- หน้าแรก
- ปิดบังความรวยมาสามปี วันนี้ข้าขอกางเงินฟาดหน้าพวกเจ้า
- ตอนที่ 38 นี่แหละสุดยอดแห่งราชาหมาเลียรองเท้า
ตอนที่ 38 นี่แหละสุดยอดแห่งราชาหมาเลียรองเท้า
ตอนที่ 38 นี่แหละสุดยอดแห่งราชาหมาเลียรองเท้า
ตอนที่ 38 นี่แหละสุดยอดแห่งราชาหมาเลียรองเท้า
หยางเฉินขยิบตาให้หลินเสียนเป็นเชิงส่งซิกให้มองออกไปข้างนอก
หลินเสียนหันไปมองตาม รอยยิ้มบนใบหน้าพลันแข็งค้างทันที
จางเสี่ยวโหรว แฟนสาวของเขากำลังเดินควงแขนกระหนุงกระหนิงเข้ามาในร้านกับผู้ชายวัยสามสิบต้นๆ ท่าทางดูมีภูมิฐาน
ถ้าเป็นผู้ชายปกติทั่วไป เจอสถานการณ์แบบนี้เข้า คงต้องพุ่งพรวดเข้าไปเค้นถามให้รู้เรื่องแน่ๆ
หรือถ้าเป็นพวกเลือดร้อนหน่อย ก็คงไม่ต้องถามไถ่อะไรให้มากความ ปรี่เข้าไปตบสั่งสอนสักฉาดสองฉาด แล้วเดินสะบัดก้นจากไปอย่างผู้ชนะ
แต่ทว่า
หลินเสียนกลับไม่ใช่อย่างนั้น
เขากลับเลือกที่จะหันหลังเดินหนีไปหลบมุมเงียบๆ
วิถีหมาเลียรองเท้าช่างน่าเวทนาซะเหลือเกิน
หยางเฉินโบกมือไล่ให้พนักงานคนอื่นๆ แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ
ในเมื่อหลินเสียนไม่อยากเผชิญหน้ากับจางเสี่ยวโหรว ในฐานะเพื่อนรัก หยางเฉินก็ต้องตามใจเพื่อน เขาจึงจงใจเดินเลี่ยงหลบฉากไปให้พ้นจากสายตาของหล่อน
หยางเฉินเดินเข้าไปตบไหล่หลินเสียนเบาๆ พลางถาม
"ไม่เข้าไปถามให้รู้เรื่องล่ะวะ"
หลินเสียนอึกอัก
"อาจจะ... เป็นญาติ หรือเพื่อนสนิท หรือไม่ก็..."
หยางเฉินบีบไหล่เพื่อนแน่นขึ้นอีกนิด
หลินเสียนเงียบกริบไปทันที
หยางเฉินพูดให้กำลังใจ
"เพื่อนรัก ตอนนี้พวกเราไม่ได้ด้อยไปกว่าใครแล้วนะเว้ย ไม่จำเป็นต้องไปกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ ต่อให้กูต้องเซ้งร้านนี้ทิ้ง กูก็พร้อมจะยอมทุ่มสุดตัวเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีให้มึง กูก็ทนไม่ได้หรอกนะเว้ย ที่จะเห็นเพื่อนกูโดนสวมเขาฟรีๆ แบบนี้น่ะ"
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าหลินเสียน
แต่ถึงกระนั้น
เขาก็ยังใจไม่แข็งพอที่จะแตกหักกับแฟนสาว
"บางที พวกเขาอาจจะแค่มาคุยธุรกิจกันก็ได้นะมึง..." หลินเสียนพูดเสียงอ่อย
ในเมื่อหลินเสียนเลือกที่จะหลอกตัวเอง หยางเฉินพูดอะไรไปก็รังแต่จะทำให้เพื่อนเสียใจเปล่าๆ
เพราะฉะนั้น
เงียบไว้คงจะดีที่สุด
หยางเฉินจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบ
หลินเสียนก็เอาแต่ยืนมองจางเสี่ยวโหรวกับไอ้หมอนั่นผลัดกันป้อนข้าวป้อนน้ำกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน
เอาจริงๆ นะ หยางเฉินล่ะทนดูความหน้าด้านของนังผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆ
ถ้าไม่ติดว่ากลัวหลินเสียนจะเสียหน้า เขาคงพุ่งเข้าไปตบหน้านังจางเสี่ยวโหรวให้รู้แล้วรู้รอดไปแล้ว
ผ่านไปสักพัก หลินเสียนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาจางเสี่ยวโหรว
หล่อนกดตัดสายทิ้งทันที แล้วส่งข้อความตอบกลับมาแทน
"ที่รัก เค้ากำลังคุยงานอยู่น้า ไม่สะดวกรับสายเลย คุยเสร็จเดี๋ยวเค้าโทรกลับนะ จุ๊บๆ"
หลินเสียนอ่านข้อความจบก็ฉีกยิ้มกว้าง หันมาบอกเพื่อน
"ไอ้หยาง มึงเห็นไหม กูบอกแล้วว่าหล่อนมาคุยงานจริงๆ ด้วย กูนี่แม่นอย่างกับตาเห็นเลยว่ะ"
หยางเฉินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ หมดคำจะด่าไอ้เพื่อนหน้าโง่คนนี้จริงๆ
คุยงานบ้าบออะไรต้องผลัดกันป้อนข้าวป้อนน้ำด้วยวะ
แม่ร่วงเอ๊ย...
หลินเสียนรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับแฟนสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ไม่เป็นไรจ้ะที่รัก ตั้งใจคุยงานนะ สู้ๆ น้า"
หยางเฉินกัดฟันกรอด วันนี้เขาต้องดัดสันดานหมาเลียรองเท้าของไอ้หลินเสียนให้หายขาดให้ได้
เห็นสภาพมันตอนนี้แล้ว หงุดหงิดชะมัด
เวลาหนึ่งทุ่มสิบนาที จางเสี่ยวโหรวก็ควงแขนไอ้หมอนั่นเดินออกจากร้านอาหารไป
หยางเฉินชวน
"ไม่ตามไปดูหน่อยเหรอวะ"
หลินเสียนส่ายหน้า
"มะ... ไม่ต้องหรอกมั้ง เขาไปคุยงานกันนี่นา จะตามไปดูให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะ"
หยางเฉินถามจี้จุด
"มึงเชื่อใจหล่อนขนาดนั้นเลยเหรอวะ"
หลินเสียนตอบเสียงหนักแน่น
"รักใครก็ต้องเชื่อใจคนนั้นสิวะ"
หยางเฉินสบถลั่น
"เชี่ยเอ๊ย! เพื่อนรัก ตอนนี้กูมีเงินล้นฟ้าแล้วนะเว้ย มึงอยากได้ผู้หญิงแบบไหน กูเนรมิตมาให้มึงได้หมดแหละ ไม่เห็นต้องไปตามตื๊อเป็นหมาเลียรองเท้าให้หล่อนขนาดนี้เลยนี่หว่า โอเคไหม"
หลินเสียนตอบหน้าซื่อ
"ก็ทำไงได้ล่ะวะ มันเลียจนชินแล้วนี่หว่า"
หยางเฉินแทบจะจุกอกตายกับคำตอบของเพื่อน
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนรักกันมานาน ใครมันจะอยากมานั่งฟังไอ้หน้าโง่นี่พล่ามเรื่องไร้สาระแบบนี้วะ
หยางเฉินยื่นคำขาด
"วันนี้กูจะต้องทำให้มึงตาสว่าง เห็นธาตุแท้ของนังนั่นให้ได้ ตามมา!"
หลินเสียนอิดออดไม่อยากไป
แต่ก็สู้แรงหยางเฉินที่ลากกึ่งจูงเขามาไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องยอมตามมาแต่โดยดี
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาดักซุ่มอยู่หน้าโรงภาพยนตร์
เวลาหนึ่งทุ่มครึ่งเป๊ะ
ตรงตามสถานที่และเวลาที่ระบบแจ้งไว้เป๊ะๆ ไม่มีคลาดเคลื่อนเลยสักนิด
หยางเฉินประชด
"คุยงานบ้าบออะไรต้องมาคุยกันในโรงหนังวะ มึงยังจะหลับหูหลับตาเชื่อคำโกหกของหล่อนอยู่อีกเหรอฮะ"
หลินเสียนแถ
"ก็เวลาเพิ่งจะหัวค่ำอยู่เลยนี่หว่า คงยังไม่มีธุระไปไหนต่อมั้ง แวะมาดูหนังฆ่าเวลาก็คงไม่แปลกอะไรหรอก"
หยางเฉินเย้ยหยัน
"มึงนี่มันสุดยอดแห่งราชาหมาเลียรองเท้าจริงๆ ว่ะ ได้! งั้นกูก็จะรอเป็นเพื่อนมึงตรงนี้แหละ มึงคอยดูนะ เดี๋ยวมันสองคนออกมาจากโรงหนังปุ๊บ ต้องพากันไปเปิดห้องต่อชัวร์ป้าบ มึงกล้าพนันกับกูไหมล่ะ"
หลินเสียนเถียงคอเป็นเอ็น
"ไม่มีทาง! เสี่ยวโหรวไม่มีวันหักหลังกูเด็ดขาด หล่อนบอกว่ามาคุยงาน ก็ต้องมาคุยงานสิวะ"
หยางเฉินท้าทาย
"ตกลง! ถ้าเดี๋ยวมันสองคนออกมาแล้วพากันไปเปิดห้องจริงๆ มึงต้องงัดความเป็นลูกผู้ชายในตัวมึงออกมา แล้วไปตัดขาดกับนังนั่นซะ! แต่ถ้ามันสองคนแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน กูสัญญาเลยว่าชาตินี้กูจะไม่สงสัยในตัวแฟนสาวมึงอีกเลย โอเคไหมวะ"
หลินเสียนนิ่งเงียบไป
ในใจลึกๆ เขาก็เริ่มหวั่นใจอยู่เหมือนกัน
จึงไม่กล้ารับคำท้าของหยางเฉิน
หยางเฉินสั่งสอนเพื่อน
"เพื่อนรัก เมื่อก่อนที่มึงยอมเป็นหมาเลียรองเท้าให้หล่อนน่ะ กูก็ไม่เคยห้ามมึงหรอกนะ เพราะถือว่าเป็นความสุขส่วนตัวของมึง กูก็เคารพในการตัดสินใจของมึงมาตลอด แต่วันนี้กูทนไม่ได้จริงๆ ว่ะ ที่จะปล่อยให้เพื่อนรักกูโดนสวมเขาแล้วยังทำตัวปอดแหกไม่กล้าเผชิญความจริงแบบนี้ มึงช่วยยืดอกทำตัวให้สมกับเป็นลูกผู้ชายหน่อยได้ไหมวะฮะ"
หลินเสียนเสียงสั่น
"ตะ... แต่กูอุตส่าห์ตามจีบ ตามเอาใจหล่อนมาตั้งนานกว่าจะได้คบกันนะเว้ย แล้วมึงจะให้กูมาพังทลายความสัมพันธ์ลงง่ายๆ แบบนี้เหรอ ถ้าเรื่องที่มึงพูดมันเป็นความจริง กูก็ต้องเสียหล่อนไปสิวะ มึงจะให้กูทนเลียรองเท้าหล่อนมาตั้งนานเพื่อพบกับความว่างเปล่าตอนจบงั้นเหรอวะ"
หยางเฉินสบถอย่างหัวเสีย
"แม่งเอ๊ย กูล่ะอยากจะตบกบาลเรียกสติมึงให้ตาสว่างซะจริงๆ ไอ้ควายเอ๊ย"
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงัน
ผ่านไปพักใหญ่
หยางเฉินก็หันมามองหน้าเพื่อนด้วยสายตาจริงจัง แล้วยื่นข้อเสนอสุดเร้าใจ
"ถ้าวันนี้มึงกล้าทำตัวเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว กล้าเข้าไปด่านังนั่นให้หน้าหงาย กูจะแต่งตั้งมึงให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ร้านอาหารตำรับราชสำนักตระกูลถานเลยเอ้า! ให้มึงคุมทุกสาขาทั่วประเทศไปเลย แถมให้เงินเดือนเดือนละแสนหยวนด้วย เป็นไง กล้าทำตัวแมนๆ สักครั้งในชีวิตไหมล่ะวะ"
หลินเสียนตาโต
"พูดจริงดิ"
หยางเฉินสวนกลับ
"ไอ้เวร! มึงเห็นกูเป็นเพื่อนรักมึงหรือเปล่าฮะ ถึงได้กล้าสงสัยในคำพูดกูเนี่ย"
หลินเสียนรีบแก้ตัวพัลวัน
"เปล่าๆ กูไม่ได้สงสัยมึง กูแค่ตกใจว่ะ เงินเดือนตั้งแสนหยวนมันเยอะจนน่าตกใจไปหน่อยไหมวะ ตอนนี้กูได้เงินเดือนแค่เดือนละสามพันกว่าหยวนเอง ก็เลย..."
ยิ่งฟังก็นยิ่งหงุดหงิด
ทำงานงกๆ เป็นวัวเป็นควาย โดนจิกหัวใช้สารพัด แต่ได้เงินเดือนแค่สามพันกว่าหยวนเนี่ยนะ
เงินแค่นี้จะเอาไปเช่าห้องดีๆ ซุกหัวนอนยังแทบจะไม่พอเลยด้วยซ้ำ
นี่นังจางเสี่ยวโหรวคงเห็นเพื่อนเขาเป็นแค่หมาเลียรองเท้าจริงๆ สินะ ถึงไม่ได้ให้ความสำคัญในฐานะแฟนเลยสักนิด
หยางเฉินให้สติ
"ฟังนะเว้ย เมื่อก่อนกูก็เป็นแค่ไอ้กระจอกเหมือนมึงนั่นแหละ กูเลยช่วยอะไรมึงไม่ได้มาก แต่ตอนนี้กูรวยแล้ว มึงไม่ต้องไปก้มหัวเลียรองเท้าใครหน้าไหนอีกแล้วนะเว้ย! ดึงความกล้าหาญแบบตอนที่มึงยืนหยัดต่อกรกับไอ้หลี่ชิ่งกับไอ้อู๋อวิ๋นในร้านอาหารเมื่อกี้ออกมาสิวะ! ใครหน้าไหนมันทำให้มึงไม่พอใจ มึงก็จัดการด่าเปิงมันไปเลย! ทำได้ไหมฮะ"
หลินเสียนพึมพำเสียงแผ่ว
"กะ... กูจะลองดูนะ"
หยางเฉินให้กำลังใจ
"เออ ลองดู! กูเชื่อว่ามึงต้องทำตัวแมนๆ ได้แน่"
สองหนุ่มดักซุ่มรออย่างเงียบๆ
สี่ทุ่มสิบนาที จางเสี่ยวโหรวก็ควงแขนไอ้หมอนั่นเดินกระหนุงกระหนิงออกมาจากโรงหนัง
หล่อนซุกไซ้ซบไหล่ไอ้หมอนั่นไม่ห่าง นัวเนียกันแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
ถ้าไม่ติดว่าอยู่หน้าโรงหนังที่มีคนพลุกพล่านล่ะก็ สงสัยพวกมันคงได้ฟาดกันตรงนั้นไปแล้วล่ะมั้ง
หยางเฉินหันไปถามเพื่อน
"เห็นขนาดนี้แล้ว มึงยังจะทนหลอกตัวเองอยู่อีกเหรอฮะ"
หลินเสียนกัดฟันกรอด
"กูทนได้"
หยางเฉินด่ากราด
"เชี่ย! แต่กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย! นี่มึงต้องเห็นโลงศพก่อนใช่ไหมถึงจะหลั่งน้ำตา ตามมา! กูจะพามึงตามไปดูให้เห็นกับตาว่ามันสองคนจะไปไหนต่อ วันนี้กูต้องทำให้มึงตาสว่างให้ได้!"
สองหนุ่มแอบสะกดรอยตามทั้งคู่ไปเงียบๆ
ยี่สิบนาทีต่อมา
จางเสี่ยวโหรวก็ควงแขนไอ้หมอนั่นเดินเข้าไปในโรงแรมหมิงจู
หลินเสียนยืนเหม่อมองภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลรินอาบสองแก้ม
หยางเฉินตบกบาลเพื่อนดังป้าบ แล้วด่าซ้ำ
"ไอ้ลูกหมา! เลิกทำตัวขี้แยเป็นเด็กๆ ได้แล้วโว้ย! พุ่งเข้าไปซัดหน้ามันเลยสิวะ มึงจะมายืนร้องไห้หาพระแสงอะไรฮะ จำไว้นะเว้ย ต่อให้มึงจะเสียผู้หญิงเฮงซวยแบบนั้นไป มึงก็ยังมีกูเป็นเพื่อนเว้ย! ต่อให้มึงจะเอาเงิน 120 ล้านของกูไปละลายแม่น้ำเล่นจนหมด กูก็ไม่ว่ามึงสักคำหรอก เพราะงั้นมึงไม่ต้องไปกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น ลุยเลยโว้ย เข้าใจไหมฮะ"
หลินเสียนปาดน้ำตาทิ้ง แล้วพูดเสียงสั่น
"กูก็แค่รู้สึกสมเพชตัวเองที่ไปหลงรักผู้หญิงพรรณนี้ก็เท่านั้นแหละ... แต่ถ้ากูพุ่งเข้าไปตบหน้าหล่อน กูจะโดนตำรวจจับไหมวะ"
หยางเฉินหัวเราะร่วน
"จะไปกลัวทำไมวะ ก็แค่คดีทะเลาะวิวาทเรื่องชู้สาว ตำรวจเขาไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรมึงหนักหนาหรอก เผลอๆ เขาอาจจะขี้เกียจมายุ่งด้วยซ้ำไป ขอแค่มึงกล้าพุ่งเข้าไปตบหน้าหล่อน มึงก็จะได้ก้าวข้ามผ่านความเป็นหมาเลียรองเท้า กลายมาเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวไงล่ะ! แต่ถ้ามึงไม่กล้าทำ มึงก็ต้องจมปลักเป็นหมาเลียรองเท้าให้หล่อนเหยียบย่ำไปตลอดชีวิตนั่นแหละ!"
แววตาของหลินเสียนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เขาพุ่งพรวดเข้าไปในโรงแรมด้วยความโกรธแค้น
หยางเฉินยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ พึมพำกับตัวเอง
"แม่งเอ๊ย แบบนี้สิวะถึงจะสมกับเป็นเพื่อนรักกูหน่อย"
หยางเฉินรีบวิ่งตามเพื่อนเข้าไปติดๆ เตรียมพร้อมจะซัพพอร์ตหลินเสียนได้ทุกเมื่อ
จางเสี่ยวโหรวกับชู้รักเช็กอินที่เคาน์เตอร์ต้อนรับเสร็จสรรพ ก็เดินนัวเนียกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปรอลิฟต์
แต่แล้วจู่ๆ
ก็มีเสียงตวาดลั่นด้วยความโกรธแค้นดังมาจากด้านหลัง
"นังแพศยา! มึงทำแบบนี้กับกูได้ยังไงฮะ!"
[จบตอน]