- หน้าแรก
- บิดาข้าคือปรมาจารย์เต๋าแกะสลัก
- บทที่ 83 พบลูกสะใภ้
บทที่ 83 พบลูกสะใภ้
บทที่ 83 พบลูกสะใภ้
บทที่ 83 พบลูกสะใภ้
หลังจากกลับมาที่ภูเขาชิงอวี่ หลี่เหิงเซิงครุ่นคิดอยู่หลายครั้ง เขาก็ยังรู้สึกว่าเรื่องของบิดายังติดอยู่ในใจ เพราะฉนั้นเขาจึงต้องลองทดสอบดู
หลี่เหิงเซิงฉีกจดหมายที่เขาเขียนถึงหลี่ฉางชิงก่อนหน้านี้ จากนั้นก็เขียนขึ้นมาใหม่
ในจดหมาย หลี่เหิงเซิงเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เช่นกัน เพียงแต่ตอนท้าย เขียนประโยคหนึ่ง
บิดา ท่านบอกว่าคิดถึงมารดา ข้าก็คิดถึงมารดาเช่นกัน
ข้ายังจำได้ ตอนที่ข้าอายุสี่ขวบ วันเกิดของข้า ท่านทำกุ้งผัดซอสให้ข้า จากนั้นมารดาก็แกะกุ้งให้ข้า ชีวิตนั้นแสนสบายและอบอุ่น วันนั้นข้ามีความสุขมากจริงๆ
ข้ามักจะฝันถึงฉากนี้
บิดา ท่านยังจำวันนั้นได้ไหม?
ข้าอยากกินกุ้งผัดซอสที่ท่านทำมาก
ครั้งหน้าที่ข้ากลับไป ท่านทำให้ข้ากินหน่อยนะ
“ท่านลุงสวี่ ช่วยข้าส่งจดหมายฉบับนี้กลับบ้านหน่อย” หลี่เหิงเซิงมอบจดหมายให้สวี่ขุย
สายตาของหลี่เหิงเซิงค่อยๆ เคร่งขรึม เขาอยากดูว่าหลี่ฉางชิงจะตอบกลับอย่างไร?
หากคนผู้นี้เป็นบิดาของเขาจริงๆ เขาจะต้องพบว่าประโยคนี้มีช่องโหว่มากมาย
หนึ่งคือเขากินกุ้งไม่ได้
สองคือเขาไม่เคยเห็นมารดาตั้งแต่เด็ก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มารดาแกะกุ้งให้เขา
แต่หากคนๆ นี้ไม่ใช่บิดาของเขา เขาจะต้องไม่สังเกตเห็นช่องโหว่นี้
ประโยคที่เขาเขียนในจดหมายครั้งที่แล้ว ก็ต้องเป็นการทดสอบเช่นกัน
ความคิดของหลี่เหิงเซิงวุ่นวายเล็กน้อย
เมืองฉางถิง
ในช่วงนี้ สถานการณ์ในเมืองฉางถิงทั้งเมืองแปลกประหลาดมาก
ทุกตระกูลต่างก็ส่งคนมาที่ตระกูลเหยียนเพื่อมอบของขวัญทุกวัน ของขวัญที่ส่งมานั้นล้วนมีค่ามาก แม้แต่ไป๋จิ้งเฟยและจ้าวอี๋ชิวก็ยังมาที่ตระกูลเหยียนเพื่อเยี่ยมเหยียน
คำพูดล้วนเป็นการประจบประแจง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากลัวแล้ว
เพียงแต่ตระกูลเหยียนดูเหมือนจะไม่สนใจพวกเขา คนที่ต้อนรับพวกเขาเป็นเพียงผู้อาวุโสของตระกูลเหยียน แม้จะเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่กล้าบ่นตระกูลเหยียน
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างหม่าซานเตาก็ยังตายที่ตระกูลเหยียน หากต้องการฆ่าพวกเขา ก็ไม่ต่างจากการเล่นสนุกหรือไง?
“ท่านต้ากงเฟิง ช่วงนี้ทุกคนมาหมดแล้ว ไม่เพียงแต่คนที่เคยรวมตัวกันก่อนหน้านี้ ตระกูลต่างๆ ในเมืองฉางถิง แม้แต่ขุนนางบางคนก็ยังมาส่งของขวัญ ดูเหมือนว่าพวกเขากลัวจริงๆ”
เหยียนปั๋วเทายืนรายงานหลี่ฉางชิง
หลี่ฉางชิงอุ้มอาเฟยอยู่ในอ้อมแขน จากนั้นก็พยักหน้า “เอาล่ะ… เกือบได้ที่แล้ว ถึงเวลาเตรียมตัวเสียที”
“ขอรับ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” เหยียนปั๋วเทาก็ดีใจเช่นกัน
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงแล้ว!
เขาหันหลังกลับเตรียมจากไป แต่ในเวลานี้เอง หลี่ฉางชิงกลับพูดว่า “เดี๋ยวก่อน”
“ท่านต้ากงเฟิงมีอะไรจะสั่งหรือขอรับ?”
เหยียนปั๋วเทาหันกลับมาถามด้วยความประหลาดใจ
ถ้าไม่รีบฉวยโอกาสนี้ดำเนินแผน จะรอต่อไปหรือไง?
“ข้าได้ยินคนของตระกูลเหยียนบอกว่า เจ้าฝึกฝนวิชาที่เรียกว่า《วิชาฉางอิ๋ง (เหยี่ยวปีกยาว)》งั้นเหรอ?” หลี่ฉางชิงกล่าว
“ขอรับ” เหยียนปั๋วเทาพยักหน้า “วิชาการต่อสู้ของข้าน้อยเข้าใจมาจากภาพวาดของตระกูลเหยียนชื่อว่า ภาพวาดเหยี่ยวกับพยัคฆ์ เป็นภาพวาดที่จิตรกรระดับสูงวาดขึ้น ตระกูลเหยียนข้าน้อยซื้อมาด้วยราคาแพงเมื่อหลายปีก่อน”
“อืม” หลี่ฉางชิงพูดอย่างช้าๆ “เจ้าอยู่ในขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสมบูรณ์มานานแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเสียนเทียนซะที มิฉะนั้น ในอนาคตจะปกป้องตระกูลเหยียนได้อย่างไร? ท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลเหยียนในอนาคตไม่เหมือนกับตระกูลเหยียนในตอนนี้”
“ขอบเขตเสียนเทียน?” ดวงตาของเหยียนปั๋วเทาเป็นประกาย
ตลอดประวัติศาสตร์ของตระกูลเหยียนมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นขอบเขตเสียนเทียน
เหยียนปั๋วเทาคิดว่าการก้าวจากขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสมบูรณ์เข้าสู่ขอบเขตเสียนเทียนนั้นยากมาก เขาไม่เคยมีความหวัง แต่คำพูดของหลี่ฉางชิงทำให้เหยียนปั๋วเทาเห็นความหวัง
เห็นเพียงหลี่ฉางชิงหยิบงานไม้แกะสลักชิ้นหนึ่งออกมา วางไว้บนโต๊ะ
บนงานไม้แกะสลักนั้น เป็นนกเผิงตัวหนึ่ง
(นกเผิง 鵬 เป็นสัตว์ในตำนานจีน มีต้นกำเนิดจากคุน 鯤 ปลาขนาดมหึมาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึกทางเหนือ เมื่อคุนแปลงร่าง มันจะกลายเป็นนกเผิง นกขนาดยักษ์ที่มีปีกกว้างใหญ่ไพศาลจนสามารถบดบังท้องฟ้าได้ นกเผิงเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง การเติบโต และความทะเยอทะยาน)
ปีกขนาดใหญ่บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ คลื่นทะเลด้านล่างลอยขึ้นลง แต่ภายใต้ปีกคู่นี้ มันกลับดูเล็กมาก
เพียงแค่มองงานไม้แกะสลักนี้แวบเดียว เหยียนปั๋วเทาก็รู้สึกถึงความองอาจในอกที่กดไว้ไม่อยู่
วิชาฉางอิ๋งก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที
เหยียนปั๋วเทาเกือบจะควบคุมมือตัวเองไม่ได้ อยากจะคว้างานไม้แกะสลักทันที
นกเผิงตัวนี้ในสายตาของเหยียนปั๋วเทาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหยียนปั๋วเทารู้สึกราวกับว่าเขายืนอยู่เหนือทะเลอันกว้างใหญ่ เงยหน้าขึ้นก็เห็นนกเผิงตัวยาวเก้าหมื่นลี้พุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า
ปีกกวาดผ่านท้องฟ้า ความยิ่งใหญ่ที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้น ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะอยากคุกเข่าลงบูชา
เมื่อเหยียนปั๋วเทาได้สติกลับมา เขาก็พบว่าร่างกายของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ จากนั้นงานไม้แกะสลักนั้นก็อยู่ในมือของเขาแล้ว
“นี่...”
เหยียนปั๋วเทาไม่คิดว่าเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หยิบงานไม้แกะสลักนี้มา รีบขอโทษหลี่ฉางชิง
“ไม่เป็นไร เดิมทีก็เป็นของเจ้า” หลี่ฉางชิงโบกมือ
“ตระกูลเหยียนอยากจะไปไกล พลังของเจ้าในเวลานี้ยังไม่พอ”
“รอให้เจ้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเสียนเทียน ตระกูลเหยียนจึงจะสามารถพัฒนาได้”
เมื่อเร็วๆ นี้ หลี่ฉางชิงได้วางแผนระยะยาวสำหรับตระกูลเหยียนไว้แล้ว
แม้ว่าตระกูลเหยียนจะเป็นเพียงตระกูลเล็กๆ ในเมืองฉางถิง แต่ตระกูลเล็กๆ แบบนี้ควบคุมได้ง่าย ตระกูลใหญ่ๆ ไม่เหมาะกับหลี่ฉางชิงในการพัฒนา
ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งมีความทะเยอทะยาน หลี่ฉางชิงกลัวว่าเขาจะถูกคนอื่นหลอกใช้จนตาย
“ขอบคุณท่านต้ากงเฟิงที่มอบสมบัติล้ำค่า ด้วยสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ ข้าจะต้องทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเสียนเทียนได้ในไม่ช้า” แววตาของเหยียนปั๋วเทาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาอยากจะกลับไปเข้าใจสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้เดี๋ยวนี้เลย!
เขามีขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสมบูรณ์มานานแล้ว แต่หลายปีมานี้ เขาก็ยังขาดอีกก้าว ภาพวาดของจิตรกรระดับสูงสามารถทำให้เขามีโอกาสก้าวเข้าสู่ขอบเขตเสียนเทียน แต่พรสวรรค์ของเขายังไม่ถึงระดับนั้น
เว้นแต่จะได้ผลงานของจิตรกรศักดิ์สิทธิ์ มิฉะนั้นย่อมไม่มีโอกาส
แต่ตระกูลเหยียนเล็กๆ อยากจะได้ผลงานของจิตรกรศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ? เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากนอนฝันกลางวัน!
“อืม กลับไปเถอะ” หลี่ฉางชิงโบกมือไล่
“ขอรับ!”
เหยียนปั๋วเทารีบจากไป
จากนั้นเหยียนปั๋วเทาก็ปิดประตูฝึกฝน สั่งทุกคนห้ามรบกวนเขา
ในเวลานี้ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่เหยียนปั๋วเทาจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเสียนเทียน!
สามวันต่อมา
เวลาพลบค่ำ หลี่ฉางชิงได้รับจดหมายจากแดนโบราณเต๋าซาน
เมื่อเห็นจดหมายของบุตรชาย หลี่ฉางชิงก็รีบเปิดอ่าน
ในจดหมายเขียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ผ่านชั้นที่หนึ่งของหอสงครามเก้าชั้น ฝึกฝนวิชาหอก เตรียมไปท้าทายแดนหมื่นสัตว์อสูร
เรื่องต่างๆ ทำให้หลี่ฉางชิงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
ลูบุตรชายช่างเก่งจริงๆ
อันดับหนึ่งของรายนามปุถุชน!
ในสายตาของหลี่ฉางชิง มันเหมือนกับลูกบอกเขาว่าสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียน ความสุขในใจนั้น คนที่เคยเป็นบิดามารดาเท่านั้นที่จะเข้าใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ความสุขแบบนี้ หลี่ฉางชิงในชาติที่แล้วไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
ทุกครั้งหลังจากประชุมผู้ปกครอง เขาจะเป็นคนที่ถูกวิจารณ์
ปกติแล้ว ก็มักจะถูกโดนเรียกไปที่โรงเรียนเพื่อโดนด่ามากกว่า!
ที่หนึ่งของชั้นเรียน?
เหอะ! ไม่ใช่ว่าหลี่ฉางชิงดูถูกลูกชายตัวเองในชาติก่อน ต่อให้เขาเอาเฉลยไปวางไว้บนโต๊ะให้ลอก ลูกเขาก็ยังลอกไม่ได้ที่หนึ่งอยู่ดี!
อ่านจนถึงท้ายสุด ประโยคที่หลี่เหิงเซิงเขียน
“กุ้งผัดซอส?”
หลี่ฉางชิงยิ้มพลางพูดกับตัวเองว่า “อาหารจานนี้ข้าถนัดมาก”
“แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกว่าภรรยาของหลี่ฉางชิงตายหรือแยกทางกัน” หลี่ฉางชิงไม่พบคำตอบที่เขาต้องการในจดหมาย
“ตามที่เขียนในจดหมาย ตอนที่หลี่เหิงเซิงอายุสี่ขวบ ภรรยายังอยู่สินะ?” หลี่ฉางชิงครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็ยังไม่มีเบาะแส
แต่เขาหยิบกระดาษออกมา เขียนจดหมายตอบกลับหลี่เหิงเซิงทันที
เนื้อหาในจดหมายส่วนใหญ่เป็นการชมเชยความยอดเยี่ยมของบุตรชาย ยินดีกับเขาที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้แข็งแกร่งก้าวแรก ฯลฯ
บอกให้บุตรชายไม่ต้องกังวลเรื่องเขา ฝึกฝนอย่างหนักในสำนัก ไม่ต้องรีบกลับมา บิดาสบายดี
เขียนจนถึงท้ายสุด หลี่ฉางชิงเขียนว่า “รอให้เจ้ากลับมา บิดาจะทำให้เจ้ากินกุ้งผัดซอสที่เจ้าชอบที่สุด”
หลังจากเขียนจดหมายเสร็จ หลี่ฉางชิงก็เก็บจดหมายไว้ในลิ้นชัก เตรียมให้คนของตระกูลเหยียนช่วยส่งออกไปพรุ่งนี้เช้า
ฟ้าเริ่มมืด
หลี่ฉางชิงเข้านอน
แม้ว่าด้วยความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณของหลี่ฉางชิงในเวลานี้ แม้จะไม่นอนก็ไม่เป็นไร แต่หลี่ฉางชิงชินกับการนอนหลับ ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่นอน ก็ไม่รู้จะทำอะไร
โลกใบนี้อะไรก็ดี เพียงแต่ไม่มีโทรศัพท์เล่น แม้แต่คลิปสั้นๆ ก็ยังไม่มีที่ให้ดู
ดังนั้นจึงเข้านอนแต่หัวค่ำ
ไม่นานนัก การหายใจของหลี่ฉางชิงก็สม่ำเสมอ เขาหลับไปแล้ว
เวลาเที่ยงคืน
หลี่ฉางชิงได้ยินเสียงใครบางคนเรียกเขาเลือนราง
“ท่านผู้อาวุโส ท่านผู้อาวุโส...”
เสียงเบามาก
แต่หลี่ฉางชิงได้ยินจริงๆ
จากนั้น จิตสำนึกของหลี่ฉางชิงก็จมดิ่งลงไปในจิตวิญญาณของเขา ทะเลสาบจิตวิญญาณนั้นยังคงสงบนิ่งอยู่ที่นั่น แต่ในเวลานี้ หลี่ฉางชิงกลับพบว่าตรงข้ามกับทะเลสาบจิตวิญญาณของเขา กลับมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่
เด็กสาวคนนั้นสวมชุดกระโปรงสีขาว เท้าเปล่า กำลังมองเขาอยู่
เด็กสาวอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี ดูบริสุทธิ์และน่ารักมาก แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องนี้ก็ยังแปลกประหลาด
“เจ้าคือใคร? ทำไมถึงเข้ามาในดินแดนจิตวิญญาณของข้าได้?” หลี่ฉางชิงพูดด้วยความระมัดระวัง
การที่ถูกคนอื่นบุกรุกเข้ามาในจิตวิญญาณ ย่อมไม่ใช่เรื่องดี!
“ท่านผู้อาวุโสคือหลี่ฉางชิงงั้นเหรอ?” เสียงของเด็กสาวนั้นใสราวกับระฆัง แม้กระทั่งในเวลานี้ ร่างนั้นก็ยังสั่นไหว ราวกับว่าจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
หลี่ฉางชิงจึงมองออก เด็กสาวตรงหน้าก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่กลายร่างมา
แต่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณนี้เห็นได้ชัดว่าถึงขีดจำกัดแล้ว อาจจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
“ใช่ เจ้ารู้จักข้าได้อย่างไร?” หลี่ฉางชิงนึกย้อนกลับไปอย่างละเอียด เขามั่นใจว่าไม่รู้จักเด็กสาวตรงหน้า
“ดีแล้ว” สีหน้าของเด็กสาวดีใจ จากนั้นก็ถอนหายใจ พูดอย่างเคารพว่า “ข้าน้อย ลู่เฉียวเฉียว เป็นศิษย์น้องร่วมสำนักของหลี่เหิงเซิง”
“ลู่เฉียวเฉียว?”
หลี่ฉางชิงนึกขึ้นมาได้ทันที ก่อนหน้านี้เคยได้ยินซวีมู่ไห่พูดถึง เด็กสาวที่ถูกเผ่าพันธุ์ภูติผีพาตัวไป
นางเป็น... คนที่บุตรชายเขาแอบชอบสินะ?
หลี่ฉางชิงมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นในทันที
อืม หน้าตาดูดี
สุภาพเรียบร้อย
ไม่เหมือนเด็กสาวเกเร
เสียงก็ไม่เลว
หลี่ฉางชิงพยักหน้า เขารู้สึกพอใจ
แต่หลี่ฉางชิงก็นึกขึ้นมาได้ทันที เอ๊ะ! ไม่ใช่ว่าลู่เฉียวเฉียวคนนี้ถูกพาตัวไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
ทำไมถึงปรากฏตัวในจิตวิญญาณของเขาได้ล่ะ?
หรือว่าเขาฝันไป?
เมื่อเห็นความสงสัยบนใบหน้าของหลี่ฉางชิง ลู่เฉียวเฉียวก็พูดอย่างใจเย็นว่า “ท่านผู้อาวุโสคงจะสงสัย ข้าน้อยถูกเผ่าพันธุ์ภูติผีพาตัวไป ทำไมถึงปรากฏตัวที่นี่ใช่ไหม?”
“สงสัยเล็กน้อย” หลี่ฉางชิงพูดตามตรง
“ตอนนี้ข้าน้อยอยู่ในจักรวรรดิโบราณฉางเย่จริงๆ” ลู่เฉียวเฉียวกล่าว “เพราะข้าน้อยบังเอิญได้สมบัติภาพวาดชิ้นหนึ่ง ผ่านสื่อกลาง จึงสามารถตามหาคนใกล้ๆ แดนโบราณเต๋าซานได้”
“ข้าน้อยได้สมบัติภาพวาดชิ้นนี้ในจักรวรรดิโบราณฉางเย่ และได้ใส่จิตวิญญาณเข้าไป จากนั้นก็ใช้ป้ายหยกฉีซานเป็นสื่อกลาง สัมผัสถึงกลิ่นอายของคนที่เคยสัมผัสป้ายหยกฉีซาน”
“คนที่เคยสัมผัสป้ายหยกฉีซานน่าจะมีสี่คน เพียงแต่คนหนึ่งตายไปแล้ว อีกคนคือข้า ส่วนอีกสองคน คนหนึ่งคือหลี่เหิงเซิง อีกคนน่าจะเป็นท่านผู้อาวุโส”
“ดังนั้นข้าจึงมาหาท่านผู้อาวุโส”
ลู่เฉียวเฉียวเล่าเรื่องราวให้หลี่ฉางชิงฟังตามตรง
“แล้วทำไมเจ้าไม่ไปหาบุตรชายข้าโดยตรง?” หลี่ฉางชิงถามด้วยความประหลาดใจ
“เรื่องนี้...” ลู่เฉียวเฉียวเผยรอยยิ้มขมขื่น “ข้าน้อยอยากไปหาหลี่เหิงเซิงอยู่แล้ว แต่แคว้นหยุนหวงอยู่ไกลจากที่นี่มาก แม้ว่าสมบัติภาพวาดจะวิเศษ แต่จิตวิญญาณของข้าลอยมาถึงที่นี่ได้ มันก็อ่อนแอลงมากแล้ว ที่สำคัญ จิตวิญญาณของหลี่เหิงเซิงอ่อนแอเกินไป ข้าน้อยติดต่อไม่ได้ โชคดีที่จิตวิญญาณของท่านผู้อาวุโสแข็งแกร่งพอ ข้าน้อยจึงปรากฏตัวที่นี่ได้”