- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 450 ขัดขวาง
บทที่ 450 ขัดขวาง
บทที่ 450 ขัดขวาง
“บ้าเอ๊ย คนตระกูลหลี่อย่างพวกแกมีวิชาของช่างทำกระดาษด้วย นี่ทำให้ฉันประหลาดใจจริง ๆ” โจวเจียงหน้าขรึม พูดด้วยความประหลาดใจมาก
เมื่อกี้เพื่อที่จะใช้วิชาควบคุมหุ่นกระดาษ ผมจำต้องยอมละทิ้งวิชาอสนีที่รวบรวมไว้ในฝ่ามือก่อนหน้านี้ไป สถานการณ์ในตอนนี้ ผมยังหาโอกาสเหมาะ ๆ ที่จะโจมตีโจวเจียงไม่ได้เลยจริง ๆ
หลิวเฉิงฮึกเหิมขึ้นมา พูดกับโจวเจียงว่า “แหงอยู่แล้ว ฝีมือของหลงหยวนไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ ฉันว่าแกรีบยอมแพ้ซะดีกว่า”
โจวเจียงขมวดคิ้ว สีหน้ามืดครึ้ม “นึกไม่ถึงเลยว่าในเวลาสั้น ๆ แกจะเก่งกาจมาได้ถึงขั้นนี้ ถ้ารู้แบบนี้ฉันน่าจะแอบลงมือจัดการแกทิ้งซะตั้งแต่เนิ่น ๆ”
“เสียใจตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ สายไปแล้วล่ะ” หลิวเฉิงหัวเราะอย่างได้ใจ
ต้องบอกเลยว่าหลิวเฉิงมีฝีมือในการยั่วโมโหคนจริง ๆ โจวเจียงเริ่มฉุนขึ้นมาแล้ว “พูดมาก!”
แค่นเสียงเย็นคราหนึ่ง โจวเจียงก็ยกมือขึ้นแล้วตะปบคว้าอากาศไปทางหลิวเฉิง
ไอสีดำพุ่งทะลักออกมาจากมือของเขา ก่อตัวเป็นงูดำตัวหนึ่ง อ้าปากพุ่งเข้าฉกหลิวเฉิงด้วยความเร็วสูง
หลิวเฉิงตกใจสะดุ้ง รีบใช้ไม้อสนีบาตในมือฟาดเข้าใส่งูดำไอชั่วร้าย
เสียงดังเปรี๊ยะ แสงอสนีสว่างวาบขึ้นบนไม้อสนีบาต งูดำไอชั่วร้ายถูกไม้ฟาดจนสลายไปในทันที
“ฮ่า ๆ โจวเจียง นึกไม่ถึงล่ะสิ คุณชายหลิวอย่างฉันตอนนี้ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มให้แกมาบีบเล่นได้ตามใจชอบแล้วนะ แต่เป็นผู้ใช้อาคมเต็มตัวแล้ว” หลิวเฉิงที่สลายการโจมตีของโจวเจียงได้ กลายเป็นมีความมั่นใจมากขึ้น
โจวเจียงกัดฟัน บอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะอาวุธวิเศษไม้อสนีบาตในมือหลิวเฉิงร้ายกาจล่ะก็ ลำพังไอ้สวะอย่างหลิวเฉิง เขาแค่กระบวนท่าเดียวก็ฆ่าให้ตายได้แล้ว
อาศัยจังหวะที่ความสนใจของเขาถูกหลิวเฉิงดึงดูดไป ผมก็ยกมือขึ้น ซัดห้านิ้วอสนีบาตสายหนึ่งเข้าใส่เขาทันที
พลังอสนีบาตสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป โจวเจียงเหมือนจะระวังตัวไว้อยู่ก่อนแล้ว จึงทำมือประสานมุทรา ยกมือขึ้นต้านรับพลังสายฟ้าที่พุ่งเข้าใส่เอาไว้
ทันใดนั้น เบื้องหน้ามือที่ทำมุทราของเขาก็ปรากฏแผนผังแปดทิศสีดำสายหนึ่งขึ้นมา สกัดกั้นห้านิ้วอสนีบาตเอาไว้ได้
เสียงดังตูม!
อานุภาพของห้านิ้วอสนีบาตสั่นสะเทือนจนพื้นห้องหนังสือและกำแพงด้านหนึ่งเกิดรอยร้าว ทว่าด้านหลังของแผนผังแปดทิศสีดำกลับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
ฝีมือของโจวเจียงก็ไม่ธรรมดา ถึงกับต้านรับห้านิ้วอสนีบาตของผมได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
ตอนนี้ผมฝึกคัมภีร์เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะทะลวงผ่านวัฏฏะที่สองไปแล้วนะ ฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด อานุภาพของห้านิ้วอสนีบาตก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
“หลี่หลงหยวน ถ้าแกยังขืนโจมตีต่อ ฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ” หลังจากแผนผังแปดทิศสีดำสลายไป โจวเจียงก็แฝงไปด้วยความโกรธ เอามือกลับไปวางบนไหล่ของถังเจิ้งหมิงอีกครั้ง แล้วข่มขู่พวกเรา
โจวเจียงช่างน่ารังเกียจจริง ๆ เขาทำแบบนี้ เป็นการจำกัดการโจมตีที่พวกเรามีต่อเขาได้อย่างมาก
เมื่อเห็นพวกเราหยุดนิ่ง มุมปากของโจวเจียงก็ยกยิ้มอย่างชั่วร้ายขึ้นมาอีกครั้ง เขาหยิบยันต์ส่งเสียงออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วร่ายอาคมจุดไฟ “ไม่ต้องรอแล้ว รีบออกมาลงมือเถอะ”
“เขากำลังพูดกับใครน่ะ?” ถังอวี่ถงถามด้วยความสงสัย
สีหน้าผมขรึมลงทันที พูดด้วยความเคร่งเครียด “แย่แล้ว เขายังมีพวกพ้องอยู่แถวนี้อีก”
“ให้ตายเถอะ เขายังมีพวกอีกเหรอเนี่ย” หลิวเฉิงประหลาดใจ
ดูท่าความกังวลของผมจะกลายเป็นจริงแล้ว โจวเจียงไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีพวกแมงป่องดำซ่อนตัวอยู่ในที่ลับอีก
ตอนนี้ ผมก็ทำได้เพียงหวังว่าคนของหน่วยงานและพวกจางเทียนหลิงจะรีบมาถึงตระกูลถังโดยเร็ว
เหมือนจะพบความผิดปกติอะไรบางอย่าง โจวเจียงหุบรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าลง แล้วขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น ทำไมยังไม่ตอบกลับอีก?”
การติดต่อระหว่างเขากับพวกพ้องแมงป่องดำดูเหมือนจะมีปัญหาซะแล้ว
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ไม่ต้องพยายามหรอก ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาตอบคำถามแกแล้ว”
“ใคร!?” โจวเจียงตกใจสุดขีด
เพล้ง!
กระจกหน้าต่างด้านหลังโจวเจียงถูกคนพุ่งชนจนแตกกระจาย เงาร่างสายหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาจากทางหน้าต่าง แล้วกระโจนเข้าใส่โจวเจียงทันที
หลังจากทั้งสองคนล้มลงกับพื้น ผมก็ฉวยจังหวะรีบพุ่งเข้าไปในห้องหนังสือ ไปถึงข้างกายถังเจิ้งหมิง แล้วแปะหุ่นกระดาษตัวเล็กบนตัวเขา
อาศัยวิชาควบคุมหุ่นกระดาษ ผมบังคับให้ถังเจิ้งหมิงถอยออกจากห้องหนังสือไปอย่างรวดเร็ว
“พ่อ!” ถังอวี่ถงร้องเรียก
“อย่าเพิ่งใจร้อน ตอนนี้เขายังไม่ได้สติ แค่ถูกหุ่นกระดาษของผมควบคุมการเคลื่อนไหวอยู่เท่านั้น” ผมรีบบอก จากนั้นก็หันไปมองสองคนที่ล้มอยู่บนพื้น
โจวเจียงกุมหน้าลุกขึ้นจากพื้น ตอนล้มลงไปเหมือนเขาจะหน้ากระแทก มีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
ส่วนอีกคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน คนที่มาก็คือหยางจิ้งจากหน่วยงานพิเศษนั่นเอง
“หยางจิ้ง ทำไมถึงเป็นเธอได้ล่ะ?” หลิวเฉิงประหลาดใจ
หยางจิ้งบอกว่าหลังจากได้รับข่าวจากปรมาจารย์จิ้งหยวน ก็รีบมาพร้อมกับซ่งอวิ๋นหงทันที
พอมาถึงตระกูลถัง ซ่งอวิ๋นหงก็พบคนของแมงป่องดำอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่แถวนี้ ตอนนี้กำลังต่อสู้กับคนคนนั้นอยู่ ส่วนหยางจิ้งเป็นห่วงสถานการณ์ทางนี้ก็เลยรีบตามมา
นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ซ่งอวิ๋นหงก็มาด้วย ผมแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ ยังดีที่คนของหน่วยงานมาทันเวลาพอดี
“ฉันสงสัยจริง ๆ พวกแมงป่องดำทำไมต้องมาเพ่งเล็งตระกูลเศรษฐีในโลกคนธรรมดาด้วย?” หยางจิ้งแสดงความสงสัย
“เพราะพวกแมงป่องดำต้องการเงินทุนมหาศาล ตระกูลเศรษฐีนักธุรกิจคือตัวเลือกที่ดีที่สุดของพวกมัน” ผมตอบกลับ
หยางจิ้งขมวดคิ้ว ตวัดสายตาเย็นชาไปที่โจวเจียงที่หน้าเปื้อนเลือด “พวกแมงป่องดำอย่างพวกแกมันสวะจริง ๆ ไม่มีความปรานีต่อคนธรรมดาเลยแม้แต่น้อย รีบบอกมา พวกแมงป่องดำกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่?”
โจวเจียงสะบัดคราบเลือดบนมือทิ้ง ไม่คิดจะตอบคำถามของหยางจิ้ง
“หึ ในเมื่อแกไม่พูด งั้นเดี๋ยวฉันจะซัดแกจนกว่าจะยอมอ้าปากเอง!” หยางจิ้งแค่นเสียงเย็น ขยับตัวพุ่งเข้าโจมตีโจวเจียง
ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดสูสี ภายในห้องหนังสือเละเทะไปหมดแล้ว ผมจับจังหวะอยู่ด้านข้าง แล้วก็เข้าร่วมวงต่อสู้ด้วยเช่นกัน
พอมีผมเข้าร่วมด้วย โจวเจียงก็กลายเป็นฝ่ายล่าถอยไปทันที ผมกับหยางจิ้งเข้าขากันได้ดีพอสมควร ดูท่าโจวเจียงกำลังจะพ่ายแพ้แล้ว
จู่ ๆ โจวเจียงก็แผดเสียงคำรามลั่น ทุ่มกำลังผลักดันผมกับหยางจิ้งให้ถอยร่นไป มือก็ทำมุทราหลายชุดอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะที่พวกเราสองคนเตรียมจะบุกเข้าไปอีกครั้ง ถังเจิ้งหมิงที่ถูกหุ่นกระดาษของผมควบคุมอยู่ก็มีท่าทีราวกับคนเสียสติ แผดเสียงร้องลั่นขึ้นมา
หุ่นกระดาษที่แปะอยู่บนตัวเขาลุกไหม้เป็นไฟ เขาผลักถังอวี่ถงที่พยายามจะคว้าตัวเขาเอาไว้จนกระเด็น
หลิวเฉิงได้สติพยายามจะเข้าไปขวางถังเจิ้งหมิง แต่ถังเจิ้งหมิงกลับมีพละกำลังมหาศาล ชนเขาจนกระเด็นไปเลย
“อ๊าก!” ถังเจิ้งหมิงตาเหลือก สีหน้าบิดเบี้ยว แผดเสียงร้องลั่นพลางพุ่งทะยานเข้าไปในห้องหนังสือ
ผมกับหยางจิ้งคิดจะควบคุมเพื่อตามเขาไป แต่ตอนนั้นเองโจวเจียงก็ตะโกนเสียงดังก้อง
จากนั้นร่างทั้งร่างของถังเจิ้งหมิงก็พองโตขึ้น แล้วระเบิดดังตูมสนั่น
ขณะที่เลือดเนื้อสาดกระเซ็น ไอชั่วร้ายสีดำก็พุ่งทะลักออกมา หมุนวนอยู่ภายในห้องหนังสือ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกเรา
ในขณะเดียวกัน โจวเจียงก็ฉวยโอกาสกระโดดลงจากหน้าต่างที่หยางจิ้งพังเข้ามา แล้วเลือกที่จะหลบหนีไป
หยางจิ้งซัดยันต์ออกไปแผ่นหนึ่ง จากนั้นก็ฝ่าไอชั่วร้ายที่หมุนวนอยู่ในห้องหนังสือ แล้วกระโจนตามออกไปทางหน้าต่าง
“หลิวเฉิง นายอยู่ปกป้องพวกถังอวี่ถงที่นี่นะ” พูดจบ ผมก็ทำมือประสานมุทรา โคจรปราณในร่างกาย แสงสีทองปกคลุมทั่วร่าง แล้วพุ่งพรวดตามออกไปทางหน้าต่างด้วยความเร็วสูง
ไม่นาน ผมก็พบร่องรอยของโจวเจียงกับหยางจิ้งในคฤหาสน์ยามค่ำคืน ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนค่อย ๆ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยให้โจวเจียงหนีออกจากคฤหาสน์ตระกูลถังไปได้ในเวลานี้ล่ะก็ ต้องแย่แน่ ๆ
ผมเร่งโคจรปราณในร่างกายให้มากขึ้นอีก บนแสงสีทองที่ปกคลุมร่างผมอยู่มีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ร่างผมวูบไหว ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกระดับ พริบตาเดียวก็ไปโผล่ดักหน้าโจวเจียง ขวางทางหนีของเขาเอาไว้
“ไสหัวไป!” โจวเจียงแผดเสียงคำราม ซัดฝ่ามือทั้งสองข้างออกมาพร้อมกัน หมายจะผลักผมให้ถอยไป
ผมย่อมไม่ถอยอยู่แล้ว ซัดฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปเช่นกัน ฟาดห้านิ้วอสนีบาตออกไปสองสาย
ตูม!
ทันใดนั้น ภายในคฤหาสน์ตระกูลถังก็เกิดเสียงกัมปนาทดังกึกก้อง!