- หน้าแรก
- จัดสรรแต้มคุณสมบัติพาตระกูลผงาดครองใต้หล้า
- บทที่ 110 มหกรรมกวาดซื้อสินค้า
บทที่ 110 มหกรรมกวาดซื้อสินค้า
บทที่ 110 มหกรรมกวาดซื้อสินค้า
ต้วนเต๋อมุ่งหน้าสู่เมืองเทียนกังเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในรัฐซั่วโจวทั้งรัฐ
เหตุผลที่มันหรูหราอลังการเพียงนี้ก็เพราะสำนักเทียนกังขุมกำลังที่ทรงพลังที่สุดในซั่วโจวตั้งอยู่ในเมืองเทียนกังแห่งนี้แม้เมืองเทียนกังจะเป็นเพียงเมืองเดียวทว่าพื้นที่ของมันกลับกว้างใหญ่กว่าเขตฟงเหลยหลายร้อยเท่า
ยิ่งไปกว่านั้นลักษณะเด่นที่สุดของเมืองเทียนกังคือขุมกำลังระดับแนวหน้าทั้งหมดในซั่วโจวต่างมีสาขาและธุรกิจตั้งอยู่ที่นี่พูดได้เต็มปากว่าข้อมูลข่าวสารไหลเวียนได้อย่างราบรื่นที่สุดในเมืองเทียนกังทว่าการจะหยั่งรากที่นี่ได้ย่อมต้องมีพละกำลังที่มหาศาลมิเช่นนั้นย่อมถูกกลืนกินจนมิเหลือร่องรอย
มีข่าวลือหนาหูว่าเจ้าสำนักเทียนกังคือยอดฝีมือระดับจักรพรรดินักบุญขั้นสูงสุดและบางคนถึงกับอ้างว่าเขาบรรลุขอบเขตกึ่งมหาจักรพรรดิไปแล้ว
ทว่าเจ้าสำนักเทียนกังมิเคยลงมือมานานหลายร้อยปีจึงมิมีใครรู้พละกำลังที่แท้จริงของสำนักเทียนกังหรือแม้กระทั่งว่าเจ้าสำนักของพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ถึงกระนั้นตำแหน่งผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในซั่วโจวก็ยังเป็นของสำนักเทียนกังเสมอมาเพราะใครก็ตามที่กล้าล่วงเกินพวกเขาลล้วนถูกกวาดล้างอย่างไร้ปรานี
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรียกว่าตำหนักหมื่นมารนั้นเป็นเพียงน้องเล็กเมื่อเทียบกับสำนักเทียนกังหากสำนักเทียนกังกล่าวคำหนึ่งตำหนักหมื่นมารย่อมมิกล้ากล่าวเป็นอื่นทว่าสำนักเทียนกังมักจะมิเข้าไปก้าวก่ายเรื่องอื่นนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตำหนักหมื่นมารหอถึงได้โอหังนักในซั่วโจว
ในเวลานี้ต้วนเต๋อที่ใบหน้าเปื้อนเขม่ามอมแมมเดินทางมาถึงเมืองเทียนกังพร้อมกับป้ายผ่านทางงานประมูลกว่าสามร้อยใบด้วยท่าทางที่ค่อนข้างมีพิรุธ
"ค่าธรรมเนียมเข้าเมืองหนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ"
ผู้คุมกฎขอบเขตเซียนสวรรค์กล่าวขึ้น
ผู้คุมเหล่านี้ถูกเรียกว่าองครักษ์เทียนกังเป็นกองทัพสายตรงของสำนักเทียนกังข้อกำหนดขั้นต่ำในการเข้าสู่องครักษ์เทียนกังคือขอบเขตเซียนสวรรค์
เรียกได้ว่าเพียงแค่ค่าธรรมเนียมเข้าเมืองอย่างเดียวก็ทำให้สำนักเทียนกังได้รับหินวิญญาณระดับต่ำนับล้านล้านก้อนในทุกวันเมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้ฝึกตนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่เมืองเทียนกังในแต่ละวัน
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่สำนักเทียนกังคงความมั่งคั่งรุ่งเรืองมาได้อย่างยาวนาน
ต้วนเต๋อจ่ายหินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนอย่างว่าง่ายจากนั้นจึงเข้าเมืองไปส่วนต้วนอีที่ตามหลังมาก็จ่ายอีกหนึ่งหมื่นก้อนเช่นกัน
ต่อมาต้วนเต๋อมาถึงตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเทียนกังนั่นคือตลาดอัสนี
เหตุผลที่เรียกว่าตลาดอัสนีก็เพราะตลาดทั้งสายถูกปกป้องด้วยค่ายกลอัสนีใครก็ตามที่พยายามบังคับซื้อขายในตลาดอัสนีย่อมถูกสังหารโดยค่ายกลอัสนีทันทีดังนั้นทุกคนที่ค้าขายที่นี่จึงซื่อสัตย์อย่างยิ่งเน้นความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ
ดังนั้นหินวิญญาณจึงมิใช่สกุลเงินหลักในตลาดอัสนีเนื่องจากการทำธุรกรรมส่วนใหญ่เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า
หลังจากเข้าสู่ตลาดอัสนีต้วนเต๋อจ่ายค่าเช่าแผงหนึ่งพันล้านหินวิญญาณจากนั้นจึงนั่งลงบนพื้นที่ว่างวางป้ายผ่านทางสองสามใบและโบชัวร์งานประมูลเอาไว้
"สหายเต๋าทั้งหลายอย่าพลาดโอกาส!วัตถุเทพแห่งฟ้าดินน้ำพุแห่งชีวิตได้ปรากฏขึ้นในซั่วโจวแล้วสามารถยืดอายุขัยได้ถึงเก้าร้อยปี!"
"สหายเต๋าทั้งหลายอย่าพลาดโอกาส!วัตถุเทพแห่งฟ้าดินชาตรัสรู้ได้ปรากฏขึ้นในซั่วโจวแล้ว!"
ต้วนเต๋อประกาศโฆษณาสินค้าล้ำค่าที่สุดสองอย่างด้วยความกระตือรือร้น
เป็นไปตามคาดวัตถุที่ช่วยเพิ่มอายุขัยและส่งเสริมการตรัสรู้ย่อมเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในโลกบ่มเพาะมันดึงดูดฝูงชนจำนวนมากให้มามุงดูผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนสวรรค์ผิวคล้ำคนนี้ด้วยความรู้อยากเห็น
ในบรรดาฝูงชนผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนทองคำคนหนึ่งดูจะตื่นเต้นที่สุด
"เจ้าหนูน้ำพุแห่งชีวิตที่เจ้าพูดถึงซึ่งสามารถยืดอายุขัยได้แปดร้อยปี(เก้าร้อยปี)อยู่ที่ใดรึ?ข้าจะซื้อ!"
ต้วนเต๋อมองชายชราผมขาวตรงหน้าจากนั้นชี้ไปที่ป้ายผ่านทางสีทองอร่ามและโบชัวร์งานประมูลบนพื้นพลางกล่าวอย่างประจบประแจงว่า
"อาวุโสทุกสิ่งที่ท่านปรารถนาอยู่ในโบชัวร์นี้แล้วส่วนท่านจะได้รับมันหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของท่านเอง"
ชายชราขอบเขตเซียนทองคำถามด้วยความสงสัยว่า"เจ้าหนูเจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่?"
ต้วนเต๋อยิ้มแล้วกล่าวว่า
"อาวุโสข้ามิมิได้ครอบครองสมบัติเทพอย่างน้ำพุแห่งชีวิตและชาตรัสรู้ทว่าพวกมันจะปรากฏในงานประมูลในอีกไม่กี่วันข้างหน้าป้ายนี้คือบัตรผ่านเข้างานของท่าน"
เมื่อได้ยินคำของต้วนเต๋อสีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปหลายตลบก่อนจะกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า
"เจ้าหมายความว่าสิ่งเหล่านี้จะปรากฏในงานประมูลรึ?"
ต้วนเต๋อยิ้มแล้วกล่าวว่า
"เป็นของจริงแน่นอนและป้ายนี้ยังมีผลในการเคลื่อนย้ายมิติมิว่าท่านจะอยู่ที่ใดตราบเท่าที่งานประมูลเริ่มต้นท่านจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่จัดงานประมูลทันทีท่านมิต้องกังวลว่าจะพลาดงานประมูลเลย"
เมื่อได้ยินคำของต้วนเต๋อผู้ที่มุงดูอยู่ต่างสูดหายใจลึก
"เช็ดเป็ดป้ายนี้เป็นอาวุธวิเศษที่ทรงพลังในตัวมันเองเลยนะรึ!มันถึงกับมีฟังก์ชันเคลื่อนย้ายมิติด้วย"
"ใช่แล้วหากพวกเรากำลังจะแพ้การต่อสู้ป้ายนี้อาจจะมีประโยชน์อย่างมาก"
"ใช่ๆๆพวกเราต้องซื้อป้ายนี้ให้ได้!มันมิต่างจากการมีชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชีวิต!"
"โรงประมูลนี้ต้องมีเบื้องหลังที่มิธรรมดาแน่ถึงกล้าเสนอสิ่งที่ดีขนาดนี้ข้าตั้งตารองานประมูลนี้จริงๆ"
ในตอนนี้อาวุโสขอบเขตเซียนทองคำสะกดกลั้นความตื่นเต้นแล้วกล่าวว่า
"ป้ายนี้ราคาเท่าไหร่?ข้าจะซื้อ"
ต้วนเต๋อกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ว่า
"อาวุโสหนึ่งป้ายพร้อมโบชัวร์มิมิมีการต่อรองราคาหนึ่งหมื่นล้านหินวิญญาณระดับต่ำ"
"โปรดอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธโบชัวร์นี้เองก็เป็นอาวุธวิเศษข้ามิอาจบอกระดับที่แน่นอนของมันได้แต่มันสามารถอัปเดตสมบัติที่อาจจะถูกนำเข้าประมูลได้แบบเรียลไทม์หากท่านครอบครองไว้สักใบเจ้ามิได้ก้าวล้ำนำหน้าผู้อื่นไปก้าวหนึ่งหรอกรึ?"
"ยิ่งไปกว่านั้นเท่าที่ข้ารู้มาป้ายเหล่านี้ถูกปล่อยออกมามิถึงห้าร้อยใบในตอนนี้เมื่อโอกาสนี้ผ่านไปต่อให้ท่านมีหินวิญญาณมากมายเพียงใดท่านก็มิอาจซื้อพวกมันได้อีกแล้ว"
หลังจากการโน้มน้าวของต้วนเต๋อฝูงชนที่เดิมทีลังเลก็พากันควักหินวิญญาณหนึ่งหมื่นล้านก้อนเพื่อซื้อป้ายผ่านทางและโบชัวร์ทันทีเมื่อได้ยินว่ามีป้ายเหลือเพียงไม่กี่ร้อยใบ
เมื่ออาวุโสขอบเขตเซียนทองคำเปิดรายการสินค้าประมูลเขาถูกดึงดูดด้วยสินค้าสองรายการสุดท้ายทันทีสินค้าในโบชัวร์นั้นเหมือนจริงอย่างน่าเหลือเชื่อแม้จะเป็นเพียงภาพวาดแต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากภาพนั้น
"ศิษย์พี่เย่เฉินท่านพบโอสถที่สามารถยืดอายุขัยในตลาดบ้างหรือไม่?"
"ศิษย์น้องจ้าวหลิงของพรรค์นั้นเป็นสมบัติล้ำค่ามิว่าจะอยู่ที่ใดมันจะถูกพบได้ง่ายดายเพียงนั้นได้อย่างไรโดยเฉพาะในตลาดแห่งนี้?"
"ทว่ามิต้องห่วงศิษย์น้องข้าได้ติดต่ออาจารย์ตันอวี่ไว้แล้วเขาตกลงจะขายโอสถชิงวาสนาฟ้าดินให้พวกเราซึ่งสามารถยืดอายุขัยได้ร้อยห้าสิบปีทว่าราคานั้นค่อนข้างสูงต้องใช้หินวิญญาณระดับกลางหลายร้อยล้านก้อน"
ในตอนนี้จ้าวหลิงเห็นว่าต้วนเต๋อถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนและรู้สึกว่าต้องเป็นสิ่งมิธรรมดาแน่จึงเตรียมจะเดินไปหาต้วนเต๋อ
"ศิษย์น้องจ้าวหลิงข้าคิดว่ามิมีความจำเป็นต้องไปที่แบบนั้นหรอกมิมีของดีอยู่ที่นั่นแน่นอนพวกเราไปรวบรวมหินวิญญาณกันดีกว่า"
"ศิษย์พี่เย่เฉินข้ายังอยากจะลองไปดูสักหน่อยบางทีอาจจะมีวัตถุเทพที่ยืดอายุขัยอยู่จริงๆก็ได้"
เย่เฉินพยักหน้าอย่างมิเต็มใจพลางคิดในใจว่า
'ศิษย์น้องช่างคว้าไขว่ในสิ่งที่เลื่อนลอยเสียจริงจะมีสมบัติยืดอายุขัยในสถานที่ที่เป็นเพียงแผงลอยริมถนนได้อย่างไร?แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ไปกับศิษย์น้องเพื่อดูสักหน่อยเถอะ'
กล่าวจบจ้าวหลิงและเย่เฉินก็เดินมุ่งหน้าไปยังแผงลอยของต้วนเต๋อเจ้าค่ะ