เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เสี่ยวชิงเยว่ผู้ขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก!!

บทที่ 15 เสี่ยวชิงเยว่ผู้ขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก!!

บทที่ 15 เสี่ยวชิงเยว่ผู้ขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก!!


บทที่ 15 เสี่ยวชิงเยว่ผู้ขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก!!

[ได้รับวิญญาณ x 1]

[ได้รับศพดิบสีเขียว x 20

หมายเหตุ: การกินศพดิบสีเขียวมีโอกาสสูงที่จะทำให้คุณกลายร่างเป็นศพเขียว และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะได้รับสายเลือดศพเขียว

การบรรลุถึงขั้นหลอมกายาสามารถต้านทานพิษจากศพดิบสีเขียวได้]

[ได้รับพิษศพเขียว x 1]

ทั้งสองมองดูพิษศพเขียวโดยไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไร แต่ก็เก็บมันไว้กับตัวก่อน

กระเป๋าเป้ของพวกเขายังมีที่ว่าง อีกทั้งของส่วนใหญ่ก็ถูกเก็บไว้ในถ้ำบำเพ็ญเพียรแล้ว

กู้ฝานทำหน้าที่เดินนำสำรวจต่อไป และหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง

พวกเขาก็มาถึงสุดทาง

ใบหน้าของกู้ฝานเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ที่ทางเข้าถ้ำด้านในคือถ้ำหินปูนที่มีความสูงนับร้อยเมตร ในขณะเดียวกันก็มีแหล่งกำเนิดแสงสลัวๆ ตามจุดต่างๆ ทว่าพวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เปล่งแสงได้พวกนี้คืออะไร

พร้อมกันนั้น

เสียงคำรามต่ำของมอนสเตอร์ก็ดังแว่วมาจากมุมต่างๆ ของถ้ำหินปูน

หากถูกโจมตีแบบรุมล้อม กู้ฝานกับเจียงชิงเยว่ต้องจบเห่แน่

เจียงชิงเยว่กระตุกชายเสื้อของกู้ฝาน

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล

"กู้ฝาน พวกเราจะทำยังไงดี...?"

กู้ฝานกัดฟัน ถ่ายรูปแล้วส่งเข้าไปในช่องแชต

กู้ฝาน: "ทุกคน ในถ้ำหินปูนแบบนี้มีมอนสเตอร์เยอะไหม? แนะนำให้เข้าไปสำรวจในตอนนี้หรือเปล่า?"

ไม่นาน คอมเมนต์ด้านล่างก็ถูกดึงดูดด้วยรูปถ่ายของกู้ฝาน

[เชี่ยยย ถ้ำหินปูนใหญ่ขนาดนี้ ข้างในจะมีหีบสมบัติกี่ใบกันวะเนี่ย?]

[พี่ชาย ผมแนะนำให้หนีถ้าทำได้นะ ข้างในมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนเลยแหละ ผมว่าพี่ควรจะพิจารณาเข้าไปอีกทีหลังจากทะลวงถึงขั้นหลอมกายาได้แล้วดีกว่า]

[ฉันได้ยินมาว่ามีมอนสเตอร์ที่ชื่อว่า หัวกะโหลก สามารถยิงธนูจากระยะไกลได้ มีหลายคนที่เข้าไปสำรวจถ้ำและถ้ำหินปูนแล้วถูกพวกพลธนูหัวกะโหลกยิงเอา]

[บ้าเอ๊ย มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ...]

[ฉันแนะนำว่าอย่าไปถ้ำหินปูนที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์แบบนั้นเลย แค่ขุดหินอยู่แถวๆ นั้นดูก่อน เผื่อจะเจอแร่เหล็กหรือแร่เพชรบ้าง]

[ตอนนี้พวกนายมีเหล็กกันแล้วเหรอ? จุดเกิดของฉันอยู่ริมทะเล ไม่มีเหล็กเลยสักชิ้น]

...

เมื่อเห็นข้อความสนทนาด้านล่าง กู้ฝานก็เกิดความลังเล

ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น:

"ช่างเถอะ ที่นี่ใหญ่เกินไป แถมข้างล่างยังมีความต่างระดับของพื้นที่อีก เราไปหาแร่เหล็กหรืออะไรทำนองนั้นแถวๆ นี้กันดีกว่า"

กู้ฝานตัดสินใจล่าถอย

ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาเพิ่งมาอยู่ในโลกนี้ได้เพียงสองวันกว่าๆ เท่านั้น และยังรู้อะไรน้อยเกินไป

"ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ที่นี่มืดมาก ฉันกลัว"

เจียงชิงเยว่กล่าวด้วยความหวาดหวั่น

"ถ้าอย่างนั้นเราลองดูไหมว่าจะขุดเหล็กในอุโมงค์นี้ได้หรือเปล่า?"

กู้ฝานและเจียงชิงเยว่ล่าถอยและเดินจากไป

สิ่งที่ทั้งสองคนไม่ได้สังเกตเห็นก็คือ

ดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งที่อยู่เบื้องล่างเพิ่งจะจ้องมองพวกเขาเมื่อครู่

หากพวกเขาตัดสินใจกระโดดลงไปและค้นหาสมบัติในถ้ำหินปูนแห่งนี้ แม้จะไม่ได้การันตีความตายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีโอกาสถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะต้องจบชีวิตลง

ทั้งสองเลือกจุดกึ่งกลางระหว่างทางเข้าและทางออกของอุโมงค์

จากนั้นก็หยิบอีเต้อหินออกมาและเริ่มลงมือทำงาน

ยามหิวก็กินซี่โครงแพะย่าง ยามกระหายก็ดื่มน้ำ

เวลาล่วงเลยไปจนถึงสี่โมงเย็น ทั้งสองคนรวบรวมหินได้กว่าร้อยก้อนและเหล็กดิบอีกกว่าสามสิบชิ้น

บริเวณข้างถ้ำหินปูนมีเหล็กอยู่เยอะมากจริงๆ...

คงพูดได้เพียงว่า ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งสูง

เพราะในช่วงบ่าย พวกเขาเผชิญหน้ากับกูลอีกหนึ่งตัวและศพเขียวอีกสองตัว แต่ก็ไม่มีตัวไหนเลยที่เป็นคู่ต่อสู้ของกู้ฝานและเจียงชิงเยว่ได้

ก่อนที่จะเตรียมตัวกลับ กู้ฝานได้ขุดหินทะลุไปอีกหนึ่งบล็อก

ทันใดนั้น หีบสมบัติทอประกายระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า!

[ได้รับหีบสมบัติขั้นหลอมกายา ระดับ 1]

"เร็วเข้ากู้ฝาน เปิดให้ฉันดูหน่อย ฉันคันไม้คันมือไปหมดแล้ว!"

เจียงชิงเยว่ถูมือไปมาอย่างตื่นเต้นเหมือนแมลงวัน เธอรับหีบสมบัติมาไว้ในมือและรีบเปิดมันออก

แสงสีทองอันคุ้นเคยสาดส่องออกมาอีกครั้ง

[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับแบบแปลนกล่องไม้ถาวร!!!]

[ได้รับโอสถปราณโลหิต x 3]

"แบบแปลนถาวร! มีแบบแปลนถาวรโผล่มาด้วย!!"

เจียงชิงเยว่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

มูลค่าของแบบแปลนถาวรนั้นสูงมากในช่วงเริ่มต้นอย่างไม่ต้องสงสัย

กล่องไม้ก็ตามชื่อเลย มันมีไว้สำหรับเก็บเสบียง ไม่ว่าจะเป็นการกักเก็บน้ำ สิ่งของอื่นๆ หรือแม้กระทั่งใช้สำหรับอาบน้ำก็สะดวกมาก!

เจียงชิงเยว่ไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว ร่างกายของเธอเหนียวเหนอะหนะและคันยิบๆ ไปหมด

ยิ่งไปกว่านั้น เธอเริ่มได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจางๆ จากชุดขั้นรวบรวมลมปราณของตัวเองแล้ว

ในเมื่อเธอได้กลิ่น

กู้ฝานเองก็คงไม่ต่างกัน

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็รู้สึกขวยเขินขึ้นมาเล็กน้อย

ช่องเก็บของของแต่ละคนมีเพียงหนึ่งร้อยช่อง หากเป็นวัสดุประเภทเดียวกัน เช่น ไม้หรือหิน ทุกๆ หนึ่งร้อยชิ้นจะใช้พื้นที่หนึ่งช่อง

หากมีกล่องไม้ ทั้งสองคนก็ไม่ต้องพกของติดตัวไปมากมายเวลาออกไปข้างนอก และยังสามารถขนของกลับมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ

กู้ฝานและเจียงชิงเยว่ต่างมองเห็นความหวังในอนาคตจากแววตาของกันและกัน

"ชิงเยว่ เธอเป็นดาวนำโชคของฉันจริงๆ!"

กู้ฝานร้องอุทาน

"แน่นอนอยู่แล้ว ฉันมีพรสวรรค์ระดับ S เชียวนะ!"

เจียงชิงเยว่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

แต่เธอก็รีบตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้

เธอพึมพำเสียงเบา "ชิ ใครเป็นของนายกัน...?"

เมื่อเห็นดังนั้น

กู้ฝานก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป

เขาเอ่ยอย่างระมัดระวัง:

"ชิงเยว่ ฉันขอโทษนะ... ฉันแค่ตื่นเต้นไปหน่อยน่ะ"

เมื่อเผชิญกับท่าทีถอยร่นของกู้ฝาน เจียงชิงเยว่ก็กลอกตาใส่เขา

เจ้ากวางทึ่มเอ๊ย

ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันอีกเหรอ?

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดว่ากู้ฝานเคยบอบช้ำจากความรักครั้งก่อน ย่อมไม่เข้าใจความนัยของผู้หญิงเป็นธรรมดา จึงพอเข้าใจได้ว่าเขาเป็นคนซื่อบื้อไปบ้าง

เธอยิ้มออกมา

"กู้ฝาน ที่จริงแล้วจะว่าไป ฉันก็เป็นของนายแหละ ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็แค่บ่นไปงั้นๆ ยังไงซะพวกเราก็เป็นคู่หูเอาชีวิตรอดกันนี่นา!"

เจียงชิงเยว่แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ เธอโอบไหล่กู้ฝานและพูดอย่างเป็นธรรมชาติ

ทั้งสองคนเดินออกมาจากปากถ้ำ

แม้จะดูเหมือนยังเช้าอยู่ แต่นี่ก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นกว่าแล้ว

การเดินทางกลับต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง

พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า ดาวเสวียนหลิง ดวงนี้ มีแกนเอียงและระนาบสุริยวิถีหรือเปล่า

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้งสองสังเกตเห็นว่าฟ้าจะมืดตอนหกโมงเย็นเป๊ะ และสว่างตอนหกโมงเช้าเป๊ะ

ถึงจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ก็วนเวียนอยู่แถวๆ หกโมงนี่แหละ

บนดาวสีน้ำเงินนั้นแตกต่างออกไป ในช่วงฤดูร้อน ซีกโลกเหนือจะมีเวลากลางวันยาวนานกว่า ในขณะที่ซีกโลกใต้จะสั้นกว่า

ตามการคาดเดาของเจียงชิงเยว่

ดาวเสวียนหลิงดวงนี้ต้องแตกต่างจากดาวสีน้ำเงินมากแน่ๆ

ระหว่างทาง เจียงชิงเยว่เจื้อยแจ้วพูดคุยกับกู้ฝานไม่หยุด

อาจเป็นเพราะเจียงชิงเยว่รู้ว่ากู้ฝานเป็นผู้ชายซื่อบื้อ หลายๆ หัวข้อจึงมักถูกเปิดประเด็นโดยเธอ

"ชิงเยว่ นั่นมันข้อสันนิษฐานแบบไหนกัน? พวกเรากำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่นะ มันต้องแตกต่างจากดาวสีน้ำเงินอยู่แล้ว!"

กู้ฝานพูดพลางส่ายหัว

"อิอิ"

เจียงชิงเยว่หัวเราะเบาๆ ดวงตาของเธอเผยให้เห็นความไร้เดียงสาและซุกซนราวกับเด็กของนักศึกษาสาว

...

เวลาห้าโมงครึ่ง ทั้งสองก็กลับมาถึงถ้ำบำเพ็ญเพียรในที่สุด

ทุกอย่างภายนอกถ้ำยังปกติดี ไม่มีใครบุกรุกเข้ามา

หลังจากกู้ฝานตัดไม้ในป่าคูชูมาได้จำนวนหนึ่ง เขาก็กลับเข้าถ้ำไปพร้อมกับเจียงชิงเยว่

สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือตรวจสอบดูว่ามีใครนำหีบสมบัติมาแลกในตลาดซื้อขายบ้างหรือเปล่า

จนถึงตอนนี้ นอกจากที่แลกไปแล้ว ก็เหลืออยู่อีกเพียงสองใบเท่านั้น

คนส่วนใหญ่ยังคงตัดสินใจเสี่ยงดวง และไม่ยอมนำมาแลกกับซี่โครงแพะย่าง

ทว่าเรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้

ทุกคนต่างรู้สึกว่าตัวเองดวงดีและน่าจะเปิดได้วิญญาณตั้งแต่ครั้งแรก

ก่อนที่จะข้ามมิติมา บัตรขูดลุ้นรางวัลบนดาวสีน้ำเงินมีค่าความคาดหวังทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าศูนย์อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่ายิ่งซื้อมากก็ยิ่งขาดทุนกระจุย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนมากที่ขูดมันทุกวัน โดยวาดฝันว่าจะรวยชั่วข้ามคืน

เขายื่นหีบสมบัติสองใบนั้นให้เจียงชิงเยว่

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งคู่เป็นหีบสมบัติขั้นหลอมกายา ระดับ 1

หลังจากเจียงชิงเยว่เปิดพวกมัน แสงสีทองก็เปล่งประกายออกมาจากแต่ละกล่องอีกครั้ง

หีบสมบัติสองใบนี้ให้โอสถปราณโลหิตรวมสี่เม็ด ขนมปังสอบชิ้น และหินวิญญาณหนึ่งก้อน!

ใช่แล้ว!

มันคือทรัพยากรล้ำค่าที่ต้องใช้อีเต้อขุดเพชรขุดเท่านั้น หินวิญญาณ!

"วู้ฮู้ หินวิญญาณล่ะ! พวกเราเข้าใกล้อัปเกรดถ้ำบำเพ็ญเพียรไปอีกก้าวแล้วนะ!"

เจียงชิงเยว่กล่าวอย่างตื่นเต้น

จากนั้น จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดท้องจี๊ดขึ้นมา

ท้องของเธอที่ไม่ได้ปลดทุกข์มาสองวันกว่า กำลังเรียกร้องอยากจะปล่อยของเสียชุดใหญ่!

"กู้ฝาน ฉันขอไปทำธุระส่วนตัวก่อนนะ นายทำอาหารเย็นไปก่อนเลย รอฉันด้วยล่ะ"

"อ้อ ได้สิ ระวังตัวด้วยนะ อย่าลืมเรียกฉันถ้าเจออันตราย"

ในตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงออกไปปลดทุกข์ข้างนอกเท่านั้น

ถ้าขืนสร้างส้วมซึมไว้ในถ้ำบำเพ็ญเพียร มันคงจะแปลกพิลึกน่าดู

ทว่าในตอนนั้นเอง กู้ฝานก็นึกขึ้นมาได้

ในเมื่อถ้ำบำเพ็ญเพียรนี้ก่อตั้งขึ้นจากพื้นที่ภายใน เขาจะสามารถขุดทางเดินเล็กๆ เข้าไปข้างในเพื่อสร้างส้วมซึมได้ไหมนะ?

กู้ฝานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบอีเต้อหินขึ้นมาเตรียมลงมือทำงาน

[หมายเหตุ! พื้นที่ของถ้ำบำเพ็ญเพียรถูกกำหนดไว้ตายตัว หากต้องการขยายพื้นที่ กรุณาอัปเกรดถ้ำบำเพ็ญเพียร ประตูหินของถ้ำบำเพ็ญเพียรสามารถสกัดกั้นมอนสเตอร์ได้เป็นส่วนใหญ่ เมื่อเลเวลของคุณถึงระดับหนึ่ง ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของคุณจะเพิ่มขึ้น ผู้เล่นโปรดอย่าทำลายผนังถ้ำบำเพ็ญเพียร!]

"บ้าเอ๊ย ทำไม่ได้จริงๆ ด้วย ว่าแล้วเชียว"

กู้ฝานเกาหัว กฎของถ้ำบำเพ็ญเพียรนี่มันแปลกประหลาดจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ประตูหินนั่นดีมากจริงๆ แม้จะดูเหมือนประตูหินธรรมดา แต่พลังป้องกันของมันกลับแข็งแกร่งมาก

กู้ฝานทำได้เพียงย่างซี่โครงแพะไปก่อน การใช้ห้องน้ำในถ้ำบำเพ็ญเพียรยังคงดูสกปรกเกินไป กู้ฝานไม่ได้รังเกียจอะไร แต่เขากลัวว่าเจียงชิงเยว่จะรับไม่ได้

หลังจากย่างซี่โครงแพะเสร็จ

กู้ฝานก็นำเหล็กดิบ 56 ชิ้นที่ได้มาในวันนี้ใส่ลงในเตาหลอมระดับสูง และใช้ไม้ทั้งหมดที่ตัดมาวันนี้เป็นเชื้อเพลิง

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น

กู้ฝานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"มีบางอย่างผิดปกติ นี่ก็เกือบจะสามสิบนาทีแล้ว ชิงเยว่หายไปไหนเนี่ย?"

กู้ฝานเปิดข้อความส่วนตัวและถามเจียงชิงเยว่

"ชิงเยว่ เสร็จหรือยัง? อาหารเย็นพร้อมแล้วนะ!"

"ยังเลย... รอก่อนนะ"

ในขณะนี้

ณ ป่าละเมาะอันเงียบสงบ

เจียงชิงเยว่ตอบกลับกู้ฝานขณะที่กำลังพยายามเบ่งอย่างหนัก

และวัชพืชรวมถึงพุ่มไม้รอบๆ ตัวเธอก็เหี่ยวเฉาไปตั้งนานแล้วเพราะ "บางสิ่ง"

ทันทีที่เจียงชิงเยว่กำลังจะหยิบน้ำขึ้นมาล้าง... และกะจะเอาใบไม้แห้งแถวๆ นั้นมากลบ "จุดเกิดเหตุ"

เสียงคำรามหลายสายก็ดังกึกก้องขึ้นรอบตัวเธอ

ใบหน้าอันงดงามของเจียงชิงเยว่ซีดเผือดลงทันที

"ไอ้มอนสเตอร์บ้าพวกนี้ ช่วยอย่ามากวนตอนที่ฉันกำลังอ่อนแอที่สุดได้ไหม อ๊ากกก!!!"

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า มนุษย์เราจะอ่อนแอที่สุดก็ตอนเข้าห้องน้ำนี่แหละ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจอได้บ่อยๆ สมัยยังเป็นนักเรียน...

"ทำไงดี ทำไงดี... ฉันควรจะขอให้กู้ฝานช่วยดีไหม... แต่ แต่ถ้าเขามาเจอเรื่องเหม็นๆ แบบนี้ล่ะ?"

เจียงชิงเยว่รู้สึกอับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดได้ว่าพวกเขาทั้งสองคนก็เคยเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของกันและกันมาแล้ว

และเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง

เธอจึงรีบส่งข้อความส่วนตัวหากู้ฝาน

"กู้ฝาน ช่วยด้วย มีมอนสเตอร์อยู่ตรงนี้! น่ารำคาญจริงๆ ทำไมพวกมันต้องโผล่มาตอนที่ฉันกำลังอ่อนแอที่สุดด้วยเนี่ย..."

เมื่อเห็นข้อความ กู้ฝานก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขารีบพุ่งตัวไปทางที่เจียงชิงเยว่อยู่โดยไม่หยุดพัก!

เพราะพวกเขาสองคนเป็นคู่หูกัน ต่างฝ่ายต่างก็รู้ตำแหน่งของกันและกัน

กู้ฝานพุ่งเข้าไปในป่าคูชูและค้นพบพวกกูลในบริเวณใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว

"บัดซบ ทำไมกูลถึงมีเยอะขนาดนี้เนี่ย ตั้งสามตัว! นี่มันป่าคูชูนะ... หรือว่ายิ่งเวลาผ่านไป มอนสเตอร์ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น?"

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากการปรากฏตัวของพวกมอนสเตอร์ อากาศที่นี่จึงอบอวลไปด้วยกลิ่นที่ยากจะอธิบาย

"เจียงชิงเยว่ เธออยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?"

"ใช่ ฉันอยู่นี่! ช่วยขวางไอ้มอนสเตอร์หน้าด้านพวกนี้ให้ฉันที ขอฉันจัดการธุระให้เสร็จก่อน"

เจียงชิงเยว่พูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้

กู้ฝานย่อมไม่ปล่อยให้หญิงงามต้องโศกเศร้า เขาลงมือสังหารตัวแรกในพริบตาด้วยหมัดมังกรพยัคฆ์ จากนั้นก็อาศัยการรักษาระยะห่างและจัดการกูลที่เหลืออีกสองตัวอย่างใจเย็น!

ได้รับวิญญาณอีกสามดวง!

จนถึงตอนนี้ วิญญาณที่ได้รับมาตลอดทั้งวันก็พุ่งถึงสิบสองดวงแล้ว!

ในเวลานี้

เจียงชิงเยว่โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

พวงแก้มของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย และดวงตาของเธอก็หลบสายตากู้ฝาน

"ไปกันเถอะ อาหารเย็นเสร็จแล้ว"

กู้ฝานไม่ได้สังเกตเห็นความอับอายของเจียงชิงเยว่ และคว้ามือของเธอไปจับโดยตรง

"อ๊ะ กู้ฝาน มือข้างนี้..."

เจียงชิงเยว่อุทาน รีบสลัดมือของกู้ฝานออก และรู้สึกอึดอัดใจอยู่ลึกๆ

กู้ฝานประหลาดใจมาก เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเจียงชิงเยว่ถึงได้มีท่าทีต่อต้านเขาขนาดนี้...

"กู้ฝาน อย่าเข้าใจผิดนะ จับมือซ้ายของฉันสิ ไม่ใช่มือขวา"

เจียงชิงเยว่รีบขยับเข้าไปใกล้กู้ฝาน และเป็นฝ่ายใช้มือซ้ายจับมือขวาของเขาไว้

กู้ฝานพยักหน้ารับอย่างไม่เข้าใจเหตุผลนัก และรีบเดินออกจากพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้

"ไม่รู้จริงๆ ว่าไอ้พวกกูลพวกนี้มันเป็นอะไร ตัวเหม็นชะมัด พอเราเดินออกมาจากจุดที่กูลสามตัวนั้นอยู่ อากาศก็สดชื่นขึ้นมาเลย"

กู้ฝานพึมพำกับตัวเอง โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเสี่ยวชิงเยว่ที่อยู่ข้างๆ แทบจะมุดหน้าหนีลงไปในอกของตัวเองอยู่แล้ว

หลังจากกลับมาถึงถ้ำบำเพ็ญเพียร

กู้ฝานก็กุมมือเจียงชิงเยว่ไว้แน่นและพูดว่า:

"ชิงเยว่ ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ยังกะจะสร้างส้วมซึมไว้ในถ้ำบำเพ็ญเพียรอยู่ดี จากนี้ไปเราจะใช้ห้องน้ำข้างในถ้ำกัน เพราะยังไงซะ... การออกไปข้างนอกก็ยังอันตรายเกินไป"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงชิงเยว่ก็ถึงกับอ้าปากค้าง ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความต่อต้าน...

จบบทที่ บทที่ 15 เสี่ยวชิงเยว่ผู้ขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก!!

คัดลอกลิงก์แล้ว