- หน้าแรก
- ศัตรูทั้งหมดจากต่างโลกล้วนเป็นอาหารสำหรับเชื้อราของฉัน
- บทที่ 30 มื้อดึกที่คึกคักและโอชะ
บทที่ 30 มื้อดึกที่คึกคักและโอชะ
บทที่ 30 มื้อดึกที่คึกคักและโอชะ
บทที่ 30 มื้อดึกที่คึกคักและโอชะ
หากผู้ใดศึกษาเล่าเรียนจนถึงระดับนี้แล้ว เมื่อกระทำความผิดและถูกจับกุม โทษทัณฑ์ที่ได้รับย่อมเป็นสถานหนักที่สุด หากกฎหมายเปิดช่องให้ประหารชีวิตก็ต้องตายสถานเดียว หากเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือรอการลงอาญา ก็จะกลายเป็นการจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดหย่อนผ่อนโทษ
เพื่อลดโอกาสที่บุคคลอันตรายเช่นนี้จะออกไปเพ่นพ่านตามท้องถนน นอกเหนือจากข้อบังคับทางกฎหมายแล้ว ยังมีการบังคับเกณฑ์ทหารเข้าสู่เขตแดนลับเพื่อทำการรบอีกด้วย
เย่น่ารู้สึกว่าการก้าวไปถึงระดับนั้นยังห่างไกลจากตัวเธอนัก แทนที่จะเพ้อฝันถึงการครองโลกในอนาคต สู้เอาเวลามาจดจ่อกับวิธีการยิงกระสุนให้เข้าเป้าจะดีกว่า
โชคดีที่หลังจากระดมยิงกระสุนหนึ่งกล่องที่มาพร้อมกับบทเรียนจนหมด ในที่สุดกระสุนของเธอก็เริ่มเข้าเป้า โดยกระสุนทั้งแมกกาซีนต่างพุ่งไปกระจุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของแผ่นเป้า
แม้คะแนนจะไม่สู้ดีนัก แต่รอยกระสุนนั้นเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นในพื้นที่ประมาณหนึ่งฝ่ามือ แสดงให้เห็นถึงการควบคุมปืนที่ยอดเยี่ยมและแรงสะบัดของปากกระบอกปืนที่น้อยมากขณะยิง สิ่งนี้บ่งบอกว่าเธอมีพรสวรรค์ในการยิงปืนอยู่ไม่น้อย
ครูฝึกที่เฝ้าดูอยู่เริ่มมีความสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นผลลัพธ์นี้ ส่งผลให้ความมั่นใจของเย่น่าพุ่งสูงขึ้น ก่อนที่เวลาเรียนจะหมดลง เธอตัดสินใจซื้อกระสุนเพิ่มอีกกล่องเพื่อฝึกซ้อมต่อ
ผลลัพธ์ก่อนหน้านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี คะแนนของเย่น่าพัฒนาขึ้นในทุกแมกกาซีน และหลังจากยิงกระสุนกล่องละ 50 นัดจนหมด คะแนนของเธอก็เริ่มคงที่อยู่ที่วงเจ็ดและวงแปด
"เธอนี่มันไม่ธรรมดาเลยนะ บทจะไม่โดนก็ไม่โดนเลย แต่พอเริ่มเข้าเป้าแล้วเหมือนสวิตช์การยิงที่ซ่อนอยู่ถูกเปิดใช้งาน ยิ่งยิงยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ"
ครูฝึกเคยพบเห็นผู้มีแววมามากมาย แต่เย่น่าทำให้เขาได้เห็นดาวรุ่งดวงใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง จากคนที่ยิงไม่ถูกเป้าเลยจนมาถึงขั้นยิงเข้าวงเจ็ดวงแปดได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้ใช้กระสุนเพียงแค่สองกล่องเท่านั้น
"ยังเหลือเวลาอีกสิบกว่านาที ไหนๆ มือก็กำลังขึ้น ลองอีกสักกล่องเพื่อให้คะแนนมันนิ่งไปเลยดีไหม ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาเกิน ฉันไม่หักแต้มในบัตรหรอก กระสุนพวกนี้เอากลับบ้านไม่ได้และฝากไว้ไม่ได้ด้วยนะ ถ้าเธอซื้อกล่องใหม่ก่อนหมดเวลาแค่หนึ่งนาที เธอต้องยิงให้หมดก่อนไป ไม่อย่างนั้นก็ต้องทิ้งไปเฉยๆ แล้วค่อยมาซื้อใหม่คราวหน้า"
"ตกลงค่ะ งั้นขออีกกล่อง"
เย่น่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง นี่ไม่ใช่การฉวยโอกาสจากช่องโหว่หรอกหรือ เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาสั่งซื้อทันที และของก็มาส่งในอีกห้านาทีต่อมา
เย่น่าไม่รีบร้อนทำเวลา เธอผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม ถึงขนาดเดินไปพักดื่มน้ำและทานขนมปังกรอบที่ด้านข้าง จนกระทั่งพักผ่อนจนพอใจจึงเช็ดมือแล้วกลับมาหยิบปืนขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากยิงกระสุนกล่องนี้จนหมด คะแนนของเธอก็คงที่อยู่ที่วงเจ็ดและวงแปดตามที่ครูฝึกคาดการณ์ไว้จริงๆ ไม่มีนัดไหนที่พุ่งไปถึงวงเก้า แต่ก็ไม่มีนัดไหนที่ต่ำกว่าวงหก ทุกอย่างมั่นคงและแม่นยำโดยไม่มีเรื่องให้ต้องประหลาดใจ
"ดีมาก ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ฝึกฝนแบบนี้ต่อไปเถอะ ในอนาคตถ้าอยากจะเข้าทีมสำรวจเขตแดนลับก็คงไม่ใช่เรื่องยาก" ครูฝึกนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ "ถึงแม้เธอจะไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด แต่ความแม่นยำที่คงเส้นคงวาก็เป็นข้อได้เปรียบ ทีมอิสระพวกนั้นหาคนยิงปืนแม่นๆ ได้ยาก"
"แต่การยิงปืนแม่นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนี่คะ ในเมื่อต้องมีระดับสามถึงจะได้รับใบอนุญาตพกพา"
"โธ่เอ๋ย ถ้ามีคนเห็นเธอถือปืนอยู่ข้างนอก เขาก็ต้องตรวจใบอนุญาตเป็นธรรมดา แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในเขตแดนลับแล้วสู้กันอยู่ ใครเขาจะมาสนใจเรื่องพวกนี้กันเล่า"
"อ้อ" เย่น่าเข้าใจขึ้นมาทันที กฎข้อบังคับก็ส่วนหนึ่ง แต่ในเขตแดนลับนั้นมีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง
เธอจดจำคำเตือนนี้ไว้ในใจ เมื่อเห็นว่าใกล้หมดเวลาจึงกล่าวลาครูฝึกและกลับบ้านไปพักผ่อน เพื่อรอเวลาสำหรับมื้อดึก
เธอออกจากบ้านไปทำงานช่วงบ่ายโมง หากนับรวมเวลาเดินเท้าเข้าไปด้านในด้วย เธอก็เริ่มงานอย่างเป็นทางการตอนประมาณบ่ายสองโมง เธอเสร็จสิ้นภารกิจในเวลาเพียงสามชั่วโมงเศษ จากนั้นจึงไปฝึกยิงปืนที่สนามฝึกต่ออีกกว่าสองชั่วโมง ขณะนี้เวลาเพิ่งจะทุ่มเศษๆ ยังถือว่าหัวค่ำอยู่
เครื่องปรับอากาศในห้องนั่งเล่นกำลังทำงาน เย่น่าขดตัวอยู่บนเก้าอี้เม็ดโฟมและเลื่อนดูโทรศัพท์อยู่นานร่วมชั่วโมง ก่อนจะได้รับข้อความแจ้งให้ไปรวมตัวกันที่ด้านล่างหอพัก
ที่ด้านล่างมีกลุ่มคนยืนรวมกันอยู่ พวกเขาคือบรรดาหัวหน้าทีมที่เธอพบเมื่อวานนี้ และต่างก็พาสมาชิกในทีมของตนมาด้วย แม้ทุกคนจะสวมชุดลำลอง แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับดูน่าเกรงขาม เมื่อชายหญิงรูปร่างกำยำมายืนรวมตัวกันมากขนาดนี้ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างจงใจ
"ว้าว นี่เหรอเด็กน้อยที่พวกกัปตันเจอเมื่อวาน?"
"ไม่ได้เห็นเด็กที่มีพลังล้นเหลือแบบนี้มานานแล้วนะเนี่ย น่ารักจัง"
สมาชิกทีมที่เป็นผู้หญิงดึงตัวเย่น่าเข้าไปในกลุ่ม พวกเธอหยิกกล้ามเนื้อที่แขนของเด็กสาวและลองจับมือเพื่อทดสอบแรงบีบ ทุกคนต่างส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
เย่น่ารู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย ในชีวิตนี้เธอไม่เคยได้รับการต้อนรับที่กระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อน
"ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ! เจ้าของร้านมื้อดึกเตรียมตัวพร้อมแล้ว ว่าแต่เจ้าตัวเล็กนี่ดื่มเหล้าได้หรือเปล่า"
บรรดาพี่สาวที่แข็งแกร่งเหล่านี้พากันล้อมรอบเย่น่าไว้ กลุ่มคนขนาดใหญ่เดินคุยเล่นหัวเราะร่าออกไปจากเขตชุมชน
"ไม่ค่ะ หนูไม่เคยดื่มเลย"
"นี่ๆ พวกเธอเป็นคนยังไงกันเนี่ย คิดจะมอมเหล้าเด็กตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยเหรอ"
"ไม่หรอกน่า พวผู้ปลุกพลังน่ะดื่มได้นิดหน่อยทุกคนแหละ เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยสิ คอเธอต้องแข็งแน่ๆ"
สิบกว่านาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงร้านอาหารมื้อดึก โต๊ะและเก้าอี้ที่เจ้าของร้านจัดเตรียมไว้ถูกจับจองจนเต็มหมด แม้แต่คนที่เดินผ่านมาจะสั่งกลับบ้านก็ยังทำไม่ได้ เพราะเจ้าของร้านยุ่งจนหัวหมุน
เย่น่านำน้ำผลไม้ของตัวเองมาด้วย แต่คนอื่นๆ กลับมีลังเบียร์วางอยู่แทบเท้า ไม่นานนัก แก้วใบหนึ่งก็ถูกวางลงตรงหน้าเธอเช่นกัน
อาหารยังไม่ทันมาเสิร์ฟ แต่หลายคนก็ดื่มเบียร์หมดไปหนึ่งขวดแล้ว พวกเขาหยิบขวดใหม่ออกมาจากใต้โต๊ะ ใช้ตะเกียบงัดฝาจนกระเด็นหายไป
เย่น่ายกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย รสชาติซ่าและถือว่าใช้ได้ทีเดียว เมื่อเนื้อย่างจานใหญ่ถูกวางลงตรงหน้าเธอก็เริ่มทานเนื้อสลับกับจิบเบียร์ หลังจากทานเนื้อย่างไปสองไม้ เครื่องดื่มในแก้วก็หมดลง
พี่สาวที่นั่งข้างๆ หัวเราะชอบใจและรินเบียร์เติมให้เธอ พร้อมกับแย่งกุ้งเผาสองตัวที่เพิ่งมาเสิร์ฟจากโต๊ะข้างๆ มาวางบนจานของเด็กสาว
กุ้งเผาตัวใหญ่มากจนวางเต็มจาน เย่น่าเริ่มมีเหงื่อซึมขณะทาน เธอคิดว่าเป็นเพราะอากาศร้อน แต่หลังจากนั้นครู่หนึ่งเธอก็พบว่าไม่ใช่ พลังงานจากสปอร์ที่เธอปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องกำลังไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกมึนงงจากการดื่มแอลกอฮอล์ในตอนแรกหายไปสิ้น สมองของเธอปลอดโปร่งทว่าใบหน้ากลับร้อนผ่าว
เมื่อค้นพบว่าความสามารถของเธอยังมีผลช่วยให้สร่างเมาได้ เย่น่าจึงละทิ้งความกังวล หลังจากจัดการกุ้งเผาสองตัวนั้น เธอก็เกือบจะดื่มเบียร์หมดขวด ใบหน้าของเธอร้อนจัดและเหงื่อยังคงไหลไม่หยุด แต่เธอกลับไม่มีอาการมึนเมาเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงมีสติแจ่มใส คอยสังเกตทุกอย่างรอบตัวและรับฟังบทสนทนาที่เต็มไปด้วยการโอ้อวดและการนินทาที่น่าสนใจ
"เก่งมากเจ้าหนู อีกสักขวดไหม"
ยังไม่ทันที่เย่น่าจะตอบ เสียงแก้วกระทบกันก็ตามมาพร้อมกับเบียร์ขวดใหม่ที่เพิ่งเปิด ฟองสีขาวไหลเอ่อออกมาตามคอขวดเนื่องจากแรงสั่นสะเทือน ตามมาติดๆ ด้วยขาหมูย่างจานใหญ่ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
เธอไม่ได้ปฏิเสธตามมารยาท เย่น่าหยิบขวดขึ้นมารินใส่แก้ว คว้าชิ้นขาหมูขึ้นมาทานอย่างเอร็ดอร่อย
"เนื้อหมูนี่มีสัมผัสแปลกดีนะคะ ไม่เหมือนกับเนื้อที่หนูเคยทานตามตลาดเลย"
"เคี้ยวเพลินใช่ไหมล่ะ แถมยังรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนในร่างกายด้วยนะ" พี่สาวทางด้านซ้ายเอ่ยปนรอยยิ้ม พลางจิบเบียร์แล้วเอื้อมมือไปหยิบขาหมู
"เอ่อ ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ"
เย่น่าตั้งใจสัมผัสดู เธอเริ่มแยกแยะพลังงานของตัวเองออกไปก่อน และพบว่ามีพลังงานสายเล็กๆ อีกสายหนึ่งไหลเวียนอยู่ในร่างกายเป็นระยะ ทุกครั้งที่เธอกลืนอาหารลงไป พลังงานนั้นก็จะพุ่งพล่านขึ้นมาใหม่
"เนื้อหมูนี้ไม่ได้มาจากฟาร์มทั่วไปใช่ไหมคะ"
"เธอคิดว่ามันมาจากไหนล่ะ" พี่สาวคนเดิมบุ้ยปากไปทางทิศทางของประตูมิติ
"อา..." เย่น่ามองไปตามทิศทางนั้น พลันนึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินในเขตอันตรายหมายเลข 1 "หนูเคยได้ยินคนพูดกันว่า เนื้อสัตว์อสูรจากที่นั่นมีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มโอกาสให้วัยรุ่นสามารถปลุกพลังได้?"
"ใช่จ้ะ แต่ต้องทานในปริมาณมากและทานบ่อยๆ วิธีที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนเนื้อสัตว์ทุกชนิดในบ้านให้เป็นเนื้อสัตว์อสูรทั้งหมด ทานแค่เนื้อพวกนี้แหละ มันจะช่วยเพิ่มโอกาสได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว"