- หน้าแรก
- ปิดบังความรวยมาสามปี วันนี้ข้าขอกางเงินฟาดหน้าพวกเจ้า
- ตอนที่ 43 ถ้าคำว่าขอโทษมันใช้ได้ผล จะมีตำรวจไว้ทำไมวะ
ตอนที่ 43 ถ้าคำว่าขอโทษมันใช้ได้ผล จะมีตำรวจไว้ทำไมวะ
ตอนที่ 43 ถ้าคำว่าขอโทษมันใช้ได้ผล จะมีตำรวจไว้ทำไมวะ
ตอนที่ 43 ถ้าคำว่าขอโทษมันใช้ได้ผล จะมีตำรวจไว้ทำไมวะ
ไอ้อ้วนฉุแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่า ไอ้เด็กหนุ่มหน้าจืดตรงหน้าจะเป็นถึงประธานคนใหม่ของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่ง
นี่มันเท่ากับว่าเขาไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้วสิ
ก็บริษัทรักษาความปลอดภัยหู่เฮ่อของพวกเขาน่ะ เจริญเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะอาศัยใบบุญรับงานจากกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งทั้งนั้นแหละ
หลินเสียนเองก็งงเป็นไก่ตาแตกไม่แพ้กัน
ไอ้หยางเฉินมันไปก้าวขึ้นเป็นประธานกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งตั้งแต่ตอนไหนวะเนี่ย
หลินเสียนกระซิบถาม
"ไอ้หยาง นี่มันเรื่องอะไรกันวะ ทำไมพวกมันถึงเรียกมึงว่าประธานกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งล่ะวะ"
หยางเฉินตอบปัดๆ
"อ๋อ... เรื่องมันยาวว่ะ เดี๋ยวว่างๆ ค่อยเล่าให้ฟังละกัน"
ไอ้อ้วนฉุยังไม่อยากจะปักใจเชื่อ
เขารีบหันไปถามลูกน้องเพื่อความแน่ใจ
"พวกมึงแน่ใจนะว่าไม่ได้จำคนผิด เขาคือประธานคนใหม่ของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งจริงๆ เหรอวะ"
"ชัวร์ครับลูกพี่คุน ไม่ผิดตัวแน่นอนครับ"
"ใช่ครับ! ขนาดนายน้อยยังโดนมันตบหน้าหันมาแล้วเลย พวกผมจะจำผิดได้ไงล่ะครับ"
ไอ้อ้วนฉุถามต่อ
"แล้วพอนายน้อยโดนตบ เขาก็ปล่อยมันไปง่ายๆ เลยเหรอวะ"
"ใช่ครับพี่"
พอลองเอามาปะติดปะต่อดู มันก็ดูสมเหตุสมผลดี
จางหู่ทำงานรับใช้กลุ่มบริษัทไห่เซิ่ง แถมยังเป็นแค่ผู้ถือหุ้นอันดับสอง
จะไปเทียบรัศมีประธานบริษัทอย่างหยางเฉินได้ยังไงล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งรายได้หลักของบริษัทรักษาความปลอดภัยหู่เฮ่อก็มาจากกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งทั้งนั้น
แบบนี้แล้ว จางเฮ่อมันจะกล้าหืออะไรได้ล่ะ
ขนาดลูกพี่ใหญ่โดนตบยังไม่กล้าหือ แล้วนับประสาอะไรกับลูกกระจ๊อกอย่างพวกเขา จะไปกล้าลงไม้ลงมือกับท่านประธานได้ยังไง
ขืนบวกตอนนี้ มีหวังโดนถอนรากถอนโคนทั้งแก๊งแน่ๆ
แต่จะให้ปล่อยผ่านเรื่องที่โดนหยามเกียรติฟาดเมียไปง่ายๆ มันก็กระไรอยู่
เพื่อความชัวร์ ไอ้อ้วนฉุจึงตัดสินใจโทรไปรายงานและขอคำชี้แนะจากจางเฮ่อก่อนดีกว่า
พอจางเฮ่อได้รับรายงานเรื่องนี้ เขาก็ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาดทันที
"ไอ้คุน ใครๆ เขาก็รู้กันทั่วว่าเมียมึงมันร่านขนาดไหน หล่อนสวมเขามึงมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่มึงก็ยังทนหน้าด้านไม่ยอมหย่าสักที มึงอย่าเอาเรื่องผู้หญิงพรรณนี้มาทำให้บริษัทต้องเดือดร้อนไปด้วยสิวะ ขืนมึงไปมีเรื่องกับมัน ลูกน้องทุกคนในบริษัทจะเอาอะไรแดกฮะ!"
ไอ้อ้วนฉุถามเสียงอ่อย
"ฟังจากที่นายน้อยพูดมา แปลว่าเราห้ามแตะต้องมันเด็ดขาดเลยใช่ไหมครับ"
จางเฮ่อตอบกลับอย่างหงุดหงิด
"จะแตะได้ไงวะ! ขนาดกูโดนมันตบหน้าหันกลางแจ้ง กูก็ยังต้องกลืนเลือดทนเลย! พ่อกูก็ต้องรับใช้มันอยู่ แถมตอนนี้บริษัทยังไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ พ่อกูก็เลยยังถอนตัวไม่ได้ มึงก็ก้มหน้าทนๆ ไปก่อนก็แล้วกัน!"
เมื่อนายน้อยสั่งคำขาดมาแบบนี้ ไอ้อ้วนฉุก็ไม่กล้าหืออีกต่อไป
เขาวางสายโทรศัพท์ แล้วรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูเป็นมิตรที่สุด
จากนั้นก็รีบโค้งคำนับขอโทษหยางเฉินประหลกๆ
"ท่านประธานหยางครับ ผมต้องกราบขออภัยอย่างสูงเลยครับ ผมมันตาบอดมีตาหามีแววไม่ ถึงได้จำท่านไม่ได้ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง โปรดอภัยให้คนโง่เขลาอย่างผมด้วยเถอะนะครับ"
หยางเฉินพูดกวนๆ
"พี่คุนพูดซะผมเกรงใจเลยครับ แต่เพื่อนผมเพิ่งจะไปออกกำลังกายในร่มกับเมียพี่มาอย่างดุเดือดเลยนะ ถ้าผมไม่รับผิดชอบอะไรเลย มันก็ดูจะผิดผีไปหน่อยนะครับ"
ไอ้อ้วนฉุรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
"เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วครับ! ความจริงแล้วพวกเขาแค่เข้าไปคุยเล่นกันในห้องน้ำเฉยๆ ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกินเลยกันหรอกครับ... เอ่อ... น้องชาย พี่ต้องขอโทษด้วยนะที่เข้าใจผิดน่ะ"
ทุกคนในห้องถึงกับอ้าปากค้าง
แม่ร่วง!
รอยลิปสติกเต็มหน้าไอ้หลินเสียนขนาดนี้
พี่คุนแกยังหน้าด้านแถว่าแค่เข้าไปคุยเล่นกันเฉยๆ อีกเหรอวะเนี่ย!
นี่กะจะยอมรับสภาพโดนสวมเขาแบบหน้าตาเฉยเลยใช่ไหมเนี่ย
หลินเสียนที่ตอนแรกกลัวจนตัวสั่น พอเห็นสถานการณ์พลิกกลับตาลปัตร ก็เริ่มทำตัวกร่างขึ้นมาทันที
เขาเชิดหน้าพูด
"ผมก็บอกพี่ตั้งแต่แรกแล้วไง ว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น พี่ก็ไม่ยอมเชื่อ จะต้องดันทุรังให้เพื่อนผมต้องงัดบารมีออกมาข่มจนได้ เห็นไหมล่ะ เสียเวลาชะมัดเลย"
ไอ้อ้วนฉุรีบรับผิด
"ความผิดผมเองครับ ความผิดผมเอง... พวกมึงทุกคน! เข้ามาขอโทษท่านประธานหยางเดี๋ยวนี้!"
ลูกสมุนทั้งหมดรีบกรูกันเข้ามาโค้งคำนับขอโทษหยางเฉินกันอย่างพร้อมเพรียง
"ขอโทษครับท่านประธานหยาง โปรดอภัยให้พวกเราด้วยนะครับ"
"ท่านประธานหยางโปรดละเว้นพวกเราด้วยเถอะนะครับ อย่าถือสาหาความกับพวกผู้น้อยเลยนะครับ"
"พวกเราสำนึกผิดแล้วครับท่านประธาน โปรดเมตตาพวกเราด้วยนะครับ"
...
เอาเข้าจริงๆ เรื่องที่หลินเสียนไปฟาดเมียไอ้อ้วนฉุเนี่ย ยังไงมันก็ฟังไม่ขึ้นหรอก
หยางเฉินก็ขี้เกียจจะไปต่อความยาวสาวความยืดกับพวกนักเลงหัวไม้พวกนี้แล้ว
ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นถึงประธานกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งแล้ว
ขนาดเจ้านายใหญ่ของพวกมันยังต้องก้มหัวให้เขาเลย
ขืนเขาไปลดตัวเกลือกกลั้วกับพวกมัน ก็มีแต่จะทำให้ตัวเองเสียระดับเปล่าๆ
แต่ทว่า
จะยอมปล่อยพวกมันชิ่งหนีไปง่ายๆ แบบนี้ ก็คงไม่ได้หรอกนะ
อย่างน้อยๆ พวกมันก็ต้องช่วยทำอะไรให้เขาสักอย่างนึงก่อน
หยางเฉินยื่นข้อเสนอ
"ผมจะไม่ถือสาหาความเรื่องนี้ก็ได้ แต่พวกคุณต้องช่วยผมทำธุระสักอย่างนึงก่อน"
ไอ้อ้วนฉุรีบรับปากทันที
"ท่านประธานสั่งมาได้เลยครับ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ พวกเราก็พร้อมลุยเต็มที่ครับ"
หยางเฉินออกคำสั่ง
"ไปลากคอผู้หญิงที่ชื่อหลินเสี่ยวอวี่มาพบผมเดี๋ยวนี้"
ไอ้อ้วนฉุถามด้วยความสงสัย
"หลินเสี่ยวอวี่เหรอครับ นังนั่นมันไปทำอะไรให้ท่านประธานขุ่นเคืองใจเหรอครับ"
หยางเฉินเล่า
"ไม่อายที่จะเล่าให้ฟังหรอกนะ ผมเพิ่งเคยมาเที่ยวไนต์คลับแบบนี้เป็นครั้งแรก เลยไม่ค่อยรู้กฎกติกาเท่าไหร่ ตอนที่หล่อนเดินมาขอแชร์โต๊ะ ผมก็คิดว่าแค่มาขอนั่งด้วยเฉยๆ ก็เลยให้นั่ง แต่ที่ไหนได้ หล่อนดันสั่งแชมเปญมาดื่มหน้าตาเฉย แล้วก็ชิ่งหนีไปดื้อๆ ปล่อยให้ผมต้องรับผิดชอบค่าเหล้าทั้งหมด เรื่องเงินน่ะจิ๊บๆ แต่การที่มาหลอกต้มตุ๋นกันแบบนี้ ผมรับไม่ได้ว่ะ พี่คุนว่ามันน่าโมโหไหมล่ะ"
ไอ้อ้วนฉุรีบผสมโรง
"ท่านประธานพูดถูกที่สุดเลยครับ! ผมก็เกลียดพวกผู้หญิงต้มตุ๋นพรรณนี้เหมือนกัน คุณผู้จัดการสวีครับ สรุปว่านังหลินเสี่ยวอวี่นี่มันเป็นนกต่อของร้านคุณจริงหรือเปล่าครับ"
ผู้จัดการสวีที่ยืนดูเหตุการณ์เงียบๆ มาตลอด เริ่มเหงื่อแตกพลั่ก ขมวดคิ้วมุ่น
เมื่อกี้เขาเพิ่งจะปฏิเสธหยางเฉินไปหมาดๆ ว่าทางร้านไม่มีนโยบายจ้างนกต่อ
ขืนตอนนี้เขายอมรับว่าหลินเสี่ยวอวี่เป็นนกต่อของร้านจริงๆ มันก็เท่ากับว่าเขายอมรับว่าตัวเองโกหกหยางเฉินน่ะสิ
ขนาดเมียไอ้อ้วนฉุโดนเพื่อนหยางเฉินฟาด มันยังไม่กล้าหือเลย
แล้วถ้าเขาไปโกหกหยางเฉินแบบนี้ เขาจะมีชีวิตรอดออกไปได้ยังไงล่ะวะ
ไอ้อ้วนฉุเร่งเร้า
"คุณผู้จัดการสวี มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะครับ หรือว่าจะให้พวกผมเดินไปลากคอมันมาเองฮะ"
ผู้จัดการสวีรีบแก้ตัว
"แหม พี่คุนก็พูดไป... เด็กๆ ไปลากตัวหลินเสี่ยวอวี่มาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย"
หยางเฉินยืนนิ่ง ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
ผ่านไปพักใหญ่ หลินเสี่ยวอวี่ก็เดินตัวสั่นงันงกเข้ามาในห้อง
พอเห็นว่าเป็นหยางเฉิน หล่อนก็รีบก้มหน้าหลบสายตาทันที
ผู้จัดการสวีรีบออกตัวแทน
"ท่านประธานหยางครับ ผมต้องขออภัยอย่างสูงเลยครับ นังนี่มันโง่เง่าเต่าตุ่น ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เดี๋ยวผมจะเป็นตัวแทนขอโทษท่านเองนะครับ"
หยางเฉินสวนกลับ
"ตอนแรกผมก็กะจะเอาเรื่องแค่หล่อนคนเดียวหรอกนะ แต่เมื่อกี้คุณโกหกผมหน้าด้านๆ ว่าหล่อนไม่ใช่นกต่อของร้านคุณ แบบนี้ผมคงจะปล่อยคุณไปง่ายๆ ไม่ได้แล้วล่ะ"
ผู้จัดการสวีลนลานรีบขอความเมตตา
"ท่านประธานหยางครับ ผมผิดไปแล้วครับ ผมสมควรตายจริงๆ! ตอนแรกผมไม่รู้ว่าท่านคือประธานคนใหม่ของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่ง ผมก็เลยกล้าพูดจาล่วงเกินท่านไปแบบนั้น ถ้าผมรู้ความจริงแต่แรก ผมคงไม่กล้าโกหกท่านเด็ดขาดเลยครับ! หลินเสี่ยวอวี่ แกยังไม่รีบก้มหัวขอโทษท่านประธานหยางอีกเหรอฮะ! นังตาบอดเอ๊ย กล้าดีดียังไงไปหลอกต้มท่านประธานหยางฮะ!"
หลินเสี่ยวอวี่กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนก รีบโค้งคำนับขอโทษหยางเฉินปะหลกๆ
"ท่านประธานหยางคะ ฉันขอโทษค่ะ ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าท่านเป็นใคร ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองค่ะ ท่านผู้ใหญ่ใจกว้าง โปรดละเว้นผู้น้อยอย่างฉันด้วยเถอะนะคะ"
พูดจบ หล่อนก็ลงมือตบหน้าตัวเองไปหลายฉาดใหญ่เพื่อแสดงความสำนึกผิด
ผู้จัดการสวีช่วยพูดเสริม
"ท่านประธานหยางครับ เห็นแก่ที่หล่อนสำนึกผิดยอมตบหน้าตัวเองขนาดนี้แล้ว ท่านโปรดเมตตาละเว้นหล่อนสักครั้งเถอะนะครับ เพื่อเป็นการไถ่โทษ คืนนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของท่านกับเพื่อน ทางร้านเราจะขอรับผิดชอบดูแลให้ฟรีตลอดคืนเลยครับ ท่านคิดว่ายังไงครับ"
หลินเสียนกระซิบข้างหูหยางเฉินเบาๆ
"ไอ้หยาง กูว่าพอก่อนเถอะว่ะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ เล่นตบหน้าตัวเองซะขนาดนั้น พวกเราเป็นผู้ชายอกสามศอก จะไปรังแกผู้หญิงมันก็ดูไม่ค่อยแมนเท่าไหร่เลยว่ะ"
ถ้าเป็นคนอื่น เจอสถานการณ์แบบนี้ ก็คงจะใจอ่อนยอมความไปแล้ว
แต่ทว่า
หยางเฉินไม่ใช่คนใจอ่อนแบบนั้น
เขายึดมั่นในคติที่ว่า ดีมาก็ดีกลับ ร้ายมาก็ต้องร้ายกลับให้สาสม
และที่สำคัญ นังหลินเสี่ยวอวี่ก็เป็นคนของเครซี่คลับ
ที่หยางเฉินทำแบบนี้ ก็เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เป็นการเตือนสติผู้จัดการสวีว่า ต่อไปอย่ามาริอ่านเล่นตุกติกกับเขาอีก
ดังนั้น
หลินเสี่ยวอวี่ก็คงต้องก้มหน้ารับกรรมไปตามระเบียบ
หยางเฉินพูดเสียงเย็น
"มาหลอกต้มตุ๋นฉัน แล้วคิดว่าแค่พูดขอโทษคำเดียวมันจะจบง่ายๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ"
ทุกคนในห้องถึงกับอึ้งไปเลย
หมอนี่เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่โต ทำไมถึงได้เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้วะเนี่ย
เขาจะเอาเรื่องผู้หญิงตัวเล็กๆ ไปถึงไหนกัน
หลินเสี่ยวอวี่ร้องไห้โฮออกมาด้วยความหวาดกลัว
"ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันขอโทษ... ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าท่านคือท่านประธานหยาง ถ้าฉันรู้ ฉันไม่มีทางกล้าไปหลอกต้มท่านเด็ดขาดเลยค่ะ"
หยางเฉินตอกกลับอย่างเฉียบขาด
"ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบดิวะ ถ้าคำว่าขอโทษมันใช้ได้ผล จะมีตำรวจไว้ทำไมวะ แค่ทำผิดแล้วพูดขอโทษ โลกนี้ก็สงบสุขแล้วงั้นสิ คุณผู้จัดการสวี พี่คุน พวกคุณเห็นด้วยไหมล่ะครับ"
ไอ้อ้วนฉุรีบประจบสอพลอ
"ถูกต้องที่สุดเลยครับ! ท่านประธานหยางนี่ช่างเป็นคนเที่ยงธรรม แยกแยะผิดถูกได้อย่างชัดเจน เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเราทุกคนเลยครับ"
เวรเอ๊ย
ไอ้หมูตอนนี่แม่งก็ช่างประจบประแจงได้หน้าด้านๆ ดีจริงๆ ยอมใจมันเลยว่ะ
ผู้จัดการสวีอ่านเกมออกทะลุปรุโปร่ง เขารู้ดีว่าหยางเฉินแค่ต้องการใช้หลินเสี่ยวอวี่เป็นเครื่องมือข่มขวัญและสั่งสอนเขาเท่านั้น
เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องไปกวนเถ้าแก่ให้ลงมาจัดการให้วุ่นวายเลย
หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว ผู้จัดการสวีจึงตัดสินใจลอยแพหลินเสี่ยวอวี่
ผู้จัดการสวีเออออตามน้ำ
"ใช่ครับๆ ท่านประธานหยางพูดถูกเผงเลยครับ ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิด จะมาอ้างคำขอโทษเพื่อปัดความรับผิดชอบมันไม่ได้หรอก หลินเสี่ยวอวี่ แกทำตัวเองแท้ๆ จะไปโทษใครได้ล่ะฮะ"
หลินเสี่ยวอวี่เป็นพนักงานของที่นี่ หล่อนก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้จัดการอยู่แล้ว
หล่อนถามเสียงสั่นเครือ
"ทะ... ท่านประธานหยางคะ ละ... แล้วท่านจะให้ฉันทำยังไง ท่านถึงจะยอมยกโทษให้ฉันคะ"
หยางเฉินยื่นข้อเสนอ
"ฉันไม่ใช่คนใจร้ายใจดำหรอกนะ ในเมื่อเธอชอบหลอกให้ลูกค้าเปิดเหล้าแพงๆ มากินฟรีนัก งั้นเธอก็ควักเงินตัวเองซื้อแชมเปญอาร์มันด์ เดอ บริญัก แบล็ก มาสองขวด แล้วลงไปกระดกให้หมดรวดเดียวต่อหน้าแขกในร้านซะ ถ้าทำได้ ฉันจะถือว่าเรื่องนี้จบกัน แต่ถ้าทำไม่ได้ ฉันก็จะให้พี่คุนกับลูกน้องช่วยกรอกใส่ปากเธอให้เอง เลือกเอาเองก็แล้วกันว่าจะเอาทางไหน"
ผู้จัดการสวีถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ไอ้หยางเฉินนี่มันจงใจหักหน้ากันชัดๆ
ขืนให้หลินเสี่ยวอวี่ลงไปทำแบบนั้น มันก็เท่ากับเป็นการป่าวประกาศให้แขกทุกคนในร้านรู้ว่า เครซี่คลับจ้างนกต่อมาหลอกฟันเงินลูกค้าชัดๆ
การจ้างนกต่อมาหลอกลูกค้าเนี่ย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรหรอกนะ
พวกนักเที่ยวไนต์คลับตัวยง เขาก็รู้ทันเกมนี้กันทั้งนั้นแหละ
แต่มันจะมาเสียหน้าก็ตรงที่โดนจับได้แบบจะจะ แล้วโดนแฉประจานต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้นี่แหละ
ถ้าขืนปล่อยให้หลินเสี่ยวอวี่ทำตามที่หยางเฉินสั่งจริงๆ แล้วต่อไปเครซี่คลับจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะเปิดประตูรับแขกได้ยังไงล่ะวะเนี่ย!
[จบตอน]