เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 คาถากำจัดความชั่วร้าย

บทที่ 79 คาถากำจัดความชั่วร้าย

บทที่ 79 คาถากำจัดความชั่วร้าย


ขณะนั้น มิใช่เพียงคณะที่พึ่งเข้ามา ชูเหลียงเองก็เป็นผู้ที่ตกใจเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เขาเคยได้เห็นพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อตราประทับร้อยกระบี่เปลี่ยนเป็นหมื่นกระบี่ ฉะนั้นเขาจึงเตรียมใจไว้พอสมควรที่จะได้เห็นพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณอีกครั้งขณะที่เขาใช้มันประสานกับอักขระเป็นกระบี่เวทมนตร์ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้รอยประทับกระบี่ผสานกับอักขระไฟและน้ำแข็งของเขา มันมิได้ส่งผลเพียงปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพแบบก้าวกระโดดจนทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องตกตะลึง

ฉึก

เมื่อดึงเพชฌฆาตสีชาดออกมา มันก็ได้สิ้นสุดภารกิจของมันแล้ว เมื่อมองไปยังใบกระบี่ที่เรียบง่ายและไม่มีการประดับประดาใดๆ เขาก็ยิ่งเกรงกลัวมันมากขึ้นไปอีก ยิ่งเมื่อได้เห็นระดับความเกลียดชังของกระบี่อันชอบธรรมเล่มนี้ที่มีต่อปีศาจที่ร้ายกาจ..

น่าเสียดายที่พลังในระดับเมื่อครู่นี้ เขาไม่สามารถใช้มันได้ตลอด ไม่อย่างนั้น...

ความเป็นไปได้ที่เขาจินตนาการไว้ช่างน่าทึ่งจริงๆ

ชูเหลียงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงรวบรวมสัมผัส จากนั้นก็ตรวจดูศพขนาดใหญ่

น่าเสียดายที่ซากเต่าขนาดมหึมานั้นเสียหายอย่างหนักหน่วง รวมไปถึงกระดองที่แข็งแรงของมันด้วย พลังของเขานั้นเกินควบคุมจนทำให้กระดองและซากของมันแตกกระจายไปทั่ว ไม่มีประโยชน์ใดที่จะทำการซ่อมแซม

สิ่งนี้คือแง่มุมหนึ่งที่ทำให้ปีศาจนั้นไร้เทียมทานเมื่อเปรียบเทียบกับผู้บ่มเพาะ พวกมันแข็งแกร่งในตัวมันเอง ปีศาจจึงมักไม่มีสิ่งที่มีค่ามากนักที่จะทำให้ผู้บ่มเพาะมาแย่งชิง

แต่โชคดีที่ชูเหลียงมีเจดีย์ขาว ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงระดับของเต่ายักษ์ตัวนี้ เขาจึงเชื่อว่าเขาต้องได้รางวัลที่ค่อนข้างดีอย่างแน่นอน

แม้จะพิจารณาแค่ในแง่ของระดับการฝึกฝน แต่เต่าตัวนี้ดูจะเป็นรองกิ้งก่ายักษ์และราชาเสือที่เขาเคยพบเจอในอดีต อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ได้รับรางวัลที่ดีกว่าสำหรับการสังหารเต่าตัวนี้

เนื่องจาก...

ชูเหลียงเบนสายตามอง เขายิ้มกว้างและเดินเข้าไปหาหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อ

เมื่อเด็กสาวลุกขึ้น เธอก็เงยหน้าขึ้นมองเต่าขนาดยักษ์ด้วยสีหน้าสับสนเล็กน้อย

"เต่ายักษ์ตัวนั้นคิดจะกลืนกินเจ้า แต่ข้าช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้" ชูเหลียงกล่าว

"อ๊า.." หลิวเสี่ยวยู่เอ๋ยตกใจร้อง แล้วพูดว่า "ขอบคุณเจ้าค่ะ"

"เขาปฏิเสธที่จะปล่อยเจ้าไป ข้าก็เลยฆ่าเขาเพื่อกำจัดอันตรายอาจเกิดขึ้น" ชูเหลียงเสริม

เด็กสาวอุทาน "โอ้โห..." อีกครั้ง จากนั้นเธอพูดว่า "ท่านช่างเป็นคนดีจริงๆ "

"แต่ เจ้าคงต้องตอบแทนข้าสักเล็กน้อยกระมัง" ชูเหลียงยังคงเกลี้ยกล่อม

เห็นได้ชัดว่าเพียงแค่การแสดงเป็นคนดีคนหนึ่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

"เอ๊ะ" หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อเอียงหัว "ท่าน.. ท่านต้องการสิ่งใดจากข้า"

"ข้าต้องการให้เจ้า.." ชูเหลียงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "..หลับตาแล้วภาวนาให้ความปรารถนาของข้าเป็นจริง"

"หือ"

หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อรู้สึกงุนงง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่อาจจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ได้ยินคำขอที่แปลกขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวผู้อ่อนน้อมก็ทำตาม เธอค่อยๆ หลับตาลงเงียบๆ หวังให้ความปรารถนาดีๆ ของคนดีคนนี้เป็นจริง

จิตของชูเหลียงรวมกับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และเข้าไปในเจดีย์ขาว

เมื่อข้าได้รับคำอวยพรจากปลาคาร์ปแล้ว ไม่มีเวลาใดที่ดีไปกว่าเวลานี้อีกแล้ว!

ร่างทองคำของเต่าขนาดมหึมาเติมเต็มพื้นที่ทั้งห้องขังทั้งหมด ชูเหลียงเดินเข้าไปและสัมผัสคำว่า "ชำระล้าง" โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ในเวลาเดียวกัน เขาไตร่ตรองว่ารางวัลใดจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เขาได้รับของวิเศษ เครื่องราง และยาไปก่อนหน้า

เขาเลยพูดในใจว่า "ขอให้พรของปลาคาร์ฟส่งผลดีแก่ข้าเถิด"

แสงสว่างจ้าระยับปรากฏขึ้น แผ่นหยกที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวพุ่งออกมาและตกลงบนฝ่ามือของชูเหลียง

ชูเหลียงรู้สึกประหลาดใจมาก เขาคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าของพรของปลาคาร์ฟจะมีผลลัพธ์ในทางบวก แต่เขาไม่คาดคิดว่ามันจะมีประสิทธิผลได้เพียงนี้

[คาถากำจัดความชั่วร้าย: ทักษะจากสวรรค์นี้ใช้ได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น ประสิทธิภาพจะมีการรับประกันก็ต่อเมื่อร่ายคาถาใส่คนที่ระดับพลังปราณต่ำกว่าผู้ร่ายเท่านั้น ผู้ที่โดนคาถาจะถูกกำจัดความโกรธทั้งหมดและให้อภัยการกระทำก่อนหน้านี้ของผู้ร่ายในช่วงเวลาสั้นๆ]

"หืม"

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ดูเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่ชูเหลียงกลับขมวดคิ้วเมื่ออ่านคำอธิบาย

คาถาที่ใช้ลบล้างความโกรธออกจากเป้าหมายได้ทันทีงั้นหรือ..

สิ่งนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นประโยชน์มากนักเมื่ออยู่การต่อสู้ แต่มันคงจะดีมากสำหรับการไกล่เกลี่ยข้อโต้เถียง

ในขณะเดียวกันนั้น หลังจากที่แผ่นหยกหลงไปหยุดอยู่ในมือของชูเหลียง แผ่นหยกก็กลายร่างเป็นลูกแก้วแสงสว่าง มันแทรกซึมเข้าไปในร่างของเขา และคลื่นแห่งความคิดก็หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเขาทันที

ปรากฏว่าวิชาคาถาที่เจดีย์ขาวให้เขามานั้นไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ มันกลับกลายเป็นว่าเขาสามารถบรรลุมันได้โดยทันที

นั่นเป็นเรื่องดี อย่างน้อยข้าก็สามารถประหยัดเวลาได้

ยังไม่ทันที่เขาจะคิดต่อไป เขาก็ได้ยินคนตะโกนเรียก "ชูเหลียง ท่านเป็นคนที่ทำเช่นนี้หรือ"

ชูเหลียงลืมตาขึ้นดู เขาเห็นหลินเป่ยกำลังโจนเข้ามา

"ข้าอยู่ที่อื่นค่อนข้างไกลออกไปก่อนหน้า แต่ข้าเห็นเต่าตัวยักษ์ปรากฏออกมาจากตรงนี้ แล้วก็โดนพลังกระบี่อันมหาศาลจัดการ ท่านเป็นผู้จัดการมันหรือ" หลินเป่ยถาม

"ใช่แล้ว.." ชูเหลียงพยักหน้าตอบรับ "นั่นคือปีศาจเต่าชั่วร้ายที่ก่อเหตุร้ายไว้มากมาย มันหมายจะกลืนกินหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อ ฉะนั้นข้าเลยต้องลงมือ"

"ท่านใช้กระบี่เวทมนตร์อันทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร" หลินเป่ยถาม "ข้าได้เป็นพยานพร้อมกับเหล่าศิษย์จากโรงเรียนดนตรีใต้ พวกเขาประหลาดใจกันหมดเลย"

"ข้าทำได้เพียงครั้งเดียว ข้าใช้มันบ่อยมืได้" ชูเหลียงอธิบายอย่างไม่แยแส "ถ้าข้าใช้พลังที่ทรงพลังเช่นนั้นตลอดเวลา ข้าจะอยู่ยงคงกระพันไปเลยใช่หรือไม่"

"คงอย่างนั้น"

เมื่อได้ยินคำอธิบายของชูเหลียงมาพอประมาณ หลินเป่ยจึงไม่สงสัยอะไรอีกต่อไป

เขาเพิ่งรู้มาเมื่อสองวันก่อนว่าชูเหลียงเพิ่งก้าวเข้าสู่ช่วงปลายของการตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณ แต่ระดับพลังที่ชูเหลียงแสดงออกมานั้นเหนือกว่าระดับปัจจุบันของเขาไปไกลมาก ดังนั้นแม้ชูเหลียงจะอ้างว่าพลังนั้นเป็นของเขา หลินเป่ยก็ไม่เชื่อ

เขาคาดว่ามันต้องเป็นเพราะของวิเศษบางอย่างที่ช่วยเสริมพลังของเขา ส่วนเหตุที่ชูเหลียงถึงได้มีของวิเศษช่วยชีวิตมากมายนั้น หลินเป่ยคิดว่าตอบได้ไม่ยาก

ชูเหลียงเป็นศิษย์คนเดียวของยอดเขาหยินเจี้ยน ในขณะที่เขาเป็นเพียงหนึ่งในศิษย์จำนวนมากของยอดเขายู่เจียน ดังนั้นแต่ละคนจึงได้รับทรัพยากรที่จำกัดอย่างมาก หลินเป่ยจึงไม่สงสัยเลยที่ชูเหลียงซึ่งเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของยอดเขาจะได้รับทรัพยากรมามากมายเพียงใด

หลินเป่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาชูเหลียงเล็กน้อย

คงดีมากหากได้เป็นศิษย์ของยอดเขาหยินเจี้ยน..

หลังจากพูดคุยกับชูเหลียงได้สักพัก หลินเป่ยก็หันไปมองหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อและถาม "เจ้าไม่เป็นไรนะ"

หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อทำปากยื่นและตอบ "ข้าหิว"

“ฮ่าๆๆๆ ไปกินของอร่อยๆ กันเถอะ” หลินเป่ยพูดพลางหัวเราะและโบกมือ

ทั้งสามคนมุ่งหน้าออกไปกินข้างนอก สำหรับปัญหาเรื่องวิธีการทำความสะอาดลานบ้านนั้น โดยธรรมชาติแล้วพวกเขาก็ทิ้งให้เป็นหน้าที่ของคนในตระกูลหลี่..

..เมื่ออาหารพร้อมแล้ว ทั้งสามก็มานั่งรับประทานอาหารกันในโถงขนาดใหญ่ หลินเป่ยกับหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อมุ่งมั่นกิน บางครั้งก็พูดคุยกันสองสามคำ

มีเพียงชูเหลี่ยงเท่านั้นที่เหมือนหมกมุ่นอยู่คนเดียว ความคิดทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับคาถากำจัดความชั่วร้ายที่เขาเพิ่งได้มาใหม่

ทักษะแปลกประหลาดนี้เมื่อใช้แล้วจะเป็นเช่นไรกัน มันจะมีประสิทธิภาพจริงอย่างที่ว่าหรือไม่

ด้วยความทนไม่ไหวกับความอยากรู้อยากเห็น ชูเหลียงจึงมองไปที่หลินเป่ยที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหาร แล้วก็เรียกเขา "นี่"

"หึม" หลินเป่ยครางออกมาขณะเงยหน้าขึ้น

ทันใดนั้น ชูเหลียงก็เอื้อมมือไปคว่ำชามตรงหน้าหลินเป่ยด้วยความเร็วราวสายฟ้า ส่งพวกมันร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย

"เจ้าทำอะไรน่ะ" หลินเป่ยถาม

เขาตกใจและสับสนมากจนมีความโกรธเคืองแสดงอยู่ในสายตาของเขา

มืออีกข้างหนึ่งของชูเหลียงเคลื่อนไหวอย่างลับๆ เขาใช้คาถากำจัดความชั่วร้ายใส่หลินเป่ยทันที

แสงสีเขียวที่ปรากฏให้เฉพาะชูเหลียงมองเห็นได้สาดลงบนศีรษะของหลินเป่ยพร้อมกับความสว่างจ้า เมื่อแสงของแสงสีเขียวแผ่ปกคลุมหลินเป่ย ความโกรธในดวงตาของเขาก็หายไปในทันที

"หืมม..." หลินเป่ยพูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้ว ด้วยอาการสับสนอย่างมาก และกล่าวพึมพำกับตัวเอง "ชูเหลียงพลิกคว่ำอาหารของข้าซะอย่างนั้น นี่ไม่มีเหตุผล มันทำให้ข้าโกรธมาก แต่ว่าเขาก็เป็นเพื่อนที่ดีของข้า เขาต้องมีเหตุผลพิเศษแน่ๆ ที่ทำให้เขาทำเช่นนั้น"

"แน่นอนว่าข้าจะให้อภัยเขา"

จบบทที่ บทที่ 79 คาถากำจัดความชั่วร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว