- หน้าแรก
- แค่ทำฟาร์มบนเขาหมื่นปี ข้าก็กลายเป็นเซียน
- ทำฟาร์มหมื่นปี 020 ครบกำหนดหนึ่งปี: ระเบิดรางวัลใหญ่
ทำฟาร์มหมื่นปี 020 ครบกำหนดหนึ่งปี: ระเบิดรางวัลใหญ่
ทำฟาร์มหมื่นปี 020 ครบกำหนดหนึ่งปี: ระเบิดรางวัลใหญ่
ทำฟาร์มหมื่นปี 020 ครบกำหนดหนึ่งปี: ระเบิดรางวัลใหญ่
ชื่อ: เจียงหมิง
ตบะ: แกนทอง (แปดสิบเอ็ดขั้ว)
วิชาหลัก: พระสูตรทงเทียนหมื่นวิชามหามรรค
วิชาเวท: เคล็ดวิชาหมื่นกระบี่, เคล็ดวิชากระบี่ชิงเฟิง, วิชาวรุณวสันต์, วิชามังกรดินพลิกกาย, วิชาควบคุมพฤกษา และอื่น ๆ
พลังอิทธิฤทธิ์: ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์มหาสุญตา, ย่างก้าวสัญจรฟ้ามหาสุญตา
สิ่งของ: บันทึกตาข่ายสวรรค์มรรคมนุษย์, คัมภีร์ค่ายกลพื้นฐาน, คัมภีร์มรรคยันต์พื้นฐาน, ชุดคลุมเมฆาคราม, กระบี่เมฆาคล้อย, ใบชาตรัสรู้มรรค 5 ใบ, ตบะ 220 ปี และอื่น ๆ
สถานการณ์ของเจียงหมิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
หลังจากกินผลไม้วิญญาณมนุษย์เข้าไป ก็ไม่ได้แสดงสรรพคุณออกมาโดยตรง ทว่าตัวเขาเองกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ตบะที่สั่งสมไว้ก็เพิ่มมากขึ้น เดิมทีมีอยู่ 80 กว่าปี ตอนนี้เพิ่มขึ้นมา 140 ปี รวมเป็น 200 กว่าปีเต็ม
เรื่องนี้ช่างน่ากลัวอยู่บ้าง
อีกทั้งยังมีใบชาตรัสรู้มรรค 5 ใบ และพลังอิทธิฤทธิ์ย่างก้าวสัญจรฟ้ามหาสุญตา พลังอิทธิฤทธิ์นี้ดูจากชื่อแล้ว น่าจะเป็นชุดเดียวกับปราณกระบี่ไร้ลักษณ์มหาสุญตา
“จะลองทะลวงระดับตอนนี้เลยดีหรือไม่”
เจียงหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจรอไปก่อน
ระยะเวลาหนึ่งปีกำลังจะมาถึงแล้ว
ถึงเวลานั้นสิ่งที่สั่งสมไว้จะเพิ่มพูนขึ้นไปอีกขั้น เวลานั้นถึงจะมั่นคงอย่างแท้จริง
เขามองดูผืนดิน สุดท้ายก็ไม่ได้พลิกหน้าดิน
เก็บเกี่ยวติดต่อกันถึง 7 หมู่ แม้จะไม่เหนื่อย แต่ก็ต้องพักผ่อนบ้างมิใช่หรือ!
เขากลับขึ้นไปบนหลังคา หยิบป้านชาขึ้นมา ยื่นมือออกไปกวักเรียก สายน้ำสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงไปในป้านชา หยิบใบชาที่อาจารย์มอบให้ใส่ลงไป 3 ใบ
สองมือประกบเข้าหากัน อุณหภูมิก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เพียงครู่เดียวด้านในก็ส่งเสียงเดือดปุด ๆ
รินชาหนึ่งจอก เอนกายลงบนเก้าอี้หวาย รับลมภูเขาพัดโชย ทอดสายตามองเมฆาคล้อยลอยล่องเบื้องหน้า ภูเขานับพันสลับซับซ้อน โยกตัวไปมาอย่างสบายอารมณ์
“หากมีสาวใช้สักสองสามคนมาคอยนวดไหล่ทุบขาให้ก็คงจะดี!” เจียงหมิงพึมพำ “บวกกับโทรศัพท์มือถือหรือหน้าจอฉายภาพสักเครื่อง สมบูรณ์แบบ!”
จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา
ชีวิตคนเราจะมีสิ่งใดสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง
จิบชาไปสองอึก พลิกฝ่ามือ ตำราเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เปิดออกอ่านอย่างช้า ๆ
ขุนเขาจื้อหยาง!
เยวี่ยเฉิงเพิ่งจะกลับมาได้ไม่นาน เขานั่งอยู่ในห้องหนังสือ ขมวดคิ้วครุ่นคิด
“ศิษย์น้องจั่วหานถูกผู้ใดสังหารกันแน่ สังหารในกระบวนท่าเดียว แม้แต่จะต่อต้านหรือร้องขอความช่วยเหลือก็ยังทำไม่ได้ พลังอำนาจของอีกฝ่ายแข็งแกร่งถึงระดับใดกัน”
“ที่ที่เขาไปคือขุนเขาชูหยาง ที่นั่นนอกจากกู่ไห่ตาเฒ่าไร้ค่าผู้นั้นแล้ว ก็ไม่มีผู้อาวุโสคนอื่นอยู่อีกเลย!”
“ยอดฝีมือของสำนักนิกาย ผู้ใดมีเหตุผลที่จะสังหารเขา ศิษย์น้องจั่วหานทำตัวสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด ภายในสำนักนิกายก็ไม่มีศัตรู!”
“หรือว่าจะถูกเปิดโปงแล้ว”
“หากถูกเปิดโปง ก็สมควรจะถูกจับกุมไปทรมานรีดเค้นความลับสิถึงจะถูก!”
“ปวดหัวยิ่งนัก!”
เยวี่ยเฉิงนวดคลึงหว่างคิ้ว เมื่อนึกถึงจื่อหลิงหลง จิตวิญญาณของเขาก็สั่นสะท้าน “นี่คืออัจฉริยะฟ้าประทานหาตัวจับยาก เป็นตัวตนที่เทียบเคียงได้กับกายาเทพ กายาศักดิ์สิทธิ์ หากอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือธิดาศักดิ์สิทธิ์ อนาคตไร้ขีดจำกัด!”
“อายุเกือบจะ 11 ปี นิสัยยังไม่คงที่ มีคุณค่าในการฟูมฟักอย่างมหาศาล!”
“ทำเช่นไรถึงจะคว้าตัวมาได้”
เขาเริ่มพิจารณาแผนการที่เป็นไปได้
ข้อสรุปที่ได้ก็คือรอ!
“ในสถานการณ์เช่นนี้ อยู่นิ่งดีกว่าเคลื่อนไหว! ลองสืบหาผู้อาวุโสใหญ่ภายในสำนักนิกายที่บำเพ็ญอิทธิฤทธิ์มรรคกระบี่ดูก่อนดีกว่า ดูว่าผู้ใดมีแนวโน้มที่จะลงมือ!”
เยวี่ยเฉิงข่มความคิดเอาไว้
วันรุ่งขึ้น
บนขุนเขาไท่หยาง จื่อหลิงหลงได้ฟังข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสายเลือดหงส์จากปากของเจ้าสำนัก ทั้งยังได้อ่านตำราเกี่ยวกับวิธีพัฒนาความสามารถของสายเลือด สุดท้ายภายใต้คำขอร้องของนาง นางก็ได้มาถึงสระเทพไท่หยาง
เดิมทีที่นี่คือตาน้ำพุวิญญาณ ภายใต้การใช้มหาค่ายกลรวบรวมปราณวิญญาณฟ้าดิน ปราณเส้นชีพจรปฐพีของยอดฝีมือในสำนัก อีกทั้งยังหลอมรวมสมุนไพรวิญญาณต่าง ๆ เข้าไป ค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นน้ำพุเทพ
เมื่ออยู่ด้านในไม่เพียงแต่จะสามารถบำเพ็ญได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังค่อย ๆ ปรับปรุงกายภาพและอื่น ๆ ได้อีกด้วย มีสรรพคุณมากมาย
การทำตัวโดดเด่นในครั้งนี้ จุดประสงค์ก็เพื่อน้ำพุเทพแห่งนี้
“เสี่ยวหลิงหลง การบำเพ็ญห้ามใจร้อนเด็ดขาด เจ้ามีศักยภาพสูง อายุยังน้อย ต้องสั่งสมให้มาก พยายามหยุดอยู่ในระดับแกนทองให้นานหน่อย มุ่งมั่นก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุด หากบรรลุถึงขั้วที่ห้าหรือหก ในอนาคตการบรรลุเป็นเซียนอายุวัฒนะก็มีความหวัง!”
เจ้าสำนักมีท่าทีอ่อนโยนเป็นมิตร สั่งเสียอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
หลิงหลงตั้งใจฟัง พยักหน้าหงึกหงักไม่หยุดราวกับลูกไก่จิกข้าวสาร
สุดท้าย นางก็ก้าวเข้าไปในสระเทพ นั่งขัดสมาธิอยู่ด้านใน โคจรวรยุทธ์โดยตรง พร้อมกับกระตุ้นสายเลือดหงส์บางส่วน ทำให้ภายนอกร่างกายของนางมีแสงไฟปะทุขึ้นมา ทั้งยังมีแรงกดดันแก่นแท้เทพสูงสุดแผ่ซ่านออกมาเป็นสาย
ของเหลวสรรค์สร้างภายในสระเทพก็ถูกนางดูดซับเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นกระแสวนรอบตัวนางโดยตรง
“ความเร็วในการดูดซับช่างรวดเร็วยิ่งนัก!” เจ้าสำนักเห็นฉากนี้ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย
“คงจะไม่มีปัญหาอันใดกระมัง” กู่ไห่ที่อยู่ด้านข้างกล่าวด้วยความกังวล
“ข้าก็อยู่ที่นี่มิใช่หรือ” เจ้าสำนักกล่าว “ที่นี่ยังมีผู้อาวุโสอีกหลายคนคอยคุ้มกัน หากมีปัญหาอันใด ก็จะค้นพบได้ในทันที วางใจเถิด!”
กู่ไห่ทำได้เพียงพยักหน้า แต่ก็ถามประโยคหนึ่งว่า “หากบำเพ็ญเช่นนี้ต่อไป สระเทพจะถูกดูดจนแห้งหรือไม่”
“หากดูดจนแห้ง ข้าก็คงทำได้เพียงแหงนหน้าหัวเราะลั่น!” เจ้าสำนักกล่าว
ทว่าเวลาต่อจากนั้น เขากลับอยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก
เที่ยงคืนของวันนั้น
เจียงหมิงยังคงอยู่บนดาดฟ้า จิบชา มองดูดวงดาวหมุนวน
ลมภูเขาพัดโชย ทว่ากลับถูกค่ายกลสกัดกั้นเอาไว้ หลังจากเข้ามาก็กลายเป็นสายลมพัดเอื่อย ราวกับมือเล็ก ๆ ที่อ่อนนุ่มคู่หนึ่งลูบไล้ไปตามร่างกายเบา ๆ
ภูเขาไกลออกไปมีแสงเทพปรากฏลาง ๆ เสียงสัตว์คำรามดังขึ้นเป็นระยะ
“ถึงเวลาแล้ว!”
ดวงตาที่หรี่ลงพลันเบิกกว้าง เปล่งประกายเจิดจ้า
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับเจ้าภาพที่ใช้ชีวิตบนขุนเขาชูหยางติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งปี และทำงานธรรมดาอย่างน้อยหนึ่งอย่างทุกวัน รางวัล: ตบะ 100 ปี, ใบชาตรัสรู้มรรค 10 ใบ, อาวุธต้องห้ามเข็มไร้เงา 3 เล่ม, หินตระหนักมรรคแบบใช้ครั้งเดียว 5 ก้อน]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน เจียงหมิงก็ยิ้มออกมา
รางวัลของหนึ่งปีนี้ ช่างมากมายมหาศาลจริง ๆ
มากมายมหาศาลอย่างหาที่เปรียบมิได้
ตบะหนึ่งร้อยปีนั้นพักไว้ก่อน
ใบชาตรัสรู้มรรคสิบใบ นี่ไม่ใช่ของดีธรรมดา หากปล่อยออกไป บุคคลระดับเจ้าสำนักก็ยังต้องแย่งชิง
เข็มไร้เงา: หลังจากซัดออกไป จะไร้เงาไร้ลักษณ์ สังหารคนไร้ร่องรอย เป็นสิ่งของใช้ครั้งเดียว เทียบได้กับอาวุธวิเศษระดับสูง
“เทียบได้กับอาวุธวิเศษระดับสูงหรือ”
เจียงหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก
สิ่งของระดับนี้ แม้แต่กู่ไห่ก็ยังไม่มี
ตาเฒ่ามีเพียงสมบัติวิเศษระดับต่ำสองชิ้นเท่านั้น
เขาเป็นถึงประมุขขุนเขาเชียวนะ
“ใช้ครั้งเดียว น่าเสียดายไปหน่อย! ทว่าการสังหารคนไร้ลักษณ์ กลับเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ หากวันหน้าถูกบีบบังคับให้ต้องลงมือ ก็จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทาง”
หลังจากหยิบออกมาอย่างระมัดระวัง เจียงหมิงก็หลอมกลั่นเข็มไร้เงาทั้งสามเล่มก่อน
ของพรรค์นี้ควบคุมเอาไว้ก่อนจะดีกว่า
การหลอมกลั่นนั้นไม่ยาก เมื่อมีสิ่งนี้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับเมล็ดพันธุ์มรรค เขาก็มีความมั่นใจที่จะต่อกร หรือแม้กระทั่งสังหารได้
ไม่เลว ไม่เลว!
เจียงหมิงตรวจสอบหินตระหนักมรรคด้วยความเบิกบานใจ
หินตระหนักมรรค: หลังจากกระตุ้น จะสามารถหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับฟ้าดิน หยั่งรู้ความลึกล้ำของการหมุนเวียนสรรค์สร้าง เจตจำนงแท้แห่งกฎเกณฑ์ฟ้าดิน คงอยู่ได้ครึ่งชั่วยาม
ครึ่งชั่วยามก็คือหนึ่งชั่วโมง
นี่เทียบเท่ากับสภาวะตระหนักมรรค ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าได้รับรางวัลเป็นอาวุธวิเศษเสียอีก
ถือได้ว่าเป็นใบชาตรัสรู้มรรคฉบับเสริมพลังขั้นสุดยอด
“เห็นว่าข้าบำเพ็ญวิชาลับพลังอิทธิฤทธิ์ช้าเกินไปหรือ ถึงได้ให้รางวัลเป็นสิ่งนี้”
เจียงหมิงครุ่นคิด ลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจ
แหงนหน้าขึ้นมอง ทางช้างเผือกไร้ที่สิ้นสุด
ยกมือขึ้น คว้าไปในอากาศ ราวกับจะรวบรวมจักรวาลฟ้าดินไว้ในฝ่ามือ
“รอให้ข้ากุมสุริยันจันทราหมุนวนได้เมื่อใด จะให้ปวงสวรรค์นี้กลายเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของข้า!”
หันหลังกลับ มองดูพื้นที่เพาะปลูกสิบกว่าหมู่ที่บุกเบิกไว้หลังเขา มุมปากก็กระตุก
เป้าหมายนี้ ช่างหนักหนาและยาวไกลยิ่งนัก!
กลับเข้าไปในห้อง นั่งขัดสมาธิบนเตียง
เจียงหมิงรู้ดีว่า ถึงเวลาทะลวงระดับแล้ว