- หน้าแรก
- รหัสลับกองพันเงา เมื่อผมเลิกสวมหน้ากากคนธรรมดา
- บทที่ 35 - สุนัขทหาร "เฮยหวง"
บทที่ 35 - สุนัขทหาร "เฮยหวง"
บทที่ 35 - สุนัขทหาร "เฮยหวง"
บทที่ 35 - สุนัขทหาร "เฮยหวง"
"พวกเราต้องการคำอธิบาย!"
"จะแกล้งกันก็ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยนี่!"
"ถ้าไม่ให้อาหารมื้อใหญ่ พวกเราก็จะไม่วิ่งต่อแล้ว!"
"ใช่แล้ว! ถ้าอยากจะเจรจากับพวกเรา เอาอาหารมื้อใหญ่มาก่อน!"
...
เหล่าพวกหัวแข็งพากันตะโกนโหวกเหวก
ไม่นานนัก
ทหารใหม่กลุ่มที่สองก็มาถึง!
เมื่อเห็นทุกคนกำลังส่งเสียงประท้วงกันอยู่ ซูเสี่ยวอวี๋ ห่าวเหลียนเสี่ยวเยว่ และคนอื่นๆ ต่างก็ตกใจมาก "นี่มันพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกชัดๆ เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากจริงๆ!"
"ไม่ใช่รึเปล่าพี่ซ่วย? พวกพี่ถึงกับเข้าร่วมขบวนการก่อกบฏกับเขาด้วยเหรอ?" ซูเสี่ยวอวี๋อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหู
จางซ่วยแอบยิ้มขมขื่นแล้วลากซูเสี่ยวอวี๋ไปด้านข้างพลางเอ่ยเสียงต่ำ "เสี่ยวอวี๋ พี่น้องทุกคนวิ่งกันสุดชีวิตมาตั้ง 7 กิโลเมตร เพื่ออะไรล่ะ? ก็หวังจะได้กินมื้อใหญ่ซักมื้อไม่ใช่เหรอ? ต่อให้ไม่มีกระต่ายป่าไก่ป่า อย่างน้อยมีหมูสามชั้นน้ำแดงก็ยังดี แต่นี่ผู้กองกลับไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย มีแต่หมั่นโถวกับผักดองมาหลอกพวกเรา!"
"บอกตามตรง ข้าเองก็ไม่อยากจะต่อต้านผู้กองหรอกนะ แต่พี่น้องทุกคนไว้ใจข้า ข้าเองก็ทำตัวต่อต้านคนหมู่มากไม่ได้ เพราะยังไงความต้องการของส่วนรวมก็สำคัญที่สุด" จางซ่วยอธิบายด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ซูเสี่ยวอวี๋ได้ฟังก็เกาหัวพยักหน้าพลางเอ่ยอย่างสงสัย "การไม่ต่อต้านผู้กองตรงๆ น่ะถูกแล้ว! แต่ทำไมถึงไม่กินข้าวล่ะ? พวกเขาน่ะหิวจนเพี้ยนไปแล้วรึไง? ต้องรู้นะว่าคืนนี้พายุฝนจะมา! ถ้ากลับไม่ถึงค่ายก่อนเที่ยงคืน แล้วต้องไปตากฝนอีกรอบล่ะก็น่าดูแน่! แล้วถ้าท้องยังไม่อิ่มล่ะก็ ผลที่ตามมา... มันจะแย่เกินกว่าจะจินตนาการได้เลยนะ ถ้าเกิดร่างกายพังขึ้นมา จะเอาอะไรไปต่อต้านอีกล่ะ?"
"ท่านผู้นำที่ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า ร่างกายคือต้นทุนของการปฏิวัติ!"
"ถ้าไม่มีร่างกายที่แข็งแรง จะเอาอะไรไปสู้จนถึงที่สุด?"
จางซ่วยได้ฟังดังนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นจางซ่วยเริ่มคล้อยตาม ซูเสี่ยวอวี๋ก็เริ่มใช้ทักษะการพูดที่เป็นเลิศร่ายยาวต่อทันที "ขอแค่ร่างกายแข็งแรงและมีชีวิตอยู่ได้นานพอ ถึงตอนนั้นอยากจะได้ลมก็ได้ลม อยากจะได้ฝนก็ได้ฝนไม่ใช่เหรอ? ลองดูอย่างยุคปลายราชวงศ์ฮั่นสิ แผ่นดินถูกแบ่งเป็นสามส่วนโดยโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ยอดวีรบุรุษปรากฏตัวออกมานับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายแผ่นดินกลับตกเป็นของตาแก่อย่างสุมาอี้ ก็เพราะเขามีชีวิตอยู่ได้นานที่สุด จนรอให้โจโฉ เล่าปี่ ขงเบ้ง ตายไปจนหมด..."
"ไปไกลแล้ว!" จางซ่วยที่กำลังฟังอย่างตั้งใจ พอได้ยินซูเสี่ยวอวี๋ลากไปถึงเรื่องสามก๊ก ก็หัวเราะด่าออกมาทันที "เจ้าเนี่ยลากไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิกเลยนะ! แต่ข้าเข้าใจความหมายแล้ว! งั้นบทคนชั่วคราวนี้ ข้าจะเป็นคนรับหน้าที่เอง!"
ร่างกายสำคัญที่สุดจริงๆนั่นแหละ!
เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า สุขภาพที่แข็งแรงคือเลข 1 ส่วนทรัพย์สิน อำนาจ และฐานะต่างๆ คือเลข 0
ถ้าไม่มีเลข 1 ที่แข็งแรงอยู่ข้างหน้า ทุกอย่างก็คือความว่างเปล่า!
"ไม่ๆๆ พี่ซ่วย" ซูเสี่ยวอวี๋รีบส่ายหัวแล้วยิ้มบางๆ "บทคนชั่วคราวนี้ ให้ข้าเป็นคนรับหน้าที่เองเถอะ"
"เจ้าเหรอ?" จางซ่วยเลิกคิ้วขึ้น
"แน่นอน!" ซูเสี่ยวอวี๋ยิ้มบางๆ ก่อนจะพุ่งตรงไปที่รถทำอาหารทันที "โอ๊ยแม่เจ้า หิวจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้อย่าว่าแต่หมั่นโถวกับผักดองเลย ต่อให้เป็นทรายข้าก็กินได้ซักสองกิโลล่ะ"
"ซูเสี่ยวอวี๋ เจ้าคนทรยศ! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!"
"ซูเสี่ยวอวี๋ การที่เจ้ากินหมั่นโถวตอนนี้ คือการประกาศตัวเป็นศัตรูกับพวกเรานะ!"
"ซูเสี่ยวอวี๋ ทำไมเจ้าไม่มีศักดิ์ศรีบ้างเลย? ทนอีกนิดไม่ได้เหรอไง? นักวิทยาศาสตร์เคยบอกไว้ว่า คนเราอดอาหารได้ตั้งสามวันโดยไม่ตายนะ!"
"ไอ้หมอนี่หิวแค่ครึ่งวันก็ทรยศซะแล้ว ถ้าเป็นสมัยก่อนเจ้าต้องกลายเป็นไอ้พวกสมุนศัตรูแน่ๆ!"
...
ซูเสี่ยวอวี๋ไม่ได้สนใจเสียงด่าทอของคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
เขาคว้าหมั่นโถวแป้งขาวลูกโตที่ร้อนกรุ่นขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น คีบผักดองใส่เข้าไปคำใหญ่ แล้วซดน้ำแกงไข่ร้อนๆ ตามเข้าไป ซูเสี่ยวอวี๋ตะโกนออกมาด้วยความสบายใจ "หมั่นโถวอร่อยจังโว้ย!"
เขากินหมั่นโถวหมดในไม่กี่คำ!
ซูเสี่ยวอวี๋กินต่อเนื่องไปจนถึงลูกที่ห้าถึงจะหยุดพัก คลายเข็มขัดออกเล็กน้อย แล้วซัดต่ออีกสองลูกรวด ถึงจะค่อยๆ ผ่อนความเร็วในการกินลง!
ฉินเยวียนและผู้บังคับหมวดทั้งสามคนนั่งอยู่ในรถ ยิ้มมองภาพนี้อย่างสบายใจ
ฉินเยวียนอดไม่ได้ที่จะเตือน "เหล่าจ้าว อย่าลืมเรื่องเดิมพันคืนนี้นะ"
จ้าวรุ่ยเซวียนได้ยินดังนั้นใจก็กระตุกทันที "อย่าเพิ่งรีบร้อนสิครับผู้กอง ตอนนี้เพิ่งจะมีแค่เจ้าซูเสี่ยวอวี๋คนเดียวที่กิน เจ้าพวกหัวแข็งพวกนี้ ไม่มีทางที่จะยอมก้มหัวให้หมั่นโถวหรอก"
"ดี งั้นข้าจะรอดูเป็นเพื่อนพวกเจ้าจนถึงที่สุด" ฉินเยวียนยิ้มอย่างใจเย็น
สถานการณ์ในตอนนี้ชัดเจนมาก!
พวกหัวแข็งเพียงแค่ขาดคนนำทางเท่านั้นเอง
ขอแค่มีคนคนหนึ่งเริ่มนำทาง คนอื่นๆ ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวตามทันที
"โอ้พระเจ้า! พี่น้องครับ ข้ามองซูเสี่ยวอวี๋กินหมั่นโถว ทำไมมันถึงได้ดูน่าอร่อยขนาดนั้นวะ?"
"โครกคราก... โธ่เว้ย ท้องเริ่มประท้วงอีกแล้ว ถ้าต้องทนต่อไปแบบนี้ ดูท่าจะไม่ไหวแฮะ"
"กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไม่กินข้าวมันก็หิวโซสิ! แถมพวกเรายังไม่ได้กินกันมาตั้งสองมื้อติดแล้วด้วยนะ?"
"พี่น้องครับ หรือว่าพวกเราจะไปกินซักหน่อยดีไหม? แค่รองท้องด้วยหมั่นโถวซักสองสามลูกพอแก้ขัด หมั่นโถวนั่นดูๆ ไปก็น่าจะไม่แย่เท่าไหร่หรอกน่า ทนๆ กินไปก่อนเถอะ? ไว้กลับถึงค่ายค่อยว่ากันใหม่"
...
"ไม่ไหวแล้วโว้ย! ไม่ว่าพวกเจ้าจะกินหรือไม่ แต่ข้าขอไปกินก่อนล่ะ! หิวไม่ไหวแล้ว!"
"เห็นซูเสี่ยวอวี๋กินแล้วมันดูน่าอร่อยเหลือเกิน! ข้าอยากจะลองชิมดูบ้าง!"
"รอข้าด้วยสิ ข้าก็จะไปลองเหมือนกัน!"
"อือๆๆ จะโกรธจะแค้นอะไรก็ได้ แต่อย่าไปทะเลาะกับกระเพาะตัวเองเลย"
...
คนเราเนี่ยนะ กลัวที่สุดคือการโดนเปรียบเทียบ!
พวกหัวแข็งเห็นซูเสี่ยวอวี๋กินอย่างเอร็ดอร่อย!
แต่ละคนต่างพากันอิจฉาตาร้อนสุดๆ!
กระเพาะอาหารเจ้ากรรมดันส่งเสียงโครกครากออกมาประจานความหิวโหย
เพียงชั่วครู่ เจตจำนงของพวกหัวแข็งก็เริ่มสั่นคลอน
จะโกรธแค้นเรื่องอะไรก็ได้ แต่อย่าไปมีปัญหากับกระเพาะตัวเองเลยดีกว่า?
ถึงแม้จะไม่มีอาหารมื้อใหญ่ตามที่หวังไว้ แต่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากแบบนี้ มีหมั่นโถวให้กินก็นับว่าไม่เลวแล้ว!
จางซ่วยเห็นทุกคนเริ่มสั่นคลอน จึงลุกขึ้นยืนแล้วชูแขนขึ้นตะโกนก้อง "พี่น้องครับ หลังเที่ยงคืนฝนจะตกหนัก พวกเรายังมีทางให้วิ่งอีกตั้ง 20 กว่ากิโลเมตรนะ! ตอนนี้ไปเติมพลังให้เต็มท้องกันก่อนเถอะ เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง!"
"ข้าจะเป็นคนนำทางให้ทุกคนเอง"
จางซ่วยพูดจบก็เดินตรงไปที่รถทำอาหาร หยิบหมั่นโถวขึ้นมาเคี้ยวคำโต
ทว่าพอกัดเข้าไปเพียงคำเดียว เขาก็ตาเป็นประกายทันที "โอ้พระเจ้า! ไม่จริงน่า! หมั่นโถวที่ปกติข้าไม่อยากจะแตะ ทำไมคราวนี้มันถึงได้อร่อยขนาดนี้ล่ะ?"
เขาเริ่มกินอย่างรวดเร็ว จางซ่วยจัดการหมั่นโถวไปสองลูกรวด
"พี่น้องครับ พี่ซ่วยยังกินเลย พวกเราจะมัวรออะไรอยู่อีก! ลุยเลย!"
"ลุยโว้ย! ช้าหมดอดกินนะเพื่อน!"
"โอ้โห นี่คือหมั่นโถวที่อร่อยที่สุดในโลกที่ข้าเคยชินมาเลย! อร่อยสุดๆ!"
หวังเทียนอี้ยิ้มกว้าง ในมือถือหมั่นโถวไว้ข้างละลูก "หอมจริงๆ!"
...
พวกหัวแข็งพากันกรูเข้าไป เพียงไม่กี่นาที หมั่นโถวหลายร้อยลูกก็เกลี้ยงตะกร้า
ผักดองสูตรเด็ดก็ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
"ผู้กองครับ รสชาติวิเศษแบบนี้ พวกเราไม่เคยได้กินมาก่อนเลย! มันอร่อยกว่าอาหารหรูๆ ซะอีก! ขอบคุณท่านมากนะครับผู้กอง!" ทหารใหม่คนหนึ่งเอ่ยขอบคุณฉินเยวียนด้วยความซาบซึ้งใจ
ผู้บังคับหมวดทั้งสามคนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย!
ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะแพ้พนัน?
เจ้าพวกหัวแข็งที่เคยชินกับอาหารหรูหราพวกนี้ ถึงกับยอมก้มหัวให้กับหมั่นโถวลูกโตจริงๆ งั้นเหรอ?
"ผู้บังคับหมวดทั้งสาม พวกท่านแพ้แล้วนะ" ฉินเยวียนเอ่ยยิ้มๆ "คืนนี้พอกลับไปถึงมันจะดึกมาก งั้นเรื่องเลี้ยงข้าวไว้เป็นพรุ่งนี้แล้วกัน! อย่าลืมเตรียมเงินมาให้พอด้วยนะ ข้าน่ะกินเก่งมาก"
ผู้บังคับหมวดทั้งสามได้ฟังก็ถึงกับหน้าเบี้ยวไปตามๆ กัน มันช่วยไม่ได้จริงๆ เตรียมตัวโดนเชือดแบบนี้ ทำเอาปวดใจสุดๆ!
หลังจากทหารใหม่กินหมั่นโถวเสร็จและพักผ่อนเล็กน้อย ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อทันที
ภายใต้การควบคุมและผลักดันของฉินเยวียน พวกหัวแข็งพากันกัดฟันสู้ตลอดทาง และในที่สุดก่อนเวลา 23:45 น. ทุกคนก็กลับถึงหอพักได้สำเร็จ
พวกหัวแข็งที่โดนจัดหนักมาทั้งวัน ขาทั้งสองข้างแทบจะพังจากการวิ่ง!
พอกลับถึงหอพักก็ไม่มีแรงแม้แต่จะล้างหน้าล้างตา ล้มตัวลงนอนกรนฟิวเข้าสู่ห้วงนิทราทันที
เวลาเที่ยงคืนตรง พายุฝนก็โหมกระหน่ำเข้ามา เป็นพายุฝนครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปีของเขตทหารแห่งนี้
ฉินเยวียนส่งพวกหัวแข็งกลับหอพักแล้วล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวเข้านอน
[ติ๊ง~ ยินดีด้วยกับโฮสต์ที่นำทางพวกหัวแข็งฝึกเอาชีวิตรอดในป่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับสุนัขทหารระดับยอดเขา เฮยหวง!]
ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ชัดเจนก็ดังขึ้น!
"หืม? สุนัขทหารระดับยอดเขา? ระบบมีรางวัลแบบนี้ด้วยเหรอ?" ฉินเยวียนได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็นประกาย "แถม... ชื่อของสุนัขตัวนี้คือเฮยหวง (จักรพรรดิดำ) งั้นเหรอ? ชื่อมันช่างดูทรงพลังและโอหังจริงๆ!"
(จบแล้ว)