- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 42 จะมาโชว์รถต่อหน้าฉันเนี่ยนะ?
บทที่ 42 จะมาโชว์รถต่อหน้าฉันเนี่ยนะ?
บทที่ 42 จะมาโชว์รถต่อหน้าฉันเนี่ยนะ?
เมื่อเผชิญกับท่าทีประจบประแจงของหม่าปิน เซียวปั๋วก็ทำเพียงพยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พอเห็นว่าเคอเจียหมิ่น ฉู่เหมย และสาวๆ คนอื่นล้วนหุ่นดีกันทั้งนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ก็อย่างว่าแหละ เด็กคณะนาฏศิลป์ หุ่นจะแย่ไปได้ยังไง
โดยเฉพาะตอนที่สายตาไปปะทะเข้ากับหลิงอู่ซ่า ประกายในดวงตาของเขาก็ยิ่งเจิดจ้า เขากำลังจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แต่กลับเห็นหลินชวนที่ยืนอยู่ข้างๆ หลิงอู่ซ่า แถมสองคนนี้ยังยืนใกล้ชิดกันซะด้วย
เซียวปั๋วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะลดเสียงถาม "ผู้หญิงคนนั้นคือใคร แล้วไอ้หนุ่มข้างๆ นั่นแฟนเธอเหรอ?"
"พี่เซียวตาแหลมจริงๆ ครับ เธอชื่อหลิงอู่ซ่า เป็นดาวคณะนาฏศิลป์ของเราเองครับ ส่วนไอ้หมอนั่นไม่ใช่แฟนเธอหรอกครับ ก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่เคยตามจีบผู้หญิงมาตั้งสามปีแต่จีบไม่ติดน่ะครับ" หม่าปินพูดไปพลาง สีหน้าก็แฝงความดูแคลนไปพลาง
พอได้ยินแบบนั้น เซียวปั๋วก็เบาใจลง หันไปกวักมือเรียกชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถฟางเฉิงเป้าคันหลัง "อาเล่อ นายเอารถคันนั้นให้เสี่ยวปินขับนะ ส่วนนายไปนั่งคันของอาไฉ"
เห็นได้ชัดว่าอาเล่อไม่ได้เต็มใจนัก แต่ด้วยความที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไร จึงทำได้แค่ลงจากรถอย่างเสียไม่ได้
หม่าปินกำลังจะเดินไปขึ้นรถด้วยความดีใจ แต่กลับถูกเซียวปั๋วเรียกไว้ซะก่อน "เดี๋ยวก่อน จะรีบร้อนไปไหนล่ะ จัดการเรื่องที่นั่งให้เรียบร้อยก่อนสิว่าใครจะนั่งคันไหน นายก็รู้ใช่ไหมว่าต้องจัดยังไง"
หม่าปินเข้าใจความหมายทันที หันกลับไปบอกคนอื่นๆ ว่า "ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้หน่อยครับ พวกเรามาแบ่งที่นั่งกันก่อน"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ขับรถออฟโรดหรือเปล่า ถึงทำให้คำพูดประโยคนี้ของเขาแฝงไปด้วยน้ำเสียงออกคำสั่งชอบกล
หรืออาจจะเป็นเพราะสันดานที่ชอบประจบเจ้านายและข่มเหงผู้น้อย พอเมื่อกี้ไปประจบเซียวปั๋วมา ก็เลยอยากจะมาเบ่งอำนาจใส่คนอื่นเพื่อกู้หน้าคืน จึงเผลอแสดงพฤติกรรมข่มเหงคนอื่นออกมาโดยสัญชาตญาณ
หลี่อวี่เวย หลิวจวิ้นฮุย และคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกตะหงิดๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ด้วยความที่ยังเป็นนักศึกษา จึงไม่ได้คิดอะไรมาก และยอมเดินเข้าไปรวมกลุ่มแต่โดยดี
แต่หลินชวนกับหลิงอู่ซ่าที่ยืนอยู่ห่างออกไป กลับไม่ได้เดินเข้าไปรวมกลุ่มด้วย
หลินชวนหันไปมองหลิงอู่ซ่า แล้วพูดกลั้วหัวเราะ "ที่คุณบอกว่ามีคนนึงชอบทำตัวขี้เก๊กจนไม่อยากนั่งรถเขา ตอนนี้ผมเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วล่ะครับ"
หลิงอู่ซ่ายักไหล่ "ความจริงฉันก็ไม่เคยเจอเขาหรอกนะ เขาเรียนอยู่มหา'ลัยการแพทย์เจียงไห่ข้างๆ นี่เอง แต่หม่าปินแฟนของฉู่เหมยเคยเอาไปคุยโวให้ฟัง แค่ฟังจากคำบอกเล่า ฉันก็ได้กลิ่นความขี้เก๊กโชยมาแต่ไกลแล้ว เพราะงั้นที่คุณมาด้วยเนี่ย ไม่เพียงแต่จะไม่ทำให้ลำบากใจ แต่ยังช่วยแก้ปัญหาให้ฉันได้อีกต่างหาก อ้อ ลืมถามไปเลย คราวที่แล้วรถคุณยี่ห้ออะไรเหรอ?"
"ก็แค่รถบ้านๆ เอาไว้ขับไปไหนมาไหนเฉยๆ น่ะ นั่งไหมล่ะ?" หลินชวนตอบ
"ถึงจะเป็นรถบ้านๆ มันก็ยังดีกว่าต้องไปนั่งอึดอัดใจล่ะนะ" ประโยคนี้ของหลิงอู่ซ่า ออกมาจากใจจริงล้วนๆ
นิสัยของเธอออกจะคล้ายๆ ม้าพยศที่หลุดจากการควบคุม ชอบความสนุกสนาน และก็รักอิสระเอามากๆ
จะบอกว่าเธอไม่สนใจเรื่องวัตถุเงินทองเลยก็คงไม่ใช่ ท้ายที่สุดแล้วเวลาไปเที่ยว มันก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ยิ่งพวกออฟโรด เจ็ตสกี หรือเรือยอชต์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
แต่ความสนใจเรื่องวัตถุของเธอนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสนุกสนานและอิสระเสรี ถ้าต้องแลกมาด้วยการสูญเสียสิ่งเหล่านี้ เธอก็ยอมที่จะไม่มีมันดีกว่า พูดง่ายๆ ก็คือ ความต้องการเรื่องวัตถุของเธอมันไม่ได้ดูมักมากเหมือนของจางเหยียน
หลิงอู่ซ่าเปลี่ยนเรื่องคุย ยิ้มแล้วถามต่อ "แต่คนที่ไปเที่ยวทะเลแค่ทริปเดียวก็ควักเงินซื้อทั้งเจ็ตสกีทั้งเรือใบอย่างคุณ จะมีแค่รถบ้านๆ ได้ยังไงล่ะ? ตกลงว่ารถคุณรุ่นอะไร ขอลองขับหน่อยได้ไหม?"
"พวกเราเพิ่งจะเจอกันแค่ครั้งที่สองเอง คุณจะมาขอลองขับรถผมเลย มันจะดีเหรอครับ?" หลินชวนถามกลั้วหัวเราะ
หลิงอู่ซ่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หลินชวน "ฉันหมายถึงขับรถยนต์ย่ะ คุณคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?"
ตอนที่เจอกันคราวที่แล้ว เธอรู้สึกว่าหลินชวนทั้งหล่อ ทั้งรวย นิสัยดี แถมยังควบคุมอารมณ์ได้ดีเยี่ยม มาคราวนี้ถึงได้รู้ว่าเขาก็แอบกวนโอ๊ยอยู่เหมือนกัน ช่างแตกต่างจากข่าวลือที่บอกว่าเขาเป็นไอ้โบ้หัวอ่อนอย่างสิ้นเชิงเลยจริงๆ
หลิงอู่ซ่าพูดขึ้น "ไปกันเถอะ รถคุณจอดอยู่ไหนล่ะ?"
หลินชวนไม่ได้เล่นมุกขับรถต่อ ถ้าเล่นบ่อยไปเดี๋ยวจะดูหื่นเกิน "ไปสิ จอดอยู่ลานจอดรถข้างๆ นี่เอง"
หลินชวนและหลิงอู่ซ่าเมินเฉยต่อการรวมกลุ่มทางฝั่งนู้นไปโดยสิ้นเชิง แล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถ
เซียวปั๋วที่นั่งพาดแขนไว้กับขอบหน้าต่างรถ โชว์นาฬิกาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ 300 ราคาห้าหมื่นหยวนบนข้อมือ พอเห็นทุกคนเดินเข้ามารวมกลุ่ม ก็เตรียมจะงัดมาดป๋าออกมาโชว์
แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นว่า ผู้หญิงคนที่สวยที่สุดกลับไม่ได้เดินมา แถมยังกำลังจะเดินหนีไปกับไอ้หนุ่มนั่นอีก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
หม่าปินช่างสังเกตสีหน้าเก่งนัก รีบตะโกนเสียงดังทันที "พวกคุณสองคนทำอะไรน่ะ พี่เซียวเรียกให้มารวมกันตรงนี้ไง ตกลงว่าเดี๋ยวจะไปเที่ยวด้วยกันไหมเนี่ย?"
พอฉู่เหมยได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว "เป็นเพื่อนมหา'ลัยเดียวกันทั้งนั้น พูดจาให้มันให้เกียรติกันหน่อยสิ"
หม่าปินถึงได้ยอมลดเสียงลงหน่อย แต่ก็ยังบ่นด้วยความไม่พอใจ "ก็พี่เซียวอุตส่าห์บอกให้มาแบ่งที่นั่งกัน พวกเขาก็ไม่เห็นหัวพี่เซียวเลย"
หลินชวนขี้เกียจจะสนใจ ส่วนหลิงอู่ซ่าก็ไม่อยากจะเสวนากับหม่าปินและเซียวปั๋ว เธอจึงหันไปบอกฉู่เหมย เคอเจียหมิ่น หลี่อวี่เวย และหลิวจวิ้นฮุยว่า "ฉันจะนั่งรถหลินชวนนะ"
เซียวปั๋วกระแอมไอเบาๆ แล้วตบพวงมาลัยรถของตัวเอง หม่าปินเข้าใจความหมายทันที "พี่เซียวมีรถให้นั่งเหลือเฟือ ไม่ต้องไปนั่งรถคันอื่นหรอก อุตส่าห์ไปเที่ยวทั้งที พวกคุณไม่อยากนั่งรถหรูๆ เหรอ? พวกคุณอาจจะดูไม่ออกนะ แต่คันนี้คือแทงก์ 700 รถออฟโรดระดับท็อป ราคาเบ็ดเสร็จก็ปาเข้าไปห้าหกแสนหยวนแล้ว..."
แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ต้องกลืนคำพูดลงคอ เพราะหลินชวนและหลิงอู่ซ่าไม่ได้สนใจฟังเลยสักนิด แถมยังเดินหนีไปดื้อๆ เลย
หลี่อวี่เวยกับหลิวจวิ้นฮุยสบตากันแวบหนึ่ง จู่ๆ ก็วิ่งตามไป "หลินชวน รถนายมีที่นั่งว่างพอรับคนเพิ่มไหม พวกเราขอติดรถไปด้วยได้หรือเปล่า?"
เซียวปั๋วกับหม่าปินทำตัวขี้เก๊กเกินไป พวกเขาไม่อยากนั่งรถไปด้วยเลย
อีกอย่าง หลิวจวิ้นฮุยก็รู้สึกได้ว่า พวกหนุ่มๆ กลุ่มนั้นแอบมองแฟนสาวของเขาอยู่หลายรอบแล้ว
หลินชวนตอบรับ "ได้สิ ไปด้วยกันเลย"
จากนั้นพวกเขาก็พากันเดินไปที่ลานจอดรถข้างๆ ปล่อยให้หม่าปินกับเซียวปั๋วยืนหน้าเจื่อนอยู่ตรงนั้น