- หน้าแรก
- ปฏิบัติการมัดใจ สามีเกรดพรีเมียม
- บทที่ 38 - ฉันไม่อนุญาต
บทที่ 38 - ฉันไม่อนุญาต
บทที่ 38 - ฉันไม่อนุญาต
บทที่ 38 - ฉันไม่อนุญาต
เหลิ่งอวิ๋นถิงออกแรงดึงร่างบางกลับมาอย่างแรง
"ฉันไม่อนุญาต"
หลิ่วจิ้งอี๋ดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดของเขา "คุณบอกไม่อนุญาตก็คือไม่อนุญาตหรือไง ฉันจะไป"
เหลิ่งอวิ๋นถิงรวบมือสองข้างที่กำลังปัดป่ายของเธอเอาไว้แน่น แล้วประทับจูบลงไปเพื่ออุดปากที่กำลังเจื้อยแจ้วของเธอ
จนกระทั่งร่างเล็กในอ้อมกอดเริ่มสิ้นฤทธิ์ เหลิ่งอวิ๋นถิงถึงได้ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ
"ไม่อนุญาต นอกเสียจากว่าพี่จะตาย ไม่อย่างนั้นก็ห้ามหย่าเด็ดขาด"
"แล้วพี่ก็ไม่มีคนรักเก่าที่ไหนด้วย พี่มีแค่เธอคนเดียว"
หลิ่วจิ้งอี๋ไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยสักนิด น้ำตาของเธอยังคงไหลรินไม่ขาดสาย
เธอทุบตีเขาพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น คำพูดที่หลุดออกมาฟังดูอู้อี้ไม่ชัดเจน "ขนาดจดหมายรักยังส่งไปให้ถึงบ้าน แถมคุณยังเก็บหนังสือที่หล่อนเคยใช้เอาไว้อีก แล้วยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ"
พอเหลิ่งอวิ๋นถิงได้ยินแบบนั้นก็เพิ่งรู้ว่าเธอรับรู้เรื่องราวทั้งหมด
หลิ่วจิ้งอี๋เวลาที่อยากจะดีด้วยก็แทบจะควักหัวใจออกมาให้
แต่เวลาที่แผลงฤทธิ์หรือประชดประชันขึ้นมา ก็สามารถทำให้คนฟังโมโหจนแทบคลั่งตายได้เหมือนกัน
เหลิ่งอวิ๋นถิงไม่อยากได้ยินคำว่าหย่าหลุดออกมาจากปากของเธออีกแล้ว
เมื่อเห็นเธอร้องไห้จนตัวโยน หัวใจของเขาก็เจ็บปวดแปลบขึ้นมา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปลายนิ้วโป้งค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าเปียกชุ่มของเธออย่างแผ่วเบา เขาอยากจะปาดน้ำตาที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและปวดใจเหล่านี้ทิ้งไปให้หมด
"อี้อี้ ในสายตาของเธอ พี่เป็นคนไร้ความรับผิดชอบขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ถ้าพี่มีคนรักอยู่แล้ว ในตอนที่เธอจงใจปีนขึ้นเตียงพี่ พี่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องยอมแต่งงานกับเธอล่ะ"
"แล้วทำไมพี่ต้องพาเธอมาเปิดตัวกับพ่อแม่พี่ด้วย"
"ตั้งแต่ต้นจนจบพี่ก็มีแค่เธอ ไม่มีใครอื่นเลย"
เหลิ่งอวิ๋นถิงพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและอธิบายเหตุผลให้เธอฟังอย่างใจเย็น
หลิ่วจิ้งอี๋ยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เธอก็หยุดโวยวายแล้ว
เพียงแต่ตอนที่เข้านอน เธอตั้งใจเอาผ้าห่มมาวางคั่นไว้ตรงกลางเตียงเพื่อเป็นการขีดเส้นแบ่งอาณาเขตไม่ให้เขาล้ำเส้นเข้ามา
บอกว่าเป็นตรงกลางให้ฟังดูดีไปอย่างนั้นแหละ ความจริงแล้วเธอแบ่งพื้นที่ให้เขาแค่สามส่วน ส่วนเธอครองพื้นที่ไปถึงเจ็ดส่วนต่างหาก
เหลิ่งอวิ๋นถิงรู้สึกระอาใจจนเผลอหลุดขำออกมากับความเอาแต่ใจของหญิงสาว "นี่เธอจะให้พี่นอนที่แคบๆ แค่นี้จริงๆ เหรอ"
หลิ่วจิ้งอี๋ทำหูทวนลม "ถ้าคุณคิดว่ามันแคบไปก็ลงไปนอนบนพรมสิคะ พรมออกจะสะอาด"
การกระทำของหลิ่วจิ้งอี๋ในเวลานี้ช่างเป็นตรรกะแบบสองมาตรฐานชัดๆ ตัวเองทำผิดได้แต่คนอื่นห้ามทำ
แน่นอนว่าหลิ่วจิ้งอี๋นั้นโมโหเรื่องจริงจัง ส่วนข้ออ้างของเหลิ่งอวิ๋นถิงนั้นเป็นแค่เรื่องไร้สาระ
"หลิ่วจิ้งอี๋"
"มีอะไรคะ ฉันง่วงแล้ว ฉันจะนอนแล้ว"
หลิ่วจิ้งอี๋พูดจบก็ไม่สนใจเหลิ่งอวิ๋นถิงอีก เธอกอดผ้าห่มแน่นแล้วล้มตัวลงนอน แถมยังได้คืบจะเอาศอกด้วยการดันผ้าห่มที่กั้นอาณาเขตให้ขยับเข้าไปเบียดพื้นที่อันน้อยนิดของเหลิ่งอวิ๋นถิงให้แคบลงไปอีก
เหลิ่งอวิ๋นถิงทนไม่ไหวจึงจัดการดึงผ้าห่มผืนนั้นออกไปให้พ้นทางต่อหน้าต่อตาเธอ
หลิ่วจิ้งอี๋พยายามจะยื้อแย่งกลับมา แต่เรี่ยวแรงของเธอย่อมสู้ชายหนุ่มไม่ได้อยู่แล้ว
เหลิ่งอวิ๋นถิงพยายามพูดดีด้วยก็แล้ว ง้องอนก็แล้ว แต่หญิงสาวก็ยังคงดื้อดึง เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้แข็ง
เขารวบตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ล็อกตัวเธอไว้แน่นไม่ให้ขยับเขยื้อนได้
"อี้อี้ ถ้าเธอหึงก็บอกพี่มาตรงๆ ได้เลยนะ"
"คุณพูดอะไรของคุณ ใครหึงกัน ฉันไม่ได้หึงสักหน่อย"
"อย่างนั้นเหรอ"
"แน่นอนสิคะ ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันจะนอนแล้ว"
หลิ่วจิ้งอี๋ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองกำลังหึงหวง อีกอย่างเธอก็ไม่ได้หึงด้วย เธอแค่รู้สึกรับไม่ได้ที่เขาร่วมหลับนอนกับเธอแต่กลับไปคิดถึงผู้หญิงคนอื่นต่างหาก
มุมปากของเหลิ่งอวิ๋นถิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาพลิกตัวหญิงสาวในอ้อมกอดให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา
"หลิ่วจิ้งอี๋ ทำไมเธอถึงไปที่หมู่บ้านหนิวจวงล่ะ"
คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาหลิ่วจิ้งอี๋ชะงักงันไปชั่วขณะ เธอใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่สมองจะประมวลผลทัน
ก็เมื่อกี้ยังพูดถึงเรื่องของเขาอยู่เลย จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องซะงั้น หลิ่วจิ้งอี๋ตั้งตัวรับแทบไม่ทัน
หลิ่วจิ้งอี๋ไม่คิดเลยว่าความลับเรื่องที่เธอแอบไปหมู่บ้านหนิวจวงจะล่วงรู้ถึงหูเหลิ่งอวิ๋นถิงได้
ก็ในเมื่อทุกครั้งที่เธอไป เธออุตส่าห์ปลอมตัวซะมิดชิดแถมยังแอบหลบสายตาคนอื่นไปด้วย
เวลานี้หลิ่วจิ้งอี๋ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา แถมยังรู้สึกร้อนตัวจนเหงื่อตก "เปล่านะ... ฉันไม่ได้ไปสักหน่อย"
การที่หลิ่วจิ้งอี๋ตอบกลับแบบตะกุกตะกักยิ่งทำให้เหลิ่งอวิ๋นถิงมั่นใจว่าเธอกำลังโกหก
"งั้นเหรอ แน่ใจนะว่าไม่ได้ไป งั้นพี่จะสั่งให้ลูกน้องไปสืบดูว่าใครกันที่กล้าปลอมตัวเป็นเธอ"
ตอนแรกหลิ่วจิ้งอี๋ตั้งใจจะยืนกรานกระต่ายขาเดียวไม่ยอมรับความจริง เพราะยังไงเขาก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดเธออยู่แล้ว
แต่ตอนนี้เขากลับบอกว่าจะส่งคนไปสืบ ถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงถูกจับได้แน่ๆ
เวลานี้หลิ่วจิ้งอี๋ไม่กล้าแข็งข้อกับเขาอีกต่อไป เธอซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของชายหนุ่มเพื่อออดอ้อน "ที่รัก ฉันง่วงแล้วค่ะ... พวกเรานอนกันเถอะนะคะ"
นี่ไม่ใช่เวลามาทำตัวแข็งกร้าว เมื่อกี้ยังแผลงฤทธิ์ใส่เขาไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัวอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายซุกตัวเข้าหาเขาเสียเอง
เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองไว้ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน
เหลิ่งอวิ๋นถิงรู้สึกทึ่งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือของหญิงสาวในอ้อมกอด
เมื่อกี้ยังทำตัวหยิ่งยโสอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับทำตัวว่านอนสอนง่ายเสียแล้ว
หลิ่วจิ้งอี๋ลอบมองใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่ม เธอเดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่
เธอช้อนคางขึ้นประทับจูบลงบนริมฝีปากของชายหนุ่ม "ที่รัก ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันหึง ตอนนี้ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณแล้ว ฉันไม่โกรธแล้วค่ะ พวกเรามานอนกอดกันดีไหมคะ"
สติสัมปชัญญะของเหลิ่งอวิ๋นถิงร้องเตือนว่าเขาควรจะผลักเธอออกไป
แต่ในใจลึกๆ กลับไม่อยากทำแบบนั้น เขาชอบเวลาที่หลิ่วจิ้งอี๋เป็นฝ่ายเริ่มรุกก่อนแบบนี้
ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะคาดคั้นเอาความจริงจากเธอหรอก แค่เห็นว่าเธอไม่ยอมให้กอด ไม่ยอมให้แตะ เขาก็เลยแกล้งขู่เธอเล่นๆ เท่านั้นเอง
วินาทีต่อมาเหลิ่งอวิ๋นถิงก็เปลี่ยนจากการตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุก และแน่นอนว่าคืนนั้นหลิ่วจิ้งอี๋ก็ถูกชายหนุ่มจัดการจนหมดจดอีกตามเคย
...
วันรุ่งขึ้นแน่นอนว่าหลิ่วจิ้งอี๋ตื่นสายโด่งเหมือนเคย
ถ้าเป็นวันปกติเธอก็คงไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไร แต่นี่มันไม่ใช่บ้านของเธอเองนี่นา
แถมวันนี้ยังนับเป็นวันที่สองของการเป็นสะใภ้ใหม่ในบ้านนี้ด้วย อย่าว่าแต่ตื่นเช้ามาช่วยทำกับข้าวเลย นี่เธอดันตื่นซะตะวันโด่ง
หลิ่วจิ้งอี๋แทบอยากจะสบถด่าเหลิ่งอวิ๋นถิงให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อคิดได้เธอก็ลงมือทำทันที หลิ่วจิ้งอี๋รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินลงมาข้างล่างเพื่อจะต่อว่าชายหนุ่มตัวดี
พาเมียเข้าบ้านครั้งแรกแท้ๆ ทำไมไม่ยอมปลุกเธอให้ตื่นเช้าๆ เล่า
ขืนปล่อยให้พ่อแม่ของเหลิ่งอวิ๋นถิงมองเธอในแง่ร้าย วันข้างหน้าเธอจะยังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านหลังนี้ได้ยังไง
เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่างเธอกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่ม นึกในใจว่าเขาคงออกไปข้างนอกแล้วแน่ๆ แต่พอตั้งใจจะเดินออกไปดูนอกบ้าน เธอก็เหลือบไปเห็นเหลิ่งอวิ๋นถิงยืนอยู่กลางลานบ้านพอดี
หลิ่วจิ้งอี๋กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปหา แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
ป๋ายอีเหยารู้ข่าวเรื่องที่เหลิ่งอวิ๋นถิงเดินทางกลับมาแล้ว เธอจึงรีบบึ่งมาหาเขาถึงที่นี่ วันนี้เธออ้างว่าจะเอาของมาให้เพื่อที่จะได้มาเจอหน้าเขาให้หายคิดถึง
เมื่อได้มองใบหน้าอันหล่อเหลาของผู้ชายตรงหน้า เธอก็รู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าในคราวเดียวกัน
แต่ด้วยความที่เป็นคนควบคุมอารมณ์เก่ง เธอจึงดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เขา "พี่ถิงคะ คุณแม่ฉันทำขนมกุ้ยฮวามาให้น่ะค่ะ ท่านรู้ว่าคุณป้าฉินชอบก็เลยให้ฉันเอามาให้ค่ะ"
ปัจจุบันป๋ายอีเหยาทำงานอยู่ในกองดุริยางค์ทหาร การที่เธอยังคงได้ทำงานอยู่ในเมืองเจก็เป็นเพราะอิทธิพลจากครอบครัวของเธอล้วนๆ
แน่นอนว่าเหตุผลอีกส่วนหนึ่งก็คือเธอเป็นลูกผู้หญิง ครอบครัวที่เลี้ยงดูเธอมาอย่างทะนุถนอมประดุจไข่ในหินย่อมไม่อยากปล่อยให้เธอต้องจากอกไปไกล
ด้วยฐานะและหน้าตาที่สะสวยของเธอ แน่นอนว่าต้องมีผู้ชายมารุมล้อมตามจีบเป็นพรวน
แต่กลับไม่มีใครหน้าไหนทำให้เธอหวั่นไหวได้เลย
ไม่ใช่ว่าครอบครัวตระกูลป๋ายไม่เคยแนะนำใครให้เธอรู้จัก ผู้ชายหน้าตาดีแถมมีอนาคตไกลก็มีตั้งมากมาย
แต่คนพวกนั้นไม่ใช่คนที่เธอรักนี่นา
เธอมีคนในดวงใจอยู่แล้ว เป็นคนที่เธอแอบหลงรักมาตั้งแต่เด็ก ในเมื่อภายในใจมีใครคนหนึ่งจับจองพื้นที่ไปแล้ว เธอจะไปมองคนอื่นได้อย่างไร
[จบแล้ว]