- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 21 ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
บทที่ 21 ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
บทที่ 21 ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
ถึงเวลาอาหารเย็น หลินชวนไปกินข้าวที่โรงอาหารกับรูมเมท เขาไม่ได้ทำตัวเรื่องมากหรือรังเกียจโรงอาหารเพียงเพราะตัวเองพอจะมีเงินขึ้นมาบ้าง
เขาคิดว่าคนรวยมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือพวกที่ดูถูกคนจน ส่วนประเภทที่สองคือพวกที่สามารถปรับตัวเข้ากับคนทุกระดับได้ ซึ่งเมื่อก่อนเขาเกลียดคนรวยประเภทแรกเข้าไส้
ดังนั้นเขาจึงตั้งปณิธานไว้ว่า ต่อให้ในอนาคตจะฮุบเงินสายเปย์มาได้มหาศาลแค่ไหน เขาก็จะต้องเป็นคนรวยประเภทที่สองให้ได้
เวลาอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาก็จะไม่ใส่นาฬิกาหรู เพราะมันดูโอ้อวดเกินไป และอาจทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเขากับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ได้ง่าย
สือเหล่ยยืนต่อคิวซื้อข้าวพลางไถสมาร์ตโฟนไปด้วย พอเห็นข้อความในกรุ๊ปแชตก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
"น้องสาม จางเหยียนแท็กหานายในกรุ๊ปน่ะ ทำไมนายไม่ตอบแถมยังกดออกจากกรุ๊ปไปดื้อๆ เลยล่ะ? ตามจีบจางเหยียนมาตั้งหลายปี ดูเหมือนตอนนี้ความพยายามจะเริ่มเห็นผลแล้วนะ แล้วทำไมนายถึงมาเล่นตัวเอาตอนนี้ล่ะ?"
จางอิงเจี๋ยและซุนเป่ารุ่ยก็หันมามองหลินชวนด้วยความสงสัยเช่นกัน
หลินชวนตอบหน้าตาเฉย
"ก็บอกไปแล้วไง ว่าตั้งแต่นี้ต่อไปฉันกับเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว"
จางอิงเจี๋ยพูดต่อ
"ตอนที่นายพูดแบบนั้น ฉันก็นึกว่านายโดนปฏิเสธจนถอดใจไปเองซะอีก แต่พอดูตอนนี้ จางเหยียนน่าจะมีใจให้นายแล้วนะ นายยังจะใจแข็งอยู่อีกเหรอ?"
หลินชวนยืนยันหนักแน่น
"อย่าว่าแต่เธอมีใจให้ฉันเลย ต่อให้เธอกลับมาเป็นฝ่ายตามจีบฉัน ฉันก็ไม่มีทางหันหลังกลับไปหรอก"
"ขี้โม้ชะมัด" สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ยต่างก็ไม่เชื่อ ตามจีบมาตั้งสามปี นายจะตัดใจง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? อีกอย่าง จางเหยียนก็สวยจริงๆ นั่นแหละ ผู้ชายคนไหนก็คงปฏิเสธยาก
หลินชวนขี้เกียจจะอธิบาย เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู ค่าสถานะของตัวเองไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจึงไม่มีอะไรน่าสนใจ สิ่งสำคัญคือต้องดูค่าความประทับใจ
ค่าความประทับใจของเย่เม่ยเซิง: 18
ค่าความประทับใจของฉินปิงชิง: 0 → 31
ค่าความประทับใจของหลิงอู่ซ่า: -25 → 30
ค่าความประทับใจของจางเหยียน: 27 → 57
วันนี้ค่าความประทับใจของเย่เม่ยเซิงไม่ขยับเลย ของฉินปิงชิงเพิ่มขึ้น 31 แต้ม ของหลิงอู่ซ่าเพิ่มขึ้น 55 แต้ม ตอนแรกเขาคิดว่าอย่างเร็วที่สุดก็คงต้องเป็นวันพรุ่งนี้ ค่าความประทับใจถึงจะพุ่งแตะ 100 แต้ม
นึกไม่ถึงเลยว่าของจางเหยียนจะเพิ่มขึ้นมาตั้ง 30 แต้ม ถึงแม้เขาจะไม่อยากสนใจเธอแล้ว แต่การที่แต้มเด้งขึ้นมาเองฟรีๆ มันก็รู้สึกสะใจดีเหมือนกัน
หลิ่วถิงส่งวีแชตมาบอกว่าจางเหยียนเลิกกับจ้าวเจวิ้นแล้ว แถมยังโดนทวงเงินคืนอีก เดาว่าคงเป็นเพราะเหตุนี้ เธอถึงได้นึกถึงความดีของเขาขึ้นมา
เหอะ สมน้ำหน้าจริงๆ
พอมารวมกันแบบนี้ วันนี้ค่าความประทับใจก็เพิ่มขึ้นมา 116 แต้มแล้ว ขอแค่ผลาญเงินหนึ่งล้านหยวนที่เหลือให้หมด ก็จะสำเร็จภารกิจที่สองทันที
แต่หลินชวนก็สังเกตเห็นปัญหาอย่างหนึ่ง เมื่อวานค่าความประทับใจเพิ่มขึ้น 51 แต้ม
ตามหลักแล้วมันเกินเป้าหมายของภารกิจที่ต้องการ 50 แต้ม มา 1 แต้ม แต่ไอ้ 1 แต้มที่ว่านั้น กลับไม่ได้ถูกนำมาทบในภารกิจที่สอง
"นั่นก็หมายความว่า ทุกครั้งที่ภารกิจถูกรีเฟรชใหม่ ค่าความประทับใจส่วนเกินจากภารกิจก่อนหน้า จะถูกรีเซตแล้วนับใหม่หมดเลยงั้นสิ? ถ้าเป็นแบบนี้ 16 แต้มที่เกินมาของวันนี้ ก็เสียเปล่าไปดื้อๆ เลยน่ะสิ? วันนี้เผลอปั๊มแต้มเพลินไปหน่อยแฮะ" หลินชวนคิดในใจ
ระหว่างทาง หลิ่วถิง จางเหยียน หวงเซียงผิง และซุนเซี่ยเหอกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่โรงอาหาร
หลิ่วถิงดูเหมือนจะร้อนรนยิ่งกว่าจางเหยียนเสียอีก เธอเดินไปพลางพูดไปพลาง
"เหยียนเหยียน เร็วเข้า ฉันเพิ่งได้ยินเพื่อนบอกว่าหลินชวนไปที่โรงอาหาร ฉันว่าเขาต้องแค่แกล้งงอนแน่ๆ ไม่ได้หมดรักเธอจริงๆ หรอก ผู้หญิงสวยๆ อย่างเธอ เขาจะตัดใจลงได้ยังไง ขอแค่เธอไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา เผลอๆ ไม่ต้องเอ่ยปากขอโทษ เขาก็คงเก็บอาการไม่อยู่แล้วล่ะ"
จางเหยียนเออออห่อหมก
"นั่นสิ เขาอยากให้ฉันเป็นแฟนมาตั้งสามปี ถ้าตอนนี้ฉันยอมตกลงเป็นแฟนเขา ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะกล้าปฏิเสธ"
หวงเซียงผิงและซุนเซี่ยเหอฟังแล้วก็แอบเบ้ปาก แต่ก็ขี้เกียจจะเถียง
เดิมทีพวกเธอก็ตั้งใจจะไปกินข้าวเย็นกันอยู่แล้ว การได้ตามไปเผือกเรื่องชาวบ้านด้วยก็ถือเป็นของแถมที่ไม่เลว
เมื่อเดินเข้าไปในโรงอาหาร หาอยู่พักหนึ่งก็เจอหลินชวนกำลังยืนต่อคิวซื้อข้าวอยู่กับรูมเมท สาเหตุหลักก็เพราะส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรบวกกับชุดแบรนด์เนมทั้งตัวของเขามันช่างเตะตาเหลือเกิน
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของหลินชวนในตอนนี้ หลิ่วถิง หวงเซียงผิง และซุนเซี่ยเหอต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน
ถึงแม้หน้าตาจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่สไตล์การแต่งตัว ทรงผม และผิวพรรณกลับแตกต่างไปจากเดิมราวกับคนละคน ไม่เจอกันแค่สามวัน ต้องมองใหม่ด้วยความชื่นชมจริงๆ
จางเหยียนกำลังจะเดินเข้าไปหา แต่กลับเห็นร่างอันเย้ายวนชวนมองร่างหนึ่ง หลังจากซื้อข้าวเสร็จแล้วกำลังเดินไปที่โต๊ะ ก็หยุดชะงักลงข้างๆ หลินชวน พร้อมกับส่งยิ้มทักทายเขาอย่างสดใส
จางเหยียนถึงกับมองตาค้าง นั่นมันดาวคณะการออกแบบ เย่เม่ยเซิงไม่ใช่เหรอ พอเจอหลินชวนแล้วเธอถึงกับยิ้มให้เขาก่อนโดยสัญชาตญาณเลยเหรอ?
เมื่อวานตอนที่เย่เม่ยเซิงอยู่กับจางเหยียนในห้างสรรพสินค้า พวกเขาไม่ได้แค่บังเอิญเจอกันหรอกเหรอ?
ที่เธอควงแขนหลินชวนตอนนั้น ไม่ใช่แค่การแสดงละครตบตาให้เธอเห็นหรอกเหรอ? แต่พอดูจากตอนนี้แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขามันช่างดูสนิทสนมกันเหลือเกิน?
หลิ่วถิง หวงเซียงผิง และซุนเซี่ยเหอก็ชะงักไปเช่นกัน เย่เม่ยเซิงมักจะวางตัวอ่อนโยนกับผู้คนเสมอ การที่เธอยิ้มให้เพื่อนนักศึกษาจึงถือเป็นเรื่องปกติ
แต่รอยยิ้มที่มอบให้หลินชวนเมื่อกี้นี้ มันดูหวานหยดย้อยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
ในเวลานี้ หลินชวนก็ซื้อข้าวเสร็จพอดี และกำลังเดินไปที่โต๊ะ จางเหยียนกำลังจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหา แต่กลับเห็นร่างอันงดงามสดใสอีิกร่างหนึ่งเดินผ่านไป
เห็นได้ชัดว่าเธอกินข้าวเสร็จแล้วและกำลังจะเดินออกไป พอเห็นหลินชวน เธอก็โบกมือทักทายพร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้างให้
จางเหยียนถึงกับหน้าเหวออีกครั้ง นั่นมันดาวคณะการเงิน ฉินปิงชิงไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอถึงรู้จักหลินชวน แถมยังส่งยิ้มให้เขาด้วย?
หลิ่วถิง หวงเซียงผิง และซุนเซี่ยเหอทั้งสามคนก็อึ้งไปอีกรอบ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่หลินชวนกลายเป็นหนุ่มฮอตในหมู่สาวๆ ขนาดนี้?
ทว่าฉากน่าตกตะลึงยังไม่จบแค่นั้น ทันทีที่หลินชวนเพิ่งจะนั่งลง
ก็เห็นสาวเท่คนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ไกลออกไป โบกมือมาทางนี้
พอหลินชวนเห็นเข้า เธอก็ส่งยิ้มให้เขาเช่นกัน ส่วนสาวๆ คนอื่นที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน ก็พากันโบกมือทักทายหลินชวนกันถ้วนหน้า
จางเหยียน หลิ่วถิง หวงเซียงผิง และซุนเซี่ยเหอทั้งสี่คน ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้
นั่นมันดาวคณะนาฏศิลป์ หลิงอู่ซ่า ไม่ใช่เหรอ สาวเท่ระดับนั้นก็รู้จักหลินชวนด้วยเหรอเนี่ย?
หวงเซียงผิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เย่เม่ยเซิง ฉินปิงชิง แล้วก็หลิงอู่ซ่า ทั้งสามคนรู้จักหลินชวนงั้นเหรอ?"
ซุนเซี่ยเหอเสริม
"นั่นไม่ใช่แค่รู้จักแล้วล่ะ เห็นได้ชัดว่าสนิทกันมากด้วยซ้ำ ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป พวกเธอไม่มีทางส่งยิ้มหวานขนาดนั้นให้หรอก"
หลิ่วถิงเริ่มร้อนรน
"เดี๋ยวนะ ทำไมเขาถึงกลายเป็นหนุ่มฮอตไปได้ล่ะ?"
จางเหยียนยิ่งร้อนรนกว่า ในใจเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาแล้ว เมื่อก่อนเธอคิดมาตลอดว่าหลินชวนมีแค่เธอคนเดียว และในเมื่อเธอสวยขนาดนี้ เขาก็ต้องคอยเอาอกเอาใจเธออยู่แล้ว
แต่ตอนนี้หลินชวนกลับรู้จักทั้งเย่เม่ยเซิง ฉินปิงชิง และหลิงอู่ซ่า แถมยังสนิทสนมกันมากด้วย รูปร่างหน้าตาและบุคลิกของทั้งสามคนนั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยสักนิด
ถ้าเกิดหนึ่งในสามคนนั้นคบกับเขาขึ้นมา ตัวเธอก็หมดสิทธิ์เลยน่ะสิ?
เมื่อเห็นสีหน้าลุกลี้ลุกลนของจางเหยียน ซุนเซี่ยเหอและหวงเซียงผิงก็แอบสะใจอยู่ลึกๆ เมื่อก่อนตอนที่เขาคอยตามใจเธอทุกอย่าง เธอไม่รู้จักรักษาไว้ให้ดี ตอนนี้ถึงเพิ่งจะมานึกเสียใจล่ะสิ?
ในขณะเดียวกัน สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ยทั้งสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ หลินชวน ต่างก็แข็งทื่อเป็นหินไปแล้ว
เย่เม่ยเซิง ฉินปิงชิง และหลิงอู่ซ่า ต่างก็ผลัดกันเข้ามาทักทาย แถมยังยิ้มหวานหยดย้อย ภาพตรงหน้ามันช่างกระแทกใจพวกเขาอย่างจัง
สือเหล่ยพูดด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย
"นี่ฉันกำลังฝันไปใช่ไหม เย่เม่ยเซิง ฉินปิงชิง แล้วก็หลิงอู่ซ่า ต่างก็ส่งยิ้มทักทายพวกเรางั้นเหรอ?"
จางอิงเจี๋ยรีบแก้ความเข้าใจผิด
"ไม่ได้ทักทายพวกเราโว้ย ทักทายน้องสามต่างหาก เดี๋ยวนะน้องสาม นายไปรู้จักกับสามดาวคณะตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมยังสนิทกันขนาดนี้อีก? ทำไมจู่ๆ นายถึงกลายเป็นหนุ่มฮอตขึ้นมาได้วะ?"
ซุนเป่ารุ่ยอุทานด้วยความทึ่ง
"นี่มันโคตรจะเหนือจริงเลย เทพธิดาทั้งสามคนที่ปกติแทบจะเข้าไม่ถึง แต่วันนี้กลับเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อนทีละคน ตอนนี้ฉันเชื่อแล้วล่ะ พี่สาม พี่คงไม่ได้สนใจจางเหยียนแล้วจริงๆ ท้ายที่สุดแล้วสามดาวคณะนี้ ก็สวยกว่าจางเหยียนตั้งเยอะ"
หลินชวนตอบหน้าตาย
"ก็แค่ทักทายกันเฉยๆ พวกนายจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา?"
สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ย โดนคำพูดอวดดีแบบเนียนๆ ของหลินชวนเข้าไป ก็แทบจะลุกขึ้นมาเตะเขาให้รู้แล้วรู้รอด
นั่นมันดาวคณะถึงสามคนเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อนเลยนะโว้ย แถมยังยิ้มหวานซะขนาดนั้น
พวกเขาทั้งที่ตักกับข้าวของโปรดมาแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับกินไม่ลงเลยสักคำ
เมื่อก่อนตอนที่หลินชวนโดนจางเหยียนหลอกใช้ พวกเขาก็รู้สึกสงสารจับใจ
แต่ตอนนี้ พวกเขากลับอิจฉาตาร้อนจนแทบบ้า
ช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งกลัวเพื่อนจะลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนจะได้ขับเรนจ์โรเวอร์จริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่แค่เรนจ์โรเวอร์คันเดียว แต่ล่อไปถึงสามคันเลยทีเดียว