- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 452 ร่วมมือ
บทที่ 452 ร่วมมือ
บทที่ 452 ร่วมมือ
ความเร็วในการโจมตีของสัตว์ประหลาดนั้นไวมากจนจางเทียนหลิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?” เขารีบเบี่ยงตัวหลบ แล้วอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
ผมเตือนให้เขาระวังตัว พร้อมกับบอกว่าสัตว์ประหลาดสามารถกลืนกินพลังของอวัยวะคนที่เข้าไปใกล้ได้
พอได้ยินแบบนั้น เขาก็ชะงักไป “ร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ!?”
ระหว่างที่พูด สัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้าใส่เขาก็เพิ่มความเร็วกะทันหัน จางเทียนหลิงใช้ยันต์สีฟ้าซัดเปลวเพลิงสีฟ้าออกไปเพื่อต้านทานสัตว์ประหลาดที่โจมตีเข้ามา ทว่าเรื่องที่ทำให้คนคาดไม่ถึงก็คือสัตว์ประหลาดกลับสามารถกลืนกินเปลวเพลิงสีฟ้าที่ซัดออกไปได้
หลังจากกลืนกินเปลวเพลิงสีฟ้าเข้าไปแล้ว จางเทียนหลิงที่ไม่ได้คาดคิดถึงสถานการณ์นี้ก็กำลังจะถูกสัตว์ประหลาดกัดเข้าให้
“กลับมา!” ตอนนั้นเอง แส้ยาวเส้นหนึ่งก็พันรัดตัวจางเทียนหลิงเอาไว้ แล้วดึงเขาให้หลุดพ้นจากระยะการโจมตีของสัตว์ประหลาด
คนที่ลงมือก็คือหยวนเหวินเหวินคู่หมั้นของเขานั่นเอง หลังจากช่วยให้จางเทียนหลิงพ้นขีดอันตรายแล้ว หยวนเหวินเหวินก็รั้งแส้ยาวกลับมา
“เหวินเหวิน คุณนี่เก่งจริง ๆ!” จางเทียนหลิงทำหน้าตาเคลิบเคลิ้ม เอ่ยปากประจบประแจงหยวนเหวินเหวิน
หยวนเหวินเหวินดูเหมือนจะชินชากับคำประจบของเขาแล้ว สีหน้าจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เพียงแค่กำชับให้เขามีสมาธิหน่อย
“รับทราบ!” ไอ้หมอนี่เชื่อฟังคำพูดของหยวนเหวินเหวินราวกับเป็นคำสั่งเด็ดขาด รีบรับคำทันที
สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด สงสัยว่าทำไมการโจมตีของตัวเองเมื่อครู่นี้ถึงไม่ได้ผล
พูดตามตรง พวกเราเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หึ ๆ วิชาอาคมโจมตีของพวกแกล้วนอาศัยพลังภายในเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งนั้น และพลังภายในพูดกันตามตรงก็คืออาหารสำหรับพวกมันสองตัวนั่นแหละ” โจวเจียงแค่นหัวเราะเยาะอย่างได้ใจ
พวกเราตกตะลึงสุดขีด สีหน้ายิ่งดูเคร่งเครียดขึ้นไปอีก ถ้าเป็นแบบนี้จริง ๆ งั้นการโจมตีของพวกเราก็เปล่าประโยชน์น่ะสิ แถมยังเป็นการป้อนอาหารให้สัตว์ประหลาดสองตัวนั้นอีกต่างหาก
“พวกแกคิดว่าฤทธิ์ยาของฉันจะหมดก่อน หรือว่าพลังภายในของพวกแกจะถูกฉันผลาญจนหมดก่อนล่ะ?” โจวเจียงพูดต่อ มุมปากยกยิ้มขึ้น
เวลานี้ หยวนเหวินเหวินหน้าขรึม กวัดแกว่งแส้ยาวในมือไม่หยุด
“ในเมื่อวิชาอาคมไม่ได้ผล งั้นก็ใช้การโจมตีทางกายภาพแทนก็แล้วกัน” พูดจบ แส้ยาวในมือของหยวนเหวินเหวินก็ตวัดฟาดเข้าใส่ร่างของโจวเจียงโดยตรง
“อ่อนหัด!” โจวเจียงแค่นเสียงเย็น เบี่ยงตัวคิดจะหลบหลีก
ทว่าตอนนั้นเองภาพอันแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้น หยวนเหวินเหวินกำแส้ยาวแน่นแล้วตวัดมืออย่างไม่รีบร้อน แส้ยาวที่ฟาดเข้าใส่โจวเจียงก็เปลี่ยนทิศทางการโจมตีไปอีกแบบอย่างกะทันหัน และยังคงฟาดเข้าใส่โจวเจียงที่เบี่ยงตัวหลบต่อไป
บนใบหน้าของโจวเจียงเผยให้เห็นสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เสียงดังเพี๊ยะ แส้ยาวของหยวนเหวินเหวินฟาดเข้าที่แขนขวาของโจวเจียงอย่างจัง
ทันใดนั้น แขนขวาของโจวเจียงก็ถูกฟาดจนเกิดรอยแดงลึกสายหนึ่ง
“เยี่ยมมากเหวินเหวิน!” จางเทียนหลิงร้องเชียร์ด้วยความดีใจ
หยวนเหวินเหวินกวัดแกว่งแส้ยาวต่อไป คิดจะฉวยโอกาสใช้แส้ยาวพันรัดคอของโจวเจียงเอาไว้
แต่ในจังหวะที่แส้ยาวกำลังตวัดไปนั้น จู่ ๆ มันก็ถูกหยุดเอาไว้ ที่แท้สัตว์ประหลาดหน้าผีตัวงูก็กัดแส้ยาวเอาไว้นั่นเอง
สัตว์ประหลาดออกแรงดึงแส้ยาว หยวนเหวินเหวินเกือบจะถูกสัตว์ประหลาดดึงตัวเข้าไปพร้อมกับแส้ยาวเสียแล้ว
ยังดีที่หยางจิ้งที่อยู่ข้างกายเธอลงมือรั้งตัวหยวนเหวินเหวินเอาไว้ ช่วยให้เธอทรงตัวได้มั่นคง ไม่อย่างนั้นเมื่อครู่นี้หยวนเหวินเหวินก็คงตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ
ในขณะเดียวกัน หยางจิ้งก็ซัดวิชาอสนีเข้าใส่ใบหน้าของโจวเจียงโดยตรง
สัตว์ประหลาดที่เดิมทีกำลังโจมตีผมอยู่รีบวกกลับมา สกัดกั้นการโจมตีด้วยวิชาอสนีของหยางจิ้งเอาไว้ได้
ผมพบว่าเวลานี้ด้านบนของโจวเจียงมีช่องโหว่ ผมจึงโคจรปราณในร่างกาย กลายร่างเป็นแสงสีทองสายหนึ่ง แล้วไปโผล่อยู่เหนือหัวของโจวเจียงในพริบตา
เวลาฉุกละหุก ผมจะปล่อยให้โจวเจียงกับสัตว์ประหลาดสองตัวนั้นมีโอกาสตอบสนองไม่ได้ ผมรวบรวมอสนีแดงไม่ทันแล้ว จึงทำได้เพียงซัดห้านิ้วอสนีบาตที่แฝงไปด้วยปราณในร่างกายออกไปพร้อมกันทั้งสองมือ
แสงอสนีของห้านิ้วอสนีบาตทั้งสองสายพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน พุ่งทะยานลงไปหาโจวเจียงที่อยู่ด้านล่างราวกับลำแสงเลเซอร์
โจวเจียงที่สัมผัสได้ถึงการโจมตีจากด้านบนเงยหน้าขึ้นมาพบกับห้านิ้วอสนีบาต แต่เขาไม่มีทางหลบพ้นอย่างแน่นอน
เสียงดังตูมสนั่น ห้านิ้วอสนีบาตกระแทกเข้าใส่ร่างของโจวเจียงอย่างจัง ก่อให้เกิดคลื่นพลังอันรุนแรงระเบิดออกมา ฝุ่นควันบนพื้นปลิวว่อน และถูกกระแทกจนเกิดเป็นหลุมลึก
ผมค่อย ๆ ร่อนลงสู่พื้น จ้องมองสถานการณ์ในหลุมลึกตาไม่กะพริบ
รอจนฝุ่นควันจางหายไป ร่างของโจวเจียงก็ปรากฏขึ้นในหลุมลึก
“ไอ้หมอนี่มันจะอึดเกินไปแล้วนะ” พอเห็นโจวเจียงยังคงยืนหยัดไม่ล้มลง จางเทียนหลิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
เห็นเพียงโจวเจียงที่อยู่ในหลุมลึกแม้จะยังไม่ล้มลง แต่เสื้อผ้าบนร่างก็ขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี บนร่างก็มีบาดแผลเต็มไปหมด และชุ่มโชกไปด้วยเลือดสด ๆ
สภาพของเขาดูอนาถเอามาก ๆ โดยทั่วไปแล้วผู้ใช้อาคมในสภาพนี้ควรจะต่อสู้ต่อไม่ไหวแล้วถึงจะถูก แต่กลิ่นอายบนร่างของโจวเจียงกลับค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมา บาดแผลบนร่างเหล่านั้นก็กำลังค่อย ๆ สมานตัวเช่นกัน
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?” หยวนเหวินเหวินตกตะลึง ถามด้วยความไม่เข้าใจ
ผมเองก็สงสัย แต่ไม่นานก็เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“สัตว์ประหลาดสองตัวบนร่างเขากำลังใช้พลังภายในที่ดูดซับไปก่อนหน้านี้ มาช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้โจวเจียงอยู่น่ะ” ผมเอ่ยขึ้น ที่แท้หน้าที่ของการดูดซับพลังภายในของสัตว์ประหลาดสองตัวนี้ก็คือแบบนี้นี่เอง
ต้องบอกเลยว่า วิชาชั่วร้ายของโจวเจียงอันนี้มันแปลกประหลาดสุด ๆ
พริบตาเดียว อาการบาดเจ็บของโจวเจียงก็ฟื้นฟูไปได้กว่าครึ่ง เขาทำมือประสานมุทรา อ้าปากกว้าง จู่ ๆ ก็มีสัตว์ประหลาดหน้าผีตัวงูอีกตัวโผล่ออกมาจากปากของเขา
ครั้งนี้ สัตว์ประหลาดบนร่างของเขากลายเป็นสามตัวแล้ว แถมสภาพของโจวเจียงยังดูน่ากลัวขึ้นมาเล็กน้อย
“แส้เงาซ้อน!” หยวนเหวินเหวินไม่พูดพร่ำทำเพลง กวัดแกว่งแส้ยาวในมืออีกครั้ง
แส้ยาวกลายสภาพเป็นหลายสาย พุ่งทะยานเข้าไปฟาดโจวเจียงที่อยู่ในหลุมอย่างรวดเร็ว
โจวเจียงบังคับสัตว์ประหลาดสามตัวให้มาพันรอบตัวเขาเอาไว้ แส้ยาวของหยวนเหวินเหวินถูกไอหยินสีดำของสัตว์ประหลาดต้านทานเอาไว้ได้ทั้งหมด
รอจนหยวนเหวินเหวินรั้งแส้ยาวกลับไป โจวเจียงถึงได้คลายสัตว์ประหลาดสามตัวที่พันรอบตัวเองอยู่ออก
“ตระกูลหยวนของพวกแกเป็นตระกูลฮวงจุ้ยชื่อดังไม่ใช่หรือไง ทำไมแกถึงใช้แต่แส้ยาวโจมตีล่ะ?” เสียงของโจวเจียงดังแว่วมา
คนพูดไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่เป็นสัตว์ประหลาดหน้าผีตัวงูที่โผล่ออกมาจากปากของเขาต่างหาก
หยวนเหวินเหวินบอกว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์เรื่องความรู้ด้านฮวงจุ้ยและค่ายกลเท่าไหร่ ก็เลยเน้นฝึกวิชาแส้เป็นหลัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เป็นวิชาค่ายกลอะไรเลยนะ
“หมายความว่ายังไง?” โจวเจียงขมวดคิ้ว เหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างได้
หยวนเหวินเหวินแค่นหัวเราะบอกว่าไม่ทันแล้ว มือก็ทำมุทรา กระตุ้นค่ายกลให้ทำงาน
บนพื้นมีโซ่สีแดงหลายเส้นผุดขึ้นมา มัดตัวโจวเจียงเอาไว้ในพริบตา
โจวเจียงหน้าถอดสี ถามหยวนเหวินเหวินด้วยความประหลาดใจว่าวางค่ายกลเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“แน่นอนว่าต้องใช้แส้ยาวในมือฉันสิ ฉันไม่ได้ใช้มันโจมตีแกแค่อย่างเดียวนะ แต่ยังฉวยโอกาสใช้มันวางค่ายกลเอาไว้ด้วย” หยวนเหวินเหวินตอบกลับ
โจวเจียงโกรธจัด ตะโกนลั่นว่าต่อให้เป็นการโจมตีจากค่ายกลก็ต้องอาศัยพลังภายในมาหล่อเลี้ยงเหมือนกัน สัตว์ประหลาดทั้งสามตัวก็ยังสามารถกลืนกินโซ่พวกนี้ได้อยู่ดี
เวลานี้ งูยักษ์เปลวเพลิงสีฟ้าตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมา พันรัดร่างของโจวเจียงที่กำลังเกรี้ยวกราดเอาไว้
“ถึงจะเป็นแบบนั้น การดูดซับก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันนะ” จางเทียนหลิงบังคับงูไฟสีฟ้า พลางเอ่ยขึ้น
จากนั้นผมก็ทำมือประสานมุทรา ปากสวดคาถา ทันใดนั้นบนร่างของโจวเจียงก็ปรากฏแสงอสนีจาง ๆ ขึ้นมาเป็นระลอก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” โจวเจียงตกตะลึงอีกครั้ง
ความจริงในขณะที่ใช้ห้านิ้วอสนีบาตโจมตีเขา ผมก็บังคับให้วิชาอสนีส่วนหนึ่งแทรกซึมเข้าไปซ่อนอยู่ในร่างกายของเขาด้วย ในห้านิ้วอสนีบาตถูกผมผสมปราณในร่างกายเข้าไป ปราณพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่โจวเจียงจะสลายไปได้อย่างรวดเร็ว ขอแค่ผมกระตุ้นปราณพวกนี้ ก็สามารถสร้างปัญหาให้โจวเจียงจากภายในร่างกายของเขาได้แล้ว
เวลานี้โจวเจียงไม่สามารถสลัดการผนึกกำลังพันธนาการของพวกเราสามคนหลุดได้ในเวลาอันสั้นแล้ว หยางจิ้งเองก็อาศัยจังหวะนี้ซัดยันต์อสนีสีม่วงออกไปหนึ่งแผ่น
ด้วยฝีมือของหยางจิ้งในตอนนี้ ในหนึ่งวันเธอฝืนใช้ยันต์ระดับสีม่วงได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
“นี่คือยันต์อสนีสะกดอัปมงคลแห่งสำนักเทียนซือของฉัน ใช้ปลิดชีพแกได้เหลือเฟือเลยล่ะ!” หยางจิ้งเอ่ยเสียงขรึม “จงสำแดง!”
ทันใดนั้น ยันต์อสนีสะกดอัปมงคลก็กลายสภาพเป็นสายฟ้าสีม่วงห้าสาย ฟาดผ่าลงบนร่างของโจวเจียง