- หน้าแรก
- ย้อนเวลาเริ่มต้นใหม่ ชีวิตตามใจปรารถนา ในคราบพนักงานประจำ
- บทที่ 28 วุ่นวายก่อนแข่ง
บทที่ 28 วุ่นวายก่อนแข่ง
บทที่ 28 วุ่นวายก่อนแข่ง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หยางจ้านตื่นแต่เช้า มองออกไปนอกหน้าต่างโรงแรม ก็เห็นคนออกมาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าที่ทางเดินเลียบแม่น้ำกันแล้ว บรรยากาศดีขนาดนี้ ลงไปวิ่งบ้างดีกว่า
เขาเปลี่ยนชุดกีฬา รองเท้าบาสไม่เหมาะใส่วิ่ง แต่โชคดีที่เมื่อวานตอนมาเขาใส่รองเท้าผ้าใบมาด้วย เอามาใส่วิ่งขัดตาทัพไปก่อนก็ไม่มีปัญหา ดื่มน้ำเสร็จ เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ก็ออกไปวิ่งจ็อกกิ้งรับอรุณ
อากาศยามเช้าบนทางเดินเลียบแม่น้ำสดชื่นมาก ฝั่งซ้ายเป็นตึกสูงระฟ้าตั้งตระหง่าน ฝั่งขวาเป็นแม่น้ำไหลเอื่อยๆ
ทางเดินริมแม่น้ำที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ดูกว้างขวางอลังการ บางช่วงแบ่งระดับทางเดินเป็นสามชั้นบนกลางล่าง ถ้าเป็นเมืองตามต่างจังหวัดในยุคนี้ คงยังไม่มีอารมณ์มานั่งวางผังเมืองอะไรแบบนี้หรอก
หยางจ้านวิ่งไปกลับสองรอบ ยุคนี้ยังไม่มีสมาร์ตวอตช์หรือแอปคอยจับระยะทาง เอาเป็นว่ารู้สึกเหนื่อยกำลังดีก็พอแล้ว
เขาเดินทอดน่องเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ดูคนมาออกกำลังกายรำพัด รำไทเก็ก เล่นว่าว...
เดินเล่นริมแม่น้ำจนเกือบ 8 โมงเช้า ถึงได้เดินกลับอย่างอ้อยอิ่ง
เดินตามความทรงจำไปหาร้านอาหารเช้าเจ้าอร่อย นั่งกินอาหารเช้าอย่างไม่รีบร้อน ส่วนอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ของโรงแรมนั้นน่ะเหรอ เอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายตอนไม่มีอะไรกินจริงๆ ดีกว่า
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ มนุษย์เงินเดือนหนุ่มสาวร้อยทั้งร้อยต้องขอนอนตื่นสายพักผ่อนกันทั้งนั้นแหละ
หยางจ้านก็รู้กาลเทศะ ไม่โทรไปกวนใคร ถ่วงเวลาจนถึง 9 โมงเช้า กลับไปล้างหน้าล้างตาที่โรงแรม ก็พบว่ายังไม่มีอะไรทำอยู่ดี เลยตัดสินใจออกไปเดินห้าง หาซื้อเสื้อผ้าใส่เล่นซะหน่อย
หยางจ้านน่ะเบื่อที่จะต้องใส่กางเกงสแล็กคู่กับเสื้อเชิ้ตทุกวันเต็มทนแล้ว ตอนนี้พนักงานขายบางคนที่ไม่ได้รับแจกชุดยูนิฟอร์มบริษัท ก็ยังไปหาซื้อชุดคล้ายๆ กันมาใส่ตอนทำงานเลย
เอาเถอะ ยังไงก็ไม่ได้นั่งทำงานในออฟฟิศอยู่แล้ว ไม่มีใครมาคอยตรวจหรอกว่าใส่ชุดยูนิฟอร์มหรือเปล่า ต่อไปนี้ถ้าไม่ใช่ตอนเข้ามาประชุมที่บริษัท หยางจ้านตั้งใจจะบอกลาชุดยูนิฟอร์มถาวรเลย
มาถึงห้างใหญ่ที่เคยมาคราวที่แล้ว หยางจ้านก็เลือกซื้อเสื้อผ้าตามสไตล์ที่ตัวเองชอบ ต้องยอมรับเลยว่าพอหุ่นดีขึ้น การเลือกซื้อเสื้อผ้าก็ง่ายขึ้นเยอะ
หยางจ้านชอบสไตล์เวิร์กแวร์กับเอาต์ดอร์ ในยุคนี้แบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์ยังไม่ได้เปิดสาขากันเกลื่อนกลาด แต่เมืองฮุ่ยก็ถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างนำเทรนด์ ในห้างใหญ่ๆ ก็เลยพอจะหาแบรนด์พวกนี้ได้บ้าง
เดินแค่สามร้าน หยางจ้านก็สอยกางเกงคาร์โก้ทรงสลิมฟิตรุ่นเดียวกันมาสองตัว ลองใส่แล้วรู้สึกสบายตัวและพอดีเป๊ะ เลยจัดมาสองสี เขาชอบสีเขียวขี้ม้าอยู่แล้ว เพื่อให้ดูต่างกันหน่อยก็เลยเอาสีดำมาอีกตัว
จับคู่กับเสื้อโปโลแขนสั้นสองตัว เสื้อเชิ้ตเอาต์ดอร์ผ้าแห้งไวแบบมีกระเป๋าเยอะๆ สองตัว รองเท้าเวิร์กแวร์หุ้มข้อสีน้ำตาลเหลืองหนึ่งคู่ รองเท้าเดินป่าสำหรับฤดูร้อนอีกหนึ่งคู่ แล้วก็หมวกแก๊ปสีเทาเข้มอีกใบ
เดินผ่านร้านลีวายส์ก็จัดกางเกงยีนส์มาอีกสองตัว แวะโซนอุปกรณ์กีฬาซื้อกระเป๋ากีฬาสะพายข้างใบเบ้อเริ่มมาใบนึง จัดการแกะป้ายเสื้อผ้าทั้งหมดแล้วยัดใส่กระเป๋าใบเดียว ปรากฏว่าใส่ได้พอดีเป๊ะ
ตอนเลือกซื้อน่ะไวปานพายุ แต่พอรูดบัตรจ่ายตังค์ คิดไปคิดมา หมดไปห้าหกพันหยวน หยางจ้านก็แอบเบ้ปาก คิดในใจว่าเพลาๆ มือหน่อยดีกว่า เดือนนี้เพิ่งจะเริ่มตั้งตัว รอเดือนหน้าหาเงินได้เยอะกว่านี้ค่อยมาช็อปปิ้งใหม่ละกัน
ออกจากห้างดูเวลาเพิ่งจะยังไม่ถึง 11 โมง กำลังจะนึกชมตัวเองว่าผู้ชายช็อปปิ้งนี่มันไวทันใจดีจริงๆ หวังเฉิงก็โทรมาเร่งให้รีบเช็กเอาต์แล้วไปกินข้าวเที่ยงที่ห้องเฉินซู แถมยังจงใจเน้นเสียงดังฟังชัดว่าหลี่นีเป็นแม่ครัวใหญ่ แทบจะสวมวิญญาณพ่อเล้าจับคู่ให้ซะขนาดนั้น
โดนคะยั้นคะยอขนาดนี้ หยางจ้านจะปฏิเสธได้ยังไง
เขาเลยกลับไปเช็กเอาต์ที่โรงแรม สะพายกระเป๋าสองใบไปที่ลานจอดรถใต้ตึกบริษัท เอาของไปเก็บไว้ในรถก่อน
แจกบุหรี่ให้รปภ.ข้างล่างสองมวน ฝากให้ช่วยดูรถให้หน่อย กลางวันแสกๆ มีรปภ. คอยเฝ้าอยู่ ก็ไม่ต้องห่วงว่าของในรถจะหาย
เดินตามความทรงจำไปหาห้องเช่าของเฉินซูที่อยู่ใกล้ๆ บริษัท แวะซื้อผลไม้กับเครื่องดื่มติดมือไปด้วย ไปบ้านคนอื่นทั้งที จะให้ไปมือเปล่าก็ดูเสียมารยาท ไม่ว่าจะเป็นบ้านเพื่อนสนิทหรือไม่ เรื่องมารยาททางสังคมแบบนี้หยางจ้านไม่เคยขาดตกบกพร่อง
ขึ้นไปชั้นสาม เคาะประตูเรียก เป็นห้องเช่าขนาดสองห้องนอนเล็กๆ ค่าเช่าไม่ถึงพันหยวน สองคนหารกันก็จ่ายไหวสบายๆ
เฉินซูเป็นคนมาเปิดประตู ร้องเรียก "พี่จ้าน" แล้วรับของจากมือหยางจ้านไป ปรายตามองไปทางห้องครัวเป็นการส่งซิกว่าหลี่นีกำลังง่วนอยู่ข้างใน หยางจ้านได้แต่ส่ายหน้า เอามือลูบหัวเฉินซูแล้วเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เห็นหวังเฉิงกำลังเล่นคอมพ์อยู่ในห้องเฉินซู เลยแวะไปทักทายหลี่นีที่หน้าประตูห้องครัวนิดหน่อย แล้วค่อยไปหาหวังเฉิงเพื่อสูบบุหรี่พักเหนื่อย
พอเห็นหยางจ้านเดินเข้ามา หวังเฉิงก็หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ หยางจ้านก็รู้เลยว่าไอ้ที่เตือนไปเมื่อวาน หมอนี่คงปล่อยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปแล้ว ช่างเถอะ ขี้เกียจจะพูดซ้ำแล้ว
หวังเฉิงบอกว่า "กินข้าวเสร็จเราจะไปกันตอนบ่ายโมงกว่าๆ นะ จางจื่อเฉินกับอู่เยี่ยนจะไปกับเราด้วย หวังหงเยี่ยนก็ชวนพวกเด็กฝึกงานในบริษัทไปช่วยเป็นหน้าม้าเชียร์หลายคนเลย อาซิง หวังเทียนเล่อ แล้วก็คนอื่นๆ ก็จะตามไปดูด้วย ที่โรงเรียนมีสาวๆ เยอะ ถือซะว่าไปเที่ยวพักผ่อนสุดสัปดาห์กัน"
"งั้นวันนี้พวกเราก็ต้องเอาจริงหน่อยแล้วล่ะ ขืนไปแพ้ต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนั้นเสียหน้าแย่ หึๆ แล้วคนเยอะขนาดนี้จะไปยังไงล่ะเนี่ย" หยางจ้านถาม
หวังเฉิงสูบบุหรี่พลางตอบ "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเว้ย 'หนูหริ่ง' ไปเอาชุดแข่งที่สั่งทำไว้มาแล้ว เดี๋ยวให้อาซิงหารถบัสเล็กมาสักคัน ขนไปทั้งคนทั้งของเลย น้ำดื่มก็มีคนจัดการให้เรียบร้อย มีคนรู้จักอยู่ข้างในมันก็ทำงานง่ายแบบนี้แหละเพื่อน"
"หึๆ" หยางจ้านได้แต่หัวเราะในคอ
บริษัทใหญ่ก็มีอภิสิทธิ์แบบนี้แหละ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ สำนักงานผู้จัดการใหญ่ที่พวกอาซิงสังกัดอยู่ มีแผนกพนักงานขับรถคอยสแตนด์บายด้วย บริษัทเอกชนทั่วไปจะกล้าคิดฝันอะไรแบบนี้ล่ะ
นึกย้อนไปตอนที่เพิ่งเข้าบริษัทแล้วต้องลงไปฝึกงานที่ปั๊มน้ำมัน หยางจ้านกับเพื่อนๆ ก็ได้นั่งรถเบนซ์เอสคลาสของบริษัทที่มีคนขับไปส่งถึงที่ ทำเอาผู้จัดการปั๊มน้ำมันนึกว่ามีผู้บริหารระดับสูงมาตรวจงาน เกือบจะปล่อยไก่ไปแล้วเชียว
"กินข้าวได้แล้วจ้า" คุยกันแป๊บเดียว เฉินซูกับหลี่นีก็ทำกับข้าวเสร็จพอดี
หยางจ้านกับหวังเฉิงเดินมาที่โต๊ะกินข้าวในห้องนั่งเล่น บนโต๊ะมีกับข้าวเนื้อสามอย่าง ผักหนึ่งอย่าง หน้าตาน่ากินใช้ได้เลยทีเดียว
มื้อเที่ยงกินกันง่ายๆ แต่อร่อยถูกปาก กินเสร็จก็นั่งจิบชาคุยเล่นพักผ่อนกันในห้องนั่งเล่น
ประมาณบ่ายโมงครึ่ง ทุกคนก็ลุกขึ้นเตรียมตัวออกเดินทาง พอลงมาถึงใต้ตึกบริษัท ก็เห็นจางจื่อเฉินกับอู่เยี่ยนยืนรออยู่แล้ว เฉินซูพาพวกเขาสองคนขึ้นไปขนชุดแข่งจากคลังเก็บของฝ่ายธุรการมาใส่หลังรถกระบะ
ทั้งหกคนขึ้นรถของหยางจ้าน เฉินซูเป็นคนจัดที่นั่ง ให้หลี่นีนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนผู้ชายสามคนอัดกันอยู่เบาะหลัง เฉินซูก็นั่งตักหวังเฉิงไปเลย ไม่ต้องกลัวโดนจับหรอก บ่ายวันหยุดแบบนี้ไม่มีตำรวจจราจรมาตั้งด่านตรวจหรอก
จากบริษัทไปโรงเรียนการท่องเที่ยว ระยะทางเกินครึ่งต้องขับผ่านย่านใจกลางเมืองที่รถติด ถึงจะไม่ได้ไกลมาก แต่ก็ใช้เวลาขับกว่าครึ่งชั่วโมง
โรงเรียนไม่ได้เข้มงวดเรื่องคนนอกเข้าออก หยางจ้านแวะถามทางตรงป้อมยามนิดหน่อย แล้วก็ขับรถตรงไปจอดหน้าโรงยิมได้เลย
ทุกคนลงจากรถช่วยกันถือของ หยางจ้านมีกระเป๋าสองใบ ก่อนออกรถก็เอามาวางไว้ที่เบาะหน้าข้างคนขับแล้ว หยางจ้านสะพายกระเป๋าใบใหญ่ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แล้วส่งกระเป๋าใบเล็กให้หลี่นีถือ เฉินซูเห็นเข้าก็แอบอมยิ้ม
เดินเข้าไปในโรงยิม ก็พบว่าที่นี่เป็นแค่ศูนย์ฝึกกีฬาอเนกประสงค์ของโรงเรียน หลังคาสูงโปร่ง พื้นที่กว้างขวาง แต่ไม่มีสแตนด์คนดู
แบ่งโซนด้านหน้าเป็นสนามบาสเกตบอลสองสนามกับสนามวอลเลย์บอลหนึ่งสนาม ถัดเข้าไปด้านในเป็นสนามแบดมินตันหลายคอร์ท ส่วนมุมในสุดก็กั้นเป็นโซนโต๊ะปิงปองสิบกว่าโต๊ะ
นี่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาระดับมาตรฐานของโรงเรียนเลยนะ บนชั้นสองมีระเบียงทางเดินล้อมรอบ น่าจะเป็นจุดที่ดูการแข่งขันได้ชัดเจนที่สุด สมัยหยางจ้านเรียนมหา'ลัย ก็มีสนามแบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนหลังมหา'ลัยสร้างโรงยิมแบบมาตรฐานขึ้นมาใหม่ รุ่นของเขาเรียนจบไปแล้วเลยอดใช้
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสองโมงกว่าๆ คนในโรงยิมยังไม่ค่อยเยอะ ทั้งหกคนเลยหาที่ว่างมุมๆ นึงวางสัมภาระ
แกะถุงพลาสติกห่อชุดแข่ง หนุ่มๆ ก็รื้อหาชุดของตัวเอง แต่ละคนจะได้ชุดแข่งสองสี กางเกงบาสเป็นสีฟ้าอ่อนขลิบขาว ส่วนเสื้อเป็นสีขาวกับสีแดงแบบคลาสสิก แต่ต้องบอกเลยว่าเนื้อผ้าดีมาก เรื่องเงินเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้บริษัทไม่เคยงกอยู่แล้ว
เสื้อและกางเกงสกรีนคำว่า 'บริษัทปิโตรเคมีเมืองฮุ่ย' ตามระเบียบ หยางจ้านเลือกเบอร์ 23 มั่นหน้าสุดๆ ในทีมก็ไม่มีใครแย่งเบอร์นี้กับเขาด้วย
ได้เสื้อปุ๊บ หนุ่มๆ ก็เดินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเปลี่ยนชุดเลย วันนี้ถือว่ามาเยือน เลยตกลงกันใส่ชุดสีขาว ชุดใหม่ยังไม่ได้ซักก็ไม่เป็นไร ใส่ๆ ไปเถอะ
เปลี่ยนชุดเสร็จออกมา ยืนวอร์มอัปกันเฉยๆ ก็ดูจะน่าเบื่อ เลยลากสองสาวลงมาแบ่งทีมเล่นบาสครึ่งสนามกัน หนุ่มๆ ก็ถือว่าเป็นการวอร์มร่างกายไปในตัว ส่งบอลให้สาวๆ ชู้ตบ้าง เล่นกันขำๆ สนุกสนาน แป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง คนของบริษัทปิโตรเคมีก็ทยอยกันมา หวังหงเยี่ยนพาคนมาสิบกว่าคน หน้าคุ้นๆ ที่เพิ่งกินข้าวด้วยกันเมื่อคืนก็มากันเกือบครบ ส่วนคนที่เหลือหยางจ้านก็ยังไม่รู้จัก
ทางฝั่งโรงเรียนการท่องเที่ยวก็เริ่มมีคนทยอยมาเหมือนกัน แถมยังมีเพื่อนนักศึกษาอีกหลายสิบคนมารอเชียร์ทีมโรงเรียนอยู่รอบๆ สนาม
มีสนามบาสอยู่สองสนาม สองทีมก็เลยแยกย้ายกันไปวอร์มอัปตามอัธยาศัย ส่วนเรื่องพูดคุยประสานงานก็ปล่อยให้ฟู่อวี้กับหวังหงเยี่ยนจัดการไป
ทางฝั่งทีมปิโตรเคมี ทุกคนไปรับชุดแข่งจากเฉินซู เปลี่ยนเป็นชุดสีขาวแบบเดียวกับหยางจ้าน แล้วก็ลงไปวอร์มอัปในสนาม
ดูเหมือนหวังเฉิงจะไปทำการบ้านมาบ้าง แกทำตัวเป็นงานเป็นการ สั่งให้ทุกคนตั้งแถววิ่งวอร์มอัปรอบสนาม เสร็จแล้วก็ให้ซ้อมชู้ตกับจ่ายบอลเลย์อัป
รูปแบบน่ะมีแล้ว แต่แกไม่ได้เป็นมืออาชีพไง สุดท้ายก็ต้องให้เฉินเหว่ยออกโรงมาช่วยจัดระเบียบ ถึงจะดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาหน่อย ก็แหงล่ะ เฉินเหว่ยเคยฝึกบาสมาตั้งแต่เด็กๆ นี่นา
ส่วนสนามข้างๆ ทีมโรงเรียนการท่องเที่ยวก็เริ่มวอร์มอัปเหมือนกัน การวอร์มอัปของพวกเขาดูเป็นระบบระเบียบและเป็นมืออาชีพกว่ามาก โดยมีคนสองคนที่ใส่ชุดแข่งของทีมคอยคุมการฝึกซ้อม ดูทรงแล้วน่าจะเป็นอาจารย์พละ อายุมากกว่าหยางจ้านประมาณสี่ห้าปี
เหลือเวลาอีกประมาณ 10 นาที ฟู่อวี้ก็เรียกทุกคนให้มารวมตัวกัน พนักงานบริษัทคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามารวมกลุ่มด้วย
ฟู่อวี้เริ่มพูดกับทุกคน "เหลืออีกไม่กี่นาทีจะเริ่มแล้ว ผมขอพูดอะไรสั้นๆ หน่อยนะ"
เขากวาดสายตามองลูกทีมที่ยืนล้อมรอบอยู่ แล้วพูดต่อ "ทีมโรงเรียนการท่องเที่ยวเป็นทีมผสมอาจารย์กับนักศึกษานะ ฝีมือเด็กนักศึกษาอาจจะธรรมดาๆ แต่มีอาจารย์สองสามคนที่เก่งเอาเรื่อง โดยเฉพาะอาจารย์สองคนที่เรียนจบเอกบาสเกตบอลมาโดยตรง เพราะงั้นเดี๋ยวลงสนามไปก็เตรียมใจรับมือกันไว้ด้วยล่ะ"
"แต่เราก็ต้องมั่นใจในฝีมือของตัวเองนะ โดยเฉพาะหยางจ้าน เดี๋ยวพอลงสนามไปต้องแบกทีม ดึงจังหวะ ดึงความฮึกเหิมของทีมให้ได้ ร่างกายพวกนักศึกษาเขาสู้เราไม่ได้หรอก เฉินเหว่ยตอนเป็นเพลย์เมกเกอร์ก็ดูจังหวะจ่ายบอลดีๆ เจาะจุดอ่อนพวกเขาให้ได้"
"เกมนี้ผมจะยังไม่ลงนะ รอให้พวกนายทำแต้มทิ้งห่างได้ก่อน ค่อยเปิดโอกาสให้ผมลงไปโชว์ฟอร์มบ้าง รายชื่อตัวจริงมีตามนี้: เซ็นเตอร์ จางเว่ย พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด หลี่เสี่ยวผิง สมอลล์ฟอร์เวิร์ด จางจื่อเฉิน ชู้ตติ้งการ์ด หยางจ้าน และพอยต์การ์ด เฉินเหว่ย"
"แปะๆๆ... เอ้า 1 2 3 สู้โว้ย" ฟู่อวี้สั่งการเสร็จ ก็ให้ทุกคนรวมพลังส่งเสียงเชียร์
"สู้โว้ย" "ลุย"...
ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมตัว จูเจี้ยนเฟยก็พูดขึ้นมาในกลุ่มเพื่อน "เชี่ย ไอ้จ้านได้ลงเป็นตัวจริงด้วยว่ะ"
หวังเฉิงถลึงตาใส่ "นึกว่าพูดเล่นหรือไงวะ ไม่เห็นหรือไงว่าหมอนั่นใส่เสื้อเบอร์ 23 ถ้าฝีมือไม่ถึงใครจะกล้าใส่วะ"
เฉินซูก็ช่วยเสริม "พี่จู พี่นี่ตกข่าวแล้วนะ พี่จ้านน่ะเป็นตัวหลักของทีมบริษัทเราเลยนะ แล้วพี่ตัวสูงตั้งขนาดนี้ ทำไมไม่มาคัดตัวเข้าทีมล่ะคะ"
จูเจี้ยนเฟยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ เขาก็อยากจะเป็นนักกีฬาตัวท็อปเหมือนกันแหละ แต่น่าเสียดาย นอกจากเล่นเกมเก่งแล้ว กีฬาใช้ลูกแบบนี้เขาไม่ถนัดเอาซะเลย
…………