- หน้าแรก
- โดนสาวบอกเลิกแล้วไงแค่เหยียบมดเลเวลก็ทะลุปรอท
- บทที่ 13 โจวรั่วเสวียน
บทที่ 13 โจวรั่วเสวียน
บทที่ 13 โจวรั่วเสวียน
สองปีต่อมา
“ข้าชื่อจอมมารน้อย อยากจะขอพบโจวรั่วเสวียนศิษย์เอกของสำนักง้อไบ๊หน่อย”
ที่หน้าประตูสำนักง้อไบ๊ ซูโม่เอ่ยถามอย่างสำรวม
“เจ้า... รอที่นี่สักครู่เถิด เดี๋ยวข้าไปแจ้งศิษย์พี่ให้”
เด็กสาวแอบมองซูโม่แวบหนึ่งก่อนจะหน้าแดงแล้วรีบเดินจากไป
แว่วเสียงพึมพำจากไกลๆ ว่า: เหตุใดเขาถึงหล่อเหลาเช่นนี้? หรือจะเป็นคนรักวัยเด็กของศิษย์พี่รั่วเสวียนกันแน่?
ซูโม่: “...”
ครู่ต่อมา
“เจ้าอยากพบข้าหรือ?”
โจวรั่วเสวียนยักคิ้ว มองดูเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาจนเกินจริงตรงหน้า พลางคิดในใจ
หรือว่าน้องชายคนนี้จะเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่คลั่งไคล้ข้า?
หากเป็นเช่นนั้น เห็นแก่ที่เขาหน้าตาดีเพียงนี้ บางทีข้าอาจจะใจอ่อน...
เพียะๆ โจวรั่วเสวียน เจ้าไม่รู้จักอายบ้างหรือไร?
คิดอะไรอยู่เนี่ย?
"เขายังเด็กอยู่เลยนะ..."
ใบหน้าของโจวรั่วเสวียนแดงซ่านขึ้นมาทันที
ส่วนซูโม่จ้องมองโจวรั่วเสวียนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าจริงจัง เขาแค่รู้สึกแปลกที่จู่ๆ นางก็หน้าแดงแต่ก็เลิกสนใจไป...
ทว่าหลังจากนั้นครู่หนึ่ง ความผิดหวังเล็กๆ ก็แวบเข้ามาในใจซูโม่
คนที่มีระดับชะตาจักรพรรดินี... ไม่ใช่นาง...
แต่ถ้าไม่ใช่โจวรั่วเสวียนแล้วจะเป็นใครได้อีก?
สตรีที่เก่งกาจและเฉลียวฉลาดที่สุด... นางมารเว่ยอีเหยา?
หรือปรมาจารย์เหมยฉางชิง?
ซูโม่ส่ายหัว เลิกคิดเรื่องนั้น
แต่ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว เขาย่อมไม่กลับไปมือเปล่าแน่นอน
"ข้าซูโม่ ตั้งใจมาขอคำชี้แนะด้านกระบี่จากศิษย์พี่โจว!"
ซูโม่ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
สำหรับเขา การชนะการประลองนี้คือค่าประสบการณ์ฟรีๆ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือ
"อะไรนะ?"
โจวรั่วเสวียนอึ้งกิมกี่ อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงเขาง้อไบ๊เพื่อมาท้าสู้กับนางเนี่ยนะ?
เจ้าเด็กนี่... ต้องการอะไรกันแน่?
"เอาเถิดน้องชาย อย่าหาว่าข้ารังแกเด็กเลยนะ ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้และให้เจ้าโจมตีก่อน 3 กระบวนท่า ถ้าเจ้าทำให้ข้าชักกระบี่ออกมาได้ ข้าจะถือว่าตัวเองเป็นฝ่ายแพ้"
"ไม่ต้องดูถูกตัวเองหรอกนะ อายุเพียงเท่านี้แต่กล้ามาท้าสู้กับข้าก็ถือว่ามีพรสวรรค์มากแล้ว ตอนข้าอายุเท่าเจ้าข้าสู้เจ้าไม่ได้แน่นอน นี่ข้าเป็นฝ่ายได้เปรียบด้วยซ้ำ"
โจวรั่วเสวียนพูดเสริม เพราะกลัวว่าจะไปทำร้ายจิตใจนายน้อยคนนี้เข้า
"งั้นข้าเริ่มเลยนะ"
ซูโม่คำนับอย่างมีมารยาทเพื่อเป็นการเตือน
ในเมื่อโจวรั่วเสวียนกล่าวมาเช่นนี้ เขาก็ปฏิเสธไม่ได้
ก็นะ นางเป็นรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียง ย่อมต้องรักษาภาพพจน์และไม่อยากถูกตราหน้าว่ารังแกเด็ก
ซูโม่เข้าใจจุดนี้ดี
"เข้ามาเลย"
โจวรั่วเสวียนยืนนิ่งท่าทางสบายๆ ไม่ได้ตั้งท่าป้องกันอะไรเป็นพิเศษ ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจข้อตกลง 3 กระบวนท่านี้เลยสักนิด
ตรงกันข้าม นางกลับแอบสำรวจรูปร่างหน้าตาของซูโม่แทน
"เฮ้อ น้องชายคนนี้ก็หล่อดีหรอกนะ แต่น่าเสียดายที่เป็นพวกบื้อเรื่องความรักไปหน่อย"
โจวรั่วเสวียนถอนหายใจในใจ
"ข้าจะเริ่มจริงๆ แล้วนะ"
เมื่อเห็นว่าโจวรั่วเสวียนไม่แม้แต่จะตั้งท่ารับ
ซูโม่ขมวดคิ้วแล้วเตือนนางอีกครั้ง
"มาเลยๆ"
โจวรั่วเสวียนตอบแบบปัดๆ
วินาทีต่อมา
"วูบ—"
ปราณกระบี่อันทรงพลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างจ้าจนแสบตา
มันมาพร้อมกับแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว ฟาดฟันเข้าใส่โจวรั่วเสวียนอย่างรวดเร็ว
ในพริบตา ดวงตาของโจวรั่วเสวียนก็เต็มไปด้วยรังสีกระบี่ที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
ขนทั่วร่างของนางลุกชันขึ้นมาทันที สัญชาตญาณความตายพุ่งพล่านไปทุกอณูขุมขน
โจวรั่วเสวียนปฏิกิริยาไวปานสายฟ้าแลบ นางระเบิดศักยภาพสูงสุดออกมาในวินาทีชี้เป็นชี้ตาย
นางชักกระบี่ออกมาต้านทานตามสัญชาตญาณด้วยท่าที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิต
"ตูม—"
ปราณกระบี่ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ แรงระเบิดมหาศาลกระจายออกไปรอบทิศทาง
เพราะเป็นการป้องกันที่กะทันหัน ปราณกระบี่ของโจวรั่วเสวียนจึงแตกสลายลงทันที แต่เดชะบุญที่การขัดขวางนั้นช่วยให้นางรอดพ้นจากบาดแผลฉกรรจ์มาได้
ถึงอย่างนั้นร่างของนางก็ยังกระเด็นหวือไปข้างหลังเหมือนลูกบอลที่ถูกหวด
"โครม—"
ภูเขาสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวสะท้าน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
เมื่อฝุ่นจางลง ก็พบว่าร่างบางของโจวรั่วเสวียนฝังเข้าไปในหน้าผาหินเรียบร้อยแล้ว
ผ่านไปครู่ใหญ่ โจวรั่วเสวียนถึงตะเกียกตะกายออกมาจากหลุมหิน เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
โจวรั่วเสวียน: “...”
ซูโม่: “...”
ศิษย์น้องง้อไบ๊นิรนาม: “...”
ซูโม่ไม่นึกว่าโจวรั่วเสวียนจะอ่อนแอกว่าที่เขาคาดไว้... เขาเลยจัดหนักใส่เต็มเหนี่ยวแบบไม่ยั้งมือ
ผลที่ได้ก็คือ...
“เอ่อ เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่?”
ซูโม่เกาหัวอย่างเคอะเขิน
“ไอ้คนสารเลว... แก... แกหลอกลวงข้า...”
โจวรั่วเสวียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
นี่มันไม่ใช่การประลองกระชับมิตรแล้ว นี่มันกะจะฆ่าข้าชัดๆ!
“ข้า...”
ซูโม่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
จะให้บอกว่าไม่นึกว่าเจ้าจะอ่อนแอถึงเพียงนี้มันก็น่าเกลียดไปหน่อย
“ยาเม็ดนี้ได้ผลดีนัก ลองทานดูหรือไม่?”
ซูโม่ลังเลเล็กก่อนจะหยิบยาสมานแผลระดับสูงที่ได้จากระบบออกมาจากกระเป๋า
“ไอ้หัวขโมยหน้าไม่อาย คิดว่าข้าจะเชื่อแกอีกหรือ?”
โจวรั่วเสวียนด่าอย่างอาฆาต
นางใช้กระบี่ยันร่างไว้ไม่ให้ล้มลงไปอีกรอบ
"ทุเรศที่สุด! หน้าด้านที่สุด!"
ไอ้คนเฮงซวยนี่อาศัยความชอบเด็กหนุ่มของข้ามาหลอกลวงข้า! แล้วแกล้งทำเป็นมาขอประลอง
นี่มันไม่ใช่การประลอง แต่มันคือการลอบสังหารชัดๆ!
แถมข้ายังอุตส่าห์ใจดีไม่รังแกมัน ให้มันตั้ง 3 กระบวนท่า...
"มันได้ผลจริงๆ นะ"
ซูโม่พูดอย่างจริงใจ
เมื่อเห็นว่านางไม่มีท่าทีจะรับไป เขาเลยคิดว่าคงต้องเดินเข้าไปป้อนเอง
"ไอ้เด็กนิสัยเสีย รับมือ!"
เห็นซูโม่เดินเข้ามา โจวรั่วเสวียนก็วาดกระบี่เข้าใส่ทันทีโดยไม่ฟังคำใด
ซูโม่รู้ตัวว่าผิดเลยแค่เบี่ยงตัวหลบเบาๆ โดยไม่ได้ปัดป้องกลับ
"ไอ้หัวขโมย ข้ายอมตายดีกว่าต้องกินของของแก!"
โจวรั่วเสวียนดื้อดึงวาดกระบี่มั่วซั่วไปหมด
แต่ลมหายใจของนางเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อยๆ
ในสายตาของนาง ยาเม็ดนั้นต้องไม่ใช่ของดีแน่
มันอาจจะเป็นยาปลุกกำหนัดที่ทำให้ข้าควบคุมตนเองไม่ได้แล้วคิดเรื่องลามกก็ได้!
ถึงนางจะชอบเด็กหนุ่มเพียงใด แต่นางจะไม่ยอมให้ใครมาบงการเช่นนี้เด็ดขาด!
หากจะทำอะไร นางต้องเป็นฝ่ายเริ่มเอง! และต้องอยู่ข้างบนด้วย!
"ไอ้คนสารเลว ข้ายอมตายดีกว่าถูกแกปั่นหัว! รับไปซะ!"
ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย ยิ่งอายก็ยิ่งโมโห โจวรั่วเสวียนลากสังขารที่บาดเจ็บพุ่งเข้าใส่ซูโม่อีกครั้ง
...
"ขออภัยด้วย"
เมื่อเห็นว่าโจวรั่วเสวียนฟันลมฟันแล้งอยู่นานจนหอบเหนื่อยแฮก
หากปล่อยไว้เช่นนี้แผลจะยิ่งอักเสบหนักกว่าเดิม
ซูโม่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องมัดนางไว้ก่อน
"ไอ้คนถ่อย! แกทำเรื่องลามกเพียงนี้ได้เช่นไร!"
โจวรั่วเสวียนอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ซูโม่: "..."
หลังจากป้อนยาให้โจวรั่วเสวียนเสร็จ
เมื่อเห็นว่าลมหายใจของนางเริ่มคงที่และแผลเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว อีกไม่กี่วินาทีคงหายเป็นปกติ
ซูโม่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ศิษย์พี่โจว ข้าไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินจริงๆ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ถือว่ายาเม็ดนี้เป็นการขอโทษแล้วกันนะ เผื่อมันจะช่วยชีวิตเจ้าได้ในยามคับขัน"
ซูโม่พูดอย่างจริงใจพลางวางยาฟื้นฟูไว้อีกหนึ่งเม็ดบนพื้น
"วูบ—"
เขาใช้ท่าร่างย่างก้าวพยัคฆ์มังกรหายวับไป ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาบนพื้น
...
ไม่กี่วินาทีหลังจากซูโม่จากไป โจวรั่วเสวียนก็หายดีเป็นปลิดทิ้งและดึงเชือกให้ขาดได้อย่างง่ายดาย
นางมองตามทิศทางที่ซูโม่จากไปด้วยอารมณ์ที่สับสนปนเป
"ชิ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ นั่นแหละ"
โจวรั่วเสวียนบ่นพึมพำ