- หน้าแรก
- ระบบถ้ำบำเพ็ญเพีย เริ่มเกมปุ๊บก็จับคู่ได้สาวงามดาวโรงเรียน
- บทที่ 21 เผชิญหน้าราชันหมูป่า อันตราย!!
บทที่ 21 เผชิญหน้าราชันหมูป่า อันตราย!!
บทที่ 21 เผชิญหน้าราชันหมูป่า อันตราย!!
บทที่ 21 เผชิญหน้าราชันหมูป่า อันตราย!!
หลังจากขุดหลุมใกล้กับประตูหินของถ้ำบำเพ็ญเพียร และใช้หินกับก้อนเหล็กสกัดมาสร้างเป็นส้วมซึมสำเร็จ เวลาตอนนั้นก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงเช้าพอดี
[ขอแสดงความยินดีกับทีมของกู้ฝานและเจียงชิงเยว่ที่ได้อันดับ 4850 ของโลก ได้รับรางวัล โอสถปราณโลหิต × 4]
[ขอแสดงความยินดีกับทีมของกู้ฝานและเจียงชิงเยว่ที่ได้อันดับ 1256 ของประเทศจีน ได้รับรางวัล โอสถปราณโลหิต × 1, ทองคำ × 10, ก้อนเหล็กสกัด × 20, หิน × 30, ไม้ × 40]
[ขอแสดงความยินดี...]
[...]
[...]
การจัดอันดับทั้งห้ารายการล้วนแจกรางวัล และไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งหมดนั้นคือทรัพยากรที่พวกเขาต้องการใช้ในระยะนี้ อย่างเช่นโอสถปราณโลหิตและวัสดุต่างๆ
กู้ฝานกลืนโอสถปราณโลหิตลงไปสี่เม็ด และเหลือไว้ให้เจียงชิงเยว่หนึ่งเม็ด ในตอนนี้ค่าปราณโลหิตของเขาพุ่งทะยานถึง 75 จุด เข้าใกล้ขั้นหลอมกายาระดับ 1 เข้าไปทุกที!
ส่วนสนับมือทองคำ พวกเขาก็ใช้ทองคำ วิญญาณ และก้อนเหล็กสกัดเพื่อสร้างมันขึ้นมาหนึ่งคู่เช่นกัน
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะเก็บสะสมวิญญาณไว้เพื่ออัปเกรดถ้ำบำเพ็ญเพียร แต่เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว ทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดอย่างหินวิญญาณนั้น พวกเขามีอยู่เพียงแค่ก้อนเดียว และตอนนี้ก็ยังเร็วเกินไปที่จะอัปเกรดถ้ำบำเพ็ญเพียร
พวกเขาเชื่อว่าในขั้นตอนนี้ คงมีน้อยคนนักที่จะสามารถอัปเกรดถ้ำบำเพ็ญเพียรของตัวเองได้ ทั้งสองคนจึงไม่ได้รีบร้อนอะไร
กู้ฝานสวมสนับมือ ในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับว่าสามารถชกวัวตายได้ด้วยหมัดเดียว!
หลังจากนั้น ทั้งสองก็วางแผนที่จะมุ่งหน้าไปยังบริเวณใกล้เคียงกับถ้ำหินปูนแห่งเดิม เพื่อค้นหาหีบสมบัติ ก้อนเหล็ก และทองคำต่อไป
ทว่าในระหว่างทาง พวกเขากลับบังเอิญพบหมูป่าสองตัวกำลังวิ่งไล่ขวิดคนอยู่
ชายคนนั้นสวมชุดขั้นรวบรวมลมปราณ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง เมื่อเห็นกู้ฝานกับเจียงชิงเยว่ เขาก็รีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาทันที
ชายหนุ่มคนนี้ดูอายุน้อย น่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และไม่แน่ใจว่ามาจากมหาวิทยาลัยเดียวกับพวกกู้ฝานหรือไม่
"พี่ชาย ช่วยด้วย!!"
ชายหนุ่มตะโกนลั่น
หมูป่าตัวหนึ่งซึ่งมีความยาวถึงสามเมตรแถมยังมีเขี้ยวหนาเตอะ เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนของชายคนนั้น มันก็รีบพุ่งทะยานเข้าใส่เขาทันที
ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้นดูน่าเกรงขามยิ่งกว่า ตัวของมันยาวกว่าสี่เมตร และมีดวงตาที่กระหายเลือด
ดวงตาของกู้ฝานหรี่แคบลง
เขารีบเอาตัวบังเจียงชิงเยว่ไว้ด้านหลังทันที
ผู้ชายคนนี้เหลือเชื่อจริงๆ เล่นวิ่งตรงดิ่งมาหาพวกเขาแบบนี้
คิดว่าชีวิตของตัวเองสำคัญ แต่ชีวิตของเขากับชิงเยว่ไม่มีค่าหรือยังไง?
กู้ฝานไม่อยากจะช่วยคนแบบนี้เลย
[ราชันหมูป่า ไร้ระดับพลัง พลังชีวิต: 80 พลังโจมตี: 20 พลังป้องกัน: 110 ความเร็ว: 50]
[ราชันหมูป่า ไร้ระดับพลัง พลังชีวิต: 85 พลังโจมตี: 30 พลังป้องกัน: 125 ความเร็ว: 53]
สีหน้าของกู้ฝานและเจียงชิงเยว่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากสบตากันอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีไปอีกทาง
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย?
พลังชีวิต 80 กับ 85 ก็เรื่องหนึ่ง
แต่พลังป้องกันมันจะสูงปรี๊ดขนาดนั้นเลยเหรอ??
ต่อให้มีสนับมือทองคำกับหมัดมังกรพยัคฆ์ การจะล้มมันให้ได้สักตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ?
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ
มันมีตั้งสองตัว!
กู้ฝานไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาจับเจียงชิงเยว่ขึ้นขี่หลัง แล้วสับแหลกหนีไปอีกทางทันที
เมื่อชายหนุ่มเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ความสิ้นหวังก็ปรากฏชัดบนใบหน้า
เขาจ้องเขม็งไปยังร่างของกู้ฝานและเจียงชิงเยว่ที่กำลังวิ่งหนีด้วยความเคียดแค้น
โดยไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมยื่นมือเข้าช่วย
คนหนึ่งสวมชุดสีเขียวและสวมสนับมือทองคำ มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีอุปกรณ์ชั้นดี
อีกคนหนึ่งก็มีค่าปราณโลหิตที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน
ถ้าพวกเขายอมช่วย
เขาอาจจะรอดพ้นจากอันตรายไปได้แท้ๆ
ส่วนเรื่องที่ว่ากู้ฝานกับเจียงชิงเยว่จะต้องมาเสี่ยงอันตรายตามแผนของเขาหรือไม่นั้น มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจเสียหน่อย
ไม่นานนัก ร่างของเขาก็ถูกราชันหมูป่าทั้งสองตัวฉีกกระชากจนขาดวิ่นและกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม เหลือทิ้งไว้เพียงโครงกระดูกและวัสดุในกระเป๋าเป้ที่ไร้ประโยชน์
จากนั้น ราชันหมูป่าก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยแววตาที่ดุดันและเฉียบขาด
พวกมันทั้งคู่คือสัตว์ป่าที่กำลังจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับ 1 ทันทีที่บรรลุถึงขั้นนั้น พวกมันจะไม่ถูกเรียกว่าสัตว์ป่าอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นมอนสเตอร์
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น
หมูป่าทั้งสองตัวก็ค่อยๆ เดินจากไปพร้อมกับส่งเสียงร้องอู๊ดอี๊ด
ในขณะเดียวกัน กู้ฝานก็โอบกอดเจียงชิงเยว่ไว้แน่น พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ห่างๆ และแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะพอรับมือได้สักตัวหากทุ่มสุดกำลัง
แต่ชิงเยว่ล่ะจะทำยังไง?
กู้ฝานไม่มีวันยอมให้เจียงชิงเยว่ต้องเผชิญกับอันตรายใดๆ อย่างเด็ดขาด
แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ยอม!
กู้ฝานไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดที่ผู้ชายคนนั้นต้องตาย
การจบชีวิตหลังจากทะลุมิติมายังดาวเสวียนหลิงแห่งนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปจนชินตาเสียแล้ว
ถ้าเขาเข้าไปช่วยผู้ชายคนนั้นสู้กับราชันหมูป่า
หากโชคดี พวกเขาอาจจะรอดชีวิตมาได้พร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส
และชายคนนั้นก็อาจจะซาบซึ้งใจ มอบสิ่งตอบแทนให้เล็กๆ น้อยๆ แล้วก็จากไป
แต่ถ้าโชคร้าย
เจียงชิงเยว่อาจจะต้องมาตายเพราะเรื่องนี้
แถมยังมีความเป็นไปได้ว่า ทันทีที่พวกเขาโค่นราชันหมูป่าลงได้ ผู้ชายคนนั้นอาจจะลอบโจมตีทีเผลอ
ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเขาคงจบเห่แน่
กู้ฝานไม่กล้าเอาชีวิตไปเสี่ยง
เขาไม่กล้าเดิมพันกับความชั่วร้ายในสันดานของมนุษย์หรอก
หลังจากผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง
กู้ฝานกับเจียงชิงเยว่ก็ชะโงกหน้าออกมาดูอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินเข้าไปยังจุดที่ผู้ชายคนนั้นถูกสังหาร
พวกเขาเห็นพื้นดินเจิ่งนองไปด้วยเลือดและเศษเนื้อเละเทะ และมองเห็นโครงกระดูกเปื้อนเลือดอยู่ลางๆ
"ฟู่ กู้ฝาน โชคดีนะที่พวกเราหนีมาได้ ราชันหมูป่าสองตัวนี้คงจะเป็นบอสของป่าแห่งนี้แน่ๆ ค่าสถานะของพวกมันสูงลิบลิ่วเลย!"
ถูกต้องแล้ว พลังโจมตีของกู้ฝานในตอนนี้ หากไม่รวมสนับมือทองคำ จะอยู่ที่ประมาณ 20 จุด
และเมื่อรวมกับโบนัสเริ่มต้นจากสนับมืออีก 40 จุด บวกกับการซ้อนทับพลังของหมัดมังกรพยัคฆ์ เขาคงสร้างความเสียหายได้ประมาณ 180 จุด!
ดาเมจดูเหมือนจะรุนแรงก็จริง
แต่อย่าลืมสิว่าพวกมันมีพลังป้องกันถึง 125 จุดเชียวนะ!
ยิ่งไปกว่านั้น ดาเมจ 180 จุดจากการโจมตีของกู้ฝาน สามารถปลดปล่อยออกมาได้เพียงครั้งเดียวในระยะเวลาสั้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์จากสนับมือทองคำหรือหมัดมังกรพยัคฆ์ก็ตาม
ดังนั้น ต่อให้เขาฟลุกฆ่ามันตายได้ตัวหนึ่ง แต่อีกตัวหนึ่งก็ต้องโค่นกู้ฝานลงได้อย่างแน่นอน
"ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเจอแค่ตัวเดียว พวกเราก็ยังพอฆ่ามันได้อยู่"
กู้ฝานเอ่ยพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย
หลังจากนั้น ทั้งสองก็เก็บรวบรวมไอเทมทั้งหมดที่ดรอปจากร่างของผู้ชายคนนั้น
[ได้รับต้นกล้าแอปเปิล]
[ได้รับหินวิญญาณ × 1]
[ได้รับก้อนเหล็กสกัด × 32]
[ได้รับหิน × 53]
[ได้รับ...]
ส่วนใหญ่เป็นวัสดุพื้นฐาน
สิ่งเดียวที่ทำให้ทั้งสองประหลาดใจก็คือหินวิญญาณที่หายากสุดๆ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้คงจะดวงดีเปิดเจอในหีบสมบัติมาแน่ๆ
ขณะที่ทั้งสองกำลังเก็บของเสร็จและเตรียมตัวจะเดินทางไปยังถ้ำหินปูนแห่งนั้น
ร่างของหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้แห้งตายด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เมื่อเห็นศพของแฟนหนุ่ม สีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
"สวี่ชาง อย่ามาหลอกให้ฉันกลัวนะ สวี่ชาง ถ้าคุณตายไป แล้วฉันจะอยู่ยังไงล่ะ!"
หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่าเฉินซินเอ๋อร์ เธอถูกจับคู่กับแฟนหนุ่ม และอาศัยอยู่ในโพรงไม้ของต้นไม้ใหญ่ตระหง่านในบริเวณใกล้เคียง
ทว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา วัสดุ อาหาร น้ำดื่ม และทรัพยากรสำหรับก่อสร้างทั้งหมด ล้วนเป็นฝีมือการหามาของสวี่ชาง แฟนหนุ่มของเธอทั้งสิ้น
และถ้ามีของดีๆ อย่างโอสถปราณโลหิต สวี่ชางก็จะแบ่งให้เฉินซินเอ๋อร์อย่างเท่าเทียมกัน
ตอนนี้ หลังจากที่สวี่ชางตายไป เธอคงไม่มีปัญญาเอาชีวิตรอดต่อไปได้แน่ๆ
เธอยังไม่อยากจะเชื่อประกาศแจ้งเตือนการตายของคู่หูเมื่อครู่นี้เลย แฟนของเธอเป็นถึงผู้เล่นระดับสูงที่ติดท็อปหนึ่งแสนอันดับแรกของโลก แถมยังมีค่าปราณโลหิตตั้งสี่สิบกว่าจุดเชียวนะ!
เขาจะตายได้ยังไงกัน!
แต่ตอนนี้...
กู้ฝานกับเจียงชิงเยว่สบตากัน แม้จะรู้สึกเห็นใจ แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลยสักนิด
ทั้งสองคนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว และไม่ได้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอะไรด้วย
คำถามเดียวก็คือ ควรจะคืนของของสวี่ชางให้เธอไปดีไหม?
ทั้งสองเริ่มรู้สึกลังเลใจเล็กน้อย
แววตาของเฉินซินเอ๋อร์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เธอจ้องเขม็งไปที่กู้ฝานและเจียงชิงเยว่อย่างไม่วางตา
"บอกฉันมานะ! พวกแกเป็นคนฆ่าสวี่ชางใช่ไหม! พวกแกมันจิตใจอำมหิต ระวังนรกจะกินกบาล!"
"ดูสภาพศพก็รู้แล้วว่าโดนสัตว์ป่าทำร้าย แถมยังเป็นฝีมือของราชันหมูป่าที่ใกล้จะบรรลุขั้นหลอมกายาระดับ 1 ด้วย มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราสักหน่อย"
กู้ฝานพูดพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
อีกอย่าง เป็นเพราะสวี่ชางวิ่งลากพวกมันมาทางพวกเขา กู้ฝานกับเจียงชิงเยว่ก็เลยเกือบจะซวยไปด้วย
"แล้วทำไม ทำไมพวกแกถึงไม่ช่วยแฟนฉันล่ะ!! พวกแกก็อยู่ตรงนั้นด้วยไม่ใช่หรือไง!"
เฉินซินเอ๋อร์แผดเสียงด่าทอด้วยความโกรธแค้น
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความชิงชัง
ราวกับว่าคนที่ลงมือฆ่าแฟนหนุ่มของเธอก็คือกู้ฝานและเจียงชิงเยว่อย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น กู้ฝานก็พยักหน้า
"ใช่ ตอนที่แฟนเธอโดนวิ่งไล่ขวิดน่ะ เขาวิ่งตรงดิ่งมาหาพวกเรา ถ้าเราหนีไม่ทัน ก็คงได้ตายตกตามกันไปแล้ว"
กู้ฝานยักไหล่
"น้องสาว อย่าเข้าใจผิดไปหน่อยเลย คนที่ฆ่าแฟนเธอคือราชันหมูป่า ไม่ใช่พวกเรา..."
เจียงชิงเยว่เอ่ยพลางขมวดคิ้ว
"ถ้าพวกแกไม่หนีแล้วอยู่ช่วยแฟนฉัน บางทีเขาอาจจะไม่ตายก็ได้... พวกแกนั่นแหละที่เป็นฆาตกร!"
เฉินซินเอ๋อร์พูดด้วยความเจ็บปวด ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วร้องไห้โฮออกมา
เธอเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าแฟนหรือพ่อแม่ ขอแค่เธอทรุดตัวลงไปนั่งร้องห่มร้องไห้กับพื้น อีกฝ่ายก็จะใจอ่อนและรู้สึกสงสารเธอทันที
ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับไม่เป็นไปตามที่เฉินซินเอ๋อร์คาดคิด
"จะคิดยังไงก็ช่างเถอะ พวกเราจะไปแล้ว ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ"
กู้ฝานดึงมือเจียงชิงเยว่แล้วเดินจากไปในทันที
ภาพนั้นทำเอาเฉินซินเอ๋อร์ถึงกับนั่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก
...