เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 เบี้ยวหนี้แล้วจะทำไม

ตอนที่ 19 เบี้ยวหนี้แล้วจะทำไม

ตอนที่ 19 เบี้ยวหนี้แล้วจะทำไม


ตอนที่ 19 เบี้ยวหนี้แล้วจะทำไม

หยางอี๋ในฐานะครูใหญ่ ย่อมไม่ยอมให้ครูในโรงเรียนของตัวเองมีพฤติกรรมยืมเงินแล้วเบี้ยวหนี้แบบนี้เด็ดขาด

ถ้าขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ใครจะกล้าส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่อีกล่ะ

อีกอย่าง เธอโตมาพร้อมกับหยางเฉิน สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงมัธยมปลายถึงได้แยกย้ายกันไป

จะเรียกว่าเป็นเพื่อนเล่นวัยเด็กที่ผูกพันกันมากก็ไม่ผิดนัก

ดังนั้น ลึกๆ แล้วเธอย่อมเข้าข้างหยางเฉินมากกว่าอยู่แล้ว

หยางอี๋สั่งการ

"หวังฉิน รีบเอาเงินไปคืนเขาเถอะนะ ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูผู้ปกครองเข้า มันจะกระทบกับชื่อเสียงของโรงเรียนเรานะ"

ตัวหวังฉินเองเรียนจบแค่มัธยมปลายธรรมดา

แต่สำหรับในหมู่บ้านนี้ ก็ถือว่ามีการศึกษาสูงพอตัวแล้ว

ตอนที่เพิ่งเปิดโรงเรียนใหม่ๆ เพื่อเป็นการประหยัดงบ หยางอี๋ก็เลยจ้างเธอมาเป็นครูด้วยเงินเดือน 1,800 หยวน

โรงเรียนอนุบาลเอกชนแบบนี้ ก็ไม่ได้เน้นวิชาการอะไรมากมายอยู่แล้ว เน้นให้เด็กๆ ทำกิจกรรมเล่นสนุกซะมากกว่า

ดังนั้น วุฒิการศึกษาจะถึงหรือไม่ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

หวังฉินอาศัยหน้าที่การงานนี้ ทำให้เธอมีรายได้ประจำที่มั่นคงกว่าชาวบ้านคนอื่นๆ เธอจึงมักจะทำตัวเชิดหน้าชูตา อวดเบ่งไปทั่ว

เรียกได้ว่า งานนี้แหละคือความภาคภูมิใจสูงสุดของเธอ

ถ้าเธอทำให้หยางอี๋ไม่พอใจจนโดนไล่ออก ความภาคภูมิใจของเธอก็จะพังทลายลงทันที

ซึ่งแน่นอนว่าเธอรับความพ่ายแพ้แบบนั้นไม่ได้หรอก

เธอจึงรีบแก้ตัว

"ครูใหญ่คะ อย่าเพิ่งโกรธสิคะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากคืนนะ แต่ฉันไม่มีเงินจะคืนจริงๆ ครูใหญ่ก็รู้สถานการณ์ของพ่อผัวฉันนี่คะ แค่เงินค่าผ่าตัดก็ยังหาไม่ครบเลย แล้วจะเอาที่ไหนไปคืนเขาล่ะคะ"

หยางเฉินแฉ

"ไม่มีเงินค่าผ่าตัดให้พ่อผัว แต่เสือกมีเงินไปช้อปปิ้งที่ห้างวั่งต๋า หอบถุงแบรนด์เนมกลับมาเป็นสิบๆ ใบเนี่ยนะ เสี่ยวอี๋ เธอคงรู้นะว่าเสื้อผ้า รองเท้าในห้างวั่งต๋ามันแพงหูฉี่ขนาดไหน ขนาดครอบครัวฉันยังไม่ค่อยกล้าไปเหยียบเลย แต่สองผัวเมียนี่หลอกเอาเงินไปผลาญเล่นอย่างสบายใจเฉิบ แล้วยังเที่ยวไปป่าวประกาศว่าเอาไปเป็นค่าผ่าตัดให้พ่อ แบบนี้ไม่ให้เรียกว่าพวกต้มตุ๋นแล้วจะเรียกว่าอะไร"

หยางอี๋ตกใจ

"เธอไปช้อปปิ้งที่ห้างวั่งต๋ามาเหรอ รองเท้าที่นั่นคู่ละตั้งหลายร้อย เสื้อโค้ทก็ตัวละเป็นพัน เงินเดือนเธอแค่ 1,800 หยวน พ่อผัวก็ต้องใช้เงินผ่าตัดอีก เธอเอาความกล้ามาจากไหนไปซื้อของแพงๆ แบบนั้นฮะ"

หวังฉินอึกอัก

"นั่น... นั่นไม่ใช่เงินฉันซะหน่อย เงินผัวฉันต่างหาก"

หยางเฉินตอกกลับ

"ผัวเธออ้างเรื่องค่าผ่าตัดพ่อ หลอกเอาเงินพ่อฉันไปห้าหมื่นหยวน พอพ้นประตูบ้านปุ๊บก็เที่ยวไปป่าวประกาศว่าครอบครัวฉัน 'บริจาค' ค่าผ่าตัดให้ แล้วพวกเธอก็หอบเงินก้อนนั้นไปผลาญเล่นที่ห้างวั่งต๋า เธอคิดว่าสิ่งที่พวกเธอทำมันถูกต้องแล้วงั้นเหรอ"

หยางอี๋รวมถึงคุณครูคนอื่นๆ ต่างก็มองหวังฉินด้วยสายตารังเกียจ

ครูโจวทักขึ้นมา

"หวังฉิน เสื้อโค้ทที่เธอใส่อยู่ใช่ของ very mond หรือเปล่า ตัวนึงตั้งเกือบสองพันเลยนะนั่น"

ครูจางเสริม

"รองเท้าบูทที่เธอใส่ก็รุ่นใหม่ล่าสุดของ Belle นี่นา คู่ละพันกว่าหยวนเชียวนะ"

ครูหลี่ตำหนิ

"หวังฉิน ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ ทีตอนมายืมเงินพวกเราล่ะอ้างว่าจะเอาไปเป็นค่าผ่าตัดพ่อผัว แต่กลับเอาไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้าแพงๆ ที่พวกเรายังไม่กล้าซื้อใส่เองเลย มันย้อนแย้งไปหน่อยไหม น้องชายฉันกำลังจะแต่งงาน ฉันต้องเตรียมเงินใส่ซอง ช่วงนี้ก็เลยช็อตๆ อยู่ เธอเอาเงินมาคืนฉันเถอะนะ"

ครูโจวทวงบ้าง

"เงินฉันด้วย เอามาคืนฉันเลยนะ"

แล้วก็ตามมาด้วยเสียงทวงหนี้จากทุกคนในโรงเรียน ทั้งคุณครูและแม่บ้านภารโรง ต่างก็รุมทวงเงินจากหวังฉินกันถ้วนหน้า

หยางเฉินถึงกับอึ้งไปเลย

ไอ้หยางลี่กับหวังฉิน สองผัวเมียนี่มันร้ายกาจจริงๆ

เล่นปอกลอกคนรอบตัวซะเรียบวุธ ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว

แต่ที่น่าโมโหที่สุดคือ พวกมันไม่ได้เอาเงินไปรักษาพ่อจริงๆ แต่กลับเอาไปปรนเปรอตัวเองต่างหาก

นี่แหละคือจุดที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวดและแค้นใจที่สุด

เมื่อทนรับแรงกดดันจากทุกคนไม่ไหว หวังฉินก็รีบโทรตามให้หยางลี่มาช่วยเคลียร์

สิบนาทีต่อมา

หยางลี่ก็ปรากฏตัวในชุดสูทผูกไทเต็มยศ ผมเผ้าหวีเรียบแปล้ สวมแว่นตากันแดดสีดำ เดินวางมาดเต๊ะจุ๊ยเข้ามาอย่างหน้าไม่อาย

จากที่ปกติแต่งตัวซอมซ่อ เสื้อผ้ามอซอไม่ค่อยซัก

ตอนนี้กลับแต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่าราวกับเศรษฐีใหม่ ใครเห็นก็พานจะหงุดหงิดลูกตา

"โอ้โห นี่ใครกันล่ะเนี่ย เถ้าแก่ใหญ่ที่ไหนมาลงพื้นที่ตรวจงานในหมู่บ้านเราล่ะเนี่ย"

"อ้าว นี่มันท่านประธานหยางลี่นี่นา"

"หยางลี่นี่เอง แหม พ่อป่วยหนักนี่มันทำให้รวยอู้ฟู่ขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย"

หยางลี่ขยับแว่นตากันแดดลงเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มทักทาย

"สวัสดีครับคุณครูทุกท่าน เป็นไงล่ะ ได้ยินเมียผมบอกว่าพวกคุณจะทวงเงินเหรอ"

"ก็เออสิ ช่วงนี้พวกเรากำลังช็อต ก็ต้องทวงสิ"

"แหม แต่งตัวภูมิฐานซะขนาดนี้ ระดับมหาเศรษฐีร้อยล้านแล้วมั้ง กะอีแค่เงินหมื่นเดียวของฉันก็รีบๆ คืนมาเถอะ"

"ของฉันน้อยกว่าหน่อย แค่ห้าพันเอง สำหรับระดับเสี่ยแล้ว คงเป็นแค่เศษเงินทิปค่าข้าวล่ะมั้ง"

หยางลี่ลอยหน้าลอยตาตอบ

"อุตส่าห์ใช้ความสามารถยืมมาได้ ทำไมต้องคืนด้วยล่ะ ถ้าอยากได้เงินคืน ก็รอให้ฉันรวยล้นฟ้าก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยคืนให้"

หวังฉินปราม

"หยางลี่ อย่าพูดจาพล่อยๆ สิ"

หยางลี่รู้ตัวว่าเผลอพูดจาไม่เข้าหูคนอื่นไปเสียแล้ว

แต่เขาก็หาได้แคร์ไม่

ในเมื่อตั้งใจจะเบี้ยวหนี้อยู่แล้ว จะเอายังไงก็ว่ามาเลย

หยางเฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนรถสามล้อ รอดูละครฉากเด็ดด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้เขาไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย ปล่อยให้แก๊งครูอนุบาลจัดการทวงหนี้ไอ้หยางลี่เองก็พอ

ทั้งสองฝ่ายยืนเถียงกันคอเป็นเอ็นพักใหญ่ แต่หยางลี่ก็ยังคงยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดว่าจะไม่ยอมจ่ายคืน

เพื่อรักษาชื่อเสียงของโรงเรียน หยางอี๋จึงยื่นคำขาดกับหวังฉิน

"หวังฉิน เธอมีทางเลือกแค่สองทาง หนึ่ง คืนเงินให้ทุกคนซะ หรือสอง เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากโรงเรียนฉันซะ โรงเรียนของฉันไม่มีวันรับคนสันดานเบี้ยวหนี้มาเป็นครูหรอกนะ"

หวังฉินเริ่มใจคอไม่ดี

ถ้าตกงานนี้ไป เธอก็จะกลายเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน แล้วเธอจะเอาหน้าไปอวดเบ่งกับใครได้อีกล่ะ

แต่พอมาลองคำนวณดูดีๆ เธอกับหยางลี่ยืมเงินคนอื่นมารวมๆ แล้วก็เกือบจะถึงแสนหยวน

ด้วยเงินเดือนแค่ 1,800 หยวนของเธอ ต่อให้รวมสวัสดิการอื่นๆ เข้าไปด้วย ก็คงต้องทำงานงกๆ ไปอีกตั้ง 4 ปีกว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ก้อนนี้ได้หมด

แล้วจะทนเป็นครูไปทำไมล่ะ

สู้ฮุบเงินก้อนนี้ไว้ใช้เองชิลๆ ไม่ดีกว่าเหรอ

หวังฉินเชิดหน้าใส่

"เสี่ยวอี๋ อย่ามาขู่ฉันให้ยากเลย เงินเดือนแค่ 1,800 หยวน แหม ทำมาพูดซะนึกว่าเดือนละหมื่นแปด ฉันขอประกาศตรงนี้เลยนะว่า ฉัน-ลา-ออก! ที่รัก ไปกันเถอะ เรากลับไปช้อปปิ้งที่ห้างวั่งต๋ากันต่อดีกว่า"

หยางเฉินนึกว่าแค่ยืนดูอยู่เฉยๆ ก็พอแล้ว

ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินความสามารถในการทวงหนี้ของพวกผู้หญิงพวกนี้สูงเกินไปหน่อย

สุดท้ายแล้วก็คงหนีไม่พ้นต้องออกโรงเองสินะ

แต่เขาก็ขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียงกับสองผัวเมียหน้าหนานี่เต็มทนแล้ว

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรแจ้งตำรวจทันที

ในเมื่อเจ้าหนี้ทุกคนมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้ ให้ตำรวจมาจัดการรับรองว่าไอ้หยางลี่ดิ้นไม่หลุดแน่

"ฮัลโหล สถานีตำรวจใช่ไหมครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านหยางครับ มีคนฉ้อโกงทรัพย์สินมูลค่ารวมนับแสนหยวน รบกวนส่งเจ้าหน้าที่มาจัดการด่วนเลยครับ ไม่งั้นอาจจะเกิดเหตุบานปลายถึงขั้นเลือดตกยางออกได้นะครับ"

พอได้ยินว่าหยางเฉินแจ้งตำรวจ หยางลี่ก็ของขึ้นทันที

เขาชี้หน้าด่าหยางเฉินเสียงขรม

"ไอ้ลูกหมา! มึงเอาจริงดิ!"

หยางเฉินด่าสวน

"ไปตายซะไป ไอ้สวะหน้าด้านอย่างมึง ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าหรอกโว้ย จะเอาไง รีบเอาเงินมาคืนซะ แล้วเดี๋ยวตำรวจมา กูจะบอกว่าเป็นการเข้าใจผิด หรือมึงอยากจะเข้าไปนอนกินข้าวแดงในคุกก็เลือกเอา กฎหมายจัดการพวกเบี้ยวหนี้สมัยนี้มันเด็ดขาดมากนะเว้ย ทั้งโดนอายัดบัญชี ห้ามทำธุรกรรมการเงิน ลูกก็หมดสิทธิ์เรียนโรงเรียนดีๆ แถมยังโดนยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเอาเงินมาใช้หนี้อีก มึงลองคิดดูให้ดีๆ จะคืนเงินดีๆ หรือจะดื้อด้านต่อไป"

หยางลี่กับหวังฉินมีความคิดตรงกันอย่างหนึ่ง

คือคิดว่าในเมื่อเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ต่อให้พวกตนจะเบี้ยวหนี้ดื้อๆ หยางเฉินก็คงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงหรอก

พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าหยางเฉินจะเอาจริงถึงขั้นแจ้งตำรวจ ไม่เหลือทางถอยให้กันเลยสักนิด

หยางลี่ลนลานรีบโทรหาหยางฝูทันที

เพียงไม่นาน หยางฝูก็รีบรุดมาถึงที่เกิดเหตุ

พอเห็นหน้าพ่อ หยางเฉินก็ชิงพูดดักคอขึ้นมาก่อน

"พ่อ เรื่องนี้พ่ออยู่เฉยๆ ไม่ต้องยุ่งนะ"

หยางฝูดุลูกชาย

"พูดจาเหลวไหล! คนกันเองทั้งนั้น แกไปแจ้งตำรวจจับเขาได้ยังไงฮะ"

ที่หยางฝูคิดมากก็เพราะ

ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านกำลังอิจฉาตาร้อนที่ครอบครัวเขารวยขึ้นมากะทันหัน

ถ้าเขาไปแจ้งตำรวจจับหยางลี่ ชาวบ้านก็ต้องเอาไปนินทาว่าร้ายครอบครัวเขาหนักกว่าเดิมแน่ๆ

อีกอย่าง พวกเขาก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แถมส่วนใหญ่ก็ยังใช้แซ่หยางเหมือนกันอีก

หยางฝูจึงรู้สึกลำบากใจที่จะให้ตำรวจมาจับคนกันเอง

แต่หยางเฉินรู้ดีว่าพูดดีๆ ไปก็ไร้ประโยชน์ ไอ้พวกหน้าด้านนี่ไม่มีทางยอมฟังหรอก

จะให้ลงไม้ลงมือก็คงไม่ดี เผลอๆ อาจจะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลให้พวกมันอีก หรือหนักกว่านั้นก็อาจจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย

ดังนั้น การให้ตำรวจมาจัดการตามกฎหมายนี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุด

หยางเฉินชี้แจง

"ถ้าไม่แจ้งตำรวจ พวกมันก็ไม่ยอมคืนเงินหรอกพ่อ พ่อดูสารรูปพวกมันสิ เงินห้าหมื่นที่พ่อให้ยืมไปเมื่อวาน พวกมันเอาไปผลาญซื้อเสื้อผ้า รองเท้าแบรนด์เนมหมดแล้ว แถมยังกล้าพูดหน้าตาเฉยอีกนะว่า 'ใช้ความสามารถยืมมา ทำไมต้องคืนด้วย' ถ้าผมไม่ฉวยโอกาสตอนที่เจ้าหนี้ทุกคนมารวมตัวกันทวงเงินคืนตอนนี้ พ่อเตรียมใจบอกลาเงินห้าหมื่นนั่นไปได้เลย"

หยางฝูมองดูเสื้อผ้าหน้าผมใหม่เอี่ยมอ่องของสองสามีภรรยาคู่นี้แล้วก็ชักจะเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเหมือนกัน

เขาอุตส่าห์เห็นใจให้ยืมเงินเพราะเห็นว่าเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แต่พวกมันกลับเห็นเขาเป็นตู้เอทีเอ็มซะงั้น

หยางฝูถามเสียงแข็ง

"หยางลี่ นี่มันหมายความว่ายังไง พ่อแกไม่ได้ผ่าตัดแล้วหรือไง"

หยางลี่อึกอัก

"ผ่าสิลุงฝู ทำไมจะไม่ผ่าล่ะ เพราะงั้นผมถึงบอกไงว่าตอนนี้ยังไม่มีเงินคืน ต้องขอผลัดไปก่อน ลุงฝูต้องช่วยผมนะ เดี๋ยวตำรวจมาถึง ลุงช่วยอธิบายให้ตำรวจฟังหน่อยนะ"

หยางฝูคาดคั้น

"พ่อแกต้องใช้เงินผ่าตัดด่วน แล้วแกเอาเงินไปผลาญซื้อของพวกนี้เนี่ยนะ"

หยางลี่หน้าเจื่อน ทำตัวไม่ถูก

ในตอนนั้นเอง เสียงไซเรนก็ดังแว่วมาแต่ไกล

ทุกสายตาหันไปมองที่ทางแยกหน้าหมู่บ้าน

ไม่นานนัก รถตำรวจสี่คันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ

หยางลี่กับหวังฉินเริ่มออกอาการลุกลี้ลุกลน

หวังฉินกระซิบถามเสียงสั่น

"ที่รัก ทำไงดีล่ะเนี่ย"

หยางลี่แกล้งทำใจดีสู้เสือ

"ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวฉันโทรเรียกพ่อมาช่วยเล่นละครตบตา รับรองว่ารอดแน่"

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 19 เบี้ยวหนี้แล้วจะทำไม

คัดลอกลิงก์แล้ว