เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1410 วิกฤตกาแล็กซีลั่วหยาง 11 (ฟรี)

บทที่ 1410 วิกฤตกาแล็กซีลั่วหยาง 11 (ฟรี)

บทที่ 1410 วิกฤตกาแล็กซีลั่วหยาง 11 (ฟรี)


หลังจากสู้รบปกป้องจักรวรรดิหลงเซี่ยวมาสามร้อยชั่วโมง

แม้ทุกอย่างจะดูเหมือนอยู่ในสภาวะสมดุล แต่กองทัพของจักรวรรดิหลงเซี่ยวกลับตื่นตัวยิ่งกว่าช่วงเวลาไหนๆ

เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า อารยธรรมผู้กลืนกินจะต้องเดินหมากต่อไปในไม่ช้า

และก็เป็นไปตามคาด อารยธรรมผู้กลืนกินเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว!

"ข่าวด่วน! ในกาแล็กซีลั่วหยาง 11 มียานรบของอารยธรรมผู้กลืนกินทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยมียานรบเพิ่มเข้ามาเฉลี่ย 300,000 ลำต่อชั่วโมง!

นอกจากนี้ การโจมตีของกองทัพกลืนกินยังรุนแรงขึ้นมาก

ตอนนี้แรงกดดันในสมรภูมิลั่วหยาง 11 กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวป้องกันทุกจุดกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต

หากไม่มีมาตรการใดๆ มาควบคุม กาแล็กซีลั่วหยาง 11 จะถูกยึดไปกว่าสองในสาม และภายในยี่สิบชั่วโมง กาแล็กซีลั่วหยาง 11 จะล่มสลายโดยสมบูรณ์!" ลิลิธรายงานข้อมูลฉุกเฉินให้จ้าวเฉินฟังด้วยความตึงเครียด

จ้าวเฉินจ้องมองแผนที่จักรวาลอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าอย่างตั้งใจ พร้อมชี้ไปที่ตำแหน่งของกาแล็กซีลั่วหยาง 11 "ดูเหมือนอารยธรรมผู้กลืนกินวางแผนจะเริ่มต้นที่นี่สินะ”

"เราจะเอายังไงกันดีคะ?" ลิลิธธถามจ้าวเฉิน

พรึ่บ

ในขณะนั้นเอง ภาพโฮโลแกรมของชาร์ล็อตต์ก็ปรากฏขึ้นข้างๆ

"ชาร์ล็อตต์ เธอได้รับข่าวแล้วใช่ไหม? เตรียมจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไง" จ้าวเฉินหันไปถามชาร์ล็อตต์

ชาร์ล็อตต์เข้าประเด็นทันที "เราจะทิ้งกาแล็กซีลั่วหยาง 11 ไม่ได้เด็ดขาด เป้าหมายของเราคือการควบคุมขอบเขตของสมรภูมิเอาไว้ ห้ามปล่อยให้ศัตรูขยายตัวจนลุกลามเหมือนไฟลามทุ่ง

อันดับแรก ส่งกลุ่มกองทัพที่เก้าไปสนับสนุนสมรภูมิในกาแล็กซีลั่วหยาง 11 ทันที และส่งกองทัพพายุหิมะเข้าไปสมทบด้วย

อนุญาตให้จอมพลตาแดงนำยานธงระดับ T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่เข้าสู่สนามรบได้หากจำเป็น

ในขณะเดียวกัน ยานบัญชาการระดับ T6 ดีไวท์ดราก้อนเอ็มเพอเรอร์ของท่านก็ต้องเตรียมพร้อมออกเดินทางไปยังกาแล็กซีลั่วหยาง 11 เพื่อสนับสนุนการรบ และยานธงลำอื่น ๆ ก็ต้องเตรียมเข้าสู่สนามรบเช่นกัน!"

ชาร์ล็อตต์อธิบายแผนของเธอจบในคราวเดียว

จ้าวเฉินพยักหน้า และมองไปที่ลิลิธ "ทำตามที่ชาร์ล็อตต์บอกเถอะ"

"รับทราบ" ลิลิธรับคำ

จ้าวเฉินหันกลับมาถามชาร์ล็อตต์ต่อ "แล้วถ้าศัตรูแค่แกล้งบุกหลอก แต่เป้าหมายจริงคือสมรภูมิอื่นล่ะ?"

ชาร์ล็อตต์ยักไหล่อย่างจนใจ แล้วกล่าวว่า "สำหรับสถานการณ์ของเราในตอนนี้ ต่อให้ศัตรูจะแค่บุกหลอก มันก็สร้างแรงกดดันให้เราได้ไม่ต่างจากของจริง เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับมือเต็มกำลัง

หากพวกมันมีแผนการอื่นจริง เราก็ทำได้แค่รอให้พวกมันเดินหมากก่อน แล้วค่อยหาทางจัดการทีหลัง"

จ้าวเฉินพยักหน้า

นี่คือสถานการณ์ของจักรวรรดิหลงเซี่ยวในปัจจุบัน ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

"กษัตริย์เอลฟ์เพลิงยังไม่สามารถขอให้จักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ส่งกำลังเสริมมาได้อีกเหรอ?" ชาร์ล็อตต์ถามขึ้น

จ้าวเฉินส่ายหน้า "อืม ผู้บริหารระดับสูงของจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ตราบใดที่ยังไม่เห็นโอกาสที่ชัดเจน พวกเขาก็คงไม่ยอมส่งกำลังเสริมมาให้เราอีก

โชคดีที่ตามข่าวล่าสุด ประตูมิติข้ามจักรวาลที่เชื่อมระหว่างจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์กับจักรวรรดิหลงเซี่ยวจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกสองวันข้างหน้า

เนื่องจากสถานการณ์พิเศษในปัจจุบัน ขั้นตอนการทดสอบต่างๆ จึงถูกตัดลดให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทันทีที่สร้างเสร็จ มันจะเปิดใช้งานได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง

เมื่อถึงเวลานั้น ทรัพยากรสนับสนุนจากจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถส่งตรงมายังจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเราได้

กษัตริย์เอลฟ์เพลิงยืนยันว่า อย่างน้อยเรื่องนี้เธอยังสามารถรับประกันให้ได้

นอกจากนี้เรายังตกลงกันแล้วว่า ทรัพยากรการรบที่เราเคยสนับสนุนกองทัพเอลฟ์ไปก่อนหน้านี้ ทางจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์จะชดเชยคืนให้เราในรูปแบบของวัสดุต้นน้ำ ซึ่งจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนวัสดุของเราได้”

ชาร์ล็อตต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ในสถานการณ์แบบนี้แล้ว จักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เต็มใจจะลงมือ พวกเขากำลังทิ้งโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า!”

จ้าวเฉินหรี่ตาลง แล้วพูดว่า “ทุกคนย่อมมองเรื่องต่างๆ จากมุมมองของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

แต่หากวิสัยทัศน์คับแคบเกินไป สุดท้ายหายนะก็จะมาเยือนตัวเองเข้าสักวัน”

จ้าวเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามชาร์ล็อตต์ว่า “แผนการที่เธอเคยพูดถึงก่อนหน้านี้เป็นยังไงบ้าง?

ถ้าเราสามารถใช้แผนนั้นมอบ ‘ของขวัญชิ้นใหญ่’ ให้สภาสูงของพวกเอลฟ์ดูได้ บางทีมันอาจจะทำให้พวกเขาเข้าใจเสียทีว่า ตอนนี้คือเวลาที่ต้องทุ่มสุดตัว เพื่อกวาดล้างอารยธรรมผู้กลืนกิน”

“ขณะนี้แผนการยังอยู่ในระหว่างการจำลองอย่างต่อเนื่อง

จนถึงตอนนี้ ผลที่ออกมามีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จประมาณ 40% แต่พวกเราอาจต้องแบกรับความสูญเสียไม่น้อย และความเสี่ยงก็สูงมาก” ชาร์ล็อตต์ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ตอนนี้พวกเราไม่มีทางเลือกมากนัก เตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้เถอะ” จ้าวเฉินเอ่ยเสียงเข้ม

หลังจากนั้นภาพโฮโลแกรมของชาร์ล็อตต์ก็หายไป

ไม่นานนัก กษัตริย์เอลฟ์เพลิงก็ติดต่อหาจ้าวเฉิน

ภาพโฮโลแกรมของกษัตริย์เอลฟ์เพลิงปรากฏขึ้น

ตอนนี้กษัตริย์เอลฟ์เพลิงมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันทราบสถานการณ์ในกาแล็กซีลั่วหยาง 11 แล้ว

พวกอารยธรรมผู้กลืนกินกำลังจะใช้ไพ่ตาย อีกไม่นานพวกมันต้องเปิดใช้งานแท่นบูชาวิญญาณแน่

หากพวกมันนำแท่นบูชาวิญญาณไปใช้ในกาแล็กซี 11 สถานการณ์จะทวีความรุนแรงจนเกินควบคุม” กษัตริย์เอลฟ์เพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ฉันรู้แล้ว" จ้าวเฉินพยักหน้า

กษัตริย์เอลฟ์เพลิงมองจ้าวเฉินอย่างรู้สึกผิด แล้วกล่าวว่า “ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถเกลี้ยกล่อมพวกหัวดื้อเหล่านั้นได้”

จ้าวเฉินมองไปที่กษัตริย์เอลฟ์เพลิงพร้อมรอยยิ้มบางๆ  “ฉันรู้ว่าเธอพยายามอย่างเต็มที่แล้ว

จากเส้นตายที่กองทัพเอลฟ์ห้ามสูญเสียยานรบเกินวันละ 50,000 ลำ อันที่จริงมันข้ามเส้นนั้นไปตั้งนานแล้ว

เท่าที่ฉันรู้ กองทัพเอลฟ์เคยสูญเสียสูงสุดเกือบ 80,000 ลำในวันเดียว

ฉันคิดว่าเธอเองก็คงแบกรับความกดดันมหาศาลจากสภาสูงเหมือนกัน”

กษัตริย์เอลฟ์เพลิงแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง พลางกล่าวว่า “การจะกล่อมพวกคนแก่หัวโบราณเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โชคดีที่จนถึงตอนนี้ผลการรบของเรายังค่อนข้างดี ฉันเลยใช้อัตราส่วนความสูญเสียในสนามรบมาอ้างจนพวกเขายอมให้รบต่อไปได้ แต่เงื่อนไขที่ว่า หากเสียยานรบเกิน 50% ต้องถอนทัพทันทียังไม่เปลี่ยนแปลง

ฉัน... จ้าวเฉิน ฉันรู้ว่าพูดแบบนี้ในฐานะพันธมิตรอาจจะไม่ค่อยเหมาะนัก

แต่ในฐานะสหายร่วมรบที่จริงใจต่อกัน ฉันอยากให้นายเตรียมใจไว้แต่เนิ่นๆ

หากสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง กองทัพเอลฟ์คงต้องถอนตัวออกไปทันที

จากนั้น… ถ้าจำเป็น ฉันสามารถช่วยนายได้ จักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์สามารถรับผู้ลี้ภัย…”

จ้าวเฉินพูดขัดจังหวะกษัตริย์เอลฟ์เพลิงด้วยรอยยิ้ม “ฉันรู้ครับว่าเธออยากจะสื่ออะไร จักรวาลนี้อาจจะไม่ใหญ่โต ไม่ได้สวยงาม และไม่ได้อุดมสมบูรณ์มากนัก

แต่ที่นี่คือ ‘บ้าน’ ของฉัน

ในขณะเดียวกัน ที่นี่ก็เป็นจักรวรรดิที่ฉันสร้างขึ้น มีผู้คนมากมายที่เชื่อมั่นและติดตามฉันไปทุกที่ ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งบ้านของตัวเองเด็ดขาด”

กษัตริย์เอลฟ์เพลิงถอนหายใจยาว แววตาของเธอหม่นหมองลง

ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มมองสถานการณ์ในแง่ร้ายเสียแล้ว

แม้ในใจของเธอจะประเมินค่าสงครามครั้งนี้ไว้สูงมาก และตัวเธอเองก็ได้เรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ๆ จากจักรวรรดิหลงเซี่ยวไปไม่น้อย

แต่น่าเสียดายที่สงครามมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

มันไม่ใช่แค่การที่ทั้งสองฝ่ายเอายานรบมายิงกันให้จบไป แต่มันมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อชัยชนะ

เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านั้น กษัตริย์เอลฟ์เพลิงก็เผลอกำหมัดแน่น

จ้าวเฉินสังเกตเห็นท่าทางของกษัตริย์เอลฟ์เพลิง เขาจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ไม่จำเป็นต้องแบกความรู้สึกผิดเอาไว้หรอก

อีกอย่าง... ตอนนี้เรายังไม่แพ้สักหน่อย

ใครบอกกันว่าเราต้องเป็นผู้แพ้ในสงครามครั้งนี้ อย่าละทิ้งความเป็นไปได้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย”

กษัตริย์เอลฟ์เพลิงมองจ้าวเฉินที่ยังคงยิ้มได้ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยความรู้สึกซับซ้อน

เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้เชื่อมั่นแบบนั้นจริงๆ หรือแค่พูดเพื่อปลอบใจตัวเองกันแน่

การสนทนาสั้นๆ จบลง

เนื่องจากกองทัพเอลฟ์ทั้งห้ากลุ่มที่เธอนำมาถูกส่งลงสนามรบไปหมดแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงการเร่งประสานงานที่ปลายทางของประตูมิติข้ามจักรวาลที่กำลังจะสร้างเสร็จ เพื่อเตรียมทรัพยากรให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกเหนือจากนี้... เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

------------------

กาแล็กซีลั่วหยาง 11

“พวกเรากลุ่มกองทัพหลงเซี่ยวที่เก้าได้รับคำสั่งให้เข้าสนับสนุนสมรภูมิลั่วหยาง 11” มิเดลเอ่ยขึ้น ขณะมองไปยังหน้าจอสื่อสาร

ในหน้าจอสื่อสารปรากฏภาพของพลเอกชิงหมาน ผู้บัญชาการกลุ่มกองทัพหลงเซี่ยวที่แปด และผู้บัญชาการของกลุ่มกองทัพเอลฟ์ที่สามสิบ

ตอนนี้สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า

พวกเขาได้ปักหลักสู้ในสมรภูมิลั่วหยาง 11 โดยต้องแบกรับแรงกดดันที่มากยิ่งกว่าสมรภูมิแห่งอื่นหลายเท่า

ยิ่งตอนนี้ศัตรูส่งกำลังเสริมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง และเพิ่มความรุนแรงในการบุกโจมตี ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังแบกภูเขาขนาดยักษ์ไว้บนบ่า

"เยี่ยมเลย ฉันดีใจที่พวกเธอมาช่วย แรงกดดันทางนี้จะได้ลดลงไปบ้าง” ชิงหมานกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

มิเดลสังเกตเห็นว่า หางงูของชิงหมานที่มักจะกระดิกไปมาอย่างร่าเริงตามปกติ ในตอนนี้กลับนอนนิ่งอยู่บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

แม้แต่เกล็ดบนตัวก็ดูหมองหม่นลงไปมาก

ชัดเจนว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ชิงหมานต้องเผชิญกับแรงกดดันที่หนักหนาสาหัสเกินขีดจำกัดจริงๆ

"นี่เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว

นอกจากนี้ องค์จักรพรรดิยังได้ส่งกองทัพพายุหิมะมาสมทบที่กาแล็กซีลั่วหยาง 11 ด้วย

ขณะนี้กองทัพพายุหิมะกำลังเดินทางผ่านประตูดาว คาดว่าจะถึงที่นี่ภายในครึ่งชั่วโมง และเข้าสู่การรบได้ภายในหนึ่งชั่วโมง

ที่สำคัญ องค์จักรพรรดิอนุญาตให้จอมพลตาแดงนำยานธง T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่เข้าสู่สนามรบแล้ว!” มิเดลแจ้งข่าวดี

“อนุญาตให้ใช้ยานธง T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทได้งั้นเหรอ! เยี่ยมไปเลย!”

เมื่อได้ยินว่ายานธงระดับ T6 กำลังจะมา แววตาที่อ่อนล้าของชิงหมานก็กลับมาเป็นประกายอีกครั้ง

ทางด้านผู้บัญชาการเอลฟ์จากกลุ่มกองทัพเอลฟ์ที่สามสิบถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “เกี่ยวกับยานระดับ T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่ของพวกคุณ ทางเราพอจะมีข้อมูลอยู่บ้างว่าเป็นยานรบที่แข็งแกร่งมาก

แต่สำหรับสมรภูมิที่มียานรบหลักล้านลำแบบนี้ ยานรบเพียงลำเดียวจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้จริงๆ เหรอ?”

ต้องเข้าใจก่อนว่า ข้อมูลการรบของยานธงระดับสูงของจักรวรรดิหลงเซี่ยวนั้นเป็นความลับขั้นยอด

แม้ยานธงรุ่นแรกๆ จะมีข้อมูลบางส่วนหลุดลอดออกไปบ้าง แต่สำหรับยานธงรุ่นใหม่ๆ อย่างโวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่ ซึ่งเพิ่งเข้าประจำการได้ไม่นาน ข้อมูลภายนอกแทบจะเป็นศูนย์

ชิงหมานกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจว่า “ลำพังยานธงระดับ T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่เพียงลำเดียวอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนกระแสสงครามทั้งหมดได้

แต่การมีอยู่ของมันก็เปรียบเสมือนเสาหลักคอยยึดเหนี่ยวจิตใจ

เดี๋ยวพอคุณได้เห็นความสามารถของมันด้วยตาตัวเอง คุณจะเข้าใจเองว่ามันน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน!”

ผู้บัญชาการเอลฟ์เต็มไปด้วยความอยากรู้

ลึกๆ ในใจ เขาก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่ายานรบในตำนานลำนี้มีดีอย่างไร

หลังจากนั้น กลุ่มกองทัพหลงเซี่ยวที่เก้าภายใต้การนำของมิเดลก็เข้าสู่สมรภูมิอย่างเต็มตัว

เนื่องจากการโจมตีของกองทัพศัตรูรุนแรงมากขึ้น

ในสมรภูมินี้ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหลงเซี่ยวหรือกองทัพเอลฟ์ ต่างก็ถูกส่งไปประจำการในแนวหน้า

ในตอนนี้พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะสลับกันพักผ่อนเลยด้วยซ้ำ ทุกคนต่างเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่อาจจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

และข้อสันนิษฐานของพวกเขาก็ถูกต้อง

การโจมตีของอารยธรรมผู้กลืนกินเริ่มดุเดือดและบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะมีกลุ่มกองทัพหลงเซี่ยวที่เก้าเข้ามาเสริม แต่แนวป้องกันก็ยังคงถูกบีบให้ถอยร่นไปทีละน้อย

ต่อให้ตาแดงจะนำกองทัพพายุหิมะเข้าสู่สนามรบแล้ว ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งสถานการณ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์

“ศัตรูกำลังโจมตีแนวป้องกัน 081 ในทิศทาง M711อย่างหนัก มีโอกาสสูงมากที่แนวป้องกันนี้จะถูกตีแตก!” เสียงของชิงหมานดังขึ้นในช่องบัญชาการ

ผู้บัญชาการกองทัพเอลฟ์กล่าวด้วยความกังวลว่า “ยานรบในกองทัพของผมถูกส่งลงสนามไปหมดแล้ว ในช่วงสั้นๆ นี้ผมไม่สามารถส่งกำลังไปช่วยได้เลย!”

มิเดลขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “กองทัพของฉันก็กำลังรบติดพันอยู่ หากจะถอนกำลังบางส่วนออกไปสนับสนุนจุดนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบห้านาที

“สิบห้านาทีไม่ทันแน่ ถึงตอนนั้นแนวป้องกันคงถูกตีแตกไปแล้ว

ในสถานการณ์แบบนี้ หากศัตรูสามารถทะลวงแนวป้องกันเข้ามาได้แม้แต่จุดเดียว มันจะส่งผลกระทบไปทั่วทั้งแนวป้องกัน!” ชิงหมานส่ายหน้า

“งั้นให้ฉันไปสนับสนุนแนวป้องกันนั้นเอง” ตาแดงที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น

“จอมพลตาแดง เท่าที่ผมทราบ กองทัพพายุหิมะส่วนใหญ่ถูกส่งไปประจำการตามแนวป้องกันต่างๆ แล้ว

การจะถอนกำลังออกมาก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ?” ผู้บัญชาการเอลฟ์ถามด้วยความกังวล

ตาแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ถ้าจะใช้ยานรบจำนวนมากน่ะต้องใช้เวลาแน่ แต่หากไปเพียงลำเดียว ก็ไม่ต้องการเวลามากขนาดนั้น”

"ยานธงระดับ T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่ของฉันจะไปสนับสนุนแนวป้องกันนั้นเอง

ในขณะเดียวกัน กองทัพพายุหิมะจะรวบรวมยานรบ 3,000 ลำ และตามไปสมทบภายในสิบนาที

กองทัพของฉันเป็นยานลาดตระเวนและยานลาดตระเวนประจัญบานทั้งหมด ซึ่งสามารถเคลื่อนที่และให้การสนับสนุนได้อย่างรวดเร็ว

ปล่อยเรื่องนี้ให้ฉันจัดการเอง”

เมื่อได้ยินคำพูดของตาแดง ทั้งชิงหมานและมิเดลต่างก็มีท่าทางโล่งใจทันที

ในเมื่อจอมพลตาแดงออกปากเอง แถมยังมียานธงระดับ T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่ มันย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน

ผู้บัญชาการเอลฟ์มองท่าทีที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของเหล่านายพลหลงเซี่ยวทั้งสาม และยิ่งทวีความสงสัยมากขึ้นไปอีก

ยานธงระดับ T6 โวร์เกลอร์เดอะกลัทโทนี่ลำนั้น มันแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ ถึงทำให้พวกเธอเชื่อใจได้ขนาดนั้น?

จากที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาพักใหญ่ เขารู้ดีว่าเหล่านายพลของจักรวรรดิหลงเซี่ยวไม่ได้เป็นพวกโง่เขลา

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่รู้สึกสงสัยในเรื่องนี้เท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 1410 วิกฤตกาแล็กซีลั่วหยาง 11 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว