับไม่ลังเล ฉีกม้วนคัมภีร์ออกทันที
ในวินาทีถัดมา
ใต้ฝ่าเท้าของทุกคนในทีมก็รู้สึกราวกับเหยียบอยู่บนสายลม ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า!
“ไป!”
...
ภูมิประเทศบนเทือกเขานั้นซับซ้อนมาก
บนเส้นทางเล็กๆ
บางครั้งก็มีสัตว์ร้ายและมอนสเตอร์ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกระโจนเข้ามาโจมตีทั้งสามคน
เพราะอย่างไรเสีย ร่างกายของมนุษย์นั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักในโลกใบนี้
ขณะที่สัตว์ร้ายในเทือกเขานั้นล้วนสูงสามถึงสี่เมตร เมื่อเห็นมนุษย์ตัวเล็กๆ สามคน สมองอันน้อยนิดของพวกมันย่อมคิดว่าพวกเขาอ่อนแอ จึงลงมือโจมตี!
ผลก็คือ...
“ฉึกๆๆ——!”
ณ ลานโล่งแห่งหนึ่ง
หยางอี้อี้และมู่หวงเออร์กำลังนั่งพักอยู่บนก้อนหิน
ส่วนอู๋เทียนกำลังถือ “กระบี่เพลิงพิโรธ” หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นๆ เสียบไม้ย่างอยู่บนกระบี่
ก็อย่างที่คำอธิบายอุปกรณ์บอกไว้
“กระบี่เพลิงพิโรธ” นี้เป็นไอเทมขั้นเทพสำหรับการย่างจริงๆ ไม่เพียงแต่จะสามารถควบคุมเปลวไฟได้ตามใจชอบเท่านั้น แม้แต่ความร้อน องศา และระยะของเปลวไฟก็ยังสามารถควบคุมได้อย่างอิสระ
ไม่นานเนื้อก็สุก
อู๋เทียนหยิบ “เครื่องเทศ” “ยี่หร่า” และอื่นๆ จากช่องเก็บของ แล้วโรยลงไป
ไม่กี่วินาทีต่อมา
กลิ่นหอมก็โชยมาเตะจมูก
อู๋เทียนสูดดมเข้าไปลึกๆ ท้องก็ร้อง “โครกคราก” ขึ้นมาทันที
“เกรียมนอกนุ่มใน มันฉ่ำแต่ไม่เลี่ยน! เนื้อย่างแบบนี้ สุดยอดไปเลย!”
อู๋เทียนชมตัวเองไม่หยุด
เขาหยิบเนื้อชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาโยนเข้าปาก
“อืมมม! อร่อยเหาะ!”
อู๋เทียนพูดไม่ออก ได้แต่กินอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อมู่หวงเออร์กับหยางอี้อี้เห็นดังนั้นก็รีบเข้าร่วม “แย่งเนื้อ” ทันที สัตว์ร้ายตัวใหญ่ที่เพิ่งจะคิดจะโจมตีพวกเขาทั้งสามเมื่อครู่นี้ ได้กลายเป็นอาหารในท้องของพวกเขาในพริบตา
ระหว่างที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
หูของอู๋เทียนก็ขยับเล็กน้อย ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังมาแต่ไกล
“มีคนมา เป็นมนุษย์ แถมยังมาไม่น้อยด้วย”
อู๋เทียนเอ่ยขึ้น
“คนเหรอ? ระวังตัวด้วย!”
มู่หวงเออร์ขมวดคิ้ว วางเนื้อในมือลง
ในโลกต่างมิติ แม้แต่นักผจญภัยจากอารยธรรมเดียวกัน ก็ต้องระวังซึ่งกันและกัน
นี่ไม่ใช่เรื่องตลก
แม้ว่าจะเป็นอารยธรรมเดียวกัน แต่เมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ใครจะไปรู้ว่าในนั้นจะมีคนชั่วอยู่เท่าไหร่?
ไม่นานนัก
กลุ่มคนก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขาทั้งสาม
มีทั้งอัศวินและนักผจญภัยอาชีพอื่นๆ
สิ่งที่เหมือนกันคือ ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขามีสายลมพัดผ่าน “ผลักดัน” ให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“นั่นมันอัศวินคุ้มกันของตระกูลมู่!”
มู่หวงเออร์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนหันไปบอกว่า “พี่อี้อี้ น้องชาย ไม่ต้องประหม่า นั่นอัศวินจากทางตระกูลฉันเอง!”
“งั้นก็แล้วไป”
อู๋เทียนลูบคางตัวเองเบาๆ
แต่ไม่รู้ทำไม ... เขาเลือกกดเซฟโดยไม่รู้ตัว
“เซฟสำเร็จ!”
“ช่องเซฟ: 2”