- หน้าแรก
- ปิดบังความรวยมาสามปี วันนี้ข้าขอกางเงินฟาดหน้าพวกเจ้า
- ตอนที่ 16 กลยุทธ์ของนักขายอัจฉริยะ
ตอนที่ 16 กลยุทธ์ของนักขายอัจฉริยะ
ตอนที่ 16 กลยุทธ์ของนักขายอัจฉริยะ
ตอนที่ 16 กลยุทธ์ของนักขายอัจฉริยะ
ยิ่งหลี่ชิ่งตะคอกเสียงดังเท่าไหร่ หยางเฉินก็ยิ่งรู้สึกสะใจมากเท่านั้น
หยางเฉินสวนกลับ
"ของของกู กูพอใจจะให้ใครมันก็เรื่องของกู มึงเสือกอะไรด้วย"
หลี่ชิ่งโวยวาย
"นี่แก... ของพวกนี้ราคาเท่าไหร่ ฉันเหมาหมดเลย! ฉันจะเอาไปโยนทิ้งถังขยะให้หมด! หนึ่งหมื่นหยวน พอไหม!"
ชุดชั้นในทั้งหมดนี่ ต้นทุนรวมกันยังไม่ถึงห้าพันหยวนเลยด้วยซ้ำ
ถ้าหลี่ชิ่งยอมจ่ายหนึ่งหมื่นหยวน หยางเฉินก็ได้กำไรเหนาะๆ
แถมถ้าขายให้มัน หยางเฉินก็จะเคลียร์ภารกิจที่ 1 ของระบบได้สำเร็จทันที
ไม่ว่าจะมองมุมไหน หยางเฉินก็มีแต่ได้กับได้
แต่ทว่า
คนอย่างหยางเฉินน่ะเป็นพวกฆ่าได้หยามไม่ได้
เขาเหม็นขี้หน้าไอ้หลี่ชิ่งเข้ากระดูกดำ ต่อให้มันจะเอาเงินมากองตรงหน้าเท่าไหร่ เขาก็ไม่ขายให้เด็ดขาด!
หยางเฉินประกาศกร้าว
"กูไม่ขายให้มึง!"
หลี่ชิ่งตวาดแหว
"ทำไมถึงไม่ขายให้ฉันวะ"
หยางเฉินตอบหน้าตาย
"ก็กูไม่อยากขายให้มึงไง"
หลี่ชิ่งหัวเราะเยาะ
"หึหึ... ถ้าแกขายให้ฉัน อย่างน้อยแกก็ได้กำไร แต่ถ้าแกไม่ขายให้ฉัน แกคิดว่าจะขายของสถุลๆ พวกนี้ออกเหรอวะ แกเบิกตาดูคนที่มาเดินห้างแถวนี้สิ มีใครเขาจะลดตัวมาใส่ของแบกะดินแบบนี้บ้าง จริงไหมครับสาวๆ พวกคุณคงไม่มาหาซื้อชุดชั้นในตามแผงลอยแบบนี้หรอกใช่ไหมครับ"
บรรดาไทยมุงต่างก็หัวเราะขำ เห็นได้ชัดว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครยอมควักเงินซื้อของแบกะดินพวกนี้แน่ๆ
อย่างไรก็ตาม นักขายระดับอัจฉริยะมักจะมีวิธีตะล่อมขายของที่คนอื่นไม่ต้องการ หรือคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ ให้ขายออกไปได้อย่างแนบเนียนเสมอ
หยางเฉินยังคงยืนเงียบ ไม่ได้ตอบโต้อะไร
หลี่ชิ่งได้ทีเยาะเย้ย
"ฮ่าๆๆ... เห็นหรือเปล่า ทุกคนกำลังหัวเราะเยาะแกอยู่นะ แกคิดว่าคนอื่นเขาจะยากจนข้นแค้นเหมือนแก ถึงต้องมาทนใส่ของแบกะดินแบบนี้หรือไง เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วว่ะ"
หยางเฉินด่าสวน
"มึงเป็นญาติกับคางคกหรือไงวะ ถึงได้เอาแต่พ่นน้ำลายส่งเสียงน่ารำคาญแถมยังน่าขยะแขยงแบบนี้"
หลี่ชิ่งของขึ้น
"ถุย! ฉันล่ะอยากจะรู้นักว่าแกจะระบายของสถุลๆ พวกนี้ออกได้ยังไง ถ้าแกขายหมดแผงได้นะ ฉันยอมใส่ชุดชั้นในลูกไม้ซีทรูวิ่งรอบห้างวั่งต๋านี่รอบนึงเลยเอ้า!"
หยางเฉินหัวเราะร่วน
"โอ้โห เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณชายหลี่มีรสนิยมวิปริตแบบนี้ด้วย ถ้าอยากใส่จนตัวสั่นขนาดนั้นก็บอกกันดีๆ สิครับ เดี๋ยวผมแถมให้ฟรีๆ เซ็ตนึงเลยเอ้า"
หลี่ชิ่งชี้หน้าด่า
"ฮ่าๆๆ... แกเอาปัญญาไปขายของให้หมดก่อนเถอะ ค่อยมาปากดีกับฉัน"
หยางเฉินเลิกสนใจหลี่ชิ่ง เพราะรู้ดีว่ายิ่งไปต่อล้อต่อเถียงด้วย ไอ้หมอนี่ก็จะยิ่งได้ใจ
เอาเวลาไปโฟกัสกับการเคลียร์ภารกิจเพื่อรับรางวัลดีกว่า
หยางเฉินคว้าโทรโข่งขึ้นมาตะโกนลั่น
"เร่เข้ามาๆ เดินผ่านไปผ่านมา แวะเข้ามาดูกันก่อนได้นะครับ! ซื้อชุดชั้นในราคาเพียงยี่สิบหยวน รับสิทธิ์จับฉลากลุ้นโชคหนึ่งสิทธิ์ทันที! ลุ้นรับรางวัลใหญ่เป็นเงินสดสูงสุดถึง 1,000 หยวนเลยนะครับ!"
พอได้ยินคำว่า 'ลุ้นรางวัล' บรรดาไทยมุงก็หูผึ่งทันที
ลงทุนแค่ยี่สิบหยวน แต่มีโอกาสลุ้นเงินรางวัลถึง 1,000 หยวน คุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีก
ต่อให้จับไม่ได้รางวัล อย่างน้อยก็ได้ชุดชั้นในติดมือกลับบ้าน
คิดมุมไหนก็มีแต่ได้กับได้
"พ่อหนุ่ม จับฉลากยังไงล่ะเนี่ย"
"มีรางวัลใหญ่ 1,000 หยวนจริงดิ หลอกกันเล่นป่าวเนี่ย"
"ก็แค่แผนโปรโมทเรียกลูกค้านั่นแหละ เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครจับได้รางวัลใหญ่หรอก ใช่ไหมล่ะ"
หยางเฉินรีบคำนวณต้นทุนกำไรในหัวอย่างรวดเร็ว
ชุดชั้นในที่เหลืออยู่ในสต็อกตอนนี้ ต้นทุนน่าจะตกอยู่ที่ราวๆ 2,200 ถึง 2,400 หยวน
ถ้าขายออกไปในราคาชิ้นละ 20 หยวน จะทำยอดขายรวมได้ 4,920 หยวน
เท่ากับว่าเขาจะได้กำไรเหนาะๆ ประมาณ 2,520 ถึง 2,720 หยวน
กิจกรรมจับฉลากลุ้นโชคที่เขาคิดค้นขึ้น จะมีผู้โชคดีทั้งหมด 10 รางวัล
รางวัลที่ 4 ถึง 10 จะได้รับเงินสด 100 หยวน
รางวัลที่ 3 จะได้รับเงินสด 300 หยวน
รางวัลที่ 2 จะได้รับเงินสด 500 หยวน
และรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินสด 1,000 หยวน
เงินรางวัลทั้ง 10 รางวัลนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,500 หยวน
ในเมื่อเขาคาดการณ์กำไรไว้ที่ 2,520 ถึง 2,720 หยวน
ต่อให้ต้องหักลบกับเงินรางวัลที่จะแจก เขาก็ยังคงได้กำไรนิดหน่อยอยู่ดี
เป้าหมายสูงสุดของเขาในตอนนี้ คือการเคลียร์สต็อกชุดชั้นในทั้งหมดให้เกลี้ยงโดยไม่ให้ขาดทุนเด็ดขาด
เพื่อที่จะได้เคลียร์ภารกิจของระบบให้สำเร็จและรับรางวัลชิ้นโต
ดังนั้น ขอแค่ขายแล้วได้ทุนคืน จะได้กำไรมากน้อยแค่ไหน เขาก็ไม่สนหรอก
หยางเฉินอธิบายกติกาการจับฉลากอย่างละเอียดให้ทุกคนฟัง
บรรดาไทยมุงต่างก็เริ่มถกเถียงกันอย่างตื่นเต้น
"ฟังดูน่าสนใจดีแฮะ มีตั้งสิบรางวัลแน่ะ อย่างน้อยๆ ก็ยังได้ตั้ง 100 หยวนแหนะ"
"มันก็น่าสนอยู่หรอก แต่ประเด็นคือเราจะดวงดีจับได้หรือเปล่าน่ะสิ"
"ถ้าเขามีรางวัลสิบรางวัลจริง โอกาสจับได้มันก็สูงอยู่นะเว้ย"
"สำคัญที่ว่าเขามีชุดชั้นในเหลืออยู่กี่ตัว แล้วจะมีคนร่วมจับฉลากกี่คนต่างหาก"
"เออ จริงด้วย ลองถามเขาดูก่อนดีกว่า"
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็มีคนตะโกนถามหยางเฉินว่าจะมีคนร่วมจับฉลากประมาณกี่คน
หยางเฉินตอบเสียงดังฟังชัด
"ถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้ผมเหลือกางเกงในอยู่ 48 ตัว แล้วก็เสื้อชั้นในอีก 198 ตัว ถ้าทุกคนซื้อคนละชิ้น ก็จะมีคนร่วมจับฉลากทั้งหมด 246 คนครับ แต่ถ้ามีคนเหมาซื้อหลายชิ้น จำนวนคนจับฉลากก็จะลดลง โอกาสถูกรางวัลของแต่ละคนก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพี่ซื้อห้าชิ้น จ่ายเงินแค่ 100 หยวน ก็จะเหลือคนจับฉลากแค่ 50 คน เท่ากับว่าโอกาสถูกรางวัลของคุณพี่จะพุ่งปรี๊ดขึ้นไปถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว! ถ้าจับได้รางวัล อย่างน้อยๆ ก็ได้เงินคืน 100 หยวน เท่ากับได้ชุดชั้นในไปใส่ฟรีๆ ตั้งห้าตัว! แล้วถ้าเกิดดวงเฮงสุดๆ จับได้รางวัล 300 หยวน 500 หยวน หรือ 1,000 หยวนขึ้นมา นั่นคือกำไรล้วนๆ เลยนะครับพี่น้อง!"
พอได้ฟังการคำนวณความคุ้มค่าจากปากหยางเฉิน บรรดาไทยมุงก็เริ่มตาลุกวาวด้วยความโลภ
จากที่ตอนแรกเอาแต่เบ้ปากเหยียดหยาม ตอนนี้กลับกลายเป็นแย่งกันชื่นชมสินค้าของเขาซะงั้น
"เมื่อกี้ฉันแอบลูบดูเนื้อผ้ามาแล้วนะ มันนุ่มลื่นเหมือนของที่ขายในห้างเป๊ะเลย ต่างกันแค่ของในห้างมียี่ห้อ แต่ของพ่อหนุ่มนี่เป็นของโนเนมแค่นั้นเอง แต่เวลาเราใส่ชุดชั้นใน เราก็เน้นใส่สบายแล้วก็ดีต่อสุขภาพไม่ใช่เหรอ จะไปสนเรื่องยี่ห้อทำไม"
"นั่นสิเนอะ ของคุณภาพเหมือนกันเป๊ะ แล้วเราจะยอมจ่ายแพงกว่าตั้งหลายร้อยไปทำไมล่ะ"
"งั้นฉันเอาเซ็ตนึง"
"ฉันก็เอาเซ็ตนึงเหมือนกัน..."
ชั่วพริบตาเดียว คลื่นมหาชนก็แห่กันเข้ามารุมทึ้งแผงลอยของหยางเฉินราวกับแจกฟรี
บางคนถึงขั้นลงทุนกว้านซื้อไปทีเดียวห้าตัว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคุณป้าวัยทองสองคนยอมทุ่มทุนสร้าง เหมาไปคนละสิบตัวเลยทีเดียว
ดูจากอาการแล้ว คงกะจะล่าเงินรางวัลทั้งสิบรางวัลให้ได้แน่ๆ
หวังเมิ่งฉียืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง
หยางเฉินนี่มันนักขายระดับพระกาฬชัดๆ หัวหมอกว่าเธอเป็นไหนๆ
ทางด้านหลี่ชิ่งก็ยืนอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าคนพวกนี้จะยอมหลงกลอุบายตื้นๆ ของหยางเฉินได้ง่ายดายขนาดนี้
เพียงไม่นาน ชุดชั้นในก็ถูกกวาดเรียบจนหมดเกลี้ยงแผง
หยางเฉินรับทรัพย์ก้อนโตมา 4,920 หยวน
เขารีบนับจำนวนคนซื้ออย่างรวดเร็ว ปรากฏว่ามีลูกค้าทั้งหมด 30 คนพอดีเป๊ะ
แม่เจ้าประคุณเอ๊ย เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้ารางวัล บรรดาคุณผู้หญิงพวกนี้ถึงกับยอมลงทุนเหมากันไปคนละหลายๆ ตัวเลยทีเดียว
หลี่ชิ่งเห็นท่าไม่ดี รีบกระโดดเข้ามาขัดขวาง
"พวกคุณอย่าไปหลงเชื่อคำโกหกพกหลมของมันนะ! ถ้ามันแจกรางวัลตามกติกานั่นจริงๆ มันก็แทบจะไม่ได้กำไรอะไรเลย แล้วคุณคิดว่าคนทำธุรกิจที่ไหนมันจะยอมทำแบบนั้นล่ะ ฉันเอาหัวเป็นประกันเลยว่ามันไม่มีทางแจกรางวัลเยอะขนาดนั้นหรอก!"
"นี่นายเป็นบ้าอะไรนักหนาเนี่ย พวกเราเต็มใจซื้อ นายจะมายุ่งอะไรด้วย"
"นั่นดิ! ถ้านายเก่งนัก ก็ลองจัดโปรโมชันจับฉลากแจกรางวัล 100% ให้ดูเป็นบุญตาสิ ทำได้ป่าวล่ะ"
หลี่ชิ่งอึกอัก
"ฉะ... ฉันจะไปจัดโปรโมชันบ้าบออะไรนั่นทำไมล่ะ"
"งั้นก็หุบปากไปซะ อย่ามาแส่เรื่องคนอื่น"
"ใช่ เป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ ทำตัวเป็นผู้หญิงปากหอยปากปูไปได้"
"หลบไปไกลๆ เลยไป อย่ามาเกะกะขวางหูขวางตา"
หลี่ชิ่งโดนแก๊งชะนีฝีปากกล้ารุมสวดชยันโตจนหน้าม้าน พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
หยางเฉินไม่รอช้า รีบเขียนตัวเลข 30 หมายเลขลงบนกระดาษ แล้วม้วนใส่ลงไปในถุงพลาสติก
เขาเขย่าถุงพลาสติกไปมาพลางประกาศกติกาเสียงดังฟังชัด
"เอาล่ะครับทุกคน ฟังทางนี้นะครับ ในถุงพลาสติกใบนี้มีกระดาษที่ม้วนไว้ทั้งหมด 30 แผ่น แต่ละแผ่นจะมีตัวเลขเขียนกำกับไว้ ลูกค้าที่ซื้อของเยอะที่สุดจะได้สิทธิ์จับฉลากก่อนใครเพื่อน หมายเลข 1 ถึง 10 ถือว่าถูกรางวัล ส่วนตัวเลขก็คืออันดับของรางวัลที่ได้ หมายเลข 11 ถึง 30 ถือว่าแห้ว ไม่มีรางวัลนะครับ เข้าใจกติกาตรงกันไหมครับ"
ทุกคนประสานเสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
"เข้าใจแล้ว!"
หยางเฉินพยักหน้า ก่อนจะหยุดเขย่าถุงพลาสติก
เขาเปิดปากถุงออกกว้าง แล้วผายมือเชิญ
"เอาล่ะครับ ถึงเวลาลุ้นระทึกแล้ว ขอเชิญคุณพี่สุดสวยสองท่านที่เหมาไปสิบตัวมาประเดิมจับฉลากก่อนเลยครับ"
คุณป้าสองคนเดินยิ้มร่าเข้ามาเอามือล้วงเข้าไปในถุง แล้วหยิบกระดาษออกมาคนละแผ่น
พอคลี่กระดาษออกดู ปรากฏว่าคนนึงจับได้หมายเลข 3 ส่วนอีกคนจับได้หมายเลข 6
"ว้าย! ฉันได้หมายเลข 3! รางวัลที่สาม ได้ตั้ง 300 หยวนแหนะ เท่ากับว่าฉันได้ชุดชั้นในสิบตัวไปใส่ฟรีๆ แถมยังได้กำไรเหนาะๆ อีก 100 หยวนด้วย คิกคิก..."
"โธ่เอ๊ย น่าเสียดายจัง ฉันจับได้ตั้งหมายเลข 6 ได้แค่ 100 หยวนเอง แต่ก็ช่างเถอะ ถือซะว่าลงทุนไป 100 หยวนเพื่อซื้อชุดชั้นในสิบตัว ก็ยังคุ้มอยู่ดีแหละเนอะ!"
หยางเฉินจัดการจ่ายเงินรางวัลให้คุณป้าทั้งสองคนทันที
พอคนอื่นๆ เห็นว่าหยางเฉินแจกเงินสดกันจะๆ แบบนี้ ก็ยิ่งตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
ทุกคนต่างพากันเบียดเสียดยัดเยียดเข้ามาเพื่อแย่งกันจับฉลาก กลัวว่าถ้าชักช้า รางวัลใหญ่จะหลุดลอยไปตกอยู่ในมือคนอื่น
เพียงไม่นาน
กระดาษม้วนเล็กๆ ในถุงก็ถูกจับไปจนเกลี้ยง
คนที่แห้วรางวัลก็ทำหน้าจ๋อยสนิท
ส่วนคนที่ถูกรางวัลก็ดีอกดีใจกันยกใหญ่
แต่ทว่า กลับไม่มีใครส่งเสียงเฮว่าจับได้รางวัลที่ 1 เลยแม้แต่คนเดียว
หลี่ชิ่งสบโอกาสรีบแทรกตัวเข้ามาทันที
"เห็นหรือยังล่ะ! ฉันบอกแล้วไงว่าไอ้หมอนี่มันสิบแปดมงกุฎ! รางวัลที่ 1 บ้าบออะไรนั่นน่ะ มันไม่มีอยู่จริงหรอกโว้ย!"
หยางเฉินเองก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เขามั่นใจว่าตัวเองเขียนหมายเลข 1 ลงไปแล้วนี่นา แล้วทำไมถึงไม่มีใครยอมรับว่าจับได้หมายเลข 1 ล่ะเนี่ย
ตามหลักแล้ว คนที่จับได้รางวัลใหญ่สุดก็ต้องดีใจจนเนื้อเต้น แล้วรีบตะโกนบอกให้ทุกคนรู้สิถึงจะถูก
บรรดาคนที่ชวดรางวัลต่างก็รู้สึกเซ็งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
พอโดนหลี่ชิ่งปั่นหัวซ้ำเข้าให้อีก พวกเขาก็ชักจะเริ่มของขึ้น
"ไอ้พ่อค้าขี้โกง! เอ็งหลอกลวงพวกเรานี่หว่า! ไหนล่ะรางวัลที่ 1 ไม่เห็นจะมีเลย!"
"ใช่! เอ็งมันหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ! พวกเราจะไปแจ้งตำรวจจับเอ็ง!"
"เอ็งต้องเอารางวัลที่ 1 ออกมาเดี๋ยวนี้! แล้วให้พวกเราจับฉลากกันใหม่อีกรอบ!"
"เออ! ถ้าเอ็งไม่เอารางวัลที่ 1 ออกมา วันนี้แกอย่าหวังว่าจะได้เดินออกจากที่นี่เลยโว้ย!"
เมื่อเห็นฝูงชนกำลังเดือดดาลได้ที่ หลี่ชิ่งก็แอบยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
เขาคิดในใจ 'ไอ้หน้าโง่ ริอ่านจะมาลองดีกับคนอย่างกู คราวนี้กูจะรอดูว่ามึงจะเอาตัวรอดยังไง กูจะทำให้มึงอับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเลยคอยดู! หึ!'
[จบตอน]