- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 50 ฉากที่ทำให้หนุ่มๆ ทั้งมหา'ลัยตาร้อนผ่าว
บทที่ 50 ฉากที่ทำให้หนุ่มๆ ทั้งมหา'ลัยตาร้อนผ่าว
บทที่ 50 ฉากที่ทำให้หนุ่มๆ ทั้งมหา'ลัยตาร้อนผ่าว
อาบน้ำแต่งตัว ทานมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย
หลินชวนก็ขับลัมโบร์กินี เรวูเอลโต ออกจากวิลล่าหยุนลู่ซานจวี๋หลังที่ 6 เพื่อกลับมหาวิทยาลัย ความรู้สึกแบบนี้มันโคตรจะฟินเลย
ในเวลานี้เขาสวมเสื้อผ้าที่พอดีตัว ใส่เสื้อแล้วดูผอม แต่ช่วงไหล่กลับกว้างขึ้นกว่าเมื่อก่อน รูปร่างที่เคยจัดว่าดูดี ตอนนี้กลายเป็นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ออร่าและบุคลิกภาพโดยรวมของเขาถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด
ช่างบังเอิญซะจริง ทันทีที่กลับถึงมหาวิทยาลัย เขาก็ได้รับข้อความจากหลิงอู่ซ่า "กลับถึงมหา'ลัยหรือยัง?"
หลินชวนตอบกลับไป "เพิ่งถึงเลยครับ"
หลิงอู่ซ่าตอบ "งั้นตอนเที่ยงไปกินข้าวที่โรงอาหารไหม? ฉันจะได้เอากุญแจรถไปคืนให้ด้วย พกติดตัวไว้แล้วแอบกลัวทำหายอ่ะ"
หลินชวนตอบรับ "ได้สิครับ เจอกันที่โรงอาหารตอนเที่ยงนะ"
ตอนเที่ยง รูมเมททั้งสามคนก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารพอดี เขาจึงเดินไปกับพวกนั้น พอเดินผ่านประตูเข้าไป ก็เห็นหลิงอู่ซ่าโบกมือเรียก "ทำไมมาสายจัง ฉันซื้อข้าวเผื่อไว้ให้แล้วนะ"
บรรดาหนุ่มๆ ที่อยู่รอบๆ พอเห็นภาพนั้น ก็ถึงกับเบิกตากว้าง สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ย ก็อ้าปากค้างเช่นกัน สายตาที่พวกเขามองหลินชวน ราวกับอยากจะเอามีดมาแทงให้รู้แล้วรู้รอด
สือเหล่ยพูดด้วยความตื่นเต้น "เดี๋ยวนะน้องสาม คราวที่แล้วแกบอกว่าแค่ทักทายกันเฉยๆ ไม่ใช่เหรอวะ แล้วนี่มันอะไรกัน หลิงอู่ซ่าถึงกับยอมซื้อข้าวเผื่อแกเลยเนี่ยนะ? ตกลงพวกแกเป็นอะไรกัน สนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
จางอิงเจี๋ยก็อิจฉาตาร้อนจนแทบบ้า "นั่นมันหลิงอู่ซ่าเลยนะโว้ย ในบรรดาดาวทั้งห้าคณะ ฉันว่าเธอเท่และมีเสน่ห์ที่สุดแล้ว เธอถึงกับซื้อข้าวให้แก โลกฉันพังทลายหมดแล้วเนี่ย"
ซุนเป่ารุ่ยมองหน้าหลินชวน "พี่สาม ช่วงนี้พี่แอบไปเข้าคอร์สสอนจีบสาวที่ไหนมาหรือเปล่า ช่วยชี้แนะผมบ้างสิพี่?"
"ก็แค่ช่วยซื้อข้าวให้มื้อเดียวเอง พวกนายจะเว่อร์กันไปทำไมเนี่ย ฉันไม่ไปต่อแถวซื้อข้าวกับพวกนายแล้วนะ ไปซื้อกันเองแล้วกัน" พูดจบ หลินชวนก็เดินตรงไปหาหลิงอู่ซ่า
เมื่อได้ยินคำพูดอวดดีแบบเนียนๆ ของหลินชวน สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ย ก็รู้สึกอยากจะซัดหน้าเขาขึ้นมาตงิดๆ จู่ๆ พวกเขาก็แอบคิดถึงสมัยที่หลินชวนยังเป็นไอ้โบ้โดนจางเหยียนโขกสับขึ้นมาซะอย่างนั้น
หลินชวนนั่งลงข้างๆ หลิงอู่ซ่า เธอสำรวจมองหลินชวนด้วยความประหลาดใจ "ทำไมไม่ได้เจอกันแค่คืนเดียว หุ่นคุณดูดีขึ้นอีกแล้วล่ะ แอบใส่ฟองน้ำหนุนไหล่มาหรือเปล่าเนี่ย?"
พูดพลาง เธอก็เอื้อมมือไปบีบไหล่หลินชวนเบาๆ แต่กลับพบว่าไม่ได้ใส่ฟองน้ำอะไรเลย สัมผัสได้เพียงกล้ามเนื้อที่แน่นปั๋งเท่านั้น
"คุณคิดไปเองมั้ง หุ่นผมก็ดีแบบนี้มาตั้งนานแล้ว" หลินชวนคิดในใจว่า ด้วยนิสัยของหลิงอู่ซ่า เธอน่าจะให้ความสำคัญกับรูปร่างมากกว่าหน้าตา ถ้าตอนนี้เขาถอดเสื้อออกล่ะก็ คงได้ค่าความประทับใจพุ่งปรี๊ดแน่นอน แต่การที่รูปร่างเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ในชั่วข้ามคืนมันดูจะน่าตกใจเกินไปหน่อย อย่างน้อยก็ต้องรอให้ผ่านไปสักพัก ค่อยหาโอกาสโชว์ของซะหน่อย
หลิงอู่ซ่ายังกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย เธอส่งกุญแจรถคืนให้หลินชวน พร้อมกับเลื่อนถาดอาหารไปตรงหน้าเขา แล้วยิ้มพูดว่า "ตอนกินข้าวด้วยกันเห็นคุณชอบกินเนื้อวัว ก็เลยสั่งเนื้อวัวมาให้ แน่นอนว่าเพื่อโภชนาการที่ครบถ้วน พวกกากใยอาหาร วิตามิน แล้วก็คาร์โบไฮเดรต ก็จัดมาให้ครบถ้วนเลยนะ"
ฟังปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นคำพูดของพวกสายรักสุขภาพ หลินชวนยิ้มรับ "ขอบคุณครับ ของโปรดผมทั้งนั้นเลย"
ทั้งสองคนนั่งเรียงเคียงกันและเริ่มลงมือทานอาหาร สายตาของหนุ่มๆ หลายคนรอบข้างอดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองมาทางนี้ ต่างก็ซุบซิบนินทากันยกใหญ่ ว่าไอ้หนุ่มนี่มันเป็นใครมาจากไหน
ผ่านไปไม่ถึงสามนาที ร่างอันสะสวยโดดเด่นของใครบางคนก็เดินเข้ามา ฉินปิงชิงกำลังจะเอ่ยปากทักทายหลินชวน แต่พอเห็นหลิงอู่ซ่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ถึงกับชะงักไป
รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงทันที และในจังหวะนั้นเอง หลินชวนกับหลิงอู่ซ่าก็หันไปมองเธอพอดี
ฉินปิงชิงลังเลอยู่แค่เสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหา วางแก้วน้ำเต้าหู้ในมือลงตรงหน้าหลินชวน แล้วส่งยิ้มให้ "พอดีเผลอสั่งน้ำเต้าหู้มาเกินแก้วนึงน่ะ แก้วนี้ฉันให้คุณนะ"
หนุ่มๆ ที่อยู่รอบๆ พอเห็นฉากนี้ ก็ถึงกับตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
เชี่ยเอ๊ย แกมีดีอะไรนักหนาวะ ลำพังแค่หลิงอู่ซ่าซื้อข้าวให้และนั่งกินข้าวด้วยก็ว่าอิจฉาจะแย่แล้ว นี่ยังมีฉินปิงชิงเอาน้ำเต้าหู้มาเสิร์ฟให้อีก แกกล้าเหยียบเรือสองแคมควบดาวคณะถึงสองคนเลยเหรอวะ?
แต่พอดูเหมือนว่าในมวลอากาศจะเริ่มมีกลิ่นดินปืนคละคลุ้ง ถึงแม้หลิงอู่ซ่าและฉินปิงชิงจะยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า แถมยังพยักหน้าทักทายกันตามมารยาท แต่สายตาที่ปะทะกันนั้นราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตเปรี๊ยะๆ
บรรดาหนุ่มๆ รอบข้างอดไม่ได้ที่จะแอบสะใจ สมน้ำหน้า อยากเหยียบเรือสองแคมนัก งานนี้เรือล่มแน่มึง ขอให้ดาวคณะทั้งสองคนตาสว่างเห็นธาตุแท้ของมัน แล้วสะบัดบ๊อบใส่มันทีเถอะ
ในขณะที่พวกเขาคิดว่าหลินชวนคงจะลุกลี้ลุกลนหาคำแก้ตัวเป็นพัลวัน แต่กลับเห็นหลินชวนตอบรับอย่างชิลๆ "ขอบคุณครับ คุณกินข้าวเสร็จหรือยัง มานั่งกินด้วยกันไหมล่ะครับ?"
หลินชวนจะไปตื่นเต้นทำไมล่ะ ก็ยังไม่ได้ตกลงคบใครเป็นแฟนสักหน่อย
หนุ่มๆ รอบข้างถึงกับตาถลน แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เดี๋ยวนะ เหยียบเรือสองแคมแล้วยังจะมาทำหน้าหนาหน้าทนแบบนี้อีกเหรอ?
ต่อให้จะยังไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปเป็นแฟนกัน แต่มันก็ควรจะอธิบายอะไรสักหน่อยไหม? นี่ดาวคณะเลยนะเว้ย ไม่กลัวพวกเธอจะเข้าใจผิดหรือไง?
ฉินปิงชิงเองก็เอียงคอมองหลินชวนแวบหนึ่ง ราวกับพยายามใช้คำพูดนี้เพื่อประเมินระดับความสนิทสนมของพวกเขาทั้งสามคน
ในตอนนั้นเอง เย่เม่ยเซิงที่เพิ่งซื้อข้าวเสร็จก็กำลังเดินตรงมาทางหลินชวนเช่นกัน แต่เธอสัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่าบรรยากาศรอบๆ มันดูแปลกๆ ราวกับว่าสายตาของทุกคนกำลังจับจ้องไปที่จุดจุดเดียว
พอมองตามสายตาของทุกคนไป เธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไม เมื่อเห็นหลิงอู่ซ่าและฉินปิงชิงอยู่ข้างๆ หลินชวน แววตาของเย่เม่ยเซิงก็ปรากฏร่องรอยแห่งความประหลาดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
เว่ยเสวี่ยเฟินก็อุทานด้วยความตกใจ "แม่เจ้า หลินชวนไปสนิทกับหลิงอู่ซ่าแล้วก็ฉินปิงชิงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
เย่เม่ยเซิงทำตัวราวกับไม่มีอารมณ์หวั่นไหวใดๆ เธอยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า "ตอนนี้เขาเก่งและเพอร์เฟกต์ขนาดนั้น จะดึงดูดสาวๆ เข้ามาหาบ้างมันก็เป็นเรื่องธรรมดานี่นา"
เว่ยเสวี่ยเฟินถาม "แล้วจะเอาไงต่อดีล่ะ ไก่ย่างกระทะร้อนที่เธออุตส่าห์ซื้อมาเผื่อเขาเนี่ย จะยังเอาไปให้เขาอยู่ไหม?"
"ให้สิ ทำไมจะไม่ให้ล่ะ? ดูทรงแล้วสองคนนั้นก็ยังไม่ได้เป็นแฟนหลินชวนสักหน่อย มีสิทธิ์อะไรมาห้ามล่ะ?" เย่เม่ยเซิงไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว เธอเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทันที
เมื่อเทียบกับฉินปิงชิงแล้ว เย่เม่ยเซิงดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก เธอวางจานไก่ย่างกระทะร้อนลงตรงหน้าหลินชวน พร้อมกับส่งยิ้มให้ "นี่คือไก่ย่างกระทะร้อนของโปรดฉันเลยนะ นายลองชิมดูสิ"
ท่าทางของเย่เม่ยเซิงดูราวกับเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นที่มาแนะนำเมนูโปรดให้ลองชิม ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงเลย
เมื่อสายตาไปประสานเข้ากับฉินปิงชิงและหลิงอู่ซ่า เธอก็พยักหน้าทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนฉินปิงชิงและหลิงอู่ซ่านั้น สีหน้าของพวกเธอเริ่มมีปฏิกิริยากระตุกเล็กน้อย ราวกับแอบส่งสายตาค้อนขวับใส่หลินชวนไปหนึ่งที
แต่หลินชวนก็ยังคงนั่งนิ่งชิลสบายใจเฉิบ เขาหั่นไก่ย่างกระทะร้อนชิ้นหนึ่งเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ "ถึงเมื่อก่อนผมจะเคยชิมมาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจานที่รุ่นพี่ซื้อมาให้ มันจะอร่อยกว่าปกติเป็นร้อยเท่าเลยนะครับเนี่ย"
หนุ่มๆ ที่อยู่รอบๆ พอเห็นฉากนี้ ก็ยิ่งช็อกจนยืนเอ๋อกินเข้าไปอีก เชี่ยเอ๊ย ไม่ใช่แค่ดาวคณะสองคน แต่เป็นสามคนเลยเหรอเนี่ย?
เดี๋ยวนะ แกมีสิทธิ์อะไรวะ?
ก็แค่หน้าตาหล่อทะลุปรอท หุ่นดีเซี๊ยะบาดใจ แต่งตัวโคตรจะดูดี แถมยังดูรวยมาก... เออๆ ยอมรับก็ได้ว่าแกมันเพอร์เฟกต์ แต่แกจะมาเหยียบเรือสามแคมพร้อมกันแบบนี้ไม่ได้ปะวะ? แถมยังมาทำตัวหน้าหนาหน้าทนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีก
ดวงตาของหนุ่มๆ ทุกคนในที่นั้นแดงก่ำไปด้วยความอิจฉาตาร้อน อยากจะรุมสับหลินชวนให้แหลกเป็นชิ้นๆ
ในตอนนั้นเอง สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ย ก็ซื้อข้าวเสร็จพอดี ตอนที่กำลังเดินมาทางนี้ พวกเขาก็เห็นฉากที่หลินชวนถูกห้อมล้อมไปด้วยดาวคณะถึงสามคนเข้าพอดี ทั้งสามคนถึงกับเบิกตากว้าง ยืนแข็งทื่อเป็นหินไปเลย
ไม่ใช่แค่หลิงอู่ซ่า แต่ฉินปิงชิงกับเย่เม่ยเซิงก็มากินข้าวกับมันด้วยเหรอเนี่ย? ถึงแม้จะเป็นรูมเมทกันก็เถอะ แต่ในวินาทีนี้ พวกเขาก็อยากจะเอามีดมาสับหลินชวนเหมือนกัน ไอ้บ้าเอ๊ยไอ้น้องสาม แกจะไม่เหลือทางรอดให้พวกฉันเลยใช่ไหมวะ