- หน้าแรก
- มาร์เวล: เส้นทางพ่อค้าอาวุธเถื่อน
- บทที่ 235: การทดสอบบินของสตาร์ชิพหมายเลข 2 (ฟรี)
บทที่ 235: การทดสอบบินของสตาร์ชิพหมายเลข 2 (ฟรี)
บทที่ 235: การทดสอบบินของสตาร์ชิพหมายเลข 2 (ฟรี)
พื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐเท็กซัสกลายเป็นดินแดนรกร้างไปแล้ว จากผลกระทบของวิกฤตระดับโลกสองครั้งใหญ่
มีเพียงบริเวณโดยรอบ “ศูนย์ปล่อยจรวดอวกาศของอัมเบรลล่า” เท่านั้น ที่ยังคงมีสัญญาณของกิจกรรมมนุษย์
และวันนี้ ก่อนการทดสอบบินของ สตาร์ชิพหมายเลข 2 จะเริ่มขึ้นเพียง 15 นาที
ภายในห้องควบคุมของอาคารฐานอวกาศ
เหล่าวิศวกรหน้าตาเคร่งเครียดนั่งเรียงรายหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตาจ้องพารามิเตอร์เรียลไทม์ของยานอย่างไม่กระพริบ
ทันใดนั้น คาร์ล, วานด้า และสาว ๆ อีกสองคนก็วาร์ปมาปรากฏตัวอยู่ด้านนอกห้องควบคุม
อีลอน มัสก์ ซึ่งได้รับแจ้งล่วงหน้าในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์สตาร์ชิพ ก็มารอต้อนรับตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว
พอเห็นเจ้านายและสามสาวคู่ใจปรากฏตัวขึ้น เขาก็ก้มหัวเคารพทันที “สวัสดีตอนบ่ายครับ Boss และสุภาพสตรีแสนงามทั้งสาม ยินดีต้อนรับสู่ศูนย์ควบคุม”
“เหลือเวลาอีก 15 นาทีก่อนการปล่อยสตาร์ชิพหมายเลข 2 ขอเชิญทุกท่านเข้าห้องควบคุม เพื่อชมการทดสอบแบบเรียลไทม์ครับ”
คาร์ลพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามมัสก์เข้าห้องควบคุม พร้อมกับวานด้า สกาย และเกวน
ในห้องควบคุม ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับงานของตนเอง คาร์ลปรายตามองภาพโฮโลแกรมของ สตาร์ชิพหมายเลข 2 ที่ฉายอยู่บนจอ
“มั่นใจแค่ไหนกับการทดสอบรอบนี้?”
มัสก์ในฐานะหัวหน้าโครงการ ไม่ได้รีบรับประกันอะไรในทันที
“ต้องขอโทษด้วยครับ Boss... ผมยังไม่กล้ารับประกันเต็มร้อย แม้ว่าเราจะตรวจสอบยานลำนี้หลายรอบแล้วก็ตาม”
“แต่สำหรับยานอวกาศที่ซับซ้อนระดับนี้ ไม่มีใครรับประกันได้หรอกครับ จนกว่ายานจะทะลุออกสู่อวกาศจริง และผ่านบททดสอบสภาพสุญญากาศได้สำเร็จ”
ในภาพโฮโลแกรม ยานอวกาศทรงจานบินสีขาวเงินล้ำยุค ลายเส้นสีเขียวไหลเวียนอยู่ทั่วลำ กำลังจอดอยู่บนรันเวย์ฐานปล่อย
วานด้าถามขึ้นด้วยความสงสัย “เส้นสีเขียวที่เห็นทั่วลำยานนั่นคืออะไรเหรอ?”
มัสก์รีบอธิบายอย่างมืออาชีพทันที:
“ตาคมมากครับคุณผู้หญิง จริง ๆ แล้ว นั่นคืออุปกรณ์เปิดใช้งาน โล่พลังงาน ของยานสตาร์ชิพครับ”
“ของเหลวที่ไหลเวียนอยู่ภายในลายสีเขียวบนตัวลำยานนั้น คือสารหายากที่เรียกว่า โมเลกุล Y-12”
“มันมีคุณสมบัติพิเศษสองอย่าง: หนึ่งคือ ตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิห้อง และอีกอย่างคือ สถานะกระตุ้นสนามพลังงาน”
“เจ้าโมเลกุล Y-12 นี้ต้องสร้างขึ้นในห้องทดลองเท่านั้น เมื่อฉีดพลังงานสูงเข้าไป มันจะกระตุ้นให้เกิดสนามพลังเฉพาะในระดับควอนตัม”
“ข้อดีคือ ถ้ายานโดนโจมตีด้วยเลเซอร์หรือพลังงานจากศัตรู ตัว Y-12 จะเปิดใช้งาน โล่พลังงานป้องกัน อัตโนมัติ”
“พูดง่าย ๆ ก็คือ สตาร์ชิพสามารถ ทนทานต่อการโจมตีจากเลเซอร์และพลังงาน ได้ระดับหนึ่งครับ!”
มัสก์ใช้ศัพท์เทคนิคเยอะมาก แต่สิ่งที่วานด้าเข้าใจก็มีแค่ประโยคสุดท้ายเท่านั้น เธออุทานออกมาอย่างตื่นเต้น:
“งั้นยานลำนี้ก็คือ อมตะ น่ะสิ? โจมตีด้วยพลังงานก็ไม่สะเทือน?”
มัสก์ส่ายหน้า สีหน้าจริงจัง
“ต้องพูดให้ชัดกว่านั้นครับ ถ้าการโจมตีแรงเกิน เพดานความปลอดภัย ของระบบป้องกัน ยานก็ยังพังได้ครับ”
“สงครามระหว่างหอกกับโล่ ดำเนินมาหลายพันปีในประวัติศาสตร์มนุษย์ และมันก็ยังเกิดขึ้นต่อแม้ในจักรวาล”
“สุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่า พลังโจมตีของศัตรูรุนแรงกว่า หรือเทคโนโลยีโล่ของเราแน่นกว่ากันครับ”
คาร์ลไม่ได้พูดอะไร เขาแค่นิ่งฟังอย่างสงบ
เทคโนโลยีโล่พลังงานนี้ เป็นสิ่งที่อัมเบรลล่านำมาจากอารยธรรมต่างดาวหลายแห่ง ทั้งจากวาคานด้าและแอตแลนติส
หลังรวมข้อดี แล้วปรับปรุงจุดอ่อน นักวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 คนก็ใช้เวลาครึ่งปี ในการสร้าง “เทคโนโลยี Y-12” ขึ้นมา
สำหรับโลก นี่คือเทคโนโลยีระดับสูงสุด…แต่สำหรับคาร์ลแล้ว ยังอ่อนเกินไป
เพราะเขา…สามารถ แยกสลายดาวนิวตรอน ให้กลายเป็นฝุ่นอะตอมได้ด้วยพลังควบคุมอนุภาค
สิ่งที่เขาสนใจกับ Y-12 ไม่ใช่เรื่อง “ความแกร่ง” ของโล่เลย แต่คือความสามารถ “ป้องกันอัตโนมัติ” จากการโจมตีพลังงาน
ถ้าต้องการป้องกันจริง ๆ วัสดุอย่าง สารตกผลึกจากดาวนิวตรอน หรือ โลหะแรงโน้มถ่วงสูงจากสสารมืด ยังจะพอไหว
ขณะนั้น มัสก์ก็พูดเสียงดังขึ้น:
“ทุกคน โปรดทราบ เหลือเวลาอีก 30 วินาที ยานสตาร์ชิพหมายเลข 2 จะเริ่มทดสอบ!”
คาร์ล, วานด้า, สกาย และเกวนหันไปจ้องจอโฮโลแกรม
ยานทรงจานบินกำลังตั้งอยู่บนแท่นปล่อย บรรยากาศตึงเครียดสุด ๆ
【ประกาศทั่วศูนย์: เหลืออีก 10 วินาที สตาร์ชิพหมายเลข 2 จะเริ่มบิน】
【10】
【เตาปฏิกรณ์ฟิวชันกำลังเริ่มทำงานที่ 10%】
【เครื่องยนต์เสริมกำลังเริ่มต้นทำงาน】
【ระบบขับเคลื่อนแรงโน้มถ่วงเริ่มทำงานเรียบร้อย】
ท่อไอพ่นด้านท้ายปล่อยอากาศร้อนสีน้ำเงินอุณหภูมิสูงออกมาสองสาย
【3】
【ยานเริ่มทะยานขึ้น】
ยานสตาร์ชิพหมายเลข 2 มีความยาว 7000 เมตร ลักษณะเป็นจานบินแบนขนาดมหึมา
หนักระดับหลายพันตัน!
หากไม่มีเครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงเข้าช่วยล่ะก็ แค่พลังไอพ่นอย่างเดียวไม่พอแน่
แต่เพราะเทคโนโลยีแรงโน้มถ่วงยังพัฒนาไม่เต็มที่ เลยต้องใช้เทอร์โบเจ็ตควบคู่กันไปก่อน
ตอนนี้ ยานเริ่มลอยขึ้นแนวตั้ง พอได้ระดับหนึ่งก็บินพุ่งออกไปข้างหน้า พร้อมเร่งความเร็วต่อเนื่อง
【ระบบเตาปฏิกรณ์ฟิวชันทำงานปกติ】
【ท่าทางการบินปกติ】
【เข้าสู่โหมดบินอัตโนมัติ】
ยานเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง จนภาพหายวับจากจอโฮโลแกรมภายใน 3 วินาที
คาร์ลหันไปทางมัสก์
“ฉันจะตามไปดูใกล้ ๆ ถ้ามีปัญหา ฉันจะกู้ซากกลับมาเอง อย่าเผลอยิงฉันล่ะ”
มัสก์พยักหน้าเงียบ ๆ “เข้าใจครับ” แล้วเตือนด้วยความเป็นห่วง
“แต่ Boss ถ้าเตาปฏิกรณ์ฟิวชันของยานมีปัญหา อาจระเบิดระดับนิวเคลียร์ได้เลยนะครับ”
คาร์ลยักไหล่ “แค่ทำหน้าที่ของนายให้ดี ฉันจัดการตัวเองได้” ว่าแล้วก็วาร์ปหายไปทันที
วานด้ายืนมองอยู่ ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงเลยสักนิด กลับกระซิบคุยกับสองสาวแทน
“ดูจากแบบนี้ ท่าทางทดสอบจะผ่านนะ พี่สกาย เตรียมตัวท่องอวกาศหรือยัง?”
“ท่องเหรอ? เธอกับเกวนนั่นแหละจะได้ไปเที่ยว ส่วนฉันคงไปใช้แรงงานมากกว่า ถ้าไม่เบื่อจนทนไม่ไหว ฉันก็ไม่คิดไปขุดแร่หรอกย่ะ”
“โอ๊ยย~ เธอก็อ้อนหน่อยสิ แกล้งทำตัวน่ารัก พอได้โอกาสก็จับจุดอ่อนเขาให้ได้ มีเหรอจะปล่อยให้เธอไปขุดจริง?”
“ไม่แน่หรอก ช่วงนี้หมอนั่นไม่ค่อยเล่นด้วยเลย”
ขณะเดียวกัน คาร์ลกำลังไล่ตามสตาร์ชิพหมายเลข 2 ทะยานออกสู่อวกาศ ด้วยความเร็ว มัค 20
【ยานทะลุชั้นบรรยากาศ เข้าสู่วงโคจรอวกาศแล้ว กำลังเริ่มการตรวจสอบระบบ】
【รายการตรวจสอบ 1: รีสตาร์ทเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน】
【รายการ 2: ระบบสื่อสารควอนตัม】
【รายการ…】
บนฉากหลังของโลกสีฟ้าอ่อนล้อมรอบด้วยความมืดของห้วงอวกาศ
คาร์ลมองยานทรงจานบินสุดล้ำตรงหน้า แล้วก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้
อัมเบรลล่าที่พัฒนาไกลถึงระดับนี้ได้
ทั้งหมด...ก็เพราะการปกป้องของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“หึหึ…ฉันนี่มันโคตรสุดยอด!”
พอแอบชื่นชมตัวเองในใจเสร็จ คาร์ลก็ไม่ลืมภารกิจสำคัญอีกอย่าง
ระหว่างรอการตรวจสอบระบบของสตาร์ชิพ 2 เขาก็บินออกไปอีกทิศ
ตามเส้นทางจำลองที่เรดควีนคำนวณไว้ เพื่อตามหาสตาร์ชิพหมายเลข 1 ที่หายสาบสูญ
แต่เขายังไม่ลืมจับตาสถานะของยานเบอร์ 2 ด้วยเช่นกัน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
คาร์ลก็พบกับยาน สตาร์ชิพหมายเลข 1 ที่เสียการติดต่อไปก่อนหน้านี้
มันกำลังลอยอยู่รอบโลก โดยอาศัยแรงเฉื่อยตามวงโคจรมานานครึ่งเดือน
ตัวลำยานใหญ่กว่าหมายเลข 2 ยาวกว่า 150 เมตร สูงกว่า 90 เมตร ทรงแบนเหมือนจานบิน
ตอนนี้มันกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 9.6 กิโลเมตรต่อวินาที
คาร์ลใช้พลังจิตห่อหุ้มทั้งลำยานอย่างระมัดระวัง แล้วค่อย ๆ ลดความเร็วลง
เขาใช้เวลากว่า 10 นาทีเพื่อให้มันช้าลง โดยไม่ทำให้ยานพังจากแรงสะเทือน
พอลดความเร็วเป็นศูนย์ได้ เขาก็วาร์ปกลับมายังฐานปล่อยยาน พร้อมยกยานเบอร์ 1 กลับมาได้สำเร็จ
ภาพของเขาลอยอยู่กลางอากาศ เหนือ สตาร์ชิพหมายเลข 1 ขนาดยักษ์
ทีมวิศวกรที่รออยู่กับช่างเทคนิคกว่าสิบคน ก็รีบวิ่งเข้ามาซ่อมแซมทันที
เมื่อเทียบกับยานขนาดยักษ์ ร่างมนุษย์ก็เป็นแค่จุดเล็ก ๆ เท่านั้น
แต่สิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยพวกนี้นี่แหละ...ที่สร้างสุดยอดแห่งวิศวกรรมชิ้นนี้ขึ้นมา!
จะว่าไป...สตาร์ชิพหมายเลข 1 ก็คือผลงานสูงสุดของเทคโนโลยีมนุษย์เลยก็ว่าได้
คาร์ลยืนมองอย่างภูมิใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวาร์ปกลับไปอวกาศ รอร่วมกับศูนย์ควบคุมให้ยานเบอร์ 2 ตรวจสอบระบบเสร็จ
ระหว่างนั้น ยานก็มีปัญหาจุกจิกบ้าง เช่น วงจรซับซ้อนบางจุดลัดวงจร หรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ หลุด
คาร์ลก็ใช้พลังช่วยซ่อมเท่าที่ทำได้
แต่บางจุดที่ออกแบบพลาดตั้งแต่ต้น มันแก้ไขยากเกินไป เขาก็ปล่อยไว้
ยังไงสตาร์ชิพหมายเลข 2 ก็เป็นแค่ยานต้นแบบ ขอแค่ระบบหลักไม่พัง ก็ถือว่าโอเค
สองชั่วโมงผ่านไป
ระบบตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์
【ตรวจสอบระบบเสร็จสิ้น ยานสตาร์ชิพหมายเลข 2 พบข้อผิดพลาดที่สามารถแก้ไขได้ 31 จุด】
【แก้ไขแล้ว 27 จุด ข้ามขั้นตอนซ่อมเพิ่มเติม ดำเนินแผนการตามกำหนด เชื่อมต่อกับแคปซูลอวกาศ】
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….