เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 ทำไมถึงมีเงินเยอะแยะขนาดนี้ ได้เวลาอธิบายแล้วสินะ

ตอนที่ 9 ทำไมถึงมีเงินเยอะแยะขนาดนี้ ได้เวลาอธิบายแล้วสินะ

ตอนที่ 9 ทำไมถึงมีเงินเยอะแยะขนาดนี้ ได้เวลาอธิบายแล้วสินะ


ตอนที่ 9 ทำไมถึงมีเงินเยอะแยะขนาดนี้ ได้เวลาอธิบายแล้วสินะ

แม้ว่าตำรวจจะอยากช่วยเหลือครอบครัวจาง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถบังคับให้ครอบครัวหยางส่งลูกสาวให้แต่งงานได้

เมื่อเห็นว่าเกลี้ยกล่อมครอบครัวหยางไม่สำเร็จ พวกเขาก็จำต้องยอมถอย

ในตอนนี้เอง ชาวบ้านในหมู่บ้านหยางก็เริ่มออกโรงบ้าง

พวกเขาเห็นว่าครอบครัวของหยางเฉินร่ำรวยมหาศาล จึงคิดว่าน่าจะมีผลประโยชน์มาตกถึงมือบ้าง

ถ้าออกตัวสนับสนุนครอบครัวหยางเฉินในตอนนี้ วันข้างหน้าก็คงจะมีข้ออ้างไปขอความช่วยเหลือหรือขอผลประโยชน์ได้ง่ายๆ

"ฉันล่ะเปิดหูเปิดตาจริงๆ เขาบอกว่าไม่แต่งๆ ก็ยังจะหน้าด้านตามตื้ออยู่ได้ คนในเมืองนี่เขาหน้าด้านกันขนาดนี้เลยเหรอ"

"ไหนบอกว่าเป็นข้าราชการไง เป็นถึงข้าราชการก็ยิ่งต้องระมัดระวังภาพลักษณ์สิ นี่อะไร ถึงกับให้ตำรวจมาช่วยบีบให้เขาแต่งลูกสาวให้เนี่ยนะ"

"พวกคุณรีบๆ ไสหัวไปเถอะ อย่ามาทำขายขี้หน้าอยู่ที่นี่เลย ถ้ายังไม่ไปอีก พวกเราจะถ่ายคลิปประจานลงโต่วอินให้หมด ถึงตอนนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ในหน่วยงานคงได้เรียกพวกคุณไปด่าเปิง เผลอๆ อาจจะโดนไล่ออกให้ไปอยู่บ้านเลี้ยงหลานก่อนกำหนดก็ได้นะ"

พ่อแม่ของจางจวินเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่ปีก็จะเกษียณอายุราชการอย่างภาคภูมิแล้ว

ถึงตอนนั้น พวกเขาก็จะมีทั้งเงินบำนาญและเงินสวัสดิการต่างๆ ใช้ไปตลอดชีวิต โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกเลย

แต่ถ้าโดนไล่ออกตอนนี้ สวัสดิการเหล่านั้นก็เป็นอันมลายหายวับไปกับตา

เมื่อเห็นว่าครอบครัวหยางใจเด็ดเดี่ยวไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานแน่ๆ พวกเขาก็เลยเลิกตอแย

จางจวินร้องไห้น้ำตาไหลพราก ไม่เหลือคราบลูกผู้ชายเอาเสียเลย

แต่ก็นั่นแหละ สมควรแล้ว

ถ้าเขาเป็นลูกผู้ชายตัวจริง เรื่องราวก็คงไม่บานปลายมาจนถึงจุดนี้

ตอนที่แม่ของเขาจงใจซื้อชุดชั้นในไซส์เล็กมาให้ เขาก็รู้เห็นเป็นใจ แต่กลับไม่ยอมห้ามปราม

และหลังจากเกิดเรื่อง เขาก็ไม่ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น กลับปล่อยเลยตามเลยตามใจพ่อแม่ โดยคิดว่าใกล้จะถึงวันแต่งงานอยู่รอมร่อแล้ว ยังไงเสียหยางเยว่ก็ต้องยอมกล้ำกลืนฝืนแต่งอยู่ดี

แล้วผลลัพธ์เป็นยังไงล่ะ

สถานการณ์กลับเลวร้ายลงจนกู่ไม่กลับแบบนี้ไง

ในเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกงานแต่ง ฝ่ายหญิงก็สมควรคืนเงินค่าสินสอดให้ฝ่ายชาย

ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดงานเลี้ยงและจ้างแขกเหรื่อของทั้งสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างก็ต้องรับผิดชอบกันเอง

เพราะต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดเกิดจากการที่แม่ของฝ่ายชายจงใจเล่นแง่ จนนำไปสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน

ดังนั้น ต่อให้ฝ่ายชายจะต้องสูญเสียเงินทองไปมากกว่า พวกเขาก็ต้องก้มหน้ายอมรับสภาพไป

หยางฝูเห็นด้วยกับแนวทางยุติปัญหาของตำรวจ เขาเดินเข้าไปในบ้าน หยิบเงินสดแปดหมื่นหยวนออกมานับต่อหน้าทุกคน แล้วส่งมอบให้ตำรวจ

ตำรวจช่วยนับทวนอีกครั้ง ก่อนจะส่งมอบเงินคืนให้จางจวิน

เมื่อได้เงินคืน ครอบครัวจางก็ไม่กล้าอยู่สู้หน้าใครอีก รีบหอบข้าวหอบของเผ่นแน่บไปอย่างรวดเร็ว

หวังเอ้อร์หลง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเห็นท่าไม่ดีก็เตรียมจะชิ่งหนีบ้าง แต่หยางเฉินกลับตะโกนเรียกเอาไว้เสียก่อน

"เฮ้ย! ไอ้คนไลฟ์สดน่ะ หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ แกยังไปไหนไม่ได้!"

หวังเอ้อร์หลงชะงักเท้า คนอื่นๆ ก็หยุดเดินเช่นกัน

หวังเอ้อร์หลงอึกอัก

"ทำไม ฉันก็แค่มาร่วมขบวนรับเจ้าสาวเพื่อช่วยเพื่อนเฉยๆ แกคงไม่ได้จะเรียกค่าเสียหายจากฉันหรอกนะ"

หยางเฉินสวนกลับ

"แกคิดว่าฉันจะชายตามองเศษเงินของแกหรือไง"

หวังเอ้อร์หลงเหลือบมองรถหรู เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงลิ่ว และโฉนดคฤหาสน์ที่วางอยู่ข้างๆ แล้วก็ส่ายหน้าด้วยความกระดากอาย

ครอบครัวนี้รวยล้นฟ้าขนาดเตรียมสินเดิมมหาศาลได้ขนาดนี้ มีหรือจะมาสนใจเรียกร้องเงินทองจากเขา

หยางเฉินพูดต่อ

"แกเป็นคนปั่นกระแสในเน็ต ชักนำให้คนมารุมด่าครอบครัวฉัน ตอนนี้ความจริงกระจ่างแล้ว แกก็ต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ แกต้องรับผิดชอบกู้ชื่อเสียงของครอบครัวฉันกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด คุณตำรวจครับ คำขอของผมคงไม่เกินไปใช่ไหมครับ"

ตำรวจพยักหน้าเห็นด้วย และสนับสนุนข้อเรียกร้องของหยางเฉิน

พวกเขาออกคำสั่งให้หวังเอ้อร์หลงชี้แจงความจริงให้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดฟังเดี๋ยวนี้

ลึกๆ แล้วหวังเอ้อร์หลงไม่อยากทำตามเลยสักนิด แต่ก็ไม่กล้าหือกับตำรวจ

ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของเขา ถ้าเกิดโดนจับเข้าซังเตไปสักสองสามวัน คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่

แต่อย่างไรเสีย เขาก็เป็นถึงอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามกว่าห้าล้านคน เรื่องการใช้ศิลปะในการพูดพลิกแพลงสถานการณ์คือของถนัดของเขาอยู่แล้ว

เขาหันไปพูดกับผู้ชมในห้องไลฟ์สดทันที

"พี่น้องทุกคนครับ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ผมมันคบคนผิด โดนไอ้เจ้าบ่าวหน้าโง่นั่นมันหลอกเอา ก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าครอบครัวเจ้าสาวหลอกเอาค่าสินสอด แล้วก็เผลอไปพูดชี้นำทุกคน ผมกราบขออภัยทุกท่านมาณ ที่นี้ด้วยครับ และขอโทษครอบครัวคุณเจ้าสาวด้วย ต่อไปผมจะดูคนให้ดีกว่านี้ จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เพื่อเป็นการไถ่โทษ เดี๋ยวผมจะสุ่มแจก iPhone 12 ให้กับแฟนคลับผู้โชคดีสิบคน หวังว่าทุกคนจะให้อภัยในความตาถั่วของผมนะครับ"

คำพูดเพียงไม่กี่ประโยค ไม่เพียงแต่ปัดสวะให้พ้นตัวได้อย่างแนบเนียน แต่ยังเรียกคะแนนความสงสารจากแฟนคลับได้อีกเป็นกอบเป็นกำ

คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

"เฮียเอ้อร์หลง เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเฮียหรอก ใครๆ ก็ต้องเคยมีเพื่อนเฮงซวยกันทั้งนั้นแหละ"

"ใช่ๆ จะไปโทษเฮียได้ไง ก็แค่เฮียจริงใจกับเพื่อนมากไปหน่อย ก็เลยโดนมันหลอกใช้"

"เพิ่งเคยเห็นอินฟลูเอนเซอร์ยอมรับผิดและขอโทษอย่างจริงใจแบบนี้เป็นครั้งแรก กดติดตามแล้วนะ"

"ฉันก็กดติดตามแล้วเหมือนกัน สังคมต้องการอินฟลูเอนเซอร์พลังบวกแบบนี้แหละ ถ้าไม่กดติดตามถือว่าพลาดมาก"

ยอดผู้ติดตามของหวังเอ้อร์หลงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็ทะลุหกล้านคนไปอย่างง่ายดาย

ทำเอาเจ้าตัวแทบจะหุบยิ้มไว้ไม่อยู่

แฟนคลับสมัยนี้หลอกง่ายเสียจริง แค่พูดจาหว่านล้อมนิดหน่อยก็หลงเชื่อกันเป็นตุเป็นตะแล้ว

แน่นอนว่าแฟนคลับส่วนใหญ่ก็แค่หวังจะได้ iPhone 12 ฟรีๆ เท่านั้นแหละ ไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวอินฟลูเอนเซอร์คนนี้หรอก

แต่พวกเขาก็ลืมคิดไปว่า อินฟลูเอนเซอร์หน้าไหนมันจะยอมสุ่มแจกของรางวัลจริงๆ กันล่ะ

เวลาพวกอินฟลูเอนเซอร์ในโต่วอินจัดโปรโมชันไลฟ์สดขายของ เอะอะก็บอกว่าจะสุ่มแจกรถยนต์นู่นนี่นั่น ถามจริงเถอะ มีแฟนคลับตาดำๆ คนไหนเคยได้จริงๆ บ้าง

ก็มีแต่นักแสดงหน้าม้าที่จ้างมาเล่นละครตบตาทั้งนั้นแหละ

แต่เรื่องพวกนั้นมันไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือหวังเอ้อร์หลงสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส กวาดยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้อีกเป็นล้านคนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม หยางเฉินไม่รู้เรื่องที่หวังเอ้อร์หลงได้ยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเลย

ไม่อย่างนั้น เขาคงหาทางกระชากหน้ากากไอ้หมอนี่ให้แหลกคามือไปแล้ว

ตำรวจช่วยกันต้อนชาวบ้านที่มุงดูให้สลายตัวไป

ไม่นานนัก ความสงบก็กลับคืนสู่ลานบ้านของครอบครัวหยางอีกครั้ง

ทว่าเมื่อมองดูเศษซากความวุ่นวายที่หลงเหลืออยู่ในลานบ้าน หยางฝูและหวังจือก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้

ในตอนนั้นเอง หยางเยว่ก็เปลี่ยนชุดเสร็จและเดินออกมาเรียก

"น้องเล็ก เข้ามานี่หน่อยสิ"

ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง โชคดีที่หยางเฉินเตรียมคำอธิบายไว้เรียบร้อยแล้ว

หยางฝูและหวังจือก็รีบเดินตามเข้าไปในบ้านด้วย พวกเขาก็อยากรู้ใจแทบขาดแล้วเหมือนกันว่าลูกชายไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน ถึงได้ซื้อของมีค่าพวกนี้มาได้

นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ยังมีคุณยาย คุณตา คุณลุง คุณน้า และญาติพี่น้องอีกหลายสิบชีวิตเบียดเสียดกันอยู่ในบ้าน

ทุกสายตาจดจ้องไปที่หยางเฉิน รอคอยให้เขาอธิบายที่มาที่ไปของข้าวของราคาแพงลิ่วพวกนี้

เรื่องที่ได้ผูกมัดกับระบบนั้น หยางเฉินไม่มีวันแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด

เพราะถ้าขืนมีคนรู้เข้า มีหวังเขาคงโดนจับไปผ่าสมองเพื่อศึกษาวิจัยเป็นแน่

ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงแต่งเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน

แต่การจะหาเงินได้เป็นร้อยล้านภายในเวลาอันสั้นขนาดนี้ คำโกหกโง่ๆ คงตบตาใครไม่ได้แน่

จะทำอาชีพอะไรถึงหาเงินได้เป็นร้อยล้านภายในเวลาแค่สองเดือนกันล่ะ

หยางเฉินจึงต้องร้อยเรียงเรื่องราวขึ้นมาอย่างแยบคาย

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดเบราว์เซอร์ แล้วพิมพ์คำค้นหาว่า "บิตคอยน์"

จากนั้นก็หันหน้าจอให้ทุกคนดูพลางเอ่ยถาม

"ทุกคนรู้จักบิตคอยน์ไหมครับ"

ทุกคนต่างส่ายหน้าดิก ยกเว้นหลี่หลง ลูกพี่ลูกน้องของเขา

หลี่หลงรีบโพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

"ฉันรู้จักๆ ช่วงนี้ราคาบิตคอยน์กำลังพุ่งปรี๊ดเลย เพิ่งจะทะลุด่าน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐไปหมาดๆ นี่เอง อย่าบอกนะว่าเงินที่พี่เอามาซื้อของพวกนี้ ได้มาจากการขายบิตคอยน์น่ะ"

เดิมทีหยางเฉินตั้งใจจะเล่าเรื่องแต่งของตัวเองอยู่แล้ว

แต่พอเห็นลูกพี่ลูกน้องรู้เรื่องนี้ดี เขาก็เลยปล่อยให้เด็กหนุ่มเป็นคนอธิบายแทนเสียเลย

หยางเฉินพยักหน้า

"ใช่แล้ว นายรู้เรื่องดีนี่นา มาๆ ฉันให้โอกาสนายแสดงความสามารถ ลองอธิบายให้ทุกคนฟังหน่อยสิว่าฉันหาเงินมาซื้อของพวกนี้ได้ยังไง ขอใบ้ให้นิดนึงนะ ฉันมีบิตคอยน์อยู่ 500 เหรียญ แล้วฉันก็เทขายไปตอนที่ราคามันพุ่งแตะ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐพอดี"

หลี่หลงเบิกตาโพลง

"อะไรนะ! บิตคอยน์ 500 เหรียญ! งั้นก็เท่ากับ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินจีนก็ตั้ง 140 ล้านหยวนเลยนี่นา!"

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 9 ทำไมถึงมีเงินเยอะแยะขนาดนี้ ได้เวลาอธิบายแล้วสินะ

คัดลอกลิงก์แล้ว