- หน้าแรก
- ราตรีนิรันดร์
- ฟรี บทที่ 165 เมืองเทพเจ้าปิดฉาก
ฟรี บทที่ 165 เมืองเทพเจ้าปิดฉาก
ฟรี บทที่ 165 เมืองเทพเจ้าปิดฉาก
บทที่ 165 เมืองเทพเจ้าปิดฉาก
ภายใต้ความมืดมิดของค่ำคืน บนถนนสายต่างๆ ของเมืองเทพเจ้า ลูกศิษย์ชั้นยอดมากมายจากสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังได้มาเยือน พวกเขากำลังแย่งชิงพลังศักดิ์สิทธิ์ในบ่อน้ำพุเพลิงสีฟ้ากันอย่างดุเดือด
เวลาผ่านไปไม่นาน พื้นหินสีน้ำเงินก็ถูกย้อมไปด้วยเลือด คราวนี้ไม่ได้มีแค่วิญญาณหยินเท่านั้น แต่ยังมีอัจฉริยะที่มีเลือดเนื้อและชีวิตจริงที่บาดเจ็บสาหัสหรือล้มตายลงไป
ก่อนหน้านี้ ขุมกำลังหลายกลุ่มยังเคยเดินทางมาด้วยกันจากทิศทางของเมืองฉีเสีย แต่ตอนนี้กลับต้องมาห้ำหั่นกันเองเพื่อแย่งชิงพลังศักดิ์สิทธิ์อันเข้มข้นของตะขาบยักษ์
ความเป็นจริงมันก็ชวนเลือดตกยางออกแบบนี้แหละ โหดร้ายและทารุณสุดๆ ต่อให้เป็นคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็ต้องมาระแวงกันเอง หรือถึงขั้นแตกหักกันไปเลย
พลังศักดิ์สิทธิ์เต็มบ่อถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว แต่มันก็ไม่พอแบ่งปันกันอยู่ดี เสียงตะโกนฆ่าฟันดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
ไม่ไกลนัก หัวของใครบางคนถูกฟันขาดกระเด็น กลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่แทบเท้าของฉินหมิง เขาแค่ก้าวหลบไปด้านข้าง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
นกนักล่าสีแดงเพลิงขนาดห้าเมตรตัวหนึ่งที่มีเปลวเพลิงลุกท่วมตัว พุ่งเข้าโจมตีคู่ต่อสู้ แต่กลับถูกลูกศรที่ทำจากไม้อสนีบาตยิงเจาะทะลุหัวจนระเบิด
ขนนกอาบเลือดปลิวว่อน ซากนกยักษ์ไร้หัวร่วงหล่นลงมาดังโครม เฉียดหูของฉินหมิงไปนิดเดียว กระแทกพื้นตรงหน้า สายลมที่อบอวลไปด้วยคาวเลือดพัดเอาเส้นผมของเขาปลิวไสว
ฉินหมิงสีหน้าเรียบสงบ เอื้อมมือไปปัดปอยผมสีดำที่ระหน้ากลับไป เดินเล่นอยู่ในสนามรบอย่างใจเย็นสุดๆ ไร้ซึ่งความร้อนรนใดๆ
“เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ รีบพุ่งเข้าไปสิ!” อวี๋จั๋วฮั่นบอก
“สิ่งใดเป็นของข้า ย่อมเป็นของข้า สิ่งใดไม่ใช่ ดิ้นรนไปก็เท่านั้น” ฉินหมิงตีหน้าซื่อ ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับเรื่องทางโลกเอาเสียเลย
อวี๋จั๋วฮั่นแทบอยากจะตบกบาลมันสักฉาด ตอนสู้กันไอ้หมอนี่มันลงมือหนักจะตายไป แต่ตอนนี้ดันมาทำตัวปลงตกรักษามารยาทซะงั้น
“นั่นมันพลังศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์เชียวนะโว้ย เข้าใจไหม? ใช้หล่อเลี้ยงของวิเศษได้ ยกระดับของวิเศษได้ แถมยังช่วยเบิกปัญญาเทวะให้คนได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักที่หายากสำหรับปรุงยาระดับสูงอีกต่างหาก ใช้ได้ทุกวงการ สรรพคุณมีประโยชน์สารพัด”
อวี๋จั๋วฮั่นนึกว่าเขาไม่รู้ เลยอธิบายสรรพคุณให้ฟัง
ทว่า ฉินหมิงก็ยังคงทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ เดินเล่นอยู่ใกล้ๆสนามรบ ขอแค่ไม่โดนลูกหลงก็พอแล้ว ทำตัวเหมือนกำลังชมดอกไม้บานและร่วงโรยที่หน้าลานบ้าน ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด
อวี๋จั๋วฮั่นหงุดหงิดที่เขาไม่เอาถ่าน ขี้เกียจจะสนใจแล้ว
แน่นอนว่าในจังหวะสำคัญ ฉินหมิงก็ลงมือช่วยเหมือนกัน ตอนที่มีลูกศรอาบพลังจิตพุ่งเข้าใส่กลางหลังของอวี๋จั๋วฮั่น ไม่ว่าไอ้เฒ่าอวี๋จะหลบพ้นหรือไม่ เขาก็ชิงลงมือสกัดไว้ก่อนแล้ว
“ขอบใจ!”
“ไม่ต้องเกรงใจ พวกเรามันพี่น้องกัน” ฉินหมิงบอก
ไอ้หนุ่มที่ลอบยิงธนูหรี่ตาลง ง้างธนูยิงใส่ฉินหมิงรัวๆ ลูกศรนับสิบดอกพุ่งแหวกอากาศมาอย่างหนาแน่น ปิดทางถอยของเขาทุกเส้นทาง
เห็นได้ชัดว่า มันหาเรื่องผิดคนแล้ว
ไม่นาน ผู้คนก็เห็น "พี่ชายเดินทอดน่อง" ของขึ้น พุ่งพรวดเข้าไปเหมือนหมีคลั่งสติแตก แถมตลอดทางยังมีประกายไฟและสายฟ้าแลบปลาบ แล้วก็เริ่มแจกหมัดรัวๆ
รอบตัวเขามีสายฟ้าเส้นเล็กๆ สานตัวกัน แสงอสนีสว่างวาบ ใครก็ตามที่คิดจะเล่นงานเขา ล้วนโดนซัดจนลงไปนอนชักกระตุก หน้าดำเป็นตอตะโกกันหมด
“เจ้าทำบ้าอะไรหะ ไปหาเรื่องไอ้คนที่ 'อู้งาน' ทำไม? หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ หมอนั่นมันเป็นผู้มีสายเลือดพลังพิเศษตั้งแต่เกิดชัดๆ!”
ทางฝั่งของแดนเซียนฟางไว่ มีคนกำลังด่าทอเด็กหนุ่มคนนั้นอยู่
ตอนแรกมันยังไม่ยอมรับ แต่ไม่นานหน้าก็ถอดสี เพราะ "พี่ชายเดินทอดน่อง" พอเลิกอู้งานแล้ว มันโคตรจะแข็งแกร่งเลย บุกมาถึงตรงหน้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยสายฟ้าใส่มันทันที
“อ๊ากกก…”
ไอ้หนุ่มล้มลงไปนอนกองกับพื้น ลุกไม่ขึ้น โดนลูกศิษย์ลัทธิลี้ลับคนหนึ่งเข้ามาซ้ำ หัวหลุดกลิ้งหลุนๆ ไปเลย
จนถึงตอนนี้ หลายคนก็ได้รู้แล้วว่า ทางฝั่งลัทธิลี้ลับมีผู้มีสายเลือดพลังพิเศษตั้งแต่เกิดอยู่คนหนึ่ง ควบคุมสายฟ้าได้ และรับมือยากสุดๆ
“อวี๋จั๋วฮั่น สหายของเจ้าร้ายกาจไม่เบาเลยนะ รุ่นราวคราวเดียวกับเจ้า แถมยังเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์เหมือนกันอีก” ศิษย์หลักฝั่งลัทธิลี้ลับเอ่ยชม
อวี๋จั๋วฮั่นเองก็เป็นผู้มีสายเลือดพลังพิเศษตั้งแต่เกิดที่หาตัวจับยากเหมือนกัน ยังไม่ทันจะบรรลุถึงระดับที่กำหนด ก็มีปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้นแล้ว มีเปลวไฟสีเงินรูปร่างคล้ายพระจันทร์ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
ภาพจำลองของ "ตัวตนที่ยิ่งใหญ่" ในเมืองฉีเสียนั้นดูสมจริงมาก บ่อน้ำพุเพลิงระดับสี่ที่นี่จึงค่อนข้างใหญ่ ผู้คนมากมายพากันพุ่งเข้าไปใกล้
ฉินหมิงมาเป็นเพื่อนอวี๋จั๋วฮั่นบุกทะลวงไปจนถึงริมบ่อ แล้วก็กลับมาว่างงานอีกครั้ง แกล้งทำเป็นเอาลูกศรเหล็กไปชุบพลังแบบขอไปที จนกระทั่งเห็นนกพูดได้กำลังตกที่นั่งลำบาก เกือบจะโดนฆ่าตายอยู่รอมร่อ เขาถึงยอมออกโรงช่วยอีกครั้ง
ทางฝั่งโน้น ช้างเผือกหกงากับหลี่ชิงซวีซัดกันนัว ทำให้บริเวณนั้นเกิดการต่อสู้ตะลุมบอนที่ดุเดือดเลือดพล่านสุดๆ
“ขอบใจมากนะลูกพี่ ท่านนี่มันคนดีจริงๆ ข้ามองคนไม่ผิดหรอก ท่านมีแววจะได้เป็นเทพเจ้าเลยนะเนี่ย” หลังจากหลุดออกจากสนามรบ ปากของนกพูดได้ก็ไม่หยุดเจื้อยแจ้ว พ่นคำหวานออกมายกใหญ่
ตู้มมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องน่าสะพรึงกลัว หลี่ชิงซวีกับช้างเผือกหกงาปะทะกันสั้นๆ พอแยกตัวออก เขาก็ปาหอกสั้นหกเล่มพุ่งมาทางนี้
เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ได้เดินแค่เส้นทางเซียนเท่านั้น หลังจากอาจารย์ของเขาสังหารจอมราชันย์แล้ว ก็ยังสอนทักษะการต่อสู้จริงในวิถีแห่งการผลัดกายให้กับลูกศิษย์อีกด้วย
หลี่ชิงซวีแข็งแกร่งมาก หอกสั้นแต่ละเล่มที่ปาออกไป จะต้องปลิดชีพยอดฝีมือรุ่นเยาว์เผ่าพันธุ์สัตว์ประหลาดได้หนึ่งตัว หลังจากทะลวงร่างไปแล้ว ถึงขั้นทำให้ตัวแตกตายคาที่
วิชาที่ทรงพลังเช่นนี้ ข่มขวัญผู้คนมากมายในที่นั้น
หอกสั้นหกเล่มพรากชีวิตอัจฉริยะไปห้าคน เลือดและเศษกระดูกสาดกระเซ็นไปทั่ว
มีเพียงฉินหมิงทางฝั่งนี้ที่หลบพ้น เขาใช้สายฟ้าเบี่ยงเบนวิถีของหอกสั้น
สีหน้าเขาเคร่งเครียด พบว่าคนคุ้นเคยคนนี้ระดับพลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นี่หรือคือรากฐานของเส้นทางเซียน? ขอบเขตใหญ่ขั้นที่สองไม่อาจชะลอฝีเท้าของพวกเขาได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังตระหนักได้ว่า หากไม่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหญ่ขั้นที่สอง ก็อย่าหวังว่าจะไปต่อกรกับหมอนี่ได้เลย
ช้างเผือกหกงาเอ่ยขึ้น “ดูเหมือนอาจารย์ของเจ้า ไม่ว่ายังไงก็จะส่งเจ้าไปให้ถึงจุดที่เป็นเมล็ดพันธุ์เซียนให้ได้สินะ นี่อุตส่าห์ไปหารังวิญญาณแห่งขุนเขาและสายน้ำมาให้ หรือไปเจอเลือดมังกรในมังกรดูดน้ำ เพื่อให้เจ้าได้ผลัดเปลี่ยนร่างอีกครั้งล่ะ?”
ในเวลาเดียวกัน มันก็สวนกลับ แสงมงคลรอบตัวมันพวยพุ่ง ส่วนงาช้างขาวผ่องดุจหยกทั้งสี่ก็เปล่งแสงสีขาวบาดตาสี่สาย คล้ายกับสายฟ้าฟาด กวาดเอาชีวิตศิษย์ของแดนเซียนฟางไว่ไปหลายคน บ้างก็โดนซัดจนร่างแหลกเหลว บ้างก็หัวขาดกระเด็น บ้างก็โดนทะลวงหัวใจ ไร้เทียมทานจริงๆ
หลังจากต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ละฝ่ายก็เริ่มจะระแวงกันเอง เพราะต่างฝ่ายต่างก็มียอดฝีมืออยู่ด้วยกันทั้งนั้น
ฉินหมิงแอบสังเกตการณ์อย่างละเอียด ที่นี่ "คึกคัก" ขนาดนี้ แต่คนของเส้นทางสายผลัดกายกลับโดนกันออกไปอยู่ชายขอบ นอกเหนือจากเขาแล้ว ก็ไม่มีใครโผล่มาที่เมืองเทพเจ้าเลย
เขาตีหน้าตาย แอบช่วยนกพูดได้บุกไปจนถึงริมบ่อ พบว่ามันกล้าหาญมาก ถึงกับใช้พลังศักดิ์สิทธิ์มาหล่อเลี้ยงกรงเล็บ จงอยปาก และขนนกของตัวเอง
“ระวังหน่อยล่ะ เดี๋ยวก็โดนพลังสะท้อนกลับหรอก!” ฉินหมิงเตือน
“วางใจเถอะพี่ชาย ขอแค่ไม่เอาไปหลอมรวมกับพลังศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก” นกพูดได้บอก
มันไม่ธรรมดาจริงๆ ตั้งแต่ตอนอยู่ที่ภูเขาขาวดำ มันก็เคยอวดอ้างว่า พลังศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว
เวลานี้ นกพูดได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ขนนกเปล่งประกายแสงหลากสีสัน จงอยปากและกรงเล็บก็ส่องประกายระยิบระยับ
"เจ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่วะ?!" ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นว่า หลี่ชิงซวีปาธงหกผืนออกไป ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ในบ่อไหลมารวมกันที่เขา
ยิ่งไปกว่านั้น ขวดคริสตัลในมือที่มีแสงเจ็ดสีไหลเวียน ก็เริ่มกลืนกินพลังศักดิ์สิทธิ์อันเข้มข้นที่ถูกสกัดออกมา
“พี่ถัง ท่านช่วยนำคนไปต้านให้ข้าสักครู่ เดี๋ยวข้าจะแบ่งพลังศักดิ์สิทธิ์ให้!” หลี่ชิงซวีเอ่ยปากขอให้ถังซวีหมีช่วย เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีฝีมือร้ายกาจ ไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย
“นั่นมันของวิเศษที่เฉาเชียนชิว อาจารย์ของเขาสร้างขึ้นมา หมอนี่ไม่ได้คิดจะแย่งพลังศักดิ์สิทธิ์ไปแค่ส่วนเดียว แต่มันกะจะยกเค้าไปทั้งบ่อเลยนี่หว่า จัดการมันก่อน!” ศิษย์หลักของลัทธิลี้ลับคนหนึ่งตะโกนขึ้น
พริบตานั้น เสียงโห่ร้องฆ่าฟันก็ดังกึกก้อง ต่างฝ่ายต่างถูกยั่วโมโห มีคนคิดจะ "เหมาหมด" ใครมันจะไปยอมวะ?
เดิมทีฉินหมิงอยากจะทำตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ แต่หลี่ชิงซวีดันเอาธงทั้งหกผืนออกมาใช้ ทำให้พลังแสงวิเศษพุ่งกระจายไปทั่วฟ้า บีบให้เขาต้องตกอยู่ในอันตรายไปด้วย
เมื่อของวิเศษและอาวุธนานาชนิดปลิวว่อน แสงสีต่างๆ สาดส่องไปทั่วฟ้า ฉินหมิงก็หมดความอดทน เข้าร่วมวงถล่มด้วย
มีอยู่แวบหนึ่ง เขาแทบอยากจะงัดจี้โลหะประหลาดออกมาเจาะขวดคริสตัลเจ็ดสีนั่นให้เป็นรูซะเลย
ทว่า พอนึกขึ้นได้ว่าเฉาเชียนชิวอยู่แถวๆนี้ เขาก็ต้องข่มใจเอาไว้
เพล้ง!
ไม่มีใครคาดคิดว่า ม้าอสนีม่วงจะกลายร่างเป็นมนุษย์ ใช้สุดยอดอาวุธ เรียกค้อนสีม่วงอันเล็กๆ ออกมาทุบขวดคริสตัลจนแตกกระจาย
“คุณหนู ไอ้แก่เฉาอยู่แถวนี้นะ!” นกฮูกขาวที่คอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ ตกใจจนเกือบจะร่วงลงไปในบ่อพลังศักดิ์สิทธิ์
ไกลออกไป ตะวันสี่ดวงลอยเด่นอยู่กลางฟ้า และกำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้เมืองฉีเสียอย่างรวดเร็ว พวกเขาประสบความสำเร็จในการล่าเทพเจ้า สังหารตะขาบยักษ์สีฟ้าที่เกือบจะก้าวข้ามเส้นแบ่งความเป็นเทพเจ้าได้สำเร็จ ได้ของดีมาเพียบ
“หืม?!” ตอนนี้เอง เฉาเชียนชิวสัมผัสได้ถึงบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที มีคนทำขวดบรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เขาสร้างมากับมือแตก
เขามองเข้าไปในเมือง ชูนิ้วชี้ขึ้น พลันมีลำแสงน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งออกไป หมายจะชี้ลงไปในเมือง!
ปัง!
ช้างมังกรหกงาสะบัดงวง ฟาดลำแสงบาดตาสายนั้นจนแตกกระจาย
“นั่นมันลูกหลานของพี่ชายข้า เจ้าคิดจะทำอะไร?” ช้างมังกรหกงาตวาดถาม
“ชิ!” เฉาเชียนชิวแค่นเสียงเย็นชา
จากนั้น เขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เอ่ยว่า “ทำไมถึงมีผู้ผลัดกายอยู่ด้วย แถมยังใช้วิชาปราณวายุอัสนีอีก?”
เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เคยมีคนใช้วิชาปราณวายุ ปราณราชันย์ และอื่นๆ ผสานกับอาณาเขตวิญญาณพิเศษ พลิกฟ้าพลิกดิน ขอยืมพลังไร้เทียมทานมาเจาะทะลวงมือขวาของเขาจนเลือดอาบ
เฉาเชียนชิวยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางตะวันเดือดสีแดงเพลิง ชี้มือลงไปเบื้องล่างอีกครั้ง
เสียงปังดังขึ้น เขาถูกขัดขวางอีกครั้ง แสงที่แผ่ออกจากปลายนิ้วแตกกระจาย
อาจารย์ปู่ของเมิ่งซิงไห่ ผู้มีปัญญาเทวะดุจตะวันเดือด เอ่ยปากขึ้น “นิสัยเสียๆ ของเจ้านี่ต้องแก้บ้างนะ เจ้ามีฐานะอะไร แล้วศิษย์รุ่นหลังเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่วิถีการฝึกตนมาได้นานแค่ไหน เจ้าไม่อายบ้างหรือไง? ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ นั่นคนของข้า!”
“ข้าเฉาเชียนชิว ทำงานตามใจตัวเองมาตลอด ไม่สนหรอกว่าจะเป็นรุ่นเด็กหรือตัวประหลาดที่อยากเป็นเทพเจ้า ขัดหูขัดตาเมื่อไหร่ ข้าก็ลงมือได้เสมอ!”
พวกลูกศิษย์รุ่นเยาว์ในเมืองเทพเจ้าไม่รู้เลยว่า ผู้อาวุโสอารมณ์แปรปรวนบนท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นอันตรายแค่ไหน แค่ชี้มือส่งๆ ก็สามารถทำให้บางคนร่างแหลกเป็นผุยผงได้แล้ว
ไม่นาน พวกตาแก่ก็ทยอยถอนตัวออกจากเมืองเทพเจ้า
เมิ่งซิงไห่และคนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้น เริ่มรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น เพราะของพวกนี้เกิดจากการแปรสภาพของพลังกาย พลังปราณ และพลังจิต ถือว่าเป็นของวิเศษ!
หลังจากนั้น หลีชิงอวิ๋นก็สมหวังเสียที เขาและบรรดาตาแก่เริ่มเข้าสนาม ไปรื้อเมือง ขุดรากถอนโคน กวาดล้างซากเมืองจนเรียบเตียน
.….
ปฏิบัติการล่าเทพเจ้าอันยิ่งใหญ่ ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ทุกฝ่ายค่อนข้างพอใจ เพราะต่างก็ “กินอิ่ม” กันถ้วนหน้า
เวลานี้ ในเมืองฉีเสียคึกคักเป็นอย่างมาก ทั้งพวกสัตว์ประหลาด ศิษย์ฟางไว่ และคนของลัทธิลี้ลับต่างก็ยังไม่จากไป พวกเขาสนใจพื้นที่แถบนี้มาก ตั้งแต่ภูเขาขาวดำแผ่ขยายมาจนถึงเมืองฉีเสีย มีความลับซ่อนอยู่ไม่น้อย ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตคล้ายเทพเจ้าทั้งสิ้น
“ท่านอาเมิ่ง!” ฉินหมิงพบเมิ่งซิงไห่ที่จวนเจ้าเมือง เตรียมจะพูดคุยกับเขาให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
“ดีมาก เจ้าก้าวหน้าเร็วดี ฝีมือก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้ว!” เมิ่งซิงไห่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หลังจากนั้น หลีชิงอวิ๋นก็มาด้วย
ฉินหมิงขอให้พวกเขาช่วยเป็นกุนซือ ว่าต่อไปเขาควรจะเอายังไงต่อ
“หลี่ชิงซวีมาขอพบขอรับ” มีคนมารายงาน บอกว่าอีกฝ่ายระบุชื่อชัดเจนว่าต้องการพบฉินหมิง
“มาคนเดียวรึ?” ฉินหมิงขมวดคิ้ว
“ยังมีคนอื่นด้วย น่าจะเป็นคนที่ท่านรู้จักทั้งนั้นขอรับ” คนสนิทของเมิ่งซิงไห่บอกฉินหมิง