เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1050 ให้จินชือไป ต้อนรับราชาผีจุติลงมา!!!

บทที่ 1050 ให้จินชือไป ต้อนรับราชาผีจุติลงมา!!!

บทที่ 1050 ให้จินชือไป ต้อนรับราชาผีจุติลงมา!!!


"เรียนท่านผู้นำ"

เสวี่ยหลัวชาเอ่ยปาก: "ใต้เท้าเชียนมู่  สลัดตรวนหลุดพ้นโดยสมบูรณ์แล้วค่ะ"

"แถมยัง......"

ในดวงตาของเสวี่ยหลัวชามีแววประหลาดใจพาดผ่าน

"แถมยังอะไร?"

หนิวหนิวมองเธอ

"ใต้เท้าเชียนมู่บอกว่า แดนผีช่วงนี้ดูเหมือนจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง กระบวนการสลัดตรวนของเขา ราบรื่นขึ้นมากเลยค่ะ"

"ผนึกแดนผี ที่คอยสะกดห้วงเหวแห่งความตาย อ่อนกำลังลงไปมาก!"

"นอกจากใต้เท้าเชียนมู่แล้ว ยังมีราชาผีอีกหลายตน ที่ใกล้จะสลัดตรวนหลุดพ้นแล้วเช่นกันค่ะ"

หนิวหนิวฟังจบ สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ

"เรื่องนี้ ข้ารับรู้มาตั้งนานแล้ว"

เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังฟากฟ้าอันไกลโพ้น มุมปากยกยิ้มประหลาดขึ้นมา

"สิ่งที่เกิดความเปลี่ยนแปลง เกรงว่าคงไม่ได้มีแค่แดนผีหรอก"

ในดวงตาของเสวี่ยหลัวชามีแววปีติยินดีพาดผ่าน เอ่ยถามว่า: "ท่านผู้นำ ร่างจริงของท่าน......"

หนิวหนิวพยักหน้า ยิ้มเอ่ยว่า: "ดีกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มาก พลังของโซ่ตรวนเทพยมโลกเหล่านั้น อ่อนกำลังลงไปมากเลยทีเดียว"

"เสวี่ยเอ๋อร์"

"ไปบอกเชียนมู่ ให้เขาพาราชาผีที่สลัดตรวนหลุดพ้นเหล่านั้น จุติลงมายังโลกมนุษย์พร้อมกัน"

หนิวหนิวแค่นเสียงเย็น เอ่ยอย่างเนิบนาบ: "หน้าผาพันผี  เป็นเพียงรอยแยกแรกของแดนผีที่เชื่อมต่อกับโลกมนุษย์เท่านั้น"

"ต่อไปในภายภาคหน้า"

"ผู้ฝึกตนบนโลกมนุษย์ จะยิ่งเผชิญกับความยากลำบาก และรับมือไม่ไหว! โลกมนุษย์แห่งนี้ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องกลายเป็นขุมนรก กลายเป็นดินแดนของเผ่าผีเรา"

" "

เสี่ยวหงเม่าที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วก็รู้สึกหวาดหวั่นใจ แผนการของสำนักผีช่างยิ่งใหญ่นัก

เขาไม่กล้าสอดปาก

ก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไร

"รับทราบค่ะ"

เสวี่ยหลัวชาพยักหน้า

"เสี่ยวหงเม่า"

หนิวหนิวจู่ๆ ก็เอ่ยปาก ทำเอาเสี่ยวหงเม่าสะดุ้งตกใจ: "หา? ครับแม่บุญธรรม?"

"ไม่มีอะไร"

"ข้ารอกินเต้าหู้ผัดพริกหมาล่าของแกอยู่นะ"

หนิวหนิวจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา ไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย: "ไปบอกจินชือ ให้เขาไปที่หน้าผาพันผี ไปต้อนรับเชียนมู่"

"ท่านผู้นำ"

เสวี่ยหลัวชาเอ่ยปาก: "เรื่องนี้สำคัญยิ่งนัก ให้ข้าไปเถอะค่ะ!"

"เจ้าเนี่ยนะ?"

หนิวหนิวพินิจพิจารณาเสวี่ยหลัวชาขึ้นๆ ลงๆ สองสามครั้ง เอ่ยว่า: "เจ้าเพิ่งจะทะลวงระดับ ระดับการบำเพ็ญเพียรยังไม่มั่นคง อยู่เป็นเพื่อนข้าที่นี่เถอะ"

"เสี่ยวหงเม่า"

"แกก็ด้วย"

"อ้อ!"

เสี่ยวหงเม่าเกาหัว ในใจรู้สึกกลัดกลุ้ม

หมู่บ้านเล็กๆ บนเขาแห่งนี้ ถูกกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวปิดกั้นเอาไว้ การที่ตัวเองคิดจะแอบหนีออกไป เป็นไปไม่ได้เลย

"ไม่รู้ว่าเจ้านาย...... ได้รับข่าวหรือยัง" เสี่ยวหงเม่าพึมพำในใจ

"แม่บุญธรรม ผมไปล้างจานก่อนนะครับ"

เสี่ยวหงเม่าในตอนนี้ก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว จึงได้แต่เก็บชามและตะเกียบบนโต๊ะ รีบเดินเข้าไปในครัว

"ไปเถอะ"

หนิวหนิวโบกมือปัด เสวี่ยหลัวชาก็หันหลัง วาดเป็นวังวนสายหนึ่ง ร่างกะพริบวูบจากไป

"หึ"

บนใบหน้าของหนิวหนิวเผยให้เห็นรอยยิ้มประหลาด: "รอยแยกแดนผีเปิดออก ผนึกแดนปีศาจแตกสลาย"

"โลกมนุษย์"

"มีเรื่องให้สนุกแล้วล่ะ"

"กุ่ยเจี้ยนโฉว......"

ในหัวของหนิวหนิวจู่ๆ ก็มีชื่อหนึ่งผุดขึ้นมา แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา: "ฆ่าทูตของข้า ทำลายสำนักผีของข้า"

"เรื่องนี้......"

"รอให้ร่างจริงของเปิ่นจุนจุติลงมาก่อนเถอะ แล้วค่อยมาคิดบัญชีกับเจ้าให้สาสม! เปิ่นจุนก็อยากจะดูเหมือนกัน ว่าเจ้าจะมีน้ำยาแค่ไหน"

"ถึงขนาดทำให้พวกจินชือ แค่ได้ยินชื่อก็หวาดกลัวจนหัวหดได้"

หนิวหนิวกำลังคิดเพลินๆ เสียงเคาะตู้ประตูก็ดังขึ้น หนิวหนิววิ่งเหยาะๆ ไปเปิดประตูรั้ว

"ลุงอู๋"

บนใบหน้าของหนิวหนิว รอยยิ้มเบ่งบาน

........................

สถานที่อันมืดมิด

จินชือนั่งตระหง่านอยู่บนบัลลังก์กระดูกขาว ท้าวคางด้วยท่อนแขน แววตากลัดกลุ้ม

เบื้องล่างของเขา

คือกลุ่มทูตของสำนักผี นำโดยไป๋ชือ

"ใต้เท้าจินชือ ตกลงว่าใต้เท้าเชียนมู่ จะจุติลงมาเมื่อไหร่กันแน่ครับ?"

ภูตผีที่สวมหน้ากากสีแดง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

"เร็วๆ นี้แหละ เร็วๆ นี้แหละ"

จินชือตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ

"เร็วๆ นี้แหละอีกแล้ว"

หงชือรู้สึกอึดอัดใจ เอ่ยว่า: "นายท่านกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? รับผีบนโลกมนุษย์เป็นลูกบุญธรรมไม่พอ ยังไม่ยอมให้พวกเราขยับเขยื้อนอีก!"

"ช่วงเวลานี้ สำนักผีของพวกเรา ก็เหมือนเต่าหดหัวอยู่ในที่มืด ไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยสักนิด"

"ถ้ารู้แบบนี้ สู้ทนอยู่ในแดนผีซะยังจะดีกว่า"

"ข้าทนไม่ไหวแล้วนะ"

"หงชือ!"

จินชือหรี่ตาลง กลิ่นอายอันตรายไหลเวียนอยู่รอบด้าน หงชือสะดุ้งตกใจ รีบคุกเข่าลงกับพื้น

"ใต้เท้าจินชือโปรดอภัยด้วย ข้าหลุดปากไปครับ" หงชือรู้สึกเสียใจในภายหลัง

มานินทานายท่านต่อหน้าใต้เท้าจินชือแบบนี้ ถ้าเรื่องถึงหูนายท่านเข้า เกรงว่าคงโดนลงโทษแน่

"หึ"

"รู้ตัวก็ดี"

จินชือลุกขึ้นยืน เอ่ยว่า: "เจ้าเปรียบเปรยแบบนี้ได้ยังไงกัน พวกเรากลายเป็นเต่าแก่  กันไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?"

"หา?"

หงชืออึ้งไปเล็กน้อย นึกในใจว่าใต้เท้าจินชือ จุดโฟกัสของท่านอยู่ตรงนี้หรอกเหรอ?

พอคิดดูอีกที

เขาก็เข้าใจแล้ว

สำหรับการตัดสินใจของนายท่าน ใต้เท้าจินชือก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะไอ้เจ้านั่นที่ชื่อเสี่ยวหงเม่า

ใต้เท้าจินชือคงจะอิจฉาจนแทบคลั่งแล้วล่ะมั้ง

"เป็นความผิดของข้าน้อยเองครับ"

หงชือรู้ดี ว่าเรื่องที่ตัวเองนินทานายท่าน ถือว่าจบลงแค่นี้แล้ว

"อะแฮ่ม!"

ไป๋ชือลุกขึ้นยืน เพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูด สายตาของจินชือก็ตวัดมองมา

"เจ้าหุบปากไปเลย นั่งลงซะ"

"อ้อ!"

ไป๋ชือนั่งลงอย่างเก้อเขิน ทำตัวไม่ถูก ในใจสบถด่าโคตรเหง้าศักราชของครอบครัวหวงซาไปไม่รู้กี่ตลบ

ต้องโทษไอ้บ้านั่นคนเดียว

ถึงทำให้สถานะของตัวเองในสำนักผีตกต่ำลงอย่างฮวบฮาบ กลายเป็นที่รังเกียจของทุกคนแบบนี้

ไอ้สารเลวเอ๊ย

ไป๋ชือกัดฟันกรอด แอบสาบานในใจ ขออย่าให้พ่อเจอแกอีกนะ

มิฉะนั้น——

พ่อจะถลกหนังแกให้ดู

ทันใดนั้น

ไอผีม้วนตลบ วังวนสีเลือดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น จินชือหรี่ตาลง

มองไปยังวังวนนั้น

จบบทที่ บทที่ 1050 ให้จินชือไป ต้อนรับราชาผีจุติลงมา!!!

คัดลอกลิงก์แล้ว