- หน้าแรก
- ยอดอาจารย์สายปั่น กับแก๊งลูกศิษย์ขั้นเทพ
- บทที่ 2 - มีมังกรหลับย่อมมีหงส์
บทที่ 2 - มีมังกรหลับย่อมมีหงส์
บทที่ 2 - มีมังกรหลับย่อมมีหงส์
บทที่ 2 - มีมังกรหลับย่อมมีหงส์
ภายนอกต่งเฉาทำหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจตื่นเต้นจนแทบจะเส้นเลือดในสมองแตก
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเต้าสี่ที่ดูซื่อบื้อคนนี้ จะใช้แซ่คู่ว่าเซวียนหยวน
ชื่อเสียงของตระกูลเซวียนหยวน ทั่วทั้งอาณาจักรมังกรไม่มีใครไม่รู้จัก
ตระกูลเซวียนหยวนเป็นตระกูลนักสู้เก่าแก่ พวกเขาได้รับพรจากมังกรโบราณ สมาชิกในตระกูลสามารถปลุกสายเลือดสัตว์เทวะเผ่ามังกรได้
และสัตว์เทวะอย่างมังกรก็มีสถานะที่สูงส่งไร้ผู้ทัดเทียมในอาณาจักรมังกรเสียด้วย
ดังนั้นตระกูลเซวียนหยวนจึงถูกขนานนามว่าเป็นตระกูลผู้พิทักษ์ชาติ
ความแข็งแกร่งของตระกูลเซวียนหยวนคู่ควรกับสมญานามนี้อย่างแท้จริง
นักสู้ระดับเหนือมนุษย์ทั้ง 54 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในอาณาจักรมังกร มีถึง 10 คนที่มาจากตระกูลเซวียนหยวน
พูดได้เต็มปากเลยว่าในอาณาจักรมังกร คำว่าเซวียนหยวนคือสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความจงรักภักดี
เต้าสี่เกิดในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้มองดูทั่วทั้งตระกูลเซวียนหยวน สายเลือดสัตว์เทวะของเต้าสี่ก็ยังถือว่าเป็นระดับท็อปของท็อปเลยทีเดียว
ตอนอยู่ในกองทัพ ต่งเฉาเคยดูสมุดภาพสัตว์เทวะ เขารู้ว่าผานหู้เป็นสัตว์เทวะบรรพกาลชนิดหนึ่ง มีลักษณะครึ่งมังกรครึ่งสุนัข หรือที่เรียกกันว่าสุนัขมังกร
ว่ากันว่าสายเลือดมังกรของผานหู้สืบทอดมาจากอิงหลงซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมังกรทั้งปวง ส่วนสายเลือดสุนัขอีกครึ่งหนึ่งมาจากสุนัขเทพสีขาวอ๋าว ซึ่งมีต้นกำเนิดเดียวกับสุนัขสวรรค์เซ่าเทียน
ผานหู้สูงส่งกว่าสัตว์เทวะเผ่ามังกรทั่วไปไม่รู้ตั้งกี่เท่า
สายเลือดผานหู้ของเต้าสี่ทำเอาต่งเฉาอ้าปากค้างไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ต่งเฉาตกใจยิ่งกว่าก็คือพรสวรรค์ระดับ SSS อันน่าสะพรึงกลัวของเต้าสี่ต่างหาก
พรสวรรค์อันแข็งแกร่งที่แทบจะมีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้น
โอกาสที่จะปลุกพรสวรรค์ระดับ SSS ได้มีไม่ถึงหนึ่งในร้อยล้าน มองดูทั่วทั้งอาณาจักรมังกรแล้ว นักสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ SSS มีไม่เกินสิบคน
เต้าสี่ที่ดูธรรมดาๆ คนนี้ กลับกลายเป็นอัจฉริยะปีศาจระดับนี้เนี่ยนะ
แถมอัจฉริยะปีศาจแบบนี้ยังมาเป็นนักศึกษาของเขาอีก
เมื่อต้องเผชิญกับโชคลาภก้อนโตที่หล่นทับใส่หน้า นอกเหนือจากความดีใจสุดขีดแล้ว ต่งเฉาก็ยังคงความเยือกเย็นขั้นพื้นฐานเอาไว้ เขาพิจารณาเต้าสี่อย่างเงียบๆ
เห็นได้ชัดว่าเต้าสี่ซ่อนความลับเอาไว้มากมาย
การที่เต้าสี่ปิกปิดพรสวรรค์และพลังฝึกตนของตัวเอง รวมถึงปกปิดแซ่เซวียนหยวน ย่อมต้องมีสาเหตุบางอย่างแน่นอน
แถมเจ้าเด็กนี่ดูภายนอกเหมือนจะซื่อสัตย์ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เห็นต่งเฉาอยู่ในสายตาเลยสักนิด
ต่งเฉามองดูเต้าสี่ที่มีใบหน้าใสซื่อไร้พิษภัย แล้วก็แอบด่าในใจ
"ได้เลย อาจารย์เปิดใจให้เธอ แต่เธอมาเล่นเหลี่ยมใส่อาจารย์สินะ มาแกล้งอ่อนแอเพื่อตลบหลังฉันงั้นสิ"
เมื่อถูกต่งเฉาจ้องมองเป็นเวลานาน เต้าสี่ก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ในใจ เขาแสร้งทำเป็นถามอย่างซื่อตรง
"อาจารย์ครับ อาจารย์เอาแต่จ้องหน้าผมทำไมเหรอครับ"
ต่งเฉาตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ไม่มีอะไรหรอก อาจารย์เพิ่งจะรับนักศึกษาได้คนหนึ่งก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย ต่อไปเธอคือหัวหน้าห้องของอาจารย์แล้ว เธอต้องสนับสนุนการทำงานของอาจารย์ให้มากๆ นะ"
"แน่นอนครับ แน่นอน"
เต้าสี่พยักหน้าอย่างซื่อๆ แววตาแฝงความเจ้าเล่ห์พาดผ่านอีกครั้ง
จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนของเต้าสี่ทั้งหมด
เต้าสี่มีชื่อเต็มว่า เซวียนหยวนเต้าสี่
ในฐานะอัจฉริยะด้านการต่อสู้ของตระกูลเซวียนหยวน เขาควรจะได้เก็บตัวฝึกฝนอยู่ภายในตระกูล ไม่ใช่มาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวิชาการต่อสู้
เมื่อเทียบกับรากฐานอันลึกล้ำของตระกูลเซวียนหยวนแล้ว มหาวิทยาลัยวิชาการต่อสู้ที่รับสมัครนักศึกษาจากทั่วสังคมก็เหมือนกับการเล่นขายของของเด็กๆ มันดูไร้สาระเกินไป
น่าเสียดายที่เต้าสี่ไม่มีสิทธิ์ศึกษาเคล็ดวิชาการต่อสู้ของตระกูลเซวียนหยวนเพราะชาติกำเนิดที่ไม่ดี
เขาเป็นลูกชายของคนทรยศ จึงไม่มีที่ยืนในตระกูล
เซวียนหยวนฉิง พ่อของเต้าสี่คือคนทรยศของตระกูลเซวียนหยวน และเป็นเดนมนุษย์ของทั้งอาณาจักรมังกร
เมื่อสิบปีก่อน พ่อและอาของเต้าสี่ถูกเผ่าอสูรล่อลวงให้ไปเข้าร่วมกับพวกมัน กลายเป็นคนทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์
เพื่อล้างมลทินให้ตระกูล ตระกูลเซวียนหยวนจึงส่งยอดฝีมือจำนวนมากไปรุมสังหารทั้งสองคน
ท้ายที่สุดตระกูลเซวียนหยวนต้องแลกด้วยชีวิตของยอดฝีมือสี่คน ถึงจะสามารถสังหารเซวียนหยวนฉิง พ่อของเต้าสี่ได้สำเร็จ ส่วนเซวียนหยวนเฉิงผู้เป็นอาฉวยโอกาสหลบหนีไปได้ เขาหนีเข้าไปในเมืองอสูรหมอกเร้น และหายสาบสูญไปตั้งแต่นั้นมา
ตระกูลผู้พิทักษ์ชาติแห่งอาณาจักรมังกรกลับให้กำเนิดคนทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ถึงสองคน นี่ถือเป็นรอยด่างพร้อยครั้งใหญ่ของตระกูลเซวียนหยวน
ในฐานะลูกชายของคนทรยศ เซวียนหยวนเต้าสี่ย่อมถูกหางเลขไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คนอื่นมีแต่ลูกทำเรื่องเดือดร้อนให้พ่อ แต่เต้าสี่กลับโดนพ่อแท้ๆ ทำเรื่องเดือดร้อนให้ซะงั้น
เพื่อลงโทษผู้ทรยศ และเพื่อระงับความโกรธแค้นของคนในตระกูล เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลจึงประชุมกันและตัดสินใจทำลายพลังฝึกตนของเต้าสี่ ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญไปตลอดชีวิต
นี่มันโหดร้ายเกินไปสำหรับเต้าสี่ผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ เขารับไม่ได้
ด้วยความช่วยเหลือจากผู้เป็นแม่ เต้าสี่ในวัยแปดขวบจึงหลบหนีออกจากตระกูลมาได้
หลายปีมานี้ สองแม่ลูกต้องหลบซ่อนตัว ปิดบังชื่อแซ่ และคอยหลบหนีการตามล่าของตระกูลอยู่ตลอดเวลา
อันที่จริงด้วยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเต้าสี่ การจะสอบได้คะแนนเต็มจนเป็นที่หนึ่งของการสอบวิชาการต่อสู้ระดับประเทศนั้นเป็นเรื่องง่ายดายมาก
แต่ทำแบบนั้นย่อมดึงดูดความสนใจของตระกูลอย่างแน่นอน
เต้าสี่จึงจงใจซ่อนเร้นพลังฝึกตนและพรสวรรค์ของตัวเอง ควบคุมคะแนนสอบให้อยู่ในระดับที่คาบเส้นพอดี และสอบเข้ามหาวิทยาลัยโม่อู่ซึ่งเป็นหนึ่งในห้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้สำเร็จ
ที่เขาสมัครเข้ามหาวิทยาลัยโม่อู่ ก็เพราะพุ่งเป้ามาที่ต่งเฉาโดยเฉพาะ
ต่งเฉาคืออาจารย์ไม่ได้เรื่องที่ใครๆ ก็รู้จัก
การเป็นนักศึกษาของคนไม่ได้เรื่องคนนี้ เป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดเท่าที่เต้าสี่จะนึกออก
เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่าอัจฉริยะอย่างเขาจะมาฝากตัวเป็นศิษย์ของคนไม่ได้เรื่อง
ด้วยเกราะกำบังอย่างต่งเฉา เต้าสี่จะสามารถใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยตลอดสี่ปีได้อย่างสงบสุข
เวลาสี่ปีมากพอที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ระดับเหนือมนุษย์ได้
ถึงตอนนั้น ปีกของเต้าสี่ก็กล้าแข็งพอ เขาจะกลับไปพูดคุยกับเหล่าผู้อาวุโสให้รู้เรื่อง
เต้าสี่ไม่อยากแตกหักกับคนในตระกูล และเขาก็ยินดีที่จะชดใช้บาปแทนพ่อผู้ทรยศ แต่โชคชะตาจะต้องอยู่ในกำมือของเขาเอง
แผนการซ่อนเร้นของเต้าสี่ราบรื่นกว่าที่คาดคิดไว้ซะอีก
เขายังไม่ทันได้ไปหาต่งเฉา ต่งเฉาก็เป็นฝ่ายมาหาเขาเอง แถมยังชวนให้เข้าชั้นเรียนวิชาต่อสู้อีกด้วย
เต้าสี่รู้สึกเหมือนสวรรค์มีตา เบื้องบนกำลังแอบช่วยเหลือเขาอยู่แน่ๆ
เมื่อเข้าร่วมชั้นเรียนของต่งเฉา เขาก็สามารถเก็บตัวฝึกฝนได้อย่างสบายใจแล้ว
เต้าสี่แค่มองต่งเฉาเป็นเครื่องมือช่วยปกปิดตัวตนเท่านั้น ภายนอกเขาแสร้งทำเป็นกระตือรือร้น แต่ลึกๆ แล้วเขาไม่ได้ยอมรับและไม่ได้เคารพอาจารย์ไม่ได้เรื่องคนนี้เลยแม้แต่น้อย
เต้าสี่คิดว่าทุกอย่างราบรื่นดี โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาถูกต่งเฉามองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
"ไม่ว่าแกจะซ่อนความลับอะไรไว้ ในเมื่อมาเป็นนักศึกษาของฉันแล้ว ก็จงทำประโยชน์ให้ฉันซะดีๆ"
ต่งเฉาจ้องมองเต้าสี่ พลางคิดแผนร้ายอยู่ในใจ
ศิษย์อาจารย์คู่นี้ต่างก็ซ่อนแผนการไว้ในใจเป็นร้อยแปดพันเก้า แต่ภายนอกกลับทำตัวกลมเกลียวกัน ต่งเฉากอดคอเต้าสี่อย่างเป็นกันเอง
"ไปกันเถอะ อาจารย์จะพาเธอไปลงทะเบียนที่ฝ่ายวิชาการ"
"ครับอาจารย์ รบกวนด้วยนะครับ"
เต้าสี่พยักหน้าหงึกๆ โค้งคำนับไม่หยุด
ต่งเฉาพาเต้าสี่เดินมุ่งหน้าไปยังฝ่ายวิชาการ
ตลอดทาง ต่งเฉาหันซ้ายหันขวา พยายามใช้สกิลศีลเสมอกันเพื่อดึงดูดนักศึกษาเพิ่มอีกสักคน
[ระดับความเข้ากันได้ 0] [ระดับความเข้ากันได้ 0] [ระดับความเข้ากันได้ 0]
ต่งเฉาพิจารณานักศึกษาใหม่ทุกคนที่เดินผ่าน
เหมือนกับก่อนหน้านี้ ระดับความเข้ากันได้ที่ปรากฏบนหัวนักศึกษาใหม่ล้วนเป็นศูนย์ทั้งหมด
ต่งเฉาไม่ยอมแพ้ เขาหันคอไปมา 180 องศาราวกับพัดลม ไม่ยอมปล่อยให้ใครรอดสายตาไปได้แม้แต่คนเดียว
0 0 0 0 95
หลังจากกวาดสายตามองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็พบระดับความเข้ากันได้ที่สูงถึง 95 ท่ามกลางดงเลขศูนย์
คนที่แบกตัวเลขระดับความเข้ากันได้ 95 ไว้บนหัวคือเด็กหนุ่มผมเรียบแปล้
เจ้านี่กำลังนั่งยองๆ อยู่ริมถนน จ้องมองเรียวขาขาวๆ ที่เดินผ่านไปมา พร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างชั่วร้าย
ท่าทางกวนโอ๊ยของเขาช่างแตกต่างจากนักศึกษาใหม่คนอื่นๆ ที่ดูสดใสมีชีวิตชีวาอย่างสิ้นเชิง
ต่งเฉารู้สึกยินดีขึ้นมาในใจ
บุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้านี่ ประกอบกับระดับความเข้ากันได้ที่สูงถึง 95 บ่งบอกชัดเจนเลยว่าเขาไม่ธรรมดา
ต่งเฉามองดูเด็กหนุ่มผมเรียบแปล้ตรงหน้า สลับกับมองเต้าสี่ที่อยู่ข้างๆ แล้วก็นึกถึงคำโบราณที่ว่าไว้ไม่ผิด ที่ใดมีมังกรหลับ ที่นั่นย่อมมีหงส์ดรุณ