- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูรกับระบบบัฟขั้นเทพ
- บทที่ 300 - เดินทางสู่เผ่าสวรรค์เพียงลำพัง
บทที่ 300 - เดินทางสู่เผ่าสวรรค์เพียงลำพัง
บทที่ 300 - เดินทางสู่เผ่าสวรรค์เพียงลำพัง
บทที่ 300 - เดินทางสู่เผ่าสวรรค์เพียงลำพัง
ต่อให้อาณาเขตกระบี่วิถีสวรรค์ระดับ 7 ส่วน 2 จะยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ถ้าได้ทำความเข้าใจศิลาจารึกเทพกระบี่เยอะๆ ก็ยังพอมีหวังบรรลุได้
แต่การยกระดับการระเบิดพลังให้ถึง 40 เท่านั้น มันยากจนไม่อาจจินตนาการได้
เรียกได้ว่า แค่การระเบิดพลัง 20 เท่าก็ยากลำบากแสนสาหัสแล้ว การจะยกระดับขึ้นไปอีกแม้เพียงนิดเดียวก็นับว่ายากเย็นแสนเข็ญ
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
หลังจากนั้น
อัจฉริยะคนที่สองของตระกูลชางก็ปรากฏตัว และโดนเฉินหยางสังหารในพริบตาเช่นเคย
คนที่สาม
คนที่สี่
คนที่ห้า
อัจฉริยะคนแล้วคนเล่าก้าวออกมา แต่ก็ถูกเฉินหยางอัดจนหมดสภาพ
ในที่สุดอัจฉริยะคนที่สิบก็ก้าวออกมา
เธอเป็นอัจฉริยะหญิงนามว่าชางเสี่ยวอวี่
แม้ชื่อจะฟังดูธรรมดา แต่การที่ถูกจัดให้เป็นคนสุดท้าย ย่อมหมายความว่าเธอมีความแข็งแกร่งมากที่สุด
ทันทีที่ชางเสี่ยวอวี่ปรากฏตัว ดวงตาข้างที่สามก็ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผาก มันเป็นดวงตาที่มีสีขาวโพลน
"วิชาลับระดับจักรพรรดิ เนตรมิติขาว"
เมื่อเห็นชางเสี่ยวอวี่ใช้วิชาลับนี้ ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิของตระกูลชางหลายคนก็พยักหน้าเล็กน้อย
พวกเขาต่างรู้ดีถึงความน่าสะพรึงกลัวของวิชาลับนี้ มันคือวิชาสายจิตใจที่ชางเสี่ยวอวี่ฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
เมื่อประกอบกับพลังจิตอันกล้าแข็งและระดับจิตใจที่ทรงพลังของชางเสี่ยวอวี่ การโจมตีครั้งนี้จึงมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หากถูกเนตรมิติขาวล็อกเป้าหมาย ก็แทบจะไม่มีทางหลบพ้น หากถูกโจมตีเข้า จิตใจจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนอาจจะถึงขั้นขยับตัวไม่ได้เลยทีเดียว
ชางเสี่ยวอวี่เคยประลองกับอัจฉริยะมาแล้วนับไม่ถ้วน ทันทีที่เธอใช้วิชานี้ อีกฝ่ายก็มักจะหมดทางตอบโต้
"เฉินหยางจากสหพันธรัฐโลกไม่มีทางเอาชนะชางเสี่ยวอวี่ได้แน่"
พวกเขายืนกรานเช่นนั้น
วิ้ง
เนตรมิติขาวสาดแสงสีขาวพวยพุ่ง กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงเข้าใส่เฉินหยาง
"โลกกระบี่จิตใจ"
เฉินหยางใช้โลกกระบี่จิตใจเพื่อต้านทานลำแสงสีขาวนั้น
ทว่า โลกกระบี่จิตใจกลับถูกลำแสงสีขาวเจาะทะลุได้อย่างง่ายดาย กระนั้นมันก็ช่วยลดทอนพลังทำลายของลำแสงสีขาวไปได้ถึง 9 ส่วน
ในที่สุด ลำแสงสีขาวก็พุ่งชนเข้ากับหอคอยหลังหนึ่ง
นั่นก็คือหอคอยจิตใจของเฉินหยางนั่นเอง
ในความมืดมิด
ปัง
ลำแสงสีขาวแตกสลาย ในขณะที่หอคอยจิตใจกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
"สั่นสะเทือน"
หอคอยจิตใจเกิดการสั่นสะเทือน
ในเวลานั้นเอง
ทัศนวิสัยของชางเสี่ยวอวี่ก็ถูกครอบคลุมด้วยหอคอยจิตใจ เนตรมิติขาวปริแตก จิตใจของเธอได้รับความเสียหายอย่างหนัก
วินาทีต่อมา
ฉัวะ
แสงกระบี่ทะลวงขั้วหัวใจของชางเสี่ยวอวี่
จบการต่อสู้ในพริบตา
ร่างในเครือข่ายจักรวาลของชางเสี่ยวอวี่ถูกสังหารและโดนเตะออกจากระบบทันที
หลังจากนั้นเธอก็ล็อกอินกลับเข้ามาใหม่
"ท่านผู้อาวุโส หนูแพ้แล้วค่ะ"
ชางเสี่ยวอวี่พูดอย่างจนใจ
บรรดาผู้อาวุโสของตระกูลชางต่างก็รู้สึกหมดหนทาง ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ชางเสี่ยวอวี่ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังพ่ายแพ้ในพริบตา
"เสี่ยวอวี่ ไม่ใช่ความผิดของหลานหรอก ใครจะไปคิดว่าเฉินหยางจากสหพันธรัฐโลกคนนี้จะใช้วิชาลับทางจิตใจได้ด้วย แถมยังเหนือกว่าเนตรมิติขาวและมีระดับที่สูงมาก"
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด ระดับจิตใจของเฉินหยางน่าจะเหนือกว่าหลานนะ"
"เฉินหยางคนนี้เก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ งั้นตกลงร่วมมือกับตระกูลไป๋จากสหพันธรัฐโลกก็แล้วกัน"
บรรดาผู้อาวุโสต่างก็เห็นพ้องต้องกัน
"เฉินหยาง ครั้งนี้ต้องขอบใจนายมากเลยนะ ถ้านายไม่ออกโรงล่ะก็ พวกตระกูลชางคงไม่ยอมร่วมมือกับเราง่ายๆ หรอก"
ไป๋เฮอพูดอย่างตื่นเต้น
"คุณพ่อตาครับ แล้วครั้งนี้เราจะได้ร่วมมือกันเรื่องอะไรเหรอครับ" เฉินหยางถาม
"ตัวแทนจำหน่ายทรัพยากรน่ะ" ไป๋เฮอตอบ "ในเครือข่ายจักรวาล ร่างกายของเราไม่ใช่ของจริง การยกระดับร่างกายไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่การยกระดับพลังจิตยังคงเห็นผล แถมการยกระดับความเข้าใจก็ยังทำได้ ดังนั้นทรัพยากรหลายอย่างจึงสามารถนำมาใช้ในเครือข่ายจักรวาลได้โดยตรง เผ่าสวรรค์มีประชากรน้อยแต่ทรัพยากรล้นเหลือ พวกเขาจึงนำทรัพยากรมากมายมาขายทั่วกาแล็กซี เผ่าสวรรค์ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในเขตดาวเลี่ยหยาง แถมยังไม่ค่อยสนใจเขตดาวเลี่ยหยางสักเท่าไหร่ ครั้งนี้ตระกูลไป๋ของเราได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายในเขตดาวเลี่ยหยาง เตรียมจะขายทรัพยากรของเผ่าสวรรค์ในพื้นที่นี้ ถ้ายอดขายดีล่ะก็ รับรองว่าปีนึงเราจะได้เหรียญจักรวาลไม่ต่ำกว่าร้อยล้านเหรียญแน่ๆ"
"ไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน"
เฉินหยางตกตะลึง
เหรียญจักรวาลแค่เหรียญเดียวก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว แต่นี่ตั้งร้อยล้านเหรียญจักรวาลเชียวนะ
ไป๋เฮอยิ้มแล้วพูดว่า "อย่ามองว่าร้อยล้านเหรียญจักรวาลเป็นเงินมหาศาลเลย สำหรับอารยธรรมหนึ่ง มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอก และสำหรับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลชาง เงินแค่นี้ก็เศษเงินด้วยซ้ำ ในเครือข่ายจักรวาล ของวิเศษหลายอย่างมีมูลค่าเกินร้อยล้านทั้งนั้นแหละ"
ในตอนนี้
เฉินหยางเพิ่งรู้ตัวว่าเขายังเป็นแค่คนจนคนหนึ่งเท่านั้น
แต่เขาเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในเครือข่ายจักรวาลได้ไม่นาน ในอนาคตเขาจะต้องหาเหรียญจักรวาลได้มากกว่านี้ และยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
ทันใดนั้น
ไป๋เฮอก็พูดเรื่องหนึ่งขึ้นมา
"เฉินหยาง ตระกูลชางแห่งเผ่าสวรรค์อยากจะทำข้อตกลงกับนาย ไม่รู้ว่านายจะสนใจไหม"
ไป๋เฮอถาม
"ข้อตกลงอะไรครับ"
เฉินหยางถาม
"พวกเขาจะมอบเคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกายระดับสูงสุดให้ เพื่อแลกกับการที่นายต้องช่วยพวกเขาทำธุระอย่างหนึ่ง" ไป๋เฮอกล่าว
"เคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกาย"
เฉินหยางรู้สึกตื่นเต้น
หลังจากที่ได้รู้จักขีดสุดของร่างกาย เขาก็ไปค้นคว้ามาโดยเฉพาะ และพบว่าการจะยกระดับร่างกายให้ถึงขีดสุดในช่วงระดับกึ่งจักรพรรดินั้น ไม่ใช่เรื่องที่คิดจะทำก็ทำได้ หากไม่มีเคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกาย ต่อให้กลืนกินทรัพยากรไปมากแค่ไหนก็ไม่มีทางทำสำเร็จ
แต่เคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกายนั้นล้ำค่ามาก ในเครือข่ายจักรวาลไม่มีใครเอามาขายเลย
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พันธมิตรเผ่าพันธุ์มนุษย์แห่งจักรวาลไม่อนุญาตให้มีการซื้อขายเคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกายต่างหาก
เช่นเดียวกับการสืบทอดพิเศษหลายๆ อย่าง ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในเครือข่ายจักรวาล
แม้ตอนนี้เขาจะยังไปไม่ถึงระดับกึ่งจักรพรรดิ แต่อีกไม่นานเขาจะต้องทะลวงสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิแน่นอน ถึงตอนนั้นเขาจะต้องหาวิธียกระดับร่างกายให้ถึงขีดสุด และนั่นก็จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกาย
"ธุระอะไรครับ ถ้ามันไม่เกินความสามารถ ผมก็ยินดีครับ" เฉินหยางตอบ
"ต้องเดินทางไปที่เขตแดนของเผ่าสวรรค์ เพื่อช่วยตระกูลชางแย่งชิงวาสนาอย่างหนึ่ง" ไป๋เฮออธิบาย "ไม่ใช่ในเครือข่ายจักรวาลนะ แต่เป็นเขตแดนของเผ่าสวรรค์ในจักรวาลแห่งความจริง"
"แบบนั้นก็ต้องเดินทางไปถึงใจกลางกาแล็กซีเลยสิครับ นั่นมันไกลมากเลยนะ"
เฉินหยางขมวดคิ้ว
ไป๋เฮอพูดต่อ "ไกลจริงๆ นั่นแหละ แต่ตอนนี้สหพันธรัฐโลกเพิ่งจะซื้อเทคโนโลยีมิติมืดมาจากเครือข่ายจักรวาล เราสามารถเอายานเจียวหยางของนายมาปรับปรุงและติดตั้งเทคโนโลยีมิติมืดเข้าไปได้ ด้วยวิธีนี้ยานเจียวหยางของนายก็จะสามารถมุดเข้าสู่มิติมืดเพื่อเดินทางผ่านอวกาศได้ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตามความเร็วของเทคโนโลยีมิติมืด ประกอบกับการใช้รูหนอนระหว่างทาง การเดินทางจากสหพันธรัฐโลกไปยังเขตแดนของเผ่าสวรรค์น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งปี ตอนนั้นแม่ของฉันก็ใช้เวลาหนึ่งปีในการเดินทางกลับเผ่าสวรรค์เหมือนกัน"
"หนึ่งปีงั้นเหรอ"
เฉินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง การเสียเวลาหนึ่งปีเพื่อเดินทางไปเผ่าสวรรค์ มันจะคุ้มกันไหม
แล้วถ้าระหว่างทางเกิดอันตรายขึ้นมาล่ะ
แต่พอนึกถึงเคล็ดวิชาขีดสุดของร่างกาย เขาก็เริ่มหวั่นไหว
หลังจากคิดทบทวนดูแล้ว เขาก็ตัดสินใจ "ตกลงครับ ผมยินดี"
เมื่อเห็นเฉินหยางตกลง ไป๋เฮอก็เตือนว่า "เผ่าสวรรค์มีข้อแม้ว่าห้ามนายทะลวงสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิภายในหนึ่งปีนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นนายจะหมดสิทธิ์ช่วยพวกเขาแย่งชิงวาสนานั้น"
"ได้ครับ"
เฉินหยางพยักหน้ารับ
หลังจากนั้น
เฉินหยางก็เอาเรื่องนี้ไปคุยกับไป๋ซิน ซึ่งไป๋ซินก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
แต่ในช่วงหนึ่งปีต่อจากนี้ เขาคงจะเข้าเครือข่ายจักรวาลได้น้อยลง
เพราะการเดินทางไกลในจักรวาล หากเข้าสู่เครือข่ายจักรวาล ร่างกายในโลกความจริงก็จะปราศจากการคุ้มกัน หากมีอันตรายเกิดขึ้นมาล่ะก็ คงเป็นเรื่องใหญ่แน่
ดังนั้น เขาจึงทำได้แค่หาเวลาว่างเข้าเครือข่ายจักรวาลเพื่อมาพบไป๋ซินเป็นครั้งคราว ส่วนเวลาที่เหลือเขาต้องจดจ่ออยู่กับสถานการณ์ภายนอกให้มาก
สิบวันต่อมา
การปรับปรุงยานเจียวหยางของเฉินหยางก็เสร็จสมบูรณ์ มันกลายเป็นยานอวกาศที่สามารถเดินทางผ่านมิติมืดได้แล้ว
จากนั้น
เขาก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เผ่าสวรรค์
เนื่องจากระยะทางที่ไกลแสนไกล คนอื่นจึงไม่มีทางร่วมเดินทางไปกับเขาด้วย เขาต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่เขตแดนของเผ่าสวรรค์เพียงลำพัง