- หน้าแรก
- ปิดบังความรวยมาสามปี วันนี้ข้าขอกางเงินฟาดหน้าพวกเจ้า
- ตอนที่ 23 ฉันรังเกียจที่เธอสกปรก
ตอนที่ 23 ฉันรังเกียจที่เธอสกปรก
ตอนที่ 23 ฉันรังเกียจที่เธอสกปรก
ตอนที่ 23 ฉันรังเกียจที่เธอสกปรก
หลิวจวินในฐานะผู้จัดการสาขา ย่อมไม่คุ้นเคยกับหยางเฉินที่เคยมาเป็นแค่พนักงานทดลองงานอยู่ที่นี่หรอก
ที่เขาพูดประจบประแจงเมื่อกี้ ก็แค่คำหวานตามมารยาทเท่านั้นแหละ
แต่ก็ช่างเถอะ
หยางเฉินก็ไม่ได้คาดหวังให้เขามาให้ความสำคัญอะไรอยู่แล้ว
ความจริงใจของเขาจะมีหรือไม่มี มันไม่สำคัญเลยสักนิด
สำหรับหยางเฉินแล้ว หลิวจวินก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่เขาจะเอาไว้ใช้ชำระแค้นจางเหิงก็เท่านั้นเอง
หยางเฉินตอบกลับนิ่มๆ
"ผู้จัดการหลิวเกรงใจไปแล้วครับ คนธรรมดาๆ อย่างผมมันก็แค่กบในกะลาเท่านั้นแหละ เอาเป็นว่า ผมอยากจะโอนเงินทั้งหมดในบัญชีออกไปธนาคารอื่น รบกวนผู้จัดการหลิวช่วยเซ็นอนุมัติให้เร็วที่สุดด้วยนะครับ"
หลิวจวินหัวเราะร่วน
"ฮ่าๆๆ... เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ ธนาคารของเราให้อิสระในการฝากถอนอยู่แล้ว พอดีเลย เมื่อหลายวันก่อนผมเพิ่งได้ชาต้าหงผาอย่างดีมากล่องนึง ยังหาคนมานั่งจิบชาเป็นเพื่อนไม่ได้เลย เอาเป็นว่า น้องชายมานั่งจิบชาคุยกันในห้องทำงานผมก่อนดีไหม"
ได้ยินมาว่า ชาต้าหงผาของหลิวจวิน แกจะชงรับรองเฉพาะลูกค้าวีไอพีเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้แกยกให้หยางเฉินเป็นลูกค้าระดับวีไอพีของธนาคารไปเรียบร้อยแล้ว
แต่หยางเฉินไม่มีอารมณ์จะไปนั่งจิบชาหรอกนะ สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือการชำระแค้นต่างหาก
หยางเฉินปฏิเสธ
"เรื่องจิบชาเอาไว้ก่อนเถอะครับ รบกวนช่วยจัดการเรื่องโอนเงินให้ผมก่อนดีกว่า"
หลิวจวินรู้เรื่องบาดหมางระหว่างหยางเฉิน จางเหิง และหลี่ซินอวี่ดี
แกจึงเดาได้ทันทีว่า ที่หยางเฉินดึงดันจะโอนเงินออกไปให้ได้ ก็ต้องมีสาเหตุมาจากจางเหิงกับหลี่ซินอวี่แน่นอน
แกจึงรีบเปลี่ยนแผนทันที
"ที่จริงแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจจะชวนคุณมาดื่มชาอย่างเดียวหรอกครับ พอดีมีเรื่องสำคัญอยากจะปรึกษาหารือกับคุณน่ะครับ อยากฟังความเห็นของคุณดูว่าผมตัดสินใจแบบนี้มันถูกต้องหรือเปล่า"
หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
"โอ้โห ผู้จัดการหลิวให้เกียรติผมเกินไปหรือเปล่าครับ ผู้จัดการสาขาอย่างคุณ มีเรื่องอะไรต้องมาปรึกษาคนนอกอย่างผมด้วยล่ะ"
หลิวจวินตอบ
"ก็เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับคุณโดยตรงยังไงล่ะครับ"
หยางเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก
"งั้นเหรอครับ ในเมื่อเกี่ยวกับผม งั้นผมก็ยิ่งต้องฟังแล้วล่ะ แต่เรื่องจิบชาน่ะไม่ต้องหรอก คุยกันตรงนี้เลยดีกว่า"
ในเมื่อตั้งใจจะมาแก้แค้น ก็ต้องจัดให้หนักๆ ให้สาสมกับที่เคยโดนทำไว้
แค่เข้าไปเคลียร์กันเงียบๆ ในห้องทำงาน มันไม่สาแก่ใจหยางเฉินหรอก
เขาต้องการให้จางเหิงกับหลี่ซินอวี่ต้องอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าธารกำนัล เหมือนกับที่เขาเคยโดนไล่ออกจากธนาคารอย่างน่าสมเพชในวันนั้น
รสชาติของความอัปยศที่เขาเคยลิ้มลอง วันนี้ไอ้สารเลวสองคนนี้จะต้องได้ลิ้มรสชาติเดียวกัน!
หลิวจวินอายุปาเข้าไปสี่สิบห้าแล้ว ผ่านโลกมาก็เยอะ มีหรือจะอ่านเกมของหยางเฉินไม่ออก
แกรีบเออออห่อหมกทันที
"ได้ครับ คุยกันตรงนี้เลยก็ได้ จากที่ผมเฝ้าสังเกตการณ์มาพักใหญ่ ผมรู้สึกว่าพนักงานอย่างหลี่ซินอวี่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานในธนาคารของเราเลย ส่วนจางเหิงก็เหมือนกัน ตั้งแต่ได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้จัดการสาขา ก็ทำตัวกร่าง ไม่เห็นหัวใคร ทำลายภาพลักษณ์ของธนาคารเราป่นปี้หมด ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะไล่สองคนนี้ออก แล้วขึ้นแบล็กลิสต์ไม่ให้กลับมาทำงานที่นี่อีกตลอดชีวิต แต่ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าทำแบบนี้มันจะดูไร้เยื่อใยเกินไปหรือเปล่า น้องชายคิดว่ายังไงล่ะครับ"
หลิวจวินนี่มันจิ้งจอกเฒ่าตัวจริง
แกรู้ดีว่าหยางเฉินมาที่นี่เพื่อแก้แค้น
แกก็เลยจงใจโยนหินถามทาง เปิดโอกาสให้หยางเฉินได้ชำระแค้นอย่างเต็มที่
ชะตากรรมของจางเหิงกับหลี่ซินอวี่ในตอนนี้ ขึ้นอยู่กับคำพูดของหยางเฉินเพียงคำเดียวเท่านั้น
ขอเพียงแค่ทำให้หยางเฉินพอใจได้ เงินฝากร้อยล้านหยวนนั่นก็จะไม่หนีไปไหนแน่
ระหว่างพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ที่ใช้เต้าไต่เข้ามา กับรองผู้จัดการสาขาจอมประจบสอพลอ เอามาเทียบกับยอดเงินฝากร้อยล้านหยวนเนี่ยนะ
ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาหรอก!
หลี่ซินอวี่หน้าซีดเผือด รีบพุ่งเข้าไปอ้อนวอนหยางเฉินทันที
"เฉิน นายจำคำสัญญาที่ให้ไว้กับฉันได้ไหม นายเคยบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน จะทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก นายลืมไปหมดแล้วเหรอ"
หยางเฉินตีหน้าซื่อ
"ฉันเคยพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่"
หลี่ซินอวี่ละล่ำละลัก
"ก็... ก็ตอนที่เรามีอะไรกันครั้งแรกไง นายลืมไปแล้วจริงๆ เหรอ"
หยางเฉินตอบเสียงเรียบ
"อ๋อ ลืมไปแล้วล่ะ จำไม่ได้แล้ว"
หลี่ซินอวี่ด่าแหว
"นาย... ไอ้คนสารเลว! แต่... แต่ฉันก็ไม่โกรธนายหรอกนะ เวลาผ่านไปนานแล้ว นายจะลืมก็ไม่แปลก ตอนนี้ฉันอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับนายจริงๆ นะ ต่อไปนี้ฉันจะเป็นแม่บ้านแม่เรือน ดูแลนาย ดูแลพ่อแม่นายให้ดีที่สุดเลย ตกลงไหม"
หยางเฉินสวนกลับหน้าตาย
"ฉันรังเกียจที่เธอสกปรก!"
หลี่ซินอวี่ถึงกับชะงักค้างไปทันที
นี่คงเป็นคำด่าที่กรีดลึกถึงศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงมากที่สุดแล้วมั้ง
อานุภาพทำลายล้างคงพอๆ กับตอนที่ผู้หญิงด่าผู้ชายว่า 'ฉันรังเกียจที่ของนายมันเล็ก' นั่นแหละ
ต่อให้เป็นผู้หญิงหากินตัวยง พอโดนผู้ชายด่าแสกหน้าว่ารังเกียจความสกปรก ก็คงรับไม่ได้เหมือนกัน
หลี่ซินอวี่ถึงกับสติแตก ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที
ส่วนจางเหิงก็ร้อนรนไม่แพ้กัน เขาไม่กล้าเสี่ยงให้ตัวเองต้องตกงานเด็ดขาด
ไหนจะต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูอดีตภรรยากับลูก ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถอีกบานตะไท
ถ้าตกงานตอนนี้ ด้วยวัยสี่สิบห้าปี การจะหางานใหม่ที่ได้เงินเดือนหลักแสนแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โอกาสแทบจะเป็นศูนย์ด้วยซ้ำ
เขารีบหันไปอ้อนวอนผู้จัดการสาขาทันที
"ผู้จัดการครับ ผมทำงานรับใช้ธนาคารมาอย่างซื่อสัตย์ ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอด ผู้จัดการจะมาทอดทิ้งผมแบบนี้ไม่ได้นะครับ"
หลิวจวินตอบเสียงเรียบ
"จางเหิงเอ๊ย คนเรามีโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว นายก็ต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเองนะ"
จางเหิงคร่ำครวญ
"ผมยอมรับไม่ได้หรอกครับ! ถ้าผมยอมรับ ทั้งค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเลี้ยงดูลูกเมียเก่า ผมจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายล่ะครับ"
หลิวจวินยังคงยืนกราน
"นั่นแหละคือชะตากรรมของนาย"
หยางเฉินยื่นข้อเสนอ
"จางเหิง เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ถ้าแกยอมลดศักดิ์ศรี ทำเรื่องที่ทำให้ฉันพอใจได้ ฉันอาจจะช่วยพูดกับผู้จัดการหลิวให้ละเว้นแกสักครั้งก็ได้นะ เอาไงล่ะ ฉันมีเงินฝากตั้งร้อยล้าน แกก็รู้นี่นาว่าคำพูดของฉันมันมีน้ำหนักแค่ไหน จริงไหม"
ในฐานะรองผู้จัดการสาขา จางเหิงย่อมรู้ดีว่าเงินฝากร้อยล้านหยวนมันหมายถึงอะไร
ลูกค้าที่มีเงินฝากส่วนตัวถึงร้อยล้านหยวน จะถูกยกระดับขึ้นเป็นลูกค้าระดับไพรเวทแบงก์กิ้งทันที
พวกบัตรเครดิตแบล็คการ์ดหรือแพลตตินัมอะไรนั่น กลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย
ธนาคารจะจัดสรรเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าพิเศษมาดูแลโดยเฉพาะ แถมยังได้รับสิทธิพิเศษในการเลือกลงทุนก่อนใครเพื่อน
นอกจากนี้ ธนาคารยังให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่าปกติอีกด้วย
แถมยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกเพียบ
เช่น ทริปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศระดับวีไอพีฟรี สิทธิ์เข้าร่วมงานสัมมนาระดับไฮเอนด์ และอื่นๆ อีกมากมาย
ถ้ามีเงินฝากเกิน 30 ล้านหยวน ธนาคารก็พร้อมจะประเคนตำแหน่งงานให้หนึ่งตำแหน่งฟรีๆ แล้ว
อย่างหยางเฉินที่มีเงินฝากร้อยล้านหยวนเนี่ย จะขอตำแหน่งงานสักสองสามตำแหน่งก็ยังได้สบายๆ
ยกเว้นตำแหน่งผู้จัดการสาขาแล้ว จะจิ้มเลือกตำแหน่งไหนก็ยังได้
แต่ก็ต้องดูด้วยนะว่าเจ้าของเงินเขาจะยอมฝากเงินไว้ที่นี่ต่อหรือเปล่า
และในตอนนี้ ชะตากรรมของจางเหิงก็ขึ้นอยู่กับคำพูดของหยางเฉินเพียงคำเดียว
ใครที่ไม่ได้ตาบอดก็คงดูออกว่าหยางเฉินตั้งใจมาคิดบัญชีแค้น
จางเหิงไม่ได้โง่ เขาย่อมรู้ซึ้งถึงจุดนี้ดี
ตอนนี้มีทางเลือกให้เขาสองทาง
ทางแรก คือตกงาน ซึ่งจะส่งผลให้เขาไม่มีเงินผ่อนบ้านและรถ
ผลลัพธ์ก็เดาได้ไม่ยาก ทรัพย์สินทั้งหมดคงถูกธนาคารยึดไปขายทอดตลาดแน่ๆ
ทางที่สอง คือยอมละทิ้งศักดิ์ศรี แล้วทำตามคำสั่งของหยางเฉินเพื่อแลกกับความพอใจ
ตำแหน่งหน้าที่การงานที่เขาเคยใช้กดขี่ข่มเหงหยางเฉิน ตอนนี้มันกลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอเขาให้ต้องยอมจำนน
ศักดิ์ศรีมันสำคัญไหม
สำคัญสิ
แต่เงินมันสำคัญกว่านี่หว่า
ถ้าโดนยึดบ้านยึดรถไปขายทอดตลาด มันก็จะโดนกดราคาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
หักลบกลบหนี้กับดอกเบี้ยแล้ว เผลอๆ เงินดาวน์ที่จ่ายไปก็ยังไม่ได้คืนเลยด้วยซ้ำ
ส่วนค่าเลี้ยงดูเมียเก่ากับลูก ถ้าขาดส่งเมื่อไหร่ ด้วยนิสัยของเมียเก่าเขา มีหวังโดนฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลแน่ๆ
แค่คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา จางเหิงก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาจึงจำใจต้องเอาศักดิ์ศรีเข้าแลกเพื่อหนีจากฝันร้ายพวกนี้
มองอีกมุมหนึ่ง การที่จางเหิงยอมก้มหัวให้หยางเฉิน มันก็เหมือนกับการก้มหัวยอมแพ้ให้กับความเป็นจริงของชีวิตนั่นแหละ
หลังจากคิดสะระตะแล้ว เขาก็ตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้าหยางเฉินทันที
จางเหิงละล่ำละลัก
"หยางเฉิน ฉันขอโทษ! ที่ผ่านมาฉันทำผิดไปแล้ว ฉันขอโทษจากใจจริงเลย ต่อไปนี้ถ้าฉันเจอหน้านาย ฉันจะรีบหลบทางให้ทันที ที่ไหนมีนาย ที่นั่นจะไม่มีฉัน ฉันสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับหล่อนอีกเลย ได้โปรดละเว้นฉันสักครั้งเถอะนะ ถือซะว่าทำบุญทำทานเถอะ"
บรรดาลูกค้าที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็ตกตะลึงจนเกิดเสียงฮือฮาขึ้น
"โอ้โห คุกเข่าให้จริงๆ ด้วยเว้ย"
"สมน้ำหน้า! อยากใช้อำนาจหน้าที่แย่งแฟนลูกน้องดีนัก เป็นฉันนะ แค่นี้ยังน้อยไป ฉันอยากจะกระทืบให้จมดินเลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ หรอก"
"เห็นด้วยเลย กรรมตามสนองไวจริงๆ ตอนที่มันหน้าด้านแย่งแฟนคนอื่น มันคงไม่คิดสิเนอะว่าตัวเองจะมีจุดจบแบบนี้"
"พล็อตเรื่องอย่างกับในนิยายเลยว่ะ โคตรสะใจ!"
"แล้วพวกแกคิดว่าพ่อหนุ่มเศรษฐีร้อยล้านนั่นจะยอมปล่อยมันไปจริงๆ เหรอ"
"ไม่น่าจะปล่อยนะเว้ย ถ้าเป็นฉัน ฉันจะเหยียบให้จมดินเลย"
"แต่ฉันว่าเขาน่าจะยอมปล่อยมันไปนะ ก็เขาเป็นคนพูดเองนี่หว่า ว่าถ้าไอ้รองผู้จัดการนี่ยอมลดศักดิ์ศรีขอร้อง เขาก็จะช่วยพูดกับผู้จัดการสาขาให้"
[จบตอน]