- หน้าแรก
- ยอดอาจารย์สายปั่น กับแก๊งลูกศิษย์ขั้นเทพ
- บทที่ 90 - สายลับมักจะทำพลาดตอนไหน ก็ตอนลงมือครั้งที่สองยังไงล่ะ
บทที่ 90 - สายลับมักจะทำพลาดตอนไหน ก็ตอนลงมือครั้งที่สองยังไงล่ะ
บทที่ 90 - สายลับมักจะทำพลาดตอนไหน ก็ตอนลงมือครั้งที่สองยังไงล่ะ
บทที่ 90 - สายลับมักจะทำพลาดตอนไหน ก็ตอนลงมือครั้งที่สองยังไงล่ะ
วันรุ่งขึ้น
ยามฟ้าสาง ต่งเฉากับเหวินเทียนเฉินก็นั่งเรือใบไม้ซึ่งเป็นไอเทมเหนือมนุษย์เดินทางไปยังเมืองหลวง
แม้ภายนอกทั้งสองคนจะบอกว่าไปพักฟื้นที่เมืองหลวง แต่แท้จริงแล้ว พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังเรือนจำผู้ฝึกยุทธ์เมืองม่อโจว
เรือนจำผู้ฝึกยุทธ์เมืองม่อโจวเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง สถานที่คุมขังผู้ฝึกยุทธ์ที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด
ทั่วทั้งเรือนจำไม่เพียงแต่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา แต่รอบๆ บริเวณเรือนจำยังมีม่านพลังและข้อห้ามเวทมนตร์หลายชั้น
แม้ว่าเหวินเทียนเฉินเพิ่งจะมาช่วยระงับเหตุที่เรือนจำนี้เมื่อวาน แต่การกลับมาเยือนอีกครั้งในวันนี้ เขาก็ยังต้องผ่านกระบวนการลงทะเบียนและตรวจสอบหลายขั้นตอนอยู่ดี
ต่งเฉาปลอมตัวเป็นรองผู้บัญชาการของเหวินเทียนเฉินและเดินตามเขาเข้าไปในเรือนจำ
เมื่อได้พบกับพัศดีและผู้คุมเรือนจำ เหวินเทียนเฉินก็เปิดประเด็นทันทีว่าเขามาเพื่อสืบเรื่องนักโทษที่ตายปริศนาคนนั้น
เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่กล้าชักช้า รีบพาทั้งสองคนไปชันสูตรศพที่ห้องดับจิตทันที
หลังจากตรวจสอบศพของจางปินซึ่งเป็นหัวโจกในการก่อจลาจล ต่งเฉาก็ยิ่งมั่นใจในการสันนิษฐานของตัวเองก่อนหน้านี้มากขึ้น
ศพของจางปินมีสภาพซูบผอมแห้งกร้าน ภายในร่างกายยังมีน้ำหนองและเมือกน่าขยะแขยงหลงเหลืออยู่ ร่องรอยทั้งหมดนี้ชี้ชัดว่าหมอนี่ถูกเผ่าปรสิตสิงสู่
ตอนที่เผ่าปรสิตออกจากร่างของจางปิน มันได้สูบกินพลังชีวิตของเขาจนหมดเกลี้ยง
"ร่างกายของเผ่าปรสิตมีความบกพร่องมาตั้งแต่เกิด พวกมันจำเป็นต้องสิงร่างสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว"
"พูดง่ายๆ ก็คือ สายลับเผ่าปรสิตตัวนี้ยังซ่อนตัวอยู่ในเรือนจำ มันน่าจะกำลังสิงอยู่ในร่างของนักโทษคนไหนสักคนนี่แหละ"
เมื่อได้ยินข้อสรุปของต่งเฉา เหวินเทียนเฉินก็อดถามไม่ได้
"แล้วพวกเราจะลากคอมันออกมาได้ยังไงล่ะ"
ต่งเฉาโบกมือ
"ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รอให้มันเผยหางออกมาเอง"
ต่งเฉายืดตัวขึ้นและมองไปที่เหวินเทียนเฉิน
"เฉินจื่อ นายรู้ไหมว่าสายลับจะเผยพิรุธตอนไหนมากที่สุด ก็ตอนที่เริ่มลงมือครั้งที่สองน่ะสิ"
"ความสำเร็จในภารกิจแรกมักจะทำให้พวกสายลับเกิดความหยิ่งผยองขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย พวกเขาจะคิดว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสายอาชีพนี้ หรือถึงขั้นคิดว่าตัวเองมีโชคชะตาคอยหนุนหลัง"
"และภายใต้อิทธิพลของความหยิ่งผยองนี้ การลงมือครั้งที่สองของพวกเขามักจะเต็มไปด้วยความประมาทและมีช่องโหว่เต็มไปหมด"
"พวกมนุษย์อย่างเรามีกลไกทางจิตวิทยาแบบนี้ เผ่าปีศาจก็คงหนีไม่พ้นเหมือนกัน"
ต่งเฉาพลิกดูแฟ้มประวัติของจางปินผู้ตาย แล้วพูดต่อ
"จางปินรับโทษอยู่ในเรือนจำมา 5 ปีแล้ว สายลับเผ่าปรสิตก็ติดคุกมา 5 ปีพร้อมกับเขา"
"ซุ่มซ่อนตัวมาตั้ง 5 ปีเต็ม พอสายลับปีศาจตัวนี้ถูก ปลุกขึ้นมา จิตใจของมันต้องเกิดความปั่นป่วนแน่"
"สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือ ทำให้มันรู้สึกว่าภารกิจแรกที่มันทำหลังจากถูกปลุกขึ้นมานั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากนั้น มันจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างต่อไปอย่างแน่นอน"
เมื่อหลายสิบปีก่อน ทางการได้ริเริ่มแผนการกำแพงเหล็กเพื่อปิดล้อมพรมแดนอย่างเข้มงวด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกันการแทรกซึมของเผ่าปีศาจ
เมื่อต้องเผชิญกับแผนการกำแพงเหล็ก เผ่าปีศาจน่าจะต้องทุ่มเทอย่างหนักกว่าจะส่งสายลับเผ่าปรสิตตัวนี้เข้ามาในประเทศได้
เพื่อการนี้ พวกมันถึงกับยอมให้สายลับตัวนี้แฝงตัวอยู่ในเรือนจำนานถึง 5 ปี
ต่งเฉาเริ่มตระหนักได้ว่า สายลับเผ่าปรสิตตัวนี้ต้องมีระดับความสำคัญไม่ธรรมดาแน่
ถ้าเลี้ยงไข้หมอนี่ไว้ให้ดี จะต้องตกปลาตัวใหญ่ได้อย่างแน่นอน
"เฉินจื่อ นายไปบอกพัศดีนะ ให้ทำแบบนี้ แล้วก็แบบนี้"
ต่งเฉากระซิบวางแผนอย่างลับๆ
เมื่อได้ฟังคำสั่งของต่งเฉา เหวินเทียนเฉินก็พยักหน้ารับรัวๆ
"เข้าใจแล้วพี่ เข้าใจแล้ว"
ยามค่ำคืน
เรือนจำผู้ฝึกยุทธ์เมืองม่อโจว เขตคุมขังที่ 4
จื่อซื่อลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างเงียบเชียบ
เขาส่ายหัวไปมา ขยับแขนยืดเส้นยืดสาย และพยายามควบคุมร่างกายอันใหญ่โตเทอะทะนี้ด้วยความไม่คุ้นเคย
จื่อซื่อด่าในใจ ร่างเนื้อที่ชื่อหวังหลงคนนี้สู้จางปินไม่ได้เลยสักนิด
จางปินมีร่างกายที่กำยำล่ำสัน ช่องอกกว้างขวาง ช่องท้องก็อบอุ่นนุ่มนวล การได้อาศัยอยู่ในร่างของหมอนั่นก็เหมือนได้อยู่บ้านหลังใหญ่ สะดวกสบายสุดๆ
แต่ร่างของหวังหลงตอนนี้ อย่างดีก็เป็นได้แค่ร่างเนื้อประหยัดสุดคุ้ม ไม่ได้มีอะไรเทียบได้กับบ้านหลังใหญ่เลย
จื่อซื่อบ่นเรื่องร่างเนื้อราคาประหยัดไปพลาง ยืนพิงกำแพงไปพลาง ก่อนจะส่งคลื่นความคิดไปติดต่อกับ ผู้สั่งการ อย่างเงียบๆ
จื่อซื่อเพิ่งจะถูก ผู้สั่งการ ปลุกขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ก่อนหน้านี้เขาต้องทนอยู่ในห้องขังนี้มานานถึง 5 ปีเต็ม
จื่อซื่อทำภารกิจที่ผู้สั่งการมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม เขาสามารถก่อจลาจลในเรือนจำได้สำเร็จ และช่วยเปิดทางให้เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ลงมือลอบสังหารได้สะดวกขึ้น
น่าเสียดายที่ตอนเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุจลาจล ร่างเนื้อบ้านหลังใหญ่ ของเขากลับถูกผู้คุมเพ่งเล็งเข้าเสียก่อน
จื่อซื่อจึงต้องจำใจทิ้งร่างนั้นแล้วใช้วิธีลอกคราบหลบหนีออกมา
โชคดีที่แผนหลบหนีของเขาสำเร็จด้วยดี ปั่นหัวพวกผู้คุมจนหาทางไปไม่ถูก
หลังจากการตายของร่างเนื้ออย่างจางปิน พวกผู้คุมก็มืดแปดด้านและหาเบาะแสไม่ได้อีกเลย เหตุการณ์จลาจลเมื่อวานจึงจบลงโดยที่ไม่มีใครสืบสวนต่อ
ได้ยินมาว่า เพราะเหตุจลาจลเมื่อวาน พวกนักโทษอุกฉกรรจ์ในเรือนจำต่างก็โดนเพิ่มโทษกันถ้วนหน้า
ส่วนผู้คุมที่ทำงานบกพร่องก็โดนหักเงินเดือนไปบางส่วน
จื่อซื่อสัมผัสได้ชัดเจนเลยว่า วันนี้บรรยากาศในเขตคุมขังดูอึมครึมเป็นพิเศษ
แต่อารมณ์ของจื่อซื่อกลับแตกต่างจากความอึมครึมนั้นอย่างสิ้นเชิง
ก็แหงล่ะ ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเขาทั้งนั้น
ตอนนี้ จื่อซื่อพยายามติดต่อกับผู้สั่งการเพื่ออยากฟังข่าวดี
เขาออกแรงช่วยพวกพ้องที่อยู่ข้างนอกตั้งขนาดนี้ ปฏิบัติการลอบสังหารของพวกนั้นก็น่าจะสำเร็จแล้วสิ
จื่อซื่อรู้ดีว่าสนามรบโองการเทพกำลังจะเปิดขึ้นแล้ว
เพื่อความมั่นใจว่าทุกอย่างจะไม่ผิดพลาด ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เผ่าปีศาจต้องพยายามกำจัดพวกอัจฉริยะของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
ในสงครามที่เดิมพันด้วยความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์และอารยธรรม เผ่าปีศาจมีกำลังรบเหนือกว่าอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับแผนการอันแยบยลที่วางไว้อย่างไม่สิ้นสุด การจะกลืนกินเผ่ามนุษย์ก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
จื่อซื่อเคยคิดว่า ด้วยความช่วยเหลือของเขา อัจฉริยะของมนุษย์สองคนนั้นต้องไม่รอดแน่
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า ข่าวที่ ผู้สั่งการ ส่งกลับมา จะเป็นข่าวความล้มเหลวของภารกิจ
"พวกสวะ ไอ้พวกไม่ได้เรื่องเอ๊ย"
จื่อซื่ออดไม่ได้ที่จะสบถด่าในใจ
เขาถูกขังอยู่ในคุกแท้ๆ ยังปั่นหัวพวกมนุษย์จนหมุนติ้วได้
แต่ไอ้พวกสวะที่อยู่ข้างนอกนั่น กลับจัดการแค่นักเรียนสองคนไม่ได้เนี่ยนะ
ในขณะที่จื่อซื่อกำลังสบถด่าในใจ ผู้สั่งการ ก็ส่งคำสั่งใหม่มาให้
ผู้สั่งการหวังว่า ภายใต้เงื่อนไขที่ยังรับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้ จื่อซื่อจะหาทางออกจากเรือนจำให้ได้
การเปิดสนามรบโองการเทพ หมายความว่าคลังสมบัติเทพประทานก็จะเปิดออกด้วย
สำหรับคลังสมบัติเทพประทานที่อยู่ในประเทศนี้ ทีมคำนวณของเผ่าปีศาจได้พิกัดคร่าวๆ มาแล้ว
ผู้สั่งการหวังว่าจื่อซื่อจะสามารถลงพื้นที่สำรวจตามพิกัดนั้น และระบุตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของคลังสมบัติให้ได้
จื่อซื่อคือปีศาจสายเลือดแท้เพียงคนเดียวที่แฝงตัวเข้ามาในประเทศได้ ภารกิจสำคัญอย่างคลังสมบัติเทพประทาน จะต้องมอบหมายให้คนกันเองของเผ่าปีศาจเท่านั้นถึงจะวางใจ
ผู้สั่งการย้ำนักย้ำหนาว่า เรื่องของคลังสมบัติเทพประทานนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับคอขาดบาดตาย จื่อซื่อต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุดและห้ามบุ่มบ่ามเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำเตือนของผู้สั่งการ จื่อซื่อก็แอบขำในใจ
ไอ้พวกไม่ได้เรื่องข้างนอกนั่น ยังมีหน้ามาสั่งสอนเขาอีกเหรอ
ผู้สั่งการกับพวก มือเท้า สวะพวกนั้น นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำเรื่องพังอีก
ตอนแรก จื่อซื่อเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกมองข้าม เหมือนนิ้วเท้าที่ถูกตัดทิ้งและโยนเข้ามาในคุก ต้องทนอยู่แบบนี้มาถึง 5 ปี
แต่ดูตอนนี้สิ เขากลับเป็นคนที่สำคัญที่สุด พึ่งพาได้มากที่สุด และซ่อนตัวได้แนบเนียนที่สุด
ภารกิจระดับชาติอย่างการตามหาคลังสมบัติเทพประทาน ต้องมาตกอยู่ในความรับผิดชอบของเขา
นั่นมันคือคลังสมบัติเทพประทานที่มีทรัพยากรระดับ 15 เชียวนะ
การค้นพบคลังสมบัติเทพประทานตัดหน้าพวกมนุษย์ ก็เท่ากับได้หักขามนุษย์ไปข้างหนึ่งแล้ว
นี่มันผลงานชิ้นโบแดงชัดๆ
แล้วดูสิ พวกมนุษย์โลกผู้โง่เขลาพวกนี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคลังสมบัติเทพประทานอยู่
ท่ามกลางความมืดมิด จื่อซื่อควบคุมร่างเนื้อร่างใหม่ของเขาให้เผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แม้จะดูแข็งทื่อไปบ้างก็ตาม