เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ร้านอาหารเปลี่ยนเจ้าของง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย

บทที่ 27 ร้านอาหารเปลี่ยนเจ้าของง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย

บทที่ 27 ร้านอาหารเปลี่ยนเจ้าของง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย


เมื่อมานั่งลงในห้องข้างๆ ผู้จัดการหวังก็อยากจะอยู่คอยรินน้ำรินชาให้ เพื่อจะได้แอบฟังสถานการณ์ไปด้วย แต่จ้าวฟู่ไห่กลับโบกมือไล่ให้เขาออกไปเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน

จ้าวฟู่ไห่ยิ้มแย้มแจ่มใสพลางพูดขึ้น

"ตอนแรกที่ได้ยินว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเจียงไห่อย่างคุณ อยากจะเซ้งร้านอาหารของผม ผมก็แอบไม่อยากจะสนใจอยู่เหมือนกันนะครับ"

"ผมคิดว่าคุณคงแค่มาพูดเล่นสนุกๆ ผมไม่อยากมานั่งเล่นขายของกับเด็กมหา'ลัยหรอกครับ แต่พอเห็นนาฬิกากับเหล้าพวกนั้นของคุณแล้ว ผมก็รู้เลยว่าคุณมีกำลังทรัพย์ไม่ธรรมดาจริงๆ"

หลินชวนตอบ

"เรื่องกำลังทรัพย์ไม่ธรรมดานี่ผมคงไม่กล้ารับหรอกครับ แต่ก็พอจะมีเงินติดตัวอยู่บ้างนิดหน่อย"

จ้าวฟู่ไห่พยักหน้า

"มีเงินก็ดีครับ แบบนี้เราจะได้คุยกันง่ายขึ้น"

"คุณเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเจียงไห่ น่าจะพอเคยได้ยินชื่อเสียงของร้านนี้มาบ้างใช่ไหมครับ"

"การตกแต่งร้านของผมดีแค่ไหน ลูกค้าเยอะแค่ไหน คุณคงเห็นแล้ว ถึงแม้ตอนนี้ธุรกิจอาจจะไม่ได้เฟื่องฟูเท่าเมื่อก่อน แต่กำไรสุทธิต่อปีก็ยังเกินหนึ่งล้านห้าแสนหยวนอยู่นะครับ"

"ถ้าไม่ใช่เพราะธุรกิจตัวอื่นของผมกำลังมีปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียน ผมคงไม่มีทางเซ้งร้านนี้เด็ดขาด"

"ดังนั้นถ้าพูดถึงค่าเซ้งร้าน ผมขอเรียกที่ห้าล้านหยวน ขาดตัวเลยครับ"

"ร้านของผมตั้งอยู่ตรงหัวมุมพอดี เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองที่สุดของย่านการค้านี้เลย เพราะงั้นค่าเช่าก็จะสูงกว่าร้านข้างๆ ประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ตกปีละห้าแสนหยวนครับ"

หลินชวนไม่ได้ต่อรองราคา แต่กลับยิ้มแล้วเอ่ยถามแทน

"ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินมาว่าพื้นที่ร้านอาหารนี้ก็เป็นของคุณด้วย ตอนนี้คุณเป็นคนกำหนดค่าเช่าเอง แสดงว่าข่าวลือเป็นความจริงสินะครับ ถ้าอย่างนั้นในเมื่อเถ้าแก่จ้าวกำลังขาดเงินหมุนเวียน ทำไมไม่ขายพื้นที่ร้านนี้ให้ผมไปเลยล่ะครับ?"

หลินชวนมีความรู้เรื่องธุรกิจร้านอาหารไหม? เขาไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

ต่อให้ร้านนี้จะมีระบบที่ลงตัวแล้ว แต่ถ้าตกมาอยู่ในมือเขา ดีไม่ดีอาจจะขาดทุนเอาก็ได้

ท้ายที่สุดแล้ว ค่าเซ้งร้านก็ปาเข้าไปตั้งห้าล้านหยวน ค่าเช่าก็เกือบห้าหมื่นหยวนต่อเดือน เผลอๆ มันอาจจะไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็นหนี้สินแทนก็ได้

แต่ถ้าเขาจ่ายเงินสดก้อนโตซื้อพื้นที่ร้านอาหารนี้ไปเลยล่ะก็ มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนี่คืออสังหาริมทรัพย์ ต่อให้ราคาตกยังไง มันก็ยังเป็นทรัพย์สินอยู่ดี

จุดประสงค์ของหลินชวนคือการฮุบเงินสายเปย์และปั๊มค่าความประทับใจ แน่นอนว่าพวกรถหรูหรือนาฬิกาแบรนด์เนมที่เหมาะแก่การเอามาโชว์ป๋านั้นสมควรซื้ออยู่แล้ว แต่การซื้ออสังหาริมทรัพย์บ้างเป็นครั้งคราว ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและรักษามูลค่าได้ดีกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์แบบนี้ การซื้อพื้นที่ร้านอาหาร ย่อมทำให้ค่าความประทับใจของเย่เม่ยเซิงพุ่งกระฉูดอย่างแน่นอน

เมื่อจ้าวฟู่ไห่ได้ยินคำพูดของหลินชวน เขาก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

การที่เด็กมหา'ลัยคนหนึ่งจะมาเซ้งร้านอาหารก็ถือว่าเว่อร์พอแล้ว นี่ยังคิดจะซื้อพื้นที่ร้านไปเลยดื้อๆ อีกเหรอ ใจป้ำเกินไปไหมเนี่ย?

จ้าวฟู่ไห่ตอบกลับ

"พื้นที่ร้านอาหารนี้เป็นของผมจริงๆ ครับ แต่นี่มันทำเลทองที่ดีที่สุดในละแวกนี้เลยนะ พื้นที่ตั้งสามร้อยกว่าตารางเมตร ต่อให้ไม่ได้เปิดเป็นร้านอาหารนี้แล้ว จะปล่อยเช่าเดือนละสี่ห้าหมื่นหยวนก็ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน ถ้าจะขาย ราคาก็ต้องสิบล้านหยวนครับ"

ตอนที่พูดประโยคนี้ จ้าวฟู่ไห่ก็คอยสังเกตสีหน้าของหลินชวนไปด้วย

แต่กลับพบว่า เมื่อหลินชวนได้ยินราคาสิบล้านหยวน สีหน้าของเขายังคงราบเรียบไร้ซึ่งความกังวลใดๆ

"ถ้าปล่อยเช่าได้เดือนละสี่ห้าหมื่นหยวนจริงๆ งั้นราคาสิบล้านหยวนก็ถือว่าสมเหตุสมผลครับ แต่เรื่องราคาที่แน่นอน ผมคงต้องขอตรวจสอบดูสักหน่อย แค่อยากจะถามเถ้าแก่จ้าวไว้ก่อนว่า ถ้าราคาเหมาะสม คุณยินดีจะขายไหมครับ?"

จ้าวฟู่ไห่ยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย

"ถ้าราคาเหมาะสม แน่นอนว่าขายได้ครับ แบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาเงินหมุนเวียนของผมไปได้เยอะเลย แต่ถ้าคุณซื้อพื้นที่ไปแล้ว จะเซ้งร้านอาหารไปด้วยเลยไหมครับ เพราะผมก็ไม่อยากเป็นลูกจ้างใครเหมือนกัน แน่นอนว่าถ้าคุณไม่อยากบริหารร้านอาหารก็ไม่เป็นไร แต่ต้องเซ็นสัญญาเช่ากับผม เดือนละสี่หมื่นห้าพันหยวน ระยะเวลาเช่าห้าปีขึ้นไปนะครับ"

หลินชวนพยักหน้ารับ

"เรื่องนั้นตกลงกันได้ง่ายมากครับ ในเมื่อซื้อพื้นที่ร้านไปแล้ว การเซ้งร้านอาหารไปด้วยก็ถือเป็นแค่เรื่องทางผ่านเท่านั้นแหละครับ"

จากข้อมูลที่เขาพอจะรู้มา ธุรกิจของร้านอาหารนี้ก็ถือว่าดีใช้ได้ การเซ้งร้านมาบริหารต่อ ก็ถือว่าน่าลองดูสักตั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าซื้อพื้นที่ร้านมาแล้ว ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนอีก ทำให้ไม่ต้องมากังวลเรื่องจะขาดทุนเท่าไหร่ ความสามารถในการรับความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นมาก

เห็นได้ชัดว่าจ้าวฟู่ไห่ให้ความสนใจกับธุรกิจนี้มาก เขาเปิดดูบัญชีรายรับรายจ่ายแบบละเอียดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาให้หลินชวนดู เพื่อพิสูจน์ว่ากำไรมันสูงอย่างที่เขาพูดไว้จริงๆ

หลินชวนดูแล้วก็รู้สึกพอใจในระดับหนึ่ง แต่เขาก็ยังส่งข้อความวีแชตหาเย่เม่ยเซิง

"รบกวนถามพวกรุ่นพี่หน่อยได้ไหมครับ ว่าพอจะช่วยสืบราคาค่าเช่าพื้นที่ร้านแถวนี้ให้หน่อยได้ไหมว่าประมาณเท่าไหร่"

เย่เม่ยเซิงเห็นข้อความนี้แล้วก็ถึงกับอึ้งไป นี่หลินชวนจะเซ้งร้านอาหารจริงๆ เหรอเนี่ย?

ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปบอกคำขอของหลินชวนกับเพื่อนร่วมชั้น

ทันทีที่ทุกคนในห้องได้ยิน ต่างก็พากันตกตะลึง

"โคตรเจ๋ง ดูเหมือนว่าหลินชวนจะเซ้งร้านอาหารร้านนี้จริงๆ ว่ะ"

"ร้านนี้ตกแต่งดีมาก ธุรกิจก็ดี ลูกค้าประจำก็เยอะ เดาว่าค่าเซ้งร้านน่าจะหลายล้านหยวนเลยล่ะ แต่สำหรับหลินชวนแล้ว เรื่องแค่นี้คงจิ๊บจ๊อยแหละมั้ง"

"ฉันอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ก่อนหน้านี้เคยดิวงานกับร้านแถวนี้มาหลายร้าน พวกเขาจ่ายเงินให้เราช่วยโปรโมตร้านในงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ ตอนนี้ฉันก็ยังมีคอนแทกต์พวกเขาอยู่ เดี๋ยวฉันทักไปถามเรื่องค่าเช่าให้เอง"

"ฉันอยู่สภานักศึกษา ก่อนหน้านี้เคยดูแลเรื่องนักศึกษาที่ไปรับจ้างส่งอาหารพาร์ตไทม์ เดี๋ยวฉันลองไปถามพวกเขาดูว่าพอจะรู้อะไรบ้างไหม"

"ต้องทำให้มันยุ่งยากขนาดนั้นเลยเหรอ เดี๋ยวฉันเดินไปถามร้านข้างๆ ให้เอง ทักษะการเข้าสังคมแค่นี้ฉันพอมีอยู่หรอกน่า"

"ร้านนี้อาหารอร่อยจริงๆ ไม่สมควรมาพังเพราะผู้จัดการหวังคนนั้นเลย ถ้าเกิดรุ่นน้องหลินชวนเซ้งร้านนี้ไปจริงๆ จะได้ไล่หมอนั่นออกไปให้พ้นๆ ซะที"

ไวน์แดงขวดละสองแสนกว่าหยวนทั้งสองขวดของหลินชวน ได้แสดงอานุภาพอันมหาศาลออกมาแล้วในเวลานี้ เพื่อนนักศึกษาที่ได้ลิ้มรสไวน์แดงชั้นเลิศเข้าไป ต่างก็รู้สึกว่าถ้าไม่ช่วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ คงจะดูน่าเกลียดเกินไป

แม้แต่ฉู่เซียวอวี่ เย่ว์เฟิง และจ้าวโม่เซวียน ทั้งสามคนก็ยังกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย

พวกเขาร่วมมือร่วมใจกัน งัดเอาทั้งเส้นสาย ทักษะการเข้าสังคม และความสามารถทั้งหมดที่มีออกมาใช้อย่างเต็มที่

ใช้เวลาเพียงไม่นาน ข้อมูลรายละเอียดค่าเช่าพื้นที่ร้านในละแวกนี้ ก็ถูกจัดทำเป็นตารางส่งเข้าสมาร์ตโฟนของหลินชวนเรียบร้อย

พวกเขายังช่วยประเมินราคาพื้นที่ร้านของร้านฉินเซียงเก๋อคร่าวๆ ด้วยว่า ค่าเช่าน่าจะตกอยู่ที่อย่างน้อยสี่หมื่นห้าพันหยวน เผลอๆ อาจจะปล่อยเช่าได้ถึงห้าหมื่นหยวนขึ้นไปด้วยซ้ำ

ถ้าคิดตามอัตราผลตอบแทนของพื้นที่ร้านค้าทั่วไปที่ 5% การขายในราคาสิบล้านหยวนก็ถือว่าสมเหตุสมผลดี

"ปกติแล้วเวลาตั้งราคาขาย มักจะตั้งไว้สูงกว่าความเป็นจริงนิดหน่อยเพื่อเผื่อต่อรอง แต่เถ้าแก่จ้าวคนนี้กลับเสนอราคามาตรงไปตรงมาดีแฮะ อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนซื่อสัตย์จริงๆ หรือไม่ก็คงกำลังช็อตเงินหมุนเวียนหนักจริงๆ นั่นแหละ" ตอนนี้หลินชวนวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ในการเซ็นสัญญาและโอนเงินจนเสร็จสิ้น

เมื่อจ้าวฟู่ไห่เห็นยอดเงินสิบห้าล้านหยวนโอนเข้าบัญชีแบบรวดเดียวจบ เขาก็ถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก

ต้องเข้าใจนะว่า คนรวยหลายคนที่มีทรัพย์สินระดับร้อยล้าน ก็ยังไม่ได้มีเงินสดหมุนเวียนในมือเยอะขนาดนี้เลย

ต่อให้ต้องหมุนเงิน ก็ไม่ใช่ว่าจะหามาได้ปุบปับในเวลาแค่นี้

แต่นักศึกษาชายคนนี้ กลับโอนเงินจ่ายดื้อๆ เหมือนเดินซื้อผักตามตลาดไม่มีผิด

พอจะจินตนาการได้เลยว่า ฐานะทางครอบครัวของเขาจะต้องยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลมากขนาดไหน

เมื่อคิดได้ดังนั้น ท่าทีของจ้าวฟู่ไห่ที่ทีต่อหลินชวน ก็ยิ่งเพิ่มความนอบน้อมและเกรงใจมากขึ้นไปอีกระดับ

หลังจากนั้นจ้าวฟู่ไห่ก็เรียกพนักงานทุกคนที่ไม่ได้ติดลูกค้ามารวมตัวกัน แล้วประกาศอย่างกระชับและชัดเจนว่า

"ผมขอประกาศเรื่องสำคัญให้ทุกคนทราบนะครับ ร้านอาหารร้านนี้ผมได้เซ้งต่อให้เพื่อนนักศึกษาหลินชวนคนนี้แล้ว นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาคือเถ้าแก่คนใหม่ของพวกคุณครับ"

พอผู้จัดการหวังได้ยินประโยคนี้ สมองก็ขาวโพลนไปหมด สีหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น

เพื่อนนักศึกษาสองคนที่มายืนดักรอฟังข่าวอยู่หน้าประตู รีบวิ่งหน้าตั้งกลับไปที่ห้องวีไอพีเดิม แล้วรายงานด้วยความตื่นเต้น

"เรียบร้อยแล้ว รุ่นน้องหลินชวนซื้อร้านอาหารร้านนี้ไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ ด้วย"

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดี

"โคตรเจ๋ง สมกับที่เป็นรุ่นน้องหลินชวนจริงๆ"

"ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิด ก็คนที่เล่นสั่งเหล้าราคาเป็นล้านมาดื่มเล่นได้ การซื้อร้านอาหารร้านนี้ไป ก็คงเป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อยแหละมั้ง"

"ความเร็วในการซื้อร้านของเขานี่ เร็วกว่าตอนฉันเดินเลือกของในร้านทุกอย่างยี่สิบบาทซะอีกนะเนี่ย"

"งานนี้ฉันอยากจะเห็นจริงๆ ว่าสีหน้าของผู้จัดการหวังมันจะดูมีชีวิตชีวาขนาดไหน ฮ่าๆๆ"

จบบทที่ บทที่ 27 ร้านอาหารเปลี่ยนเจ้าของง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว