- หน้าแรก
- การตื่นรู้ระดับโลก ผู้รักษาที่มีพลังระดับเทพ
- บทที่ 19 การรักษา
บทที่ 19 การรักษา
บทที่ 19 การรักษา
บทที่ 19 การรักษา
เพียงไม่นาน ก็เริ่มมีผู้คนทยอยหามผู้บาดเจ็บมายังจุดที่ซูหยานประจำการอยู่ไม่ขาดสาย
อาจเป็นเพราะซูหยานยังเป็นหน้าใหม่ จำนวนผู้บาดเจ็บที่ถูกส่งมาในรอบนี้จึงมีเพียง 8 คนเท่านั้น
นอกจากนี้ บาดแผลของกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้ฉกรรจ์จนเกินไป ส่วนใหญ่เป็นแผลที่เกิดจากของมีคมและพลังงานธาตุ
ถึงกระนั้น ในบรรดาทั้ง 8 คนนี้ บ้างก็มีบาดแผลลึกจนมองเห็นกระดูก บ้างก็ถูกโจมตีด้วยสายฟ้า เผาไหม้ หรือแรงระเบิดจนร่างกายน่าเวทนา ภาพการนองเลือดที่ปรากฏแก่สายตาเป็นครั้งแรกทำให้ซูหยานรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
ทว่าซูหยานใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยนี้มานานถึงสิบหกปี แม้ในชีวิตประจำวันเขาจะไม่ค่อยได้พบเจอผู้คนในสภาพเช่นนี้บ่อยนักก็ตาม
แต่ในยุคแห่งผู้ตื่นรู้ โทรทัศน์มักจะถ่ายทอดข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนเร้นลับอยู่เสมอ ซึ่งยุคนี้ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังภาพความรุนแรงหรือเลือดสดๆ
แม้จะหาโอกาสเห็นของจริงได้ยาก แต่การโถมประโคมข่าวจากโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต ประกอบกับประสบการณ์จากสองศตวรรษที่เขาสั่งสมมา ทำให้ความรู้สึกไม่สบายใจในตอนแรกมลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าเขาจะปรับตัวได้หรือไม่ แต่นี่คือสิ่งที่เขาต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต โดยไม่เกี่ยงว่าความรู้สึกส่วนตัวของซูหยานจะเป็นอย่างไร ในฐานะผู้รักษา การเยียวยาผู้บาดเจ็บที่หลากหลายและการได้เห็นบาดแผลทุกรูปแบบล้วนเป็นประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการเติบโตของเขาทั้งสิ้น
ซูหยานข่มความนึกคิดในใจลง ก่อนจะร่ายทักษะพรสวรรค์ "คาถาฟื้นฟู" ใส่ผู้บาดเจ็บคนแรกที่ถูกส่งมา
ชายผู้นี้เต็มไปด้วยรอยฉกรรจ์ มีบาดแผลขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วร่าง และมีแผลฉกรรจ์ลึกถึงกระดูกพาดผ่านทรวงอก ซูหยานสามารถมองเห็นอวัยวะภายในผ่านรอยแผลนั้นได้เลยทีเดียว
หลังจากซูหยานใช้คาถาฟื้นฟู บาดแผลขนาดเล็กที่ยิบย่อยตามร่างกายก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วและเลือนหายไปในเวลาสั้นๆ
ในขณะเดียวกัน แผลฉกรรจ์บนหน้าอกก็เริ่มมีเนื้อเยื่อใหม่งอกเงยขึ้นมาให้เห็นด้วยตาเปล่า ซูหยานจ้องมองเนื้อเยื่อจากทั้งสองฝั่งของแผลที่เติบโตอย่างรวดเร็วและประสานเข้าด้วยกันเพื่อเริ่มกระบวนการฟื้นฟู
ผ่านไปประมาณสามสิบวินาที บาดแผลของเขาก็ฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์ เหลือเพียงรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้าอกที่ยังคงสมานตัวอย่างช้าๆ ส่วนอาการบาดเจ็บจุดอื่นหายเป็นปกติสิ้นแล้ว
สำหรับแผลที่หน้าอกนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวตามปกติอีกต่อไป คาดว่าอีกประมาณครึ่งนาทีคงจะหายสนิท
ในตอนนั้นเอง ชายคนดังกล่าวเริ่มขยับแขนขา เขาสัมผัสได้ถึงการฟื้นฟูที่ต่อเนื่องและครอบคลุมไปทั่วร่าง แววตาของเขาฉายประกายแห่งความตื่นเต้นออกมา
ทว่าเมื่อเห็นคนอื่นๆ ที่กำลังรอคิวอยู่ด้านหลัง เขาจึงไม่ได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เพียงแต่ก้มศีรษะขอบคุณซูหยาน ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมแล้วเดินตรงไปยังทางออก
เมื่อมีประสบการณ์จากการรักษาผู้ป่วยคนแรก ซูหยานก็เริ่มจับจังหวะได้ เขาบอกให้หวังเล่ยพาผู้บาดเจ็บที่เหลือเข้ามาพร้อมกัน แล้วจึงเริ่มใช้ทักษะกลุ่ม "พรรณนาวารีหนุนเนื่อง" ใส่พวกเขา
กลุ่มแสงสีฟ้าอ่อนรวมตัวกันบนฝ่ามือของซูหยาน ก่อนจะเปลี่ยนสภาพเป็นสายน้ำเส้นเล็กๆ พุ่งเข้าหาผู้บาดเจ็บทั้งเจ็ดคนที่นอนอยู่บนพื้น ยามที่สายน้ำไหลเวียน รอบกายคล้ายกับมีเสียงคลื่นซัดสาดดังแว่วมา และมีกลิ่นจางๆ ของน้ำทะเลอบอวลในอากาศ
สายน้ำไหลเข้าสู่ร่างกายของผู้บาดเจ็บที่นอนรายล้อม และเริ่มกระบวนการเยียวยาแก่คนเหล่านั้น
บาดแผลบนร่างของผู้ป่วยเริ่มสมานตัวอย่างรวดเเร็วจนสังเกตเห็นได้ชัด ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพลังงานธาตุ กลิ่นอายธาตุเหล่านั้นก็ค่อยๆ สลายไปในอากาศภายใต้การชะล้างของกระแสน้ำ
เมื่อเห็นอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซูหยานก็สัมผัสได้ถึงการใช้พลังวิญญาณภายในร่างกาย
ทักษะนี้ใช้พลังวิญญาณไปประมาณหนึ่งในห้า และพลังวิญญาณที่สูญเสียไปก็เริ่มฟื้นคืนอย่างรวดเร็วภายใต้ผลของคาถาฟื้นฟูสามชั้นที่เขาใช้กับตัวเองไว้ก่อนหน้านี้ ซูหยานประเมินว่าด้วยความเร็วในการฟื้นฟูระดับนี้ เขาจะกลับมาสมบูรณ์พร้อมในเวลาประมาณครึ่งนาที
หลังจากสัมผัสถึงอัตราการสิ้นเปลืองและการฟื้นฟูพลังวิญญาณในร่างกาย ซูหยานก็พยักหน้าในใจเบาๆ ด้วยอัตราการใช้พลังงานเช่นนี้ เขาสามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้
เมื่อมองดูผู้ป่วยที่บาดแผลกลับมาเป็นปกติด้วยทักษะของตน ความรู้สึกภาคภูมิใจก็พลันผุดขึ้นในใจของซูหยาน เขาเริ่มรู้สึกว่าการเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ไม่ได้แย่นัก
ซูหยานมองดูผู้ป่วยทั้งเจ็ดคนฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ พวกเขาก้มศีรษะขอบคุณและทยอยเดินออกจากที่นั่นไปอย่างเงียบเชียบ เขาจึงส่งสัญญาณให้หวังเล่ยที่อยู่ข้างๆ เรียกผู้บาดเจ็บชุดต่อไปเข้ามาได้เลย
หวังเล่ยซึ่งเฝ้าสังเกตกระบวนการรักษาทั้งหมดอยู่ตลอด มีสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
แม้ในตอนแรกเขาจะตกใจกับสภาพอันสยดสยองของผู้บาดเจ็บ แต่เขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ความเร็วในการร่ายทักษะและความแม่นยำของซูหยานนั้นยอดเยี่ยมมาก อีกทั้งผลลัพธ์ของทักษะยังทรงประสิทธิภาพเกินคาด
โดยเฉพาะผลการฟื้นฟูจากทักษะของซูหยาน แม้เขาจะรู้มาตั้งสองวันก่อนแล้วว่าพรสวรรค์ของซูหยานคือการเพิ่มความรุนแรงของทักษะ แต่การได้ยินมากับตัวกับการได้เห็นด้วยตานั้นต่างกันลิบลับ
คาถาฟื้นฟูที่เป็นเป้าหมายเดี่ยวนั้นพอเข้าใจได้ เพราะนั่นคือทักษะพรสวรรค์ ซึ่งเป็นธรรมดาที่ทักษะพรสวรรค์จะทรงพลัง
ทว่าทักษะกลุ่มที่ใช้ตามมานั้นกลับเป็นสิ่งที่หวังเล่ยยากจะทำใจเชื่อ
หวังเล่ยรู้ดีว่าทักษะนั้นคือ "พรรณนาวารีหนุนเนื่อง" หนึ่งในทักษะรักษาแบบกลุ่มที่หายากที่สุดในบรรดาธาตุรักษา
เขาเคยเห็นคนอื่นใช้ทักษะนี้มาบ้าง แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มธาตุรักษา แต่เนื้อแท้ของมันคือการใช้กระแสน้ำในการเยียวยา ดังนั้นผู้ตื่นรู้ธาตุน้ำจึงสามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน
ถึงแม้โอกาสในการเรียนรู้จะต่ำและประสิทธิภาพการรักษาจะด้อยกว่าธาตุรักษาต้นตำรับอยู่บ้าง แต่ในยุคสมัยที่ผู้ตื่นรู้ธาตุรักษาหาได้ยากยิ่ง ขอเพียงรักษาได้ก็เพียงพอแล้ว ใครจะสนรายละเอียดเล็กน้อยพวกนั้น
เขาเคยเห็นผู้ตื่นรู้ธาตุน้ำคนหนึ่งใช้ทักษะนี้ คนผู้นั้นเป็นผู้ตื่นรู้ธาตุน้ำระดับเอสจากรุ่นที่เรียนจบพร้อมกับเขาในตอนที่อยู่ระดับสี่ ตามคำบอกเล่าของคนผู้นั้น แม้ทักษะของเขาจะไม่ดีเท่าธาตุรักษาโดยตรง แต่ก็ให้ผลได้ถึงแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม จากที่เขาเคยเห็น พรรณนาวารีหนุนเนื่องที่คนผู้นั้นร่ายในตอนนั้น ไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บระดับนี้ให้หายสนิทได้ในการร่ายเพียงครั้งเดียว เขาประเมินว่าต้องร่ายอย่างน้อยสองครั้งจึงจะรักษาได้สมบูรณ์
ทว่าคนที่เขารู้จักนั้นร่ายในขณะที่อยู่ระดับสี่ แต่รุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้าเขานี้กลับเป็นเพียงผู้ตื่นรู้ระดับสองเท่านั้น
หวังเล่ยตกอยู่ในห้วงความคิดจนเหม่อลอยไปชั่วครู่ กระทั่งซูหยานดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ จึงทำให้เขาได้สติ เขาส่งยิ้มขอโทษให้ซูหยานที่กำลังทำหน้าสงสัย ก่อนจะหยิบอุปกรณ์สื่อสารในมือขึ้นมาสั่งการให้ส่งผู้บาดเจ็บชุดต่อไปเข้ามา
สิ้นเสียงแจ้งเตือนของหวังเล่ย ผู้บาดเจ็บจากทุกทิศทางก็ถูกส่งมายังบริเวณที่ซูหยานอยู่อีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่มีการผ่อนปรนสำหรับหน้าใหม่อีกต่อไป ผู้ป่วยถูกลำเลียงมาหาซูหยานอย่างต่อเนื่องคนแล้วคนเล่า
เมื่อมองไปคร่าวๆ เพียงเวลาสั้นๆ ก็มีคนมาถึงมากกว่าสิบคนแล้ว และดูเหมือนจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายคนกำลังมุ่งตรงมายังจุดที่เขาอยู่
เมื่อเห็นภาพนี้ ซูหยานก็ไม่มีเวลาไปสนใจว่าหวังเล่ยกำลังคิดอะไรอยู่ มือของเขาไม่หยุดนิ่งแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งคาถาฟื้นฟู พรรณนาวารีหนุนเนื่อง และประกายดาวนำทาง เขาพ่นทักษะต่างๆ ใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากร่ายพรรณนาวารีหนุนเนื่องใส่ทุกคน จากนั้นจึงพิจารณาตามอาการ หากใครยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เขาก็จะใช้คาถาฟื้นฟูหรือประกายดาวนำทางเสริมเข้าไป
ชั่วขณะหนึ่ง เสียงกระแสน้ำวนเวียนดังสะท้อนอยู่ในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ พร้อมกับแสงดาวที่ส่องประกายลงมาเป็นระยะ