- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 009 แขกกลุ่มแรก
ติดหนี้สามสิบล้าน 009 แขกกลุ่มแรก
ติดหนี้สามสิบล้าน 009 แขกกลุ่มแรก
ติดหนี้สามสิบล้าน 009 แขกกลุ่มแรก
ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือหยุดลง เสี่ยวอันดูซ้ำไปซ้ำมาอีกสามรอบ ขนลุกซู่ถึงสามครั้งก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปด้านข้าง
“อา...”
เขาถอนหายใจออกมาด้วยความพึงพอใจ
วิดีโอทั้งหมด ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาเลยแม้แต่ประโยคเดียว ไม่มีใบหน้าใดปรากฏให้เห็น แต่กลับสะกดเขาไว้ได้ถึงสามสิบวินาทีเต็ม!
และตอนจบที่มีภูเขาว่านหยวนอะไรนั่น หมู่บ้านโบราณพันปีอะไรนั่น คืนอัญเชิญเทพอะไรนั่น ล้วนจุดประกายความสนใจอย่างมากให้กับเสี่ยวอัน
ลองค้นหาดูหน่อยดีกว่า!
คิดปุ๊บก็ทำปั๊บ เขากดเปิดแอปพลิเคชันสีเหลืองทันที แล้วเริ่มค้นหาคำว่า [ภูเขาว่านหยวน]
บนหน้าเพจที่ดูเรียบง่าย ป่าเขาที่เขียวชอุ่มดูไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้คนพูดไม่ออกยิ่งกว่า คือคะแนนสีเทาหม่นใต้ชื่อแหล่งท่องเที่ยว
“โห! คะแนน 1.9! ของแบบนี้ยังได้คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้อีกเหรอ?”
เสี่ยวอันซึ่งปกติถ้าคะแนนไม่ถึง 4.5 ขึ้นไปก็จะไม่ไปเด็ดขาด คิดอยากจะปิดแอปพลิเคชันลงโดยสัญชาตญาณ แต่ข้อความบรรทัดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าเพจก็ทำให้เขาลังเล
[แหล่งท่องเที่ยวได้รับการปรับปรุงใหม่ จะเปิดให้บริการอีกครั้งอย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์นี้ หวังว่าจะมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่านได้!]
“ปรับปรุงสร้างใหม่แล้วเหรอ?”
เสี่ยวอันกำโทรศัพท์มือถือแน่น มองดูราคาตั๋วที่ถูกเพียง 30 หยวน แล้วคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หรือว่า... ลองไปดูสักหน่อยดีไหม?
ยังไงซะว่างก็คือว่าง ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่น รู้สึกเบื่อขึ้นมานิดหน่อยแล้วจริง ๆ
แหล่งท่องเที่ยวนี้ถึงจะไกลไปสักหน่อย แต่ยังไงค่าตั๋วก็แค่ 30 หยวน รถบัสไปกลับของอำเภอวิ่งรอบสุดท้ายถึงสามทุ่มกว่า เที่ยวเสร็จแล้วค่อยกลับก็ยังทัน
เสี่ยวอันไม่ใช่คนโลเล เมื่อตัดสินใจแล้ว เขาก็ซื้อตั๋วเข้าชมสำหรับวันเสาร์ทันที
ในขณะเดียวกัน เมื่อวิดีโอสั้นถูกแชร์ออกไปเรื่อย ๆ คนที่ได้เห็นก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ความคิดเห็นด้านล่างมีมากกว่าหนึ่งร้อยข้อความ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการด่าทอก็ตาม
[แหล่งท่องเที่ยวขยะ ฉันเคยไปมาเมื่อหลายเดือนก่อน มันก็แค่ป่าลึกกลางเขาที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาชัด ๆ!]
[อย่าไปนะ ไปแล้วจะเสียใจ แม้แต่ถนนดี ๆ สักเส้นยังไม่มีเลย!]
[เรื่องอื่นไม่กล้าพูดหรอกนะ แต่ดูคะแนนในแอปพลิเคชันสีเหลืองก็รู้แล้ว...]
[ไม่ใช่ว่าปรับปรุงแล้วเหรอ? ในวิดีโอนี้น่าจะเป็นผลลัพธ์หลังการปรับปรุงใช่ไหม?]
[คอมเมนต์บนยังอ่อนหัดเกินไป นี่มันก็แค่ลูกเล่นดึงดูดความสนใจ! เข้าใจไหม! ลองไปดูจริง ๆ แล้วจะรู้! ต้องเป็นเรื่องหลอกลวงแน่ ๆ!]
มีทั้งคนด่า ทั้งคนลังเล แต่ความคิดเห็นที่มียอดคนกดไลก์สูงสุดในช่องแสดงความคิดเห็น กลับเป็นของบล็อกเกอร์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า [มือหมูน้อยกันฟ้าผ่า]
[พี่น้องทั้งหลาย รอฉันไปดูวันเสาร์นี้ก่อนว่าตกลงแล้วมันเป็นยังไง แล้วจะมารีวิวให้ทุกคนฟัง! รอฉันนะ!]
ตัวเขาเองก็มีแฟนคลับอยู่ไม่น้อย ดังนั้นพอเขาแสดงความคิดเห็นปุ๊บ ทุกคนก็แห่ตามไปคอมเมนต์ต่อทันที
[ตกลง! นายไปดูก่อน ถ้าสนุกพวกเราค่อยไป!]
[คนคนนี้คงไม่ได้รับเงินมาหรอกนะ? เตรียมจะมาโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงงั้นเหรอ?]
[ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก บล็อกเกอร์คนนี้เชี่ยวชาญเรื่องการโพสต์เตือนภัย ความน่าเชื่อถือก็พอใช้ได้อยู่~]
ทุกคนต่างพูดกันไปคนละทิศคนละทาง แต่ไม่ว่าอย่างไร กระแสตอบรับของวิดีโอนี้ก็ถือว่าดีมากจริง ๆ
...
สวี่จิ้งนั่งอยู่บนเตียง แกว่งเท้าไปมาพลางเลื่อนดูความคิดเห็นในวิดีโอ เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
ความขุ่นมัวจากการปฏิเสธงานเงินเดือนสูงเมื่อไม่กี่วันก่อนมลายหายไปในพริบตา
ก้าวนี้เดินมาถูกทางแล้ว
ในยุคข้อมูลข่าวสารเช่นนี้ การพึ่งพาโฆษณาและแผ่นพับกระดาษนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังสิ้นเปลืองเงินทองอีกด้วย
วิธีที่ดีที่สุดคือการสร้างลูกเล่นดึงดูดความสนใจเพื่อกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน
ดังนั้นเขาจึงครุ่นคิดอยู่นาน กว่าจะตัดสินใจถ่ายวิดีโอแบบนี้แล้วปล่อยออกไป
ระบำนั่วไม่ใช่สิ่งที่จะแสดงออกมาได้ง่าย ๆ เขาเลือกเพียงท่าทางง่าย ๆ ไม่กี่ท่า บวกกับการสร้างบรรยากาศและฉากหลังที่เป็นหมู่บ้านโบราณ ถึงจะสามารถตัดต่อวิดีโอนี้ออกมาได้ดี
ส่วนความคิดเห็นด้านล่างน่ะเหรอ? หึหึ
จะด่าเยอะก็ไม่เป็นไร โดนด่าจนดังก็ถือว่าดังเหมือนกัน ยิ่งด่าเยอะ ก็ย่อมทำให้คนบางส่วนเกิดความสนใจขึ้นมาได้ตามธรรมชาติ
สิ่งที่แหล่งท่องเที่ยวขาดแคลนอยู่ในตอนนี้ ก็คือความนิยมนี่แหละ!
ขอเพียงคุณยินดีมาลองสัมผัส เขาก็มั่นใจว่าจะทำให้คุณพึงพอใจได้อย่างแน่นอน!
เมื่อเวลาผ่านไปทีละน้อย คณะกายกรรมก็ฝึกซ้อมต่อไป สวี่จิ้งเองก็เริ่มเรียกพนักงานมายังสถานที่แห่งใหม่เพื่อทำการฝึกอบรมเป็นครั้งสุดท้าย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มาถึงเช้าตรู่วันเสาร์
จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ!
ท่ามกลางแสงแดดและเสียงนกร้อง พนักงานของแหล่งท่องเที่ยวภูเขาว่านหยวนสวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน แต่ละคนสะพายย่ามผ้า ยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของแหล่งท่องเที่ยว
สวี่จิ้งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว จึงเอ่ยปากเสียงดัง
“วันนี้คือวันแรกที่แหล่งท่องเที่ยวกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง! สิ่งที่กำชับทุกคนไป ฉันเชื่อว่าทุกคนคงจำได้ขึ้นใจแล้ว”
“เวลาทำการอย่างเป็นทางการของแหล่งท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่สิบเอ็ดโมง ตอนนี้ทุกคนสามารถไปประจำตำแหน่งของตัวเองได้แล้ว หวังว่าศึกแรกของพวกเรา! จะสามารถเอาชนะได้อย่างงดงามนะ!”
“เพื่อนพ้องทั้งหลาย! มีความมั่นใจไหม!”
“มี!!!”
จ้าวต้าเสวียและเถียนเถียนตะโกนเสียงดังที่สุด ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
“เอาล่ะ งั้นก็ออกเดินทางได้!”
คนกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวอย่างคึกคัก นอกจากจ้าวต้าเสวียที่ต้องขายตั๋วอยู่หน้าประตู และลุงเซวียที่ต้องรับผิดชอบเรื่องการรับส่งนักท่องเที่ยวแล้ว ทุกคนรวมถึงคณะกายกรรมชิงอวิ๋น วันนี้มีงานเพียงอย่างเดียว นั่นคือการเป็น NPC ของหมู่บ้านโบราณ
และเมื่อเวลาล่วงเลยสิบเอ็ดโมงสิบห้านาที ในที่สุดร่างแรกก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูแหล่งท่องเที่ยว
“ให้ตายเถอะ... มีแค่ฉันคนเดียวที่มาเหรอเนี่ย?”
เสี่ยวอันยืนมองซ้ายมองขวาอยู่หน้าประตู เขตภูเขาเก่าแก่ที่รกร้างว่างเปล่า หน้าประตูไม่มีแม้แต่เงาคน บ้านหลังเล็กซอมซ่อที่อยู่ไกลออกไปนั่นน่าจะเป็นห้องขายตั๋วของพวกเขาใช่ไหม?
เขาเปิดแอปพลิเคชันโต่ว* ด้วยความหงุดหงิด แล้วพิมพ์ข้อความลงในช่องแสดงความคิดเห็น
[คนหายไปไหนหมด? ไม่ใช่บอกว่าจะมาวันนี้เหรอ?]
แต่เสี่ยวอันไม่คาดคิดเลยว่า อีกฝ่ายจะตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
[มือหมูน้อยกันฟ้าผ่า: นายก็ไปเหมือนกันเหรอ? พี่น้องรอฉันด้วย! ที่นี่มันกันดารเกินไปแล้ว อีกสิบกว่านาทีฉันก็ถึงแล้ว!]
ใต้ความคิดเห็นของทั้งสองคนเริ่มคึกคักขึ้นมาทันที
[ไปจริง ๆ ด้วย! ความจริงฉันก็อยากไปนะ ยิ่งดูก็ยิ่งน่าสนใจ...]
[ใช่เลย ดนตรีนี่ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ยังไงซะว่างก็คือว่าง หรือว่าฉันจะไปร่วมแจมด้วยดี?]
[ไปสิ อำเภอชิงซานอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา ถ้านายขึ้นรถบัสแล้วต่อรถแท็กซี่ตอนนี้ คาดว่าน่าจะถึงก่อนบ่ายสองโมง]
[บ้าเอ๊ย มีใครลงชื่อไหม? หรือพวกเราจะไปด้วยกันดี...]
ชาวเน็ตพากันรัวข้อความอย่างบ้าคลั่ง ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของเสี่ยวอัน จะสามารถกระตุ้นความอยากมาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวของพวกเขาได้
ส่วนเสี่ยวอันก็เก็บโทรศัพท์มือถือด้วยความพึงพอใจ แล้วเริ่มรอคอย
สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจ้าอ้วนน้อยในชุดเสื้อฮู้ดสีดำวิ่งยิ้มแฉ่งเข้ามา
“สวัสดี ๆ รอนานไหม? นายคือปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนใช่ไหม?”
เขายื่นมือออกไปจับมือกับเสี่ยวอัน ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นมิตรมาก “ฉันคือมือหมูน้อย นายเรียกชื่อฉันว่าจู้โส่วก็พอ”
เสี่ยวอันเองก็เพิ่งเคยเจอสตรีมเมอร์ออนไลน์เป็นครั้งแรก จึงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
เขายิ้มรับพร้อมกับจับมือตอบ พลางเหลือบมองอุปกรณ์กล้องที่จู้โส่วสะพายอยู่ด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ ได้ยินมาว่าคนคนนี้มาถ่ายวิดีโอเตือนภัย ไม่คิดเลยว่าอุปกรณ์จะครบครันขนาดนี้
“เรียกฉันว่าเสี่ยวอันก็พอ ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปแลกตั๋วกันเถอะ”
ทั้งสองคนทักทายกันสั้น ๆ สองสามประโยค แล้วก็ตรงไปแลกตั๋วที่ห้องขายตั๋วทันที
จ้าวต้าเสวียนั่งตัวตรงอยู่ในห้องขายตั๋ว เผยรอยยิ้มที่ซื่อสัตย์และกระตือรือร้น ยื่นหางตั๋วที่เพิ่งพิมพ์ใหม่สองใบให้อีกฝ่าย พร้อมกับพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม
“ปัจจุบันภูเขาว่านหยวนเปิดให้เข้าชมเพียงจุดเดียว ทั้งสองท่านสามารถเดินตามแผนที่ได้เลย การแสดงของแหล่งท่องเที่ยว-ค่ำคืนแห่งหมู่บ้านโบราณพันปี จะเริ่มตรงเวลาในตอนห้าโมงครึ่ง ถึงเวลานั้นขอให้ทุกท่านไปถึงลานกว้างของหมู่บ้านโบราณให้ตรงเวลา เพื่อไม่ให้พลาดการแสดงที่ยอดเยี่ยมนะ~”
เขามองดูแผ่นหลังของทั้งสองคนที่เดินจากไป แววตาเปล่งประกายความตื่นเต้นวาบหนึ่ง พลางกล่าวส่งเสียงเบา
“ขอให้ทั้งสองท่านเที่ยวให้สนุกนะ!”