เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 โศกนาฏกรรมในเมืองเกาฉาน

บทที่ 49 โศกนาฏกรรมในเมืองเกาฉาน

บทที่ 49 โศกนาฏกรรมในเมืองเกาฉาน


ท้องฟ้ายามเช้าเหนือเมืองเกาฉานยังคงมืดครึ้ม ชูเหลียงและยุนเชาเสี้ยนออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ และก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้น พวกเขาก็มาถึงด้านนอกคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ในเขตชานเมือง

กําแพงสูงของที่อยู่อาศัยถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ซึ่งดูเหมือนลวดหนามมาก มองจากภายนอกจะเห็นเพียงมุมชายคา [1]

ทั้งบริเวณเงียบสงบ ประตูรั้วที่พักอาศัยปิดสนิท

ทางยุนเชาเสี้ยนก็รีบเร่งอย่างใจร้อน "เสียงสะท้อนของคลื่นเสียงสวรรค์ดังมาจากภายในนั้น เราควรรีบเข้าไปฆ่าเขาเสียในขณะที่เขาไม่ทันตั้งตัว”

"ช้าก่อน" ชูเหลียงกล่าว

ชูเหลียงจับง้าวของยุนเชาเสี้ยนเพื่อให้ยุนเชาเสี้ยนหยุดเดิน

"หือ" ยุนเชาเสี้ยนงุนงงครู่หนึ่ง "ท่านชู ท่านจับง้าวข้าไว้ทำไมเล่า"

"..." ชูเหลียงเงียบ เขาหายใจเข้าออก และอธิบาย "มันเงียบเกินไป มีบางอย่างที่ข้ารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง"

"ตอนเช้าเช่นนี้ ความเงียบก็ย่อมเป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ" ยุนเชาเสียนถามอย่างไม่เข้าใจ

ชูเหลียงส่ายหัว "ข้าใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของข้ากวาดเข้าไปทั่วลานหน้าบ้านทั้งหมด มันว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ มันไม่มีสิ่งใดเลย มันแปลกมากจริงๆ "

ชูเหลียงพบว่าที่นี่ไม่เพียงแต่ว่างเปล่า แต่มันไม่มีแม้แมลงหรือนกอยู่โดยรอบแม้แต่ตัวเดียว

"แล้วเราควรทําอย่างไรดีเล่า" ยุนเชาเสียนถาม

เขาสับสนแต่อย่างน้อยเขาก็เข้าใจความหมายของชูเหลียง

"ข้าว่าพวกเราควรดูก่อนสักพัก"

ชูเลี่ยงพายุนเชาเสี้ยนไปซ่อนตัวที่ถนนข้างที่พัก พวกเขานั่งยองๆ เพื่อสังเกตบริเวณโดยรอบ

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังไปทั่วถนนที่เงียบสงบราวกับใบมีดลมที่ผ่าอากาศด้วยเสียงแหลม

ชูเหลียงกับยุนเชาเสี้ยนหันไปมอง พวกเขาเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ในชุดคลุมสีดําและถือวิ่งมาจากปลายถนนอย่างรวดเร็ว

เหล่าเจ้าหน้าที่ของเมืองเกาฉานเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นนักสู้ระดับสอง และผู้นำของพวกเขาคือนักสู้ระดับสามซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเมือง

เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้รีบวิ่งเข้าไป สองคนในนั้นเตะประตูทางเข้าบ้านทันที ส่วนคนอื่น ๆ อีกหลายคนบินข้ามกําแพงบ้านและเข้าไปในบ้านจากช่องทางต่างๆ

วินาทีที่มีคนก้าวเข้าไปในสนามหน้าบ้าน พวกเขารู้สึกถึงพลังงานปีศาจที่ปั่นป่วนอยู่ข้างนอก

หวืดดด

จู่ๆ ต้นไม้บริเวณลานหน้าบ้านก็แผ่กิ่งก้านสาขากลายเป็นเถาวัลย์ยาว พวกมันล้อมรัดรอบเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งเข้ามาและแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่งกลางอากาศ

เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในระดับต่ำได้รับความทุกข์ทรมานในช่วงเวลาหนึ่ง โชคดีที่ในเวลาต่อมาไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่คนอื่นเข้าให้ความช่วยเหลือและตัดโค่นล้มเถาวัลย์อย่างรวดเร็ว

"ไม่น่าแปลกใจที่สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างแปลก" ชูเหลียงซึ่งกําลังตรวจสอบจากภายนอกด้วยสัมผัสกล่าวเบาๆ

พืชเหล่านี้ถูกบางคนใช้ทักษะของปีศาจใส่เพื่อทำให้พวกมันคลั่ง พืชเหล่านี้ถูกสั่งการเพื่อให้จัดการผู้บุกรุกและโจมตีพวกเขา

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รีบวิ่งเข้าไปในหลังบ้าน ทันใดนั้นพวกเขาก็จมอยู่ในพลังชี่แห่งเลือด

บนพื้นเต็มไปด้วยศพประมาณสิบกว่าศพ พวกเขาอยู่ในสภาพที่น่ากลัวและน่าสยดสยอง

"..ถ้าเราบุกเข้าไปก่อนหน้านี้และถูกชะลอโดยเถาวัลย์หน้าบ้าน ขณะที่เราหลุดเข้าไปได้เจ้าหน้าที่ที่วิ่งเข้ามาจะพบเราในจุดเกิดเหตุสังหารหมู่.." ชูเหลียงวิเคราะห์และในที่สุดก็เข้าใจวัตถุประสงค์เถาวัลย์เหล่านั้น "ปีศาจก็จะสามารถหลบหนีไปได้ และยังได้โยนความผิดให้เราด้วย"

แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้อาจไม่สามารถหยุดชูเหลียงและยุนเชาเสี้ยนจากการหลบหนีได้ แต่การถูกพบในที่เกิดเหตุอาจทําให้พวกเขาสองคนเดือดร้อน

หากถูกจับได้ และไม่สามารถโน้มน้าวเจ้าหน้าที่ได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สุดท้ายพวกเขาจะถูกควบคุมตัวไประยะหนึ่ง จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นและความจริงจะถูกเปิดเผย ในทางกลับกัน หากพวกเขาตัดสินใจหนีออกไปหลังจากถูกพบแล้ว ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่นิกายของพวกเขาจะถูกติดตาม จากนั้นราชสํานักจะกดดันนิกายของพวกเขา ท้ายที่สุดแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่นิกายชั้นนำของพวกเขาจะยอมให้ศิษย์ของตนดูหมิ่นกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปีศาจก็ได้หลบหนีไปอย่างง่ายดายแล้ว

"ช่างเจ้าเล่ห์นัก" ยุนเชาเสี้ยนเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วและพูดอย่างอึดอัดใจ "พี่ชู ถ้าไม่ใช่เพราะท่านคิดเร็ว ข้าคงตกหลุมพรางของเขาแล้ว"

ชูเหลียงฟังแล้วตอบได้แต่ยิ้ม “นี่คือเหตุผลที่การเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ การอยู่ในความสงบเป็นสิ่งที่ดีเสมอ”

"แต่..." ยุนเชาเสี้ยนก็รู้สึกงงงวยอีกครั้ง "หากมีการจัดฉากเช่นนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะรู้เรื่องของเราแล้วงั้นหรือ.."

"อาจจะใช่" ชูเหลียงเห็นด้วย "ทูตปีศาจคนนั้นต้องรู้เรื่องของภูเขาอินรินแล้ว ท่านไล่ตามเขาไปจนถึงภูเขาอินรินได้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะคาดเดาได้ว่าท่านทิ้งสิ่งติดตามไว้กับเขา

"อืม" ในที่สุดยุนเชาเสี้ยนก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว "ดังนั้นคลื่นเสียงสวรรค์ของข้าจึงหายไปสินะ ตอนนี้เราคงจับเขามิได้แล้ว"

"ไม่เป็นไร เรากลับไปตั้งหลักกันก่อนเถอะ" ชูเลี่ยงพูดพลางหันไป

...

ไม่นานหลังจากที่ทั้งสองกลับไปที่โรงเตี้ยม ทางการได้ออกประกาศ

เหตุสังหารหมู่อันอุกอาจขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ฆ่ายกครัว 17 ศพ ส่วนผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างหลบหนี

ผู้เสียหายเป็นครอบครัวพ่อค้ายาในเมือง สมุนไพรที่หายากและของมีค่าบางอย่างหายไปจากคลังของพวกเขา สิ่งที่มีค่าที่สุดคือดอกบัวทองใต้บาดาล

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากการชิงทรัพย์ ปฏิกิริยาแรกของเจ้าหน้าที่หลังพบเหตุการณ์นี้คือการปิดล้อมเมือง พร้อมทั้งตั้งรางวัลนำจับในการให้ข้อมูลเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและติดตามดอกบัวทองใต้บาดาลกลับคืนมา

เมืองเกาฉานอยู่ติดกับปราการภูเขาใต้ เหล่าเกษตรกรจำนวนมากเสี่ยงชีวิตเพื่อเก็บสมุนไพรและค้นหาสมบัติทางธรรมชาติ สมุนไพรที่มีคุณค่าใดๆ ที่พวกเขาพบนั้นได้ถูกนำมาขายให้กับพ่อค้าในเมืองเกาฉาน ส่งผลให้มีผู้ค้ายาสมุนไพรเช่นเดียวกับผู้ประสบเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้จำนวนมาก อาชญากรรมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ทำให้ทุกคนในเมืองต่างกลัวว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไป

"ดองบัวทองใต้บาดาล.." ชูเหลียงพึมพําหลังจากดูประกาศ

ดูเหมือนเขาจะนึกถึงอสูรมิติข้ามวิญญาณ โดยเขากล่าวว่าเมื่อเขาไปถึงขั้นที่สามของระดับธาตุทั้งห้าแล้ว เขาจะต้องการสมบัติทางธรรมชาติที่มีคุณลักษณะของหยินและน้ำเพื่อการบ่มเพาะ มีทางเลือกอยู่พอสมควรสำหรับของจำเป็นชิ้นนั้น

ดอกบัวทองใต้บาดาลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

มันสามารถช่วยให้ผู้ฝึกฝนในระดับที่ห้าบรรลุความก้าวหน้า แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสมบัติที่มีค่ามากจริงๆ นอกจากนี้ ต้นกําเนิดของสมบัติชิ้นนี้ยังอยู่ในภาคใต้ มันเติบโตทางตอนใต้สุดของเทือกปราการใต้ในเขตบาดาล

“ฉันไม่รู้สึกถึงร่องรอยของเขาแล้ว” ยุนเชาเสี้ยนกล่าว

เขาพยายามติดตามทูตปีศาจผ่านคลื่นเสียงสวรรค์หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองตามที่คาดไว้

เสียงสะท้อนก่อนหน้านี้ในที่เกิดเหตุเป็นกับดักที่ทูตปีศาจวางเอาไว้เพื่อล่อให้ยุนเชาเสี้ยนไปติดกับ

"ไม่เป็นไร ครั้งนี้เขากลายเป็นเหยื่อของความคิดตัวเองแล้ว" ชูเหลียงวิเคราะห์ "สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือหลังจากการสังหารหมู่เขาได้รายงานเหตุการณ์ต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองโดยมีเจตนาที่จะดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่ไปที่ท่าน ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถสลัดการติดตามของท่านได้ด้วยความวุ่นวายและชิงจังหวะนั้นในการหลบหนีไป”

“อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ตกหลุมพรางของเขา ทำให้เจ้าหน้าที่ยังจับผู้ต้องสงสัยไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจปิดเมือง”

“เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เขาเองก็น่าจะมีโอกาสที่จะยังติดอยู่ในเมืองนี้เช่นกัน”

"หากเขาต้องการจะหนีออกจากเมืองในตอนนี้และไม่มีทางลับที่นําไปสู่นอกเมือง เขาจะต้องตกเป็นเป้าของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเขาเป็นปีศาจดังนั้นเขาอาจไม่ทําอะไรเสี่ยงๆ ในอาณาเขตของราชวงศ์หยูเป็นแน่ เรายังมีโอกาสที่จะจับเขาได้อยู่ หากเขาไม่มีทางลับสำหรับหลบนี้ออกจากเมืองล่ะก็นะ"

ดวงตาของยุนเชาเสี้ยนเบิกกว้าง เขาฟังการวิเคราะห์อย่างใจเย็นของ ชูเหลียงและเริ่มคิดว่าเขาล้าหลังในความเข้าใจเพียงก้าวเดียว แต่ในไม่ช้าเขาก็พบว่าทั้งหมดนี้ไม่มีความหมายสําหรับเขา

แต่เมื่อชูเหลียงวิเคราะห์เสร็จ ยุนเชาเสี้ยนก็พยักหน้าทันทีและพูดว่า "ท่านชู ท่านพูดถูก.. นี่คล้ายกับที่ข้าคิดเลย"

จากนั้นเขาก็เกาหัวสักพัก

ถึงกระนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า "แล้วเราจะไปจับเขาได้ที่ใด.."

"ข้าคิดว่าพวกเราจะหาทางหาเขาให้เจอจนได้" ชูเหลียงตอบอย่างเย็นชา

...

หลังจากยุนเชาเสี้ยนจากไป ชูเหลียงไม่ได้ใช้สมองอย่างหนักเพื่อให้ได้คําตอบ เขาหยิบเหรียญผู้ปราบวิญญาณออกมา

ทั้งชูเหลียงและยุนเชาเสี้ยนเป็นพลังแห่งความยุติธรรม นั่นหมายความว่ามุมมองของพวกเขามีจำกัด ดังนั้นเพื่อจัดการกับเรื่องเหล่านี้อาจต้องขอความช่วยเหลือจากพี่น้องของเขาในโลกมืดเท่านั้น

ชูเหลียงส่งสติของตัวเองเข้าไปในเหรียญผู้ปราบวิญญาณและส่งข้อความ

[58] : "ทุกท่าน ข้าพบข้อมูลสำคัญบางอย่าง ตอนนี้มีบัวทองใต้บาดาลอยู่ในเมืองเกาฉาน แต่ข้าไม่สามารถระบุได้ว่ามันอยู่ที่ใด ข้าขอความช่วยเหลือจากพวกท่านได้หรือไม่"

1. ขอบหลังคาที่ยื่นออกมาจากด้านข้างของอาคาร

จบบทที่ บทที่ 49 โศกนาฏกรรมในเมืองเกาฉาน

คัดลอกลิงก์แล้ว