- หน้าแรก
- กำเนิดมือปราบผี คัมภีร์เทวะเก้าสุริยะ
- บทที่ 1000 ต่อให้เป็นผู้ฝึกตน แต่ต้องทำงานตลอดเวลาก็ต้องบ้าตายเหมือนกัน!!!
บทที่ 1000 ต่อให้เป็นผู้ฝึกตน แต่ต้องทำงานตลอดเวลาก็ต้องบ้าตายเหมือนกัน!!!
บทที่ 1000 ต่อให้เป็นผู้ฝึกตน แต่ต้องทำงานตลอดเวลาก็ต้องบ้าตายเหมือนกัน!!!
ไต้ซือจิ้งหยวนมองดูแล้วก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เวลานี้
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว
ว่าทำไมเจ้านี่ถึงสามารถรอดชีวิตอยู่ใต้เงื้อมมือกุ่ยเจี้ยนโฉวได้ ช่างรู้จักเอาอกเอาใจเก่งจริงๆ
แค่สายตาที่เฉียบแหลมรู้จักดูสถานการณ์แบบนี้
เปลี่ยนเป็นฉัน
ฉันก็ไม่ฆ่าหรอก
เขามีสายตาอันน่าเกรงขาม กวาดตามองบรรดาลูกศิษย์ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างของหมิงคง
"หมิงคง"
ไต้ซือจิ้งหยวนเอ่ยปาก
หมิงคงร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ตายแน่ๆ
"ศิษย์อยู่นี่ครับ"
หมิงคงกัดฟัน ในใจโอดครวญ ท่านอาจารย์เกรงว่าคงจะให้ตัวเองคัดลอกบทสวดสักสิบจบแน่ๆ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจงรับตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส ข้าจะออกไปข้างนอกกับประสกซูสักหน่อย"
"จำเอาไว้ให้ดี"
"อย่าไปก่อเรื่อง อย่าไปหาทำอะไรแผลงๆ"
"เข้าใจหรือไม่?"
หลวงจีนหมิงคงอึ้งไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ท่านอาจารย์ ท่านไม่ลงโทษข้าหรือครับ?"
หลวงจีนจิ้งหยวนรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แค่นเสียงว่า: "งั้นข้าลงโทษให้เจ้าคัดลอกบทสวดสิบจบเอาไหมล่ะ?"
ช่างเป็นพวกหัวทึบซะจริง
ก็แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ จะต้องมาลงโทษพวกเจ้า ไม่เท่ากับปล่อยให้ประสกซู ปล่อยให้สำนัก 749 ดูถูกเอาหรอกหรือ?
หลวงจีนหมิงคงส่ายหน้าพัลวัน
"งั้นก็ช่างเถอะ"
"แต่ว่า...... ท่านอาจารย์ ตำแหน่งเจ้าอาวาสข้าทำไม่เป็นหรอกครับ" หลวงจีนหมิงคงมีท่าทีอิดออด
"มีใครบ้างที่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์? ท่านอาจารย์อย่างข้าในตอนนั้น...... แค่กๆ อมิตาภพุทธ"
"หมิงคง"
"การเริ่มต้นมันยากเสมอ เชื่อมั่นในตัวเอง ดูแลศิษย์พี่ศิษย์น้องให้ดี นี่ก็คือสิ่งที่เจ้าอาวาสต้องทำ"
สองศิษย์อาจารย์ส่งมอบหน้าที่กันครู่หนึ่ง ไต้ซือจิ้งหยวนก็ 'เกษียณ' ชั่วคราว ด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตน
แต่ต้องทำงานตลอดเวลาก็ต้องบ้าตายเหมือนกัน
"ชวนเอ๋อร์ ไปกันเถอะ"
ซูม่อเอ่ยเรียกประโยคหนึ่ง ชวนเอ๋อร์ก็รีบเก็บกระจก แล้วจำแลงกายเป็นรถม้าทันที
"ไต้ซือหมิงคง ทำงานให้ดีล่ะ ฉันเอาใจช่วยนายนะ" ซูม่อเดินผ่านหลวงจีนหมิงคง ก็ตบไหล่เขาเบาๆ แล้วก้าวขึ้นรถม้า
หลวงจีนหมิงคงร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว เกือบจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหล
นี่ข้า......
ได้รับการยอมรับจากกุ่ยเจี้ยนโฉวงั้นหรือ?
บรรดาหลวงจีนรอบด้านมองหมิงคงด้วยความอิจฉา ศิษย์พี่ช่างเก่งกาจจริงๆ เขาไม่ได้คุยโวเลยจริงๆ ด้วย
ฉินอวิ๋นฮุยและเสิ่นซือหยวนยิ้มแต่ไม่พูดอะไร พยักหน้าให้เขา ไต้ซือจิ้งหยวนสะบัดจีวร แล้วก้าวขึ้นรถม้า
ตอนที่เขากับซูม่อกำลังจะออกจากวัด ก็ได้ตกลงกันไว้แล้ว ว่าจะต้องลองนั่งรถม้าผีดูสักครั้ง
ดูสิว่าจะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่แบบไหน
"เหล่าหวัง อย่ามัวแต่ยืนทื่อสิ"
ชวนเอ๋อร์ตะโกนลั่น เหล่าหวังรีบทำความสะอาดป้ายหินอย่างลนลาน แล้วเดินหน้ามุ่ยเข้ามา
ชวนเอ๋อร์ใช้มือใหญ่คว้าตัว จับเขาโยนขึ้นหลัง ตะโกนเสียงดัง แล้วลากรถม้าพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
"ขอน้อมส่งประสกทุกท่าน!"
บรรดาหลวงจีนต่างพนมมือ โค้งคำนับเล็กน้อย
ไม่นานนัก
รถม้าและเงาร่างของคนทั้งกลุ่ม ก็หายลับไปจากหน้าวัดจิ้งเสวียน ทิ้งไว้เพียงกลุ่มหลวงจีนที่ยืนนิ่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ย
"เชี่ยเอ๊ย"
หลวงจีนรูปหนึ่งร้องอุทานออกมา จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
"ศิษย์พี่หมิงคง ขอโทษครับ ข้า......"
หลวงจีนหมิงคงยิ้มบางๆ เผยให้เห็นมาดของเจ้าอาวาสอย่างเต็มเปี่ยม: "ไม่เป็นไรหรอก วันนั้นที่ข้าเห็นคุณชายซูเป็นครั้งแรก ข้าก็เสียกิริยาเช่นนี้เหมือนกัน"
"เป็นเรื่องปกติของมนุษย์"
"ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านไม่ต้องมากพิธีหรอก"
ทุกคนถึงได้มีสีหน้าผ่อนคลายลง รีบพากันเข้ามารุมล้อมเขา: "ศิษย์พี่ๆ ท่านสนิทกับกุ่ยเจี้ยนโฉวขนาดนั้น ช่วยเล่าเรื่องของเขาให้พวกเราฟังบ้างได้ไหมครับ"
"ใช่แล้วครับศิษย์พี่ ที่พี่ผีเล่า พวกเรายังฟังไม่จุใจเลย"
"ศิษย์พี่ วันนั้นท่านรับมือการโจมตีของกุ่ยเจี้ยนโฉวได้ยังไงกัน......"
หลวงจีนหมิงคงพนมมือ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า: "เรื่องทั้งหมดนี้ คงต้องเริ่มเล่าจากคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำคืนหนึ่ง......"
........................
วัดหงเยี่ยซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนสู่
ดินแดนสู่มีภูเขามากมาย
เส้นทางภูเขาสัญจรลำบาก
ยังดีที่พวกซูม่อล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่มีความแข็งแกร่งดุดัน จึงไม่ได้เปลืองแรงมากนัก
ยามพลบค่ำ
รถม้าผีก็มาถึงดินแดนสู่ มาถึงยังส่วนลึกของภูเขาใหญ่ที่ไร้ร่องรอยผู้คน
"ที่ปรึกษาซู ป่าเขาที่แดงเถือกผืนนั้น ก็คือสันเขาเฟิงเยี่ย วัดหงเยี่ยตั้งอยู่ภายในนั้นแหละครับ"
ฉินอวิ๋นฮุยชี้ไปทางทิศทางหนึ่ง
เห็นเพียงแสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงบนใบไม้แดงทั่วทั้งภูเขา เปล่งประกายแสงสีแดง ราวกับไฟป่าที่กำลังลุกโชน ลุกลามไปทั่วทั้งภูเขา
ไม่นานนัก
กลุ่มของซูม่อ ก็มาถึงสันเขาเฟิงเยี่ย พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงเพิ่งพบว่าใบเมเปิ้ลที่แผ่กระจายไปทั่วนั้น แท้จริงแล้วคือค่ายกลพิทักษ์เขาที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติค่ายหนึ่ง
"เจ้านาย พังเข้าไปเลยไหมครับ?"
ชวนเอ๋อร์ถูไม้ถูมือเตรียมพร้อม
ซูม่อถลึงตาใส่เขา เอ่ยอย่างพูดไม่ออกว่า: "ฉันเป็นคนไม่มีมารยาทขนาดนั้นเลยหรือไง?"
"บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้ว"
"ต้องมีมารยาท"
"กำลังจะเป็นราชาผีอยู่แล้ว ทำไมยังทำตัวใจร้อนวู่วามอยู่อีก"
ชวนเอ๋อร์หดคอลง ยิ้มแห้งๆ เอ่ยว่า: "เคยชินน่ะครับ ชวนเอ๋อร์ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะจากเจ้านายเลย"
สองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ทันใดนั้นก็เห็นแสงสีแดงลุกโชนไปทั่วภูเขา ค่ายกลใหญ่ทั้งค่ายค่อยๆ สลายไปพร้อมกับแสงไฟ
"แขกผู้มีเกียรติมาเยือน ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ!"
"ขอโปรดอภัยด้วย"
เสียงดังกังวานดังมาจากที่ไกลๆ ตามมาด้วยหลวงจีนชราโผบินเหยียบใบเมเปิ้ลมา
ด้านหลังเขา
มีหลวงจีนน้อยริมฝีปากแดงฟันขาวรูปหนึ่งเดินตามมา ซึ่งก็คือหงเชวี่ย
ฉินอวิ๋นฮุยปรายตามองหลวงจีนชรารูปนั้นแวบหนึ่ง แล้วรีบเอ่ยว่า: "หลวงจีนชรารูปนี้ก็คือเจ้าอาวาสวัดหงเยี่ยครับ"
"ไต้ซือชิงฉาน"
ซูม่อพยักหน้า พึมพำในใจว่าวัดหงเยี่ยรับข่าวสารได้เร็วดีนี่นา ถ้าไม่ยอมเปิดประตูอีกสักนิด
ฉันคงต้องพังประตูเข้าไปแล้ว