เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202 - กวาดถนน 2 (ฟรี)

บทที่ 202 - กวาดถนน 2 (ฟรี)

บทที่ 202 - กวาดถนน 2 (ฟรี)


บทที่ 202 - กวาดถนน 2

พอมาถึงหน้าห้อง 301 ประตูเหล็กดัดก็เปิดอ้าซ่ารับแขกอยู่

หลินหนิงเดินเข้าไปในห้องด้วยความงุนงง

ในห้องนั่งเล่น จินเอ้อร์กำลังขดตัวเล่นเกมอยู่บนโซฟา สวีซานกำลังดูไลฟ์สตรีมแบบกลุ่ม ส่วนจางสือโถวนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็กกำลังเด็ดผัก พร้อมกับเปิดเสียงละครสั้นฟังไปด้วย

บรรยากาศขมุกขมัวแถมยังมีเสียงดังจอแจตีกันมั่วไปหมด ทำเอาหลินหนิงเกือบจะคิดว่าตัวเองหลุดกลับไปอยู่ในห้องเช่าสภาพดูไม่ได้ที่จูหม่าเฉียวซะแล้ว

"พวกนายนี่ไม่คิดจะปิดประตูกันเลยหรือไงวะ?!" หลินหนิงล่ะยอมใจในความประมาทของไอ้สามคนนี้จริงๆ

พอทั้งสามคนเห็นหน้าเขา ก็พากันชะงักไปนิด

สวีซานได้สติก่อนใครเพื่อน เอ่ยปากแซะด้วยน้ำเสียงยียวน "โอ๊ะโอ นี่ประธานหลินนี่นา ลมหอบอะไรมาถึงนี่ได้ล่ะเนี่ย?"

จินเอ้อร์วางโทรศัพท์ลง กำลังจะอ้าปากแซวบ้าง แต่ก็ต้องชะงัก รีบลุกพรวดเดินมาหาหลินหนิง กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ขมวดคิ้วถาม:

"ทำไมนายผอมลงไปเยอะขนาดนี้เนี่ย?"

พอสวีซานสังเกตเห็นสภาพของหลินหนิงชัดๆ ก็รีบเดินเข้ามาดูใกล้ๆ

จางสือโถววางผักในมือลง แล้วลุกขึ้นยืนตาม

หลินหนิงลูบหน้าตัวเองเบาๆ "ช่วงก่อนป่วยนิดหน่อยน่ะ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาสองวันเอง"

"อายุแค่นี้ทำไมถึงป่วยเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นวะ? ไปตรวจเช็กให้ละเอียดหรือยังเนี่ย?" จินเอ้อร์พูดพลางยื่นมือจะมาจับแขนเขา "หายดีแล้วแน่นะ?"

หลินหนิงถอยหลังหลบมือจินเอ้อร์ "หายแล้วๆ เลิกแตะอั๋งฉันได้แล้ว"

จินเอ้อร์ไม่ยอมลดละ ชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ "สีหน้าก็ดูดีอยู่นะ แต่ผอมจนหน้าตอบไปหมดแล้ว หายดีแล้วจริงๆ แน่นะ?!"

สวีซานมองดูเสื้อผ้าของเขาแล้วก็ขมวดคิ้ว "ยังไม่ทันจะหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ออกมาวิ่งรอกเลยหรือไง?"

จางสือโถวที่ยืนอยู่ข้างหลังก็พูดแทรกขึ้นมาเบาๆ "อยากได้เงินจนไม่ห่วงชีวิตเลยหรือไงวะ?!"

โดนทั้งสามคนรุมซักไซ้ไล่เลียง หลินหนิงก็ชักจะรับมือไม่ถูก

เสียงละครสั้นกับเสียงเอฟเฟกต์เกมในห้องยังคงดังระงม กลิ่นเหม็นเขียวของผักที่เพิ่งหั่นเสร็จใหม่ๆ ลอยแตะจมูก ถึงบรรยากาศจะดูวุ่นวาย แต่กลับทำให้หลินหนิงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างประหลาด

"หายแล้วจริงๆ เว้ย" เขาชูโทรศัพท์มือถือในมือแกว่งไปมา "ฉันเอาคดีมาส่ง จะรับไม่รับ?"

จินเอ้อร์กลอกตาบน ถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ก็แค่ผู้ชายอกสามศอก แตะนิดแตะหน่อยจะเป็นไรไปวะ?"

หลินหนิงไม่สนใจคำพูดของเขา "ไอดีกับพาสเวิร์ดคลาวด์พวกนายก็มีอยู่แล้วนี่ เข้าไปดูเองก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะเขียนรายชื่อเป้าหมายเรียงตามเวลาที่เจอ แล้วส่งไปให้"

สวีซานโบกมือปัด "รู้แล้วน่า กฎเดิมนั่นแหละ เย็นนี้ไปร้านปิ้งย่างลุงหยางกันไหม? เดี๋ยวสั่งเซี่ยงจี๊ย่างมาบำรุงแกสักหน่อย"

หลินหนิงส่ายหน้า "ไม่ได้ว่ะ"

"ทำไมวะ?"

มุมปากของหลินหนิงยกขึ้น "เจียงอวี๋ทำกับข้าวรอฉันอยู่ที่บ้านน่ะสิ"

สีหน้าของทั้งสามคนเหมือนเพิ่งกลืนแมลงวันเข้าไป หน้าตาบิดเบี้ยว "แหวะ~~~"

หลินหนิงยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ถือซะว่าไอ้สามตัวนี้มันอิจฉาเขาแล้วกัน ก็เข้าใจได้แหละนะ พวกคนโสดทึนทึกก็งี้

เขาหันหลังเดินไปที่ประตู "ไปล่ะนะ มีอะไรก็โทรมา"

หลินหนิงขยับตัวอย่างว่องไว พอพูดคำสุดท้ายจบ ตัวเขาก็ลงไปถึงบันไดแล้ว

เขาได้ยินเสียงสบถด่าไล่หลังมาจากในห้อง —

"เชี่ย มีแฟนแล้วมันวิเศษนักหรือไงวะ?"

"ไสหัวไปเลยไป๊!"

"พรุ่งนี้ก็มาอีกนะเว้ยไอ้หลิน!"

สวีซานวิ่งไปที่หน้าต่างระเบียง กะจะด่าส่งท้ายอีกสักสองสามคำ แต่พอเอาเข้าจริง คำพูดที่หลุดออกมากลับกลายเป็น "เจียงอวี๋เป็นเด็กดีจะตาย ไอ้หลินนี่มันโชคดีชะมัดที่คว้ามาได้"

จางสือโถวกลับไปนั่งเด็ดผักต่อ "กิ่งทองใบหยก เหมาะสมกันที่สุดแล้ว"

จินเอ้อร์พยักหน้าเห็นด้วย "ก็ใช่น่ะสิ ไอ้หลินมันก็ใช่ย่อย รูปร่างหน้าตาก็ดี ความสามารถก็มี แถมยังนิสัยดีอีกต่างหาก"

สวีซานเดาะลิ้น "เออๆ ยอมรับก็ได้ว่ามันดวงดี"

วันรุ่งขึ้น หลินหนิงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เขตรับผิดชอบของหยางจวินบ้าง

ผลปรากฏว่าผ่านไปทั้งเช้า นอกจากพวกชื่อสีแดงอ่อนแล้ว เขาก็ไม่เจอพวกที่สีเข้มกว่านี้เลยสักคน ไม่ต้องพูดถึงแก๊งอาชญากรเลย

คิ้วของหลินหนิงขมวดเข้าหากันแน่น

เมื่อวานตอนที่อยู่เขตของหลี่เฟิง เขาก็เริ่มตะหงิดๆ ใจอยู่แล้วเชียว

สงสัยช่วงก่อนหน้านี้เขาจะปอกลอกเขตสองเขตนี้หนักมือไปหน่อย เล่นเอาพวกมันขยาดกันไปเป็นแถบๆ

พวกที่ทำผิดกฎหมายได้กลิ่นตุๆ เลยกบดานกันหมดงั้นเหรอ? หรือว่ายังไม่มีเหยื่อหน้าใหม่หลงเข้ามาในเขตนี้กันแน่นะ?

ไหนๆ ก็อุตส่าห์ออกมาแล้ว หลินหนิงก็เลยพยายามทำใจให้สบายที่สุด

ตกบ่าย เขาก็ยังดันทุรังไปตามซอกหลืบต่างๆ ต่อไป

บ่ายโมงตรง จังหวะที่หลินหนิงกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ริมถนน จู่ๆ ตาก็เบิกโพลง

บนถนนสายเก่าที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เขาเห็นผู้ชายสองคนยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง ทั้งคู่มีชื่อสีแดงสดอยู่บนหัว

เขาจอดรถ แกล้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กดูป้ายร้านค้าตามริมถนน

สายตามองทะลุประตูกระจกและหน้าต่างของบริษัททัวร์เข้าไป เห็นพนักงานหลายคนสวมเสื้อโปโลสกรีนชื่อบริษัทอยู่ข้างใน ทุกคนล้วนมีชื่อสีแดงโชว์หราอยู่บนหัว

นี่มันรังโจรอีกแล้วเหรอเนี่ย?

แต่พนักงานบริษัททัวร์ทำกันเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ มันจะไปก่อคดีอะไรได้วะ?

คงไม่ใช่แค่พวกบังคับซื้อของหรือหลอกฟันหัวแบะนักท่องเที่ยวหรอกมั้ง?

หลินหนิงยืนพิงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เปิดขวดน้ำดื่มดับกระหายไปหลายอึก อากาศวันนี้มันร้อนชะมัด

และในตอนนั้นเอง รถบัสขนาดกลางคันหนึ่งก็แล่นมาจอดที่หน้าบริษัททัวร์

บรรดาคนแก่เริ่มทยอยเดินออกมาจากบริษัททัวร์

ชายวัยสามสิบกว่าๆ สวมเสื้อโปโลของบริษัท ชูธงนำทัวร์พลางตะโกนบอก:

"คุณลุงคุณป้าทุกท่านครับ ทยอยขึ้นรถกันได้เลยนะครับ..."

ขวดน้ำในมือหลินหนิงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

เขาสังเกตเห็นว่าพวกตาเฒ่ายายแก่พวกนี้ ทุกคนล้วนมีชื่อสีแดงอ่อนอยู่บนหัว

เขาหันไปมองป้ายชื่อบริษัททัวร์ กับไกด์นำทัวร์คนนั้นอีกครั้ง ก็พบว่ามีรัศมีสีแดงแผ่ออกมาเหมือนกัน

ยิ่งเห็นก็ยิ่งสงสัย นี่มันเป็นรูปแบบการก่ออาชญากรรมแบบใหม่หรือยังไงกัน?

กลุ่มคนแก่ทยอยขึ้นไปนั่งบนรถจนครบ ไกด์หันไปบอกลาคนในร้าน แล้วก็ก้าวขึ้นรถบัสไป จากนั้นประตูรถก็ปิดลง

หลินหนิงลังเลอยู่ชั่วอึดใจ

สุดท้ายก็ตัดสินใจบิดคันเร่ง ขี่ตามรถบัสคันนั้นไป

รถบัสไซส์นี้ ออกเดินทางเวลานี้ น่าจะมุ่งหน้าไปตามพวกฟาร์มสเตย์หรือรีสอร์ตบ่อน้ำพุร้อนแถวๆ ชานเมืองมากกว่า

เขาอยากรู้จริงๆ ว่ามันมีอะไรอยู่เบื้องหลัง

ที่สำคัญคือ เขารู้ตัวดีว่าตัวเองสูบเลือดสูบเนื้อจากสองเขตนี้ไปเยอะจนแทบจะไม่เหลืออะไรให้สูบแล้ว ถึงจะมีอาชญากรคนอื่นหลงเหลืออยู่ แต่จำนวนก็คงไม่เยอะพอที่จะทำให้เขาเดินเตาะแตะกวาดถนนแล้วเจอได้ง่ายๆ อีกต่อไป ถ้าจะให้ไปซุ่มโป่งดักรอ หรือต้องออกมาตระเวนตอนดึกๆ เขาก็ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่

อย่าลืมสิว่ายังมีเขตอื่นๆ อีกตั้งเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นเขตไห่เตี้ยน, เขตเฟิงไถ, เขตตงเฉิง, เขตซีเฉิง พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลที่ยังไม่เคยถูกบุกเบิก รอให้เขาไปกวาดถนนและไล่เช็กบิลพวกชื่อสีแดงอยู่อีกเพียบ

ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะต้องมานั่งเสียเวลาไล่จับปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้หรอก

ในเมื่อรู้ว่าขืนอยู่ต่อก็คงไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สู้เอาเวลาไปสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองดีกว่า

ช่วงนี้มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาเยอะแยะ คนอื่นอาจจะใช้ชีวิตเรียบง่ายน่าเบื่อ แต่เขาเนี่ยสิเจอแต่เรื่องระทึกขวัญสั่นประสาทมาตลอด สภาพจิตใจก็เลยตึงเครียดตามไปด้วย ถือซะว่าคราวนี้ได้มาพักผ่อนหย่อนใจก็แล้วกัน

รถบัสแล่นมุ่งหน้าออกสู่ชานเมืองอย่างต่อเนื่อง

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของหลินหนิงเป็นแบบปลดล็อกความเร็วแล้ว

การขี่ตามไปจึงไม่ได้กินแรงอะไรมากมาย

เขาปล่อยพลังจิตออกไป คล้องไว้ที่ไฟท้ายรถบัส จะได้ไม่ต้องคอยจ้องมองรถคันนั้นตลอดเวลา

หลินหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กดโทรหาหลี่เฟิง

พอปลายสายรับปุ๊บ หลินหนิงก็ไม่อ้อมค้อม ยิงคำถามใส่ทันที "นอกจากนายแล้ว มีเขตไหนที่นายสนิทด้วยอีกบ้าง? หรือว่าผู้กำกับจางอยากจะจับมือร่วมงาน หรือไปหักหน้าเขตไหนเป็นพิเศษไหม? เขตของนายกับหยางจวินน่ะ ฉันปอกลอกจนไม่เหลืออะไรให้ปอกแล้ว ฉันเลยตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนคอกแกะใหม่ว่ะ"

หลี่เฟิง: "..."

คอกแกะ???

มีเรื่องให้ต้องด่าเยอะเกิน จนหลี่เฟิงไม่รู้จะเริ่มด่าจากตรงไหนดี

จบบทที่ บทที่ 202 - กวาดถนน 2 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว