เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 โรงเตี๊ยมคุณนายกู่

บทที่ 51 โรงเตี๊ยมคุณนายกู่

บทที่ 51 โรงเตี๊ยมคุณนายกู่


โรงเตี๊ยมเล็กๆ ของคุณนายกู่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงด้านปกติในเมืองนี้ ชูเหลียงใช้เวลาสอบถามคนงานในโรงเตี๊ยมอยู่ครู่ใหญ่ถึงจะรู้เกี่ยวกับที่ตั้งคร่าวๆ ของโรงเตี๊ยมนี้ได้

เขาซื้อเสื้อคลุมสีดำพร้อมคลุมศีรษะและใบหน้าเพื่อปลอมตัวตามแบบของนิกายมาร

จากนั้นเขาก็ออกเดินทาง

โรงเตี๊ยมแห่งนี้ตั้งอยู่ในมุมที่เงียบสงบของเมืองเกาฉาน ผู้คนสันจรไปมาน้อยมากในจุดนี้ หากทําใครจะทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ที่นี่คงจะห่างไกลจากความสำเร็จเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สําหรับกิจกรรมที่มิได้ถูกกฎหมายนัก ที่แห่งนี้นั้นเกือบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ชูเหลียงมาถึงอาคารสามชั้นทรงโบราณอย่างรวดเร็ว เขาผลักประตูเข้าไปในโรงเตี๊ยม ชั้นล่างมีประชากรเบาบาง มีลูกค้าอยู่เพียงไม่กี่คน

ชูเหลียงไม่ได้ขึ้นไปชั้นบน แต่เดินผ่านประตูเล็กๆ ข้างประตูหลัก พอเปิดม่านดูก็พบว่ามีบันไดสำหรับเดินลงด้านล่าง

มันเป็นอาคาร 3 ชั้น แต่มีการประกอบธุรกิจเกิดขึ้นที่ใต้ดิน ใต้ดินมืดสลัวและโคมไฟแขวนอยู่บนผนัง โต๊ะหลายโต๊ะเต็มไปด้วยนักสู้และผู้บ่มเพาะที่ส่งกลิ่นอายอันธพาลออกมา ส่วนโต๊ะอื่นๆ เป็นลูกค้าคล้ายชูเหลียงที่ปกปิดตัวตนทั้งหมด บางคนสวมหมวกฟาง บางคนปิดบังใบหน้า

คนที่มาที่นี่ดูเหมือนจะมีเจตนาคล้ายกับเขา

ชูเหลียงเพิ่งนั่งลงและบริกรก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยส่งรายการกระดาษแข็งที่แสดงรายการเครื่องดื่มต่างๆ และราคาให้เขา

“ต้องการให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่ขอรับ” บริกรถาม

ชูเหลียงตอบด้วยรหัสลับที่เขารู้มา “ขอสองเหยือก เหยือกหนึ่งสําหรับคุณนาย อีกเหยือกสำหรับข้า”

"ขอรับ" บริกรกล่าวก่อนเดินออกไป

ชูเหลียงได้แต่รอ เขาอดทนรอเกือบชั่วโมงก่อนที่อีกคนจะมา

“นายท่าน กรุณามากับข้าเพื่อรับรายการที่สั่งของท่าน” บริกรเข้าใกล้ชูเหลียงและกระซิบเบาๆ

ชูเหลียงเดินตามหลังบริกรไป เดินผ่านโถงทางเดินอีกทางหนึ่ง เข้าไปในห้องที่มีแสงไฟที่สลัวกว่า

ในห้องมีแสงไฟเพียงดวงเดียววางอยู่กลางโต๊ะที่มีอยู่เพียงตัวเดียวในห้อง ผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเป็นผู้หญิงที่มีผมยาวประบ่า ใบหน้ายาวเรียว รูปร่างสูง ผิวขาวและดวงตาสีฟ้าเข้ม

เธอเปล่งประกายเสน่ห์ของความเป็นผู้ใหญ่และรักษาสีหน้าที่ผ่อนคลาย

เห็นได้ชัดว่าเธอก็คือคุณนายกู่นั่นเอง

ผู้หญิงผายมือออกมาเป็นสัญญาณให้ชูเหลียงนั่งลงตรงข้าม

เธอถามอย่างไม่รีบร้อนว่า "ท่านเป็นคนสั่งสุราสองเหยือกใช่หรือไม่"

ชูเหลียงพยักหน้า

"เอาล่ะ ข้าคือคุณนายกู่ แต่การที่ท่านมาถึงที่นี่ได้แสดงว่าท่านก็ต้องรู้อยู่แล้ว" หญิงคนนั้นพูดขณะเอนตัวไปข้างหลัง "ท่านสามารถถามคำถามใดๆ ได้ตามต้องการและข้าจะให้คำตอบเท่าที่ข้ารู้ อย่างไรก็ตามเมื่อข้าให้คำตอบแล้ว ท่านต้องพร้อมที่จะมอบสิ่งที่มีค่าแลกเปลี่ยน สิ่งนี้สามารถใช้ได้ทั้งรูปแบบของของมีค่าหรือความช่วยเหลือก็ได้ ท่านพร้อมที่จะรับบริการหรือไม่"

"ข้าเข้าใจแล้ว" ชูเหลียงตอบ

"หากท่านปฏิเสธที่จะชำระค่าตอบแทน... ฮ่า ๆ ไม่มีใครได้รับการยกเว้นจากการปฏิบัติตามกฎ ข้าหวังว่าท่านจะไม่โกรธเคืองกับความตรงไปตรงมาของข้า" หญิงสาวกล่าว

"ท่านสุภาพสตรี วางใจได้ ข้าจะปฏิบัติตามกฎอย่างแน่นอน" ชูเหลียงรับรองกับเธออย่างรวดเร็ว

ชูเหลียงไม่สงสัยในความสามารถของเธอเมื่อพิจารณาจากสถานะของเธอที่มีข้อมูลมากมายและทำงานอยู่ในสถานที่อันตรายเช่นนี้

"แล้วปัญหาอะไรพาท่านมาถึงที่นี่หรือ โปรดพูดมาเถิด" นางกู่กล่าว

"ข้าอยากรู้... สถานที่ซ่อนตัวของทูตปีศาจที่พึ่งก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ในเมืองเกาฉานแห่งนี้" ชูเหลียงถามอย่างไม่อ้อมค้อม

นางกู่หัวเราะทันทีและกล่าวว่า “คําถามของท่านเจ้าเล่ห์มาก เกรงว่าข้าจะตอบมิได้ ก่อนอื่น ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อบาปใหญ่นั้น ประการที่สอง ข้าไม่รู้ตําแหน่งของทูตปีศาจด้วย” เธอส่ายหัวเบาๆ

ชูเหลียงเตรียมใจไว้แล้ว การได้รับข้อมูลมากมายผ่านเครือข่ายไม่ได้หมายความว่าเธอจะรู้ทุกอย่าง เป็นเรื่องปกติที่จะมีคำถามที่ไม่สามารถตอบได้

"เช่นนั้นข้าขออีกหนึ่งคําถาม" ชูเหลียงกล่าว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “ข้าอยากรู้ว่าผู้ใดได้รับดอกบัวทองใต้บาดาลจากทูตปีศาจไป”

"อืม..." นางกู่เอ่ยปาก เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ดูเหมือนว่าท่านมีความสนใจในทูตปีศาจตนนั้นมากเลยสินะ ข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้ก็แล้วกัน”

"ข้ารู้เพียงว่าทางหุบเขาสามสัมบูรณ์กำลังไล่ล่าพวกหมอผีร้ายอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ และหมู่บ้านหมอผีร้ายสิบเจ็ดแห่งในเขตใต้ก็ได้รวมตัวกันและเป็นพันธมิตรกับพวกปีศาจเพื่อความอยู่รอด

"พวกเขาได้เลือกหมู่บ้านเขาทมิฬเป็นตัวแทนและส่งทูตพิเศษมาพบกับทูตปีศาจ ถ้าทูตปีศาจจะติดต่อหรือมอบของใดๆ ของเขา มันก็อาจะต้องเกี่ยวข้องกับพวกหมอผีร้ายเหล่านี้ นอกจากนั้นข้าก็ไม่รู้อะไรแล้ว"

หมอผีงั้นหรือ

ไม่แปลกใจที่ชูเหลียงจะได้ยินคำนี้

เป้าหมายของปีศาจคือการเป็นพันธมิตรกับกองกำลังต่างๆ และในภาคใต้ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือนิกายมารและกลุ่มชั่วร้ายต่างๆ ที่ฝึกมนตร์ดำ ยาพิษ และศาสตร์แห่งความมืด ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้

ชูเหลียงเพียงต้องการยืนยันให้แน่ชัดว่าพวกเขาต้องการเลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับกองกำลังใด

หมอผีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หมอผีด้านสว่าง และหมอผีด้านชั่วร้าย หรือที่เรียกกันว่า หมอผีเที่ยงธรรม และหมอผีร้าย

ตัวอย่างเช่น หุบเขาสามสัมบูรณ์มีชื่อเสียงในด้านวิชาหมอผี การควบคุมแมลงวูดู และมีความเชี่ยวชาญด้านพิษ อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงยึดมั่นในเส้นทางที่ถูกต้องในการฝึกฝนบ่มเพาะวิชาของพวกเขา

แต่หากพูดถึงหมอผีร้ายทางใต้ที่สืบทอดประเพณีโบราณ วิธีการของพวกเขามักจะโหดร้ายและวิชาของพวกเขาถูกมองว่าชั่วร้ายจนคนทั่วไปไม่สามารถยอมรับพวกเขาได้

และด้วยความที่เป็นหมอผีเหมือนกัน เหล่าหมอผีเที่ยงธรรมจะมีหน้าที่ล่าและจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยหมอผีร้ายไปโดยปริยาย สิ่งนี้ทำให้หมอผีเที่ยงธรรมขัดแย้งกับหมอผีร้ายมาเป็นเวลาหลายหมื่นปี

"ข้าอยากรู้ว่าทูตของหมอผีร้ายอยู่ที่ใด" ชูเหลียงถามต่อ

ถ้าทั้งสองพบกันจริง การหาตัวทูตหมอผีเจอได้ก็อาจจะหมายความว่าเขาจะหาตัวทูตปีศาจเจอได้เช่นกัน

"ที่ศูนย์กลางการค้าเหนือผา" นางกู่ตอบอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของเธอเกี่ยวความเป็นไปในเมืองเกาฉานนี้

"ขอบคุณขอรับ" ชูเลี่ยงพยักหน้า "ข้าไม่มีปัญหาอื่นแล้ว"

"เอาล่ะ" นางกู่พูดต่อด้วยรอยยิ้ม "ตอนนี้เรามาพูดถึงค่าตอบแทนกัน ท่านถามคําถามไปสองข้อ ท่านยินดีที่จะแลกเปลี่ยนมันด้วยสิ่งใด"

ชูเหลียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ข้ารู้ตําแหน่งที่แน่นอนของดอกหยกหน้าคนที่กําลังจะสุกที่ภูเขาปราการใต้ ข้าสามารถบอกข้อมูลนี้กับท่านได้"

ชูเหลียงและเพื่อนร่วมนิกายของเขาเคยทำภารกิจหนึ่งนั่นก็คือการเก็บเกี่ยวดอกหยกหน้าคน พวกเขาเจอมันสองดอก แต่เก็บเกี่ยวได้แค่ดอกเดียว ส่วนดอกที่สองถูกทิ้งไว้เพราะยังไม่โตเต็มที่

“แม้ว่าดอกหยกหน้าคนจะมีคุณค่า แต่ข้อมูลนี้ไม่เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนกับคำตอบทั้งสองประเด็น มากที่สุดก็สามารถเทียบเท่ากับค่าของคำถามที่สองของท่านเพียงเท่านั้น” นางกู่ตอบ

"อืม" ชูเหลียงพยักหน้าและเห็นด้วยกับการตัดสินของนางกู่

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเสนอว่า "คุณนายกู่ ท่านแนะนำได้หรือไม่ว่าข้าควรทำอย่างไรในการจ่ายให้กับคำตอบข้อแรก"

"ย่อมได้" นางกู่ตอบ

เธอวางมือบางๆ ของเธอลงบนโต๊ะและแมลงอ้วนสีเงินเริ่มคลานออกจากแขนเสื้อของเธอ สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะคล้ายหนอนผีเสื้อมาก แต่ตัวของมันหนาและใหญ่ ทุกส่วนของร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกเงา

“นี่ก็คือแมลงกินเงินต้องสาปที่ข้าเลี้ยงไว้” นางกู่อธิบาย "มันเติบโตโดยการบริโภคความมั่งคั่ง ข้าเพียงต้องการให้ท่านทำให้มันพัฒนาจากเงินเป็นทองภายในสามวัน ท่านเพียงแค่ต้องป้อนมันด้วยเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

ชูเหลียงยิ้มแล้วตอบ “ตกลง”

เงื่อนไขเหล่านี้ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลพอสมควร

โดยทั่วไปแล้วปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินไม่ใช่ปัญหาของผู้บ่มเพาะแต่อย่างใด

จบบทที่ บทที่ 51 โรงเตี๊ยมคุณนายกู่

คัดลอกลิงก์แล้ว