- หน้าแรก
- ปิดบังความรวยมาสามปี วันนี้ข้าขอกางเงินฟาดหน้าพวกเจ้า
- ตอนที่ 25 บัตรเครดิตวงเงินร้อยล้าน
ตอนที่ 25 บัตรเครดิตวงเงินร้อยล้าน
ตอนที่ 25 บัตรเครดิตวงเงินร้อยล้าน
ตอนที่ 25 บัตรเครดิตวงเงินร้อยล้าน
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์มันไม่สามารถให้สูงไปกว่านี้ได้แล้วจริงๆ
หลิวจวินคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ทำได้แค่เสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ให้หยางเฉินที่ 1% เท่านั้น
หยางเฉินก็ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบฉวยโอกาสขูดรีดเอาเปรียบใครอยู่แล้ว
ปกติอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปจะอยู่ที่ 0.3%
แต่หลิวจวินยอมอัพให้ถึง 1% นี่ก็ถือว่าใจป้ำมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม หยางเฉินก็ยังคงสงวนท่าที ไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ
หลิวจวินเริ่มร้อนใจ
ในมุมมองของคนในวงการการเงิน ดอกเบี้ย 1% ถือว่าสูงมากแล้ว
แต่สำหรับคนทั่วไป ตัวเลขแค่นี้มันแทบจะไม่ต่างอะไรกับเศษเงิน ไม่มีแรงดึงดูดใจเอาซะเลย
เพื่อโน้มน้าวให้หยางเฉินยอมฝากเงินร้อยล้านก้อนนี้ไว้ หลิวจวินจึงรีบงัดเอาสิทธิพิเศษอื่นๆ มานำเสนอเพิ่มเติม
นอกจากบริการระดับวีไอพีที่ธนาคารทั่วไปมีให้แล้ว
หลิวจวินยังเสนอจะออกบัตรเครดิตวงเงินสูงถึงหนึ่งร้อยล้านหยวนให้กับหยางเฉินด้วย
โดยมีเงื่อนไขสุดพิเศษคือ ปลอดดอกเบี้ยนานถึงครึ่งปี แถมยังสามารถกดเงินสดจากบัตรเครดิตได้อีกด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือ หยางเฉินฝากเงินไว้ที่นี่หนึ่งร้อยล้าน แต่เขาสามารถนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายได้ถึงสองร้อยล้านหยวน
ขอเพียงแค่นำเงินมาคืนภายในครึ่งปี เขาก็จะไม่เสียดอกเบี้ยเลยแม้แต่แดงเดียว
ข้อเสนอนี้ถือว่าเย้ายวนใจสุดๆ
หากยังไม่มีช่องทางลงทุนดีๆ หยางเฉินก็แค่กดเงินสดร้อยล้านจากบัตรเครดิตมาฝากกินดอกเบี้ยในธนาคาร ดอกเบี้ยที่ได้ในครึ่งปีนี้ก็มากพอที่จะไปซื้อคอนโดขนาดสามห้องนอนได้สบายๆ เลยทีเดียว
ถ้าเป็นคนอื่น กว่าจะยื่นเรื่องกู้เงินธนาคารผ่าน ครึ่งปีก็อาจจะยังไม่รู้ผลเลยด้วยซ้ำ
จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา หยางเฉินคิดว่าสิทธิพิเศษระดับนี้น่าจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับการฝากเงินหนึ่งร้อยล้านหยวนแล้วล่ะ
เขาคิดว่าข้อเสนอของหลิวจวินอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
หยางเฉินตอบตกลง
"ความจริงใจของผู้จัดการหลิวทำเอาผมซาบซึ้งเลยครับ ตกลงครับ ผมจะฝากเงินร้อยล้านไว้ที่นี่"
หลิวจวินดีใจจนเนื้อเต้น
"เยี่ยมเลยครับ! ฮ่าๆๆ... มาครับ ผมขอใช้ชาจอกนี้ดื่มคารวะฉลองความร่วมมือของเรา"
หยางเฉินยิ้มรับ ยกจอกชาขึ้นชน แล้วทั้งคู่ก็ดื่มรวดเดียวจนหมดจอก
จากนั้น หลิวจวินก็ยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงหลิวอวิ๋น ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าวีไอพี
"ผู้จัดการหลิว รบกวนมาพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้เลยครับ"
ปลายสายตอบกลับ
"รับทราบค่ะ แต่ตอนนี้ดิฉันกำลังติดลูกค้าอยู่ รบกวนรอสักครู่นะคะ"
หลิวจวินซัก
"ลูกค้าระดับไหน"
หลิวอวิ๋นตอบ
"ระดับซีค่ะ"
หลิวจวินสั่งการเฉียบขาด
"พักเรื่องลูกค้าคนนั้นไว้ก่อน แล้วรีบมาที่ห้องทำงานผมเดี๋ยวนี้เลย"
ในระเบียบปฏิบัติของธนาคาร หลิวจวินได้แบ่งเกรดลูกค้าวีไอพีออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ S, A, B, C และ D
ลูกค้าระดับ C คือบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีเงินฝากกับธนาคารตั้งแต่สิบล้านหยวนขึ้นไป
ส่วนหยางเฉินนั้นจัดอยู่ในลูกค้าระดับ S
ถ้าวัดกันที่ความสำคัญ แน่นอนว่าต้องเลือกให้บริการลูกค้าระดับ S อย่างหยางเฉินก่อนลูกค้าระดับ C อยู่แล้ว
หลิวอวิ๋นถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ว่าผู้จัดการสาขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่
ถึงขั้นสั่งให้ทิ้งลูกค้าระดับ C กลางคัน แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญคอขาดบาดตายแน่ๆ
แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เธอก็ขัดไม่ได้
เธอจำต้องกล่าวขอโทษลูกค้าที่กำลังให้บริการอยู่ แล้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ห้องทำงานของผู้จัดการสาขาทันที
"ผู้จัดการคะ มีเรื่องด่วนอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ" หลิวอวิ๋นถามด้วยอาการหอบเหนื่อย
หลิวจวินสั่งการทันที
"คุณรีบพาคุณหยางไปทำเรื่องออกบัตรเครดิตวงเงินหนึ่งร้อยล้านหยวน แล้วก็เปิดฟังก์ชันกดเงินสดให้ด้วยนะ จัดการให้เรียบร้อยโดยด่วน"
พอหลิวอวิ๋นมองตามสายตาของผู้จัดการ ก็พบว่าคนที่นั่งอยู่บนโซฟานั้นคือหยางเฉิน
เธอเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ยะ... หยางเฉิน"
ตอนที่หยางเฉินมาเป็นพนักงานทดลองงานที่นี่ เขาเคยเจอหลิวอวิ๋นมาก่อน
หลิวอวิ๋นในฐานะผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าวีไอพี มักจะทำตัวหยิ่งยโส ไม่เคยเห็นพนักงานตัวเล็กๆ อย่างหยางเฉินอยู่ในสายตาหรอก
แถมเธอยังรู้เรื่องที่จางเหิงแย่งแฟนหยางเฉินด้วย
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงช็อกสุดขีด
ทำไมผู้จัดการสาขาถึงสั่งให้ออกบัตรเครดิตวงเงินสูงลิบลิ่วให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ล่ะ
ตามกฎแล้ว การจะอนุมัติบัตรเครดิตวงเงินระดับนี้ได้ ลูกค้าต้องมีเงินฝากในบัญชีอย่างน้อยๆ ก็เท่ากับวงเงินบัตร
นั่นหมายความว่า บัตรวงเงินร้อยล้าน ก็ต้องแลกมาด้วยเงินฝากร้อยล้าน
สรุปก็คือ...
หยางเฉินมีเงินฝากตั้งหนึ่งร้อยล้านหยวนงั้นเหรอ
แล้วถ้ามันรวยล้นฟ้าขนาดนั้น ทำไมถึงยอมปล่อยให้ไอ้แก่จางเหิงคาบแฟนไปกินหน้าตาเฉยล่ะ
ตรรกะมันย้อนแย้งสุดๆ จนเธอคิดหาเหตุผลมารองรับไม่ได้เลย
หลิวจวินเร่ง
"ผู้จัดการหลิว มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบพาคุณหยางไปจัดการเรื่องบัตรสิ"
หลิวอวิ๋นสะดุ้งสุดตัว รีบละล่ำละลักตอบ
"อะ... อ๋อ ได้ค่ะๆ คุณหยางคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ เราไปทำเรื่องกันที่ห้องรับรองวีไอพีนะคะ"
แม้จะยังตกตะลึงไม่หาย แต่ด้วยสัญชาตญาณความกะล่อนของนักขาย หลิวอวิ๋นก็รีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกหยางเฉินเป็น 'คุณหยาง' อย่างรวดเร็ว
หยางเฉินพยักหน้า
"ครับ ผู้จัดการหลิว งั้นผมขอตัวไปจัดการธุระก่อนนะครับ"
หลิวจวินยิ้มรับ
"เชิญเลยครับๆ..."
หลิวอวิ๋นผายมือเชิญหยางเฉินด้วยท่าทีนอบน้อมสุดชีวิต
"เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณหยาง"
หยางเฉินตอบรับสั้นๆ
"ขอบคุณครับ ผู้จัดการหลิว"
หลิวอวิ๋นรีบตอบ
"ยินดีให้บริการเสมอค่ะ..."
พอทั้งคู่ออกมาจากห้องทำงานของผู้จัดการสาขาปุ๊บ
หลิวอวิ๋นก็อดรนทนความสงสัยไม่ไหว แอบกระซิบถามทันที
"หยางเฉิน... เอ้ย คุณหยางคะ ไปทำอีท่าไหนถึงมีเงินฝากตั้งร้อยล้านได้ล่ะคะเนี่ย"
หยางเฉินตอบกวนๆ
"ลองทายดูสิครับ"
หลิวอวิ๋นหน้าเจื่อน
"..."
ระหว่างทางเดินไปห้องรับรองวีไอพี ต้องผ่านห้องน้ำพอดี
หลิวอวิ๋นรู้สึกว่าตัวเองต้องเติมหน้าเติมตาสักหน่อย จึงหันไปบอกหยางเฉิน
"คุณหยางคะ รบกวนไปรอที่ห้องรับรองวีไอพีก่อนนะคะ ดิฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่ค่ะ"
หยางเฉินพยักหน้า
"เชิญครับ ผมจำทางได้ เดี๋ยวผมเดินไปรอที่ห้องเอง"
หลิวอวิ๋นพยักหน้ารับ แล้วรีบจ้ำอ้าวเข้าห้องน้ำไปทันที
พูดถึงเรื่องความหลัง ระหว่างหยางเฉินกับหลิวอวิ๋นก็เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนเหมือนกัน
ตอนนั้นหยางเฉินยังเป็นแค่พนักงานทดลองงาน หลิวอวิ๋นก็เลยชอบทำตัวข่มเขาอยู่เสมอ
มีอยู่วันหนึ่ง หยางเฉินพาพาลูกค้าเข้าไปในห้องรับรองวีไอพีโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
ดันแจ็คพ็อตไปเจอหลิวอวิ๋นกำลังแอบงีบหลับอู้งานอยู่พอดี
เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พอคล้อยหลังลูกค้า เธอก็ลากหยางเฉินมาด่าเปิงซะไม่มีชิ้นดี
แม้จะไม่ได้ด่าลามปามไปถึงบุพการี แต่สรรพนามที่เธอใช้ด่าก็เจ็บแสบไม่เบา ไม่ว่าจะเป็น 'ไอ้กระจอก', 'ไอ้พวกไร้การศึกษา', 'ไอ้ลูกไม่มีพ่อมีแม่สั่งสอน' สารพัดคำด่าที่เธอจะสรรหามาพ่นใส่
ด้วยความเป็นเด็กจบใหม่เพิ่งเข้าทำงาน หยางเฉินย่อมไม่กล้าหือกับผู้จัดการฝ่ายอยู่แล้ว
แถมตอนนั้นเขายังอยู่ในช่วงทดลองงาน ก็เลยต้องจำใจก้มหน้ารับคำด่าไปตามระเบียบ
พอตอนนี้มารู้ความจริงว่าหยางเฉินคืออภิมหาเศรษฐีที่มีเงินฝากระดับร้อยล้าน หลิวอวิ๋นก็เกิดอาการร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที
เธอจึงต้องรีบไปโบ๊ะหน้าให้สวยเด้ง กะว่าเดี๋ยวตอนทำเรื่องออกบัตรเครดิตกันสองต่อสอง จะได้ใช้มารยาหญิงออดอ้อนฉอเลาะสานสัมพันธ์ให้แนบแน่น เพื่อลบล้างรอยร้าวในอดีตให้หมดจด
ยิ่งถ้ามีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลกว่านั้น ก็ถือเป็นกำไรชีวิตเลยล่ะ
อายุก็ปาเข้าไปสามสิบแล้ว ปฏิเสธผู้ชายที่มาตามจีบไปเป็นสิบๆ คน ก็เพื่อรอคอยผู้ชายเกรดพรีเมียมอย่างหยางเฉินนี่แหละ
โอกาสทองมาประเคนถึงที่ขนาดนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องคว้าเอาไว้ให้อยู่หมัด
แต่ความจริงก็คือ... เธอหลงตัวเองเกินไปหน่อย
มหาเศรษฐีอย่างหยางเฉิน ไม่มีทางชายตามองสาวทึนทึกวัยสามสิบอย่างเธอหรอก สาวๆ วัยขบเผาะอายุสิบแปดมีให้เลือกถมเถไป ทำไมเขาต้องมาคว้าเอาป้าแก่ๆ อย่างเธอด้วย
แถมความจริงอีกข้อคือ หยางเฉินลืมเรื่องบาดหมางงี่เง่าพวกนั้นไปตั้งนานแล้ว
การที่เธอมานั่งทำตัวมีพิรุธ แต่งหน้าทาปากยั่วสวาทแบบนี้เนี่ยแหละ จะยิ่งเป็นการไปกระตุกต่อมความจำให้เขานึกถึงเรื่องหมางใจในอดีตขึ้นมาซะมากกว่า
ทางด้านหยางเฉินก็เดินชิลๆ มาจนถึงห้องรับรองวีไอพี
เขามองผ่านกระจกเข้าไป ก็พบว่ามีลูกค้านั่งรออยู่ก่อนแล้วคนนึง
พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าคนที่นั่งหน้าสลอนอยู่นั่นคือหลี่ชิ่งนั่นเอง
ไอ้ลูกหมาที่เพิ่งจะไปหาเรื่องเขาถึงหน้าห้างวั่งต๋าเมื่อช่วงเช้านี่แหละ
หลี่ชิ่งที่เพิ่งจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บมาจากห้างวั่งต๋า พอเห็นหน้าหยางเฉินปุ๊บ ก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ รีบผุดลุกขึ้นถามเสียงหลง
"แกมาทำบ้าอะไรที่นี่วะ"
หยางเฉินสวนกลับนิ่มๆ
"คำถามปัญญาอ่อนว่ะ แกคิดว่าคนมาธนาคารเขามาทำอะไรกันล่ะ"
หลี่ชิ่งเย้ยหยัน
"ถุย! แกเข้าห้องผิดแล้วโว้ย! ที่นี่มันห้องรับรองวีไอพีเว้ย คนอย่างแกถ้าจะถอนเงินเศษสตางค์ก็เชิญไปต่อคิวที่เคาน์เตอร์ข้างนอกนู่นปะ มีหน้ามาเสนอหน้าในห้องวีไอพีได้ยังไงวะ"
หยางเฉินพยักหน้ารับเนือยๆ
"อ้อ ขอบใจที่เตือนนะ ว่าแต่... แกมาทำอะไรที่นี่ล่ะ มากู้เงินซื้อรถสิเนี่ย"
หลี่ชิ่งชะงัก
"แกรู้ได้ไงวะ"
หยางเฉินหัวเราะหึๆ
"เชี่ย กูดันเดาถูกซะงั้น"
หลี่ชิ่งเชิดหน้า
"เออ กูกู้เงินซื้อรถ แล้วไงวะ ยังไงซะกูก็ต้องซื้อรถอยู่แล้ว ซื้อตอนนี้กูก็จะได้เคลมหวังเมิ่งฉีพาขึ้นเตียงได้เร็วขึ้นด้วยไง แล้วทำไมกูจะไม่ซื้อล่ะ กูขอเตือนมึงไว้ก่อนนะ เลิกยุ่งกับผู้หญิงของกูซะ กูรู้จักคนใหญ่คนโตเยอะแยะนะเว้ย สั่งคำเดียว มึงก็หมดทางทำมาหากิน แผงลอยมึงก็ไม่ได้ตั้งอีกต่อไป อย่าหาว่ากูไม่เตือน อย่าเอาอนาคตปากท้องของตัวเองมาทิ้งเพราะผู้หญิงที่ไม่มีวันเป็นของมึงเลยว่ะ"
หยางเฉินส่ายหน้าเอือมระอา
"กูว่ามึงนี่เหมือนพวกตัวร้ายสมองกลวงในนิยายตลาดล่างไม่มีผิดเลยว่ะ กูไปยุ่งกับผู้หญิงของมึงตอนไหนฮะ มึงจีบเขาไม่ติดเองเพราะหน้าตามึงมันอุบาทว์ หรือสันดานมึงมันเลว ก็อย่ามาพาลใส่คนอื่นสิวะ"
หลี่ชิ่งโกรธจัด
"ขี้เกียจเถียงกับมึงละ ไสหัวไปไกลๆ เลยไป อย่ามาเกะกะขวางหูขวางตากู กูจะทำธุระ"
หยางเฉินเยาะเย้ย
"ถุย! กู้เงินซื้อเบนท์ลีย์ มึงมีปัญญาผ่อนเหรอวะ"
หลี่ชิ่งหัวเราะร่า
"ฮ่าๆๆ... ตลกว่ะ! โรงงานของครอบครัวกูเพิ่งรับบิ๊กโปรเจกต์มาเว้ย เคลียร์ออเดอร์ลอตนี้เสร็จเมื่อไหร่ กูได้กำไรเหนาะๆ อย่างต่ำก็สิบล้านแล้วเว้ย มึงยังคิดว่ากูจะไม่มีปัญญาผ่อนรถอีกไหมล่ะฮะ"
หยางเฉินแกล้งถาม
"อ้อ ออเดอร์ของบริษัทการค้าเสื้อผ้าเทียนหลานที่มึงพล่ามเมื่อเช้าน่ะเหรอ"
หลี่ชิ่งเชิดหน้าตอบ
"เออสิวะ!"
ระบบกำลังดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นบริษัทให้เขาอยู่
อีกไม่นาน หุ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ของบริษัทการค้าเสื้อผ้าเทียนหลานก็จะตกเป็นของหยางเฉินอย่างสมบูรณ์
ไอ้เวรนี่กล้ามาทำกร่างใส่เขา แถมยังวาดฝันว่าจะฟันกำไรสิบล้านจากบริษัทของเขาอีก
ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าวะเนี่ย!
[จบตอน]