- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 5 พ่อมีเงิน แต่ทำไมต้องเปย์ให้เธอด้วย?
บทที่ 5 พ่อมีเงิน แต่ทำไมต้องเปย์ให้เธอด้วย?
บทที่ 5 พ่อมีเงิน แต่ทำไมต้องเปย์ให้เธอด้วย?
ฝั่งหลินชวนที่ยังคงรอประกอบจักรยานอยู่ ก็มีคู่รักคู่หนึ่งเดินเข้ามา
"เม่ยเซิง เสวี่ยเฟิน พวกเธอเดินช็อปเสร็จหรือยัง? พวกเราดูหนังจบแล้ว กลับด้วยกันไหม?"
"เอาสิ พวกเราก็เตรียมตัวจะกลับแล้วเหมือนกัน" เย่เม่ยเซิงกับเว่ยเสวี่ยเฟินตอบรับอย่างกระตือรือร้น
จากนั้นเย่เม่ยเซิงก็หันไปมองหลินชวน "รุ่นน้องหลินชวน งั้นพวกเรากลับก่อนนะ นายก็รีบกลับล่ะ แอดวีแชตกันไว้ติดต่อกันหน่อยสิ อีกสองวันจะมีปาร์ตี้วันเกิดฉัน ถ้านายมีเวลาก็มาเที่ยวสิ"
ถ้ามีนักศึกษาชายของมหาวิทยาลัยเจียงไห่มาเห็นฉากนี้เข้าล่ะก็ รับรองว่าต้องอิจฉาจนอกแตกตายแน่ๆ ที่เย่เม่ยเซิงเป็นฝ่ายขอแอดวีแชตก่อน แถมยังชวนไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของเธออีก
แต่หลินชวนกลับยังคงท่าทีสงบนิ่ง หลังจากแอดวีแชตแล้วเขาก็ตอบว่า "ได้ครับ ถ้ามีเวลาผมไปแน่นอน"
เย่เม่ยเซิง เว่ยเสวี่ยเฟิน และคู่รักคู่นั้นก็เดินจากไปด้วยกัน โดยผู้หญิงในคู่รักคู่นั้นหันกลับมามองหลินชวนแวบหนึ่งแล้วถามอย่างอยากรู้อยากเห็น "ผู้ชายคนนั้นใครน่ะ หล่อจัง..."
หลินชวนเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา เพื่อดูสถานะค่าความประทับใจ ค่าความประทับใจของเย่เม่ยเซิงเพิ่มขึ้นมา 28 แต้ม ส่วนของจางเหยียนเพิ่มขึ้น 25 แต้ม รวมทั้งหมดเป็น 53 แต้ม
ซึ่งเกินกว่า 50 แต้มตามที่ภารกิจที่หนึ่งกำหนดไว้ แต่กลับไม่มีการแจ้งเตือนว่าทำภารกิจสำเร็จ
หลินชวนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย มันผิดพลาดตรงไหนกัน?
พออ่านกฎดูดีๆ อีกครั้ง เขาก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง ภารกิจหลักที่หนึ่ง: ใช้เงินสายเปย์ก้อนแรกให้หมดภายในหนึ่งวัน และทำให้สาวสวยระดับแปดคะแนนขึ้นไป มีค่าความประทับใจเพิ่มขึ้น 50 แต้ม
ที่แท้ภารกิจนี้ไม่ได้มีแค่เงื่อนไขครึ่งหลัง แต่ยังรวมเงื่อนไขครึ่งแรกด้วย ต้องใช้เงินหนึ่งล้านหยวนให้หมด ถึงจะถือว่าทำภารกิจสำเร็จ
พอมาดูยอดเงิน วันนี้ผลาญเงินเป็นเบี้ยขนาดนี้ จนถึงตอนนี้ก็เพิ่งใช้ไปแค่ 810,734 หยวน ยังเหลืออีก 189,266 หยวน
ดังนั้นหลินชวนจึงอาศัยช่วงเวลาที่ยังต้องรอประกอบจักรยาน เดินช็อปปิงในห้างต่อเพื่อเตรียมใช้เงินที่เหลือให้หมด
ผลปรากฏว่าเดินไปได้ไม่ไกลนัก เสียงของจางเหยียนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "หลินชวน รอฉันด้วย"
หลินชวนชะงักไปครู่หนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ยังไม่กลับอีกเหรอ? แล้วเธอไม่ได้อยู่กับจ้าวเจวิ้นหรอกเหรอ จ้าวเจวิ้นหายหัวไปไหนแล้วล่ะ?
หลินชวนขี้เกียจจะสนใจ จึงเดินไปข้างหน้าต่อ
จางเหยียนรีบสาวเท้าเข้ามาขวางหน้าหลินชวนไว้ "หลินชวน นี่นายกำลังโกรธฉันอยู่เหรอ? ทำไมวันนี้นายถึงมาเดินช็อปปิงกับเย่เม่ยเซิงได้ล่ะ พวกนายเป็นอะไรกัน?"
หลินชวนไม่มีท่าทีเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย "หนักหัวเธอหรือไง"
จางเหยียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ "หลินชวน นายเปลี่ยนไปนะ เมื่อก่อนนายไม่ได้เป็นแบบนี้นี่"
หลินชวนพยักหน้า "ใช่ ฉันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะฉันมีสมองแล้วไง"
จางเหยียนพูดต่อ "ฉันรู้ว่าวันเกิดนายฉันไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนนายแต่ไปอยู่กับจ้าวเจวิ้น ทำให้นายเสียใจ แต่นายรวยขนาดนี้กลับปิดบังฉันมาตลอด ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยเหรอ?"
"ของขวัญที่นายเคยซื้อให้ฉันเมื่อก่อน ไม่มีชิ้นไหนเลยที่เป็นกุชชี แอลวี พราด้า แต่ฉันก็ไม่เคยรังเกียจเลยนะ"
"ถึงฉันจะไปเดตกับจ้าวเจวิ้น แต่นายก็มาเดินช็อปปิงกับเย่เม่ยเซิงเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
"แถมวันนี้เพื่อนาย ฉันถึงกับปฏิเสธคำชวนไปโรงหนังส่วนตัวของจ้าวเจวิ้นเลยนะ"
"พวกเราต่างคนต่างถอยคนละก้าว ให้อภัยกันแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมดีไหม?"
"ขอนายแค่ดีกับฉันเหมือนเมื่อก่อน ฉันจะเอาเรื่องเป็นแฟนนายไปพิจารณาดูดีๆ"
หลินชวนแทบจะโกรธจนหลุดขำ ให้อภัยกันเหรอ? ฉันไปทำบ้าอะไรตอนไหน ถึงต้องให้เธอมาให้อภัยด้วย?
ฉันซื้อของขวัญให้เธอตั้งมากมายแต่เธอไม่เคยซื้ออะไรให้ฉันเลย การที่เธอไม่รังเกียจฉันก็ถือว่าฉันต้องซาบซึ้งในบุญคุณแล้วเหรอ? อาการรังเกียจคนจนประจบคนรวย พอออกมาจากปากเธอแล้ว กลับดูใสซื่อบริสุทธิ์ผุดผ่องได้ขนาดนี้เลยนะ
ทำไมเธอถึงไม่ได้ไปโรงหนังส่วนตัวกับจ้าวเจวิ้น ฉันไม่เห็นจะสนใจเลยสักนิด แต่เรื่องแค่นี้ ยังกล้าเอามาทวงความดีความชอบอีกเหรอ?
แถมจนป่านนี้ ฉันยังต้องดีกับเธอเหมือนเมื่อก่อน แล้วก็ยังไม่ได้คบเป็นแฟนด้วยนะ แค่จะรับไว้พิจารณางั้นเหรอ?
ธาตุแท้ของจางเหยียนในตอนนี้ ทำให้หลินชวนรู้สึกสะอิดสะเอียน เขาไม่เข้าใจเลยว่าเมื่อก่อนตัวเองโดนผีตัวไหนบังตา ถึงได้มองไม่ออก
"พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมาให้อภัยอะไรทั้งนั้น" หลินชวนพูดจบก็เดินหนีไปทันที
จางเหยียนยืนอึ้ง นึกไม่ถึงว่าตัวเองยอมอ่อนข้อให้ แถมยังบอกว่าจะให้โอกาสเขาแล้ว เขาก็ยังเป็นแบบนี้อีก
การเปลี่ยนแปลงของหลินชวน ทำให้เธอรับไม่ค่อยได้ แต่ในตอนนั้นเอง เธอก็เห็นหลินชวนเดินเข้าไปในร้านกุชชี
ดวงตาของจางเหยียนเป็นประกาย หรือว่าเขาจะไปซื้อของขวัญให้เธอ?
ดูเหมือนว่าเขาจะแค่พูดประชดไปอย่างนั้น ที่แท้ก็เป็นพวกปากแข็งใจอ่อนสินะ
เมื่อคิดได้แบบนี้ เธอก็เลยเดินตามเข้าไป
พอเดินเข้าไปในร้าน กระเป๋าที่วางเรียงรายละลานตาก็ทำให้ดวงตาของเธอเป็นประกายทันที วันนี้จ้าวเจวิ้นไม่ได้ซื้อกระเป๋าให้เธอ มันทำให้เธอรู้สึกขาดอะไรไปสักอย่าง เธอเดินดูรอบหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจเลือกกระเป๋าใบหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว กระเป๋าสะพายไหล่ไซส์มินิรุ่นโอฟิเดีย ราคา 13,900 หยวน
"หลินชวน ฉันรู้ว่าในใจนายยังมีฉันอยู่ นายซื้อกระเป๋าใบนี้ให้ฉันสิ แล้วเราก็มาคืนดีกัน" จางเหยียนเดินเข้าไปควงแขนหลินชวน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
หลินชวนชะงักไป ผู้หญิงคนนี้ประสาทแดกหรือเปล่าเนี่ย? ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วยังจะเสนอหน้าเข้ามาทำไมอีก?
พูดตามตรง ท่าทางออดอ้อนแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้รับ ถ้าเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะดีใจจนเนื้อเต้นแทบจะควักหัวใจออกมาให้ แต่ตอนนี้ เขารู้สึกแค่สะอิดสะเอียนเท่านั้น
เธอเพิ่งจะไปเดตกับผู้ชายคนอื่นมา แถมเกือบจะไปโรงหนังส่วนตัวกับผู้ชายคนอื่นอยู่รอมร่อ แต่เผลอแป๊บเดียว กลับมาให้ฉันซื้อกระเป๋าให้เนี่ยนะ?
"อยากได้กระเป๋า ก็ไปหาจ้าวเจวิ้นของเธอสิ" หลินชวนชักมือกลับ ชี้ไปที่กระเป๋าเป้ผู้ชายใบหนึ่งราคาหมื่นแปดพันกว่าหยวนแล้วบอกว่า "เอาใบนี้ครับ ห่อให้ด้วย"
เขามาเพื่อใช้เงินเปย์ตัวเอง ไม่ได้มาเพื่อซื้อของขวัญให้จางเหยียนเสียหน่อย
ทั้งจักรยาน อุปกรณ์ปั่นจักรยาน และเสื้อกันลมก็มีครบแล้ว ตอนนี้ขาดก็แต่กระเป๋าเป้นี่แหละ
ตอนนี้เองที่จางเหยียนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเข้าใจผิด สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ "นายซื้อกระเป๋าหมื่นแปดให้ตัวเอง แต่ไม่ยอมซื้อกระเป๋าหมื่นสามให้ฉันเนี่ยนะ?"
หลินชวนย้อนถาม "แล้วมันมีปัญหาอะไรตรงไหนล่ะ เธอเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าฉันต้องซื้อของขวัญให้เธอ?"
"แถมยังคิดว่าต้องซื้อของให้เธอแพงกว่าซื้อให้ตัวเองอีก พวกเราเป็นอะไรกัน?"
"ไปนอนกับผู้ชายคนอื่นมา แต่กลับมาทวงของขวัญจากฉัน เธอช่วยมียางอายสักนิดจะได้ไหม?"
"นาย นาย นาย..." จางเหยียนหน้าแดงก่ำ แต่กลับพูดเถียงไม่ออกเลยสักคำ
ยิ่งเห็นพนักงานขายข้างๆ มองเธอด้วยสายตาที่ดูแคลน เธอก็ยิ่งรู้สึกแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"หลินชวน นายกล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฉันจะไม่สนใจนายอีกแล้ว" จางเหยียนทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้ววิ่งหนีออกไป
จางเหยียน: ค่าความประทับใจ -2
หลินชวนชะงักไป เมื่อกี้มัวแต่ด่าสะใจไปหน่อย เลยไม่ได้คิดเรื่องที่ค่าความประทับใจจะลดลงเลย แต่ด่าไปตั้งขนาดนั้นแล้ว ค่าความประทับใจดันลดลงแค่ 2 แต้มเองเหรอเนี่ย?
ช่างเถอะไม่สำคัญหรอก ยอดรวมยังเพิ่มขึ้นตั้ง 51 แต้ม
เพื่อป้องกันไม่ให้แต้มลดลงต่ำกว่า 50 จนทำภารกิจไม่สำเร็จ เขาก็รีบใช้เงินอย่างรวดเร็ว ซื้อสมาร์ตโฟนจอพับสามทบของหัวเว่ยราคาสองหมื่นกว่าหยวน ไอแพดของแอปเปิลราคาหมื่นกว่าหยวน แล็ปท็อปเอเลียนแวร์ราคาห้าหมื่นกว่าหยวน สกินแคร์ ชุดกีฬา รองเท้ากีฬา และอื่นๆ อีกมากมาย...
เสียงเตือนจากระบบยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้หลินชวนก็ยิ่งไม่สนใจอีกต่อไป
ระบบโง่เง่าเอ๊ย ยังจะให้ไปเปย์อยู่อีก ฉันทำภารกิจทะลุเป้าไปแล้วเว้ย เงินที่เหลือฉันจะใช้ยังไงมันก็เรื่องของฉัน
ไม่นานหลินชวนก็ใช้เงินสายเปย์ก้อนแรกหนึ่งล้านหยวนจนหมดเกลี้ยง เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น "ขอแสดงความยินดี คุณสำเร็จภารกิจหลักที่หนึ่ง ได้รับเงินสดหนึ่งแสนหยวนและสิทธิ์สุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง"