เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 เหตุการณ์ก็อบลินคลั่ง

บทที่ 27 เหตุการณ์ก็อบลินคลั่ง

บทที่ 27 เหตุการณ์ก็อบลินคลั่ง


บทที่ 27 เหตุการณ์ก็อบลินคลั่ง

ก็นะ มันชวนให้รู้สึกไม่น่าเชื่อจริงๆ ที่สาวสวยหุ่นดีอย่างหยางอี้อี้ จะเป็นถึงนักรบคลั่ง!

ในความทรงจำของเจ้าของร่างคนเก่านั้นไม่ค่อยยอมรับในตัวหยางอี้อี้เท่าไร คิดจะใช้ความเป็นผู้ชายเข้าสู้

แต่พอได้เห็นหยางอี้อี้ยยกขวานเหล็กยาวสองเมตรขึ้นด้วยมือข้างเดียวเท่านั้นล่ะ…

ต่างจากอู๋เทียน หยางอี้อี้อายุมากกว่าเขาหนึ่งปี และได้เข้าเรียนในห้องเรียนผู้ตื่นรู้มาตั้งแต่ปีก่อน แถมยังได้เข้าร่วมกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งอีกด้วย

ด้วยความร่วมมือของสมาชิกในกลุ่ม ทำให้ตอนนี้ในฐานะนักรบคลั่ง  เธอมีเลเวลไปไกลถึง 15 แล้ว

ทักษะที่เรียนรู้นอกจากที่โรงเรียนแจกมาให้เป็นพื้นฐานแล้ว ก็ยังมีที่ได้จากการผจญภัยในต่างโลก และจากเพื่อนสนิทของเธออีกด้วย

แน่นอน หยางอี้อี้ยังไม่มีทักษะสีม่วง

เช่นเดียวกับผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ สีขาวและสีเขียวถือเป็นที่นิยมเพราะหาง่าย ส่วนสีฟ้านั้นถือว่าเป็นของหายากระดับหนึ่งแล้ว

ส่วนหนังสือทักษะสีม่วงน่ะเหรอ? พวกเธอในระดับเลเวลนี้ไม่มีทางเอื้อมถึงหรอก

“โอเคน้องชาย งั้นจดเบอร์โทรศัพท์ไว้…”

หลังจากเดินออกจากศูนย์รับฝากของ อู๋เทียนก็เดินเล่นไปรอบๆ อย่างเบื่อหน่าย เห็นคนมาตั้งแผงขายของเยอะแยะไปหมด มีอุปกรณ์ทุกเลเวล

แต่ส่วนใหญ่แล้วจะต่ำกว่าเลเวล 20

คาดว่าคนที่เลเวล 20 อัพ น่าจะออกจากเมืองเฉิงสุ่ยไปกันหมดแล้ว

แต่เขาอยากจะลองเสี่ยงโชคดู เผื่อเจอของดีราคาถูก แต่หลังจากเดินวนไปรอบหนึ่งก็ยังไร้วี่แวว สุดท้ายก็ได้แต่กลับบ้านไปแบบเซ็งๆ

สามวันต่อมา

ในห้องชั้น 6/1 อาจารย์วัยกลางคนหน้าตาดุดัน กำลังยืนชี้นิ้วไปที่โปรเจคเตอร์พลางพูดอย่างฉะฉานว่า

“ท่ามกลางมิตินับหมื่นแสน ขณะที่เรากำลังรุกรานโลกอื่น โลกอื่นก็กำลังรุกรานเราเช่นกัน!”

“โชคดีที่โลกของเราเป็นอารยธรรมที่แข็งแกร่ง ไม่เคยหวั่นเกรงสงครามจากอารยธรรมอื่น ถึงกระนั้น ต่อให้เป็นสงครามที่สยบได้ง่ายๆ ก็มักจะเกิดเรื่องน่าเศร้าอยู่เสมอ”

“เหตุการณ์ที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือ เหตุการณ์ก็อบลินคลั่งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ช่องว่างมิติที่ไม่เสถียรได้เปิดออก กองทัพก็อบลินได้กรูกันออกมาจากข้างใน สังหารและกวาดต้อนผู้คนไปกว่าหมื่นคน”

“สุดท้ายแล้ว ท่านผู้นำเมืองสุ่ยเฉิงและท่านอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมปลายของเรา ได้ข้ามมิติกลับมา และเป็นผู้นำในการก้าวเข้าไปในช่องว่างมิติด้วยตัวเอง จึงสามารถช่วยเหลือมนุษย์ที่ถูกกวาดต้อนกลับมาได้”

“อย่างไรก็ตาม ในบรรดาคนนับหมื่น… มีผู้รอดชีวิตเพียงพันกว่าคนเท่านั้น”

อาจารย์วัยกลางคนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อว่า “สงครามระหว่างอารยธรรมนั้นโหดร้าย ไร้ซึ่งความดีงาม”

“หลังจากนั้น ช่องว่างมิติก็พังทลายลง ตัดขาดประตูเชื่อมระหว่างสองโลก แต่ก็มีผู้ตื่นรู้ที่แข็งแกร่งได้รับไอเทมพิกัดจากโลกนั้น และเปิดเผยข้อมูลออกมาไม่น้อย”

“โลกใบนั้นเป็นโลกระดับสีฟ้า เรียกว่า มิติก็อบลินคลั่ง!”

ที่ด้านล่างสุดของห้องเรียน อู๋เทียนซึ่งกำลังหยอกล้อกับหลินเฉียนเฉียนอยู่พลันยืดหลังตรง ก่อนจะหันมองไปยังแท่นบรรยาย

มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ?

อาจารย์วัยกลางคนยังคงพูดต่อไปว่า “โลกใบนั้นเต็มไปด้วยบาป เผ่าพันธุ์ก็อบลินไม่ใช่มอนสเตอร์กระจอกอย่างในโลกอื่น แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนั้น ตีเผ่าพันธุ์อื่นจนราบคาบ!”

“แม้แต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ เอลฟ์ ยักษ์ และคนแคระ จะร่วมมือกัน ก็ยังถูกก็อบลินยึดครองดินแดนไปถึง 80% ต้องหนีไปกองกันอยู่ที่แดนเหนืออย่างอัปยศอดสู”

“ว่ากันว่า เผ่าพันธุ์ก็อบลินที่แปลกประหลาดนั้น ล้วนเป็นเพศชาย ก้าวร้าว และชั่วร้าย พวกมันจงใจไม่กวาดล้างเผ่าพันธุ์อื่น แต่จะล้อมพวกเขาเอาไว้ แล้วคอยจับตัวหญิงสาวจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ มาเพื่อให้กำเนิดก็อบลิน โดยที่ก็อบลินที่เกิดใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นเพศชาย!”

“ในสงครามครั้งนั้น ชาวเมืองสุ่ยเฉิงที่เสียชีวิต บางส่วนถูกกิน ถูกทรมานจนตาย และก็มีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่ทนต่อความอัปยศอดสูไม่ไหว จึงเลือกปลิดชีพตัวเอง”

ทันทีที่พูดจบ นักเรียนหลายคนก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ

แม้แต่อู๋เทียนเองก็ตกตะลึงไม่น้อย

เขาไม่คิดว่าค่ายก็อบลินที่ดู “ธรรมดา” นั้น จะเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่าขยะแขยงเช่นนี้

แต่พอนึกดูดีๆ ก็อบลินที่เขาเห็นก็ล้วนเป็นเพศชายทั้งหมด!

“ข้ามมิติไปครั้งหน้าคงต้องตรวจสอบให้ละเอียดกว่านี้หน่อยแล้ว สงสัยค่ายนั้นต้องมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นแน่ๆ”

อู๋เทียนขมวดคิ้ว

เผ่าพันธุ์ที่เต็มไปด้วยพวกชอบใช้กำลังข่มขืนแบบนี้ เขาก็รู้สึกขยะแขยงเป็นที่สุด

ต้องฆ่าพวกมันให้หมดสิ้นซะ จะได้เลิกสร้างความเดือดร้อน!

“เพราะทั้งสองโลกเคยเชื่อมต่อกัน ดังนั้นการสุ่มข้ามมิติที่เมืองสุ่ยเฉิง จึงมีโอกาสที่จะเข้าไปในโลกใบนั้นได้!”

อาจารย์วัยกลางคนพูดต่อ “จำไว้ว่า ถ้าพวกเธอข้ามมิติไปยังโลกใบนั้น อย่าลังเล รีบออกมาทันที!”

“สมาคมผู้ตื่นรู้ได้ประเมินไว้แล้วว่า โลกใบนั้นเป็นโลกที่ผู้ตื่นรู้ต้องมีเลเวลอย่างน้อยขั้น 10 ถึงจะสำรวจได้!”

อู๋เทียนตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์พูดต่อจากนั้นอย่างตั้งใจ

ส่วนสาวน้อยข้างๆ พอได้ฟังแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา บนใบหน้าขาวเนียนปรากฏร่องรอยของความหวาดหวั่น

“กลัวเหรอ?”

เมื่อเห็นท่าทางของหลินเฉียนเฉียน อู๋เทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ก่อนจะพูดว่า “จะบอกให้ฟังอย่างนึงนะ ฉันเนี่ยแหละ ก็อบลินสเลเยอร์ตัวจริงเสียงจริง!”

จบบทที่ บทที่ 27 เหตุการณ์ก็อบลินคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว