- หน้าแรก
- เซียนสวรรค์แสนปี จ้าวแดนหวงห้าม
- ตอนที่ 51 ฝังฟ้า ฝังดิน ฝังสรรพชีวิตทั้งปวง (ฟรี)
ตอนที่ 51 ฝังฟ้า ฝังดิน ฝังสรรพชีวิตทั้งปวง (ฟรี)
ตอนที่ 51 ฝังฟ้า ฝังดิน ฝังสรรพชีวิตทั้งปวง (ฟรี)
ตอนที่ 51 ฝังฟ้า ฝังดิน ฝังสรรพชีวิตทั้งปวง
“ดี!”
อู่เซียวกางร่มกระดาษมัน เดินออกห่างจากพระชายาหวยหนาน จิ่วหูลู และลั่วหยาป๋าย
นางไปยืนหน้าศิลาจารึกชิ้นที่อยู่ไกลที่สุด ใช้หางตามองสังเกตโดยรอบ
“จากตรงนี้ข้ามองเห็นภาพรวมทั้งหมด หากพวกเขาเริ่มสังเกตเจ้า ข้าจะเตือน เจ้ายังจำได้หรือไม่ ว่าครั้งก่อนอักษรบนศิลาจารึกที่แตกหักที่ข้าแปลให้เจ้า คืออะไร?”
“จำได้สิ”
อู่เซียวจำได้ชัดเจน
ครั้งนั้นหวงมู่ยวี่หนี่ว์นำศิลาจารึกชิ้นหนึ่งกลับไป จิ่วหูลูกับพระชายาหวยหนานพยายามถอดความ แต่ไม่สำเร็จ และก็เป็นวันนั้นเองที่หลี่หมิงสามารถสื่อสารกับนางด้วยตัวอักษร
“อักษรโบราณบนศิลาจารึกชิ้นนั้น เจ้าบอกข้าไว้ ว่าคือ เขากู๋อู๋ บนเขามีหยกมาก ใต้เขามีทองแดงมาก มีสัตว์ชนิดหนึ่ง รูปร่างกายแกะ หน้าเป็นคน ดวงตาอยู่ใต้รักแร้ ฟันเสือ เล็บคล้ายคน เสียงเหมือนทารก กินคนเป็นอาหาร…”
หลี่หมิงไม่คิดว่านางจะจำได้ดีนัก ผ่านไปหลายวันแล้วยังจำได้ไม่ผิดเพี้ยน
อู่เซียวถาม “ประโยคนี้มีอะไรหรือ?”
สีหน้าหลี่หมิงซับซ้อน “ศิลาจารึกที่อยู่ตรงหน้าเจ้า กล่าวถึงสัตว์ประหลาดอีกประเภทหนึ่ง”
อู่เซียวมองอักษรบนศิลา
“แล้วมันคือตัวอะไร?”
หลี่หมิงแปลว่า
“มีสุนัขจิ้งจอก ชื่อหู อายุห้าสิบปี สามารถแปลงกายเป็นหญิงชาวมนุษย์ อายุร้อยปีเป็นหญิงงาม เป็นร่างทรง รู้เหตุการณ์ไกลพันลี้ เชี่ยวชาญการล่อลวง ทำให้คนหลงผิดเสียสติ อายุพันปีจึงสื่อสารกับฟ้าได้”
อู่เซียวกล่าว “นี่พูดถึงจิ้งจอกเก้าหาง”
“ถูกต้อง”
“ครั้งก่อนเป็นเถาหยง ครั้งนี้เป็นจิ้งจอกเก้าหาง เหตุใดล้วนเป็นอสูรเทพร้ายกาจเช่นนี้?” อู่เซียวขมวดคิ้ว ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางนวดหว่างคิ้ว
“ยังไม่หมด ศิลาจารึกด้านซ้ายของเจ้า กล่าวถึงอสูรอีกประเภทหนึ่ง”
อู่เซียวขมวดคิ้วลึกขึ้น
หลี่หมิงแปลอักษรโบราณบนเศษศิลาจารึกต่อไป
“ในแดนดึกดำบรรพ์ มีภูเขาชื่อเป่ยจี๋กุ้ย ทะเลทางเหนือไหลลงสู่ที่นั่น มีเทพเก้าหัว หน้าเป็นคน กายเป็นนก เรียกว่าเก้าหงส์…”
“…บนภูเขาไร้พืชพรรณ มีหยกเขียวมาก น้ำไหลออกแล้วไหลไปทางตะวันตกสู่แม่น้ำ มีสัตว์ชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนเสือดาว ลวดลายบนหน้าผาก ตัวขาว ชื่อเมิ่งจี ชำนาญการซุ่มโจมตี เสียงร้องเรียกชื่อตนเอง…”
“ถัดไปทางเหนือสองร้อยลี้ คือเขาเป่ยชิว มีหนาม และไม้แข็ง มีสัตว์หนึ่ง รูปร่างเหมือนวัว มีสี่เขา ตาเป็นคน หูหมู ชื่อจู๋หวย เสียงเหมือนห่าน กินคน น้ำจากจู๋หวยไหลไปทางตะวันตกสู่แม่น้ำเซียว ในน้ำมีปลามาก รูปร่างปลา หัวสุนัข เสียงเหมือนทารก กินแล้วทำให้เสียสติ…”
“เทือกเขาทิศใต้ เริ่มต้นที่เขาเชวี่ย เขาแรกชื่อเจาหยาว ตั้งอยู่ริมทะเลตะวันตก มีอบเชย ทอง และหยกมาก มีหญ้าชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนกุยช่าย ดอกสีเขียว ชื่อจู๋อวี๋ กินแล้วไม่หิว มีต้นไม้หนึ่ง รูปร่างเหมือนต้นกู่ เส้นดำ ดอกส่องแสงสี่ทิศ ชื่อหมีกู่ พกติดตัวแล้วไม่หลงทาง มีสัตว์หนึ่ง รูปร่างเหมือนอวี๋ หูขาว หมอบเดินเหมือนคน ชื่อซิงซิง กินแล้วเดินเร็ว แม่น้ำลี่ไหลออกสู่ทะเล มีหยกวิเศษมาก พกแล้วไม่เป็นโรคภัย…”
หลี่หมิงแปลศิลาจารึกต่อเนื่องหลายชิ้น สีหน้าเคร่งเครียด
ในที่สุดเขาก็รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
“ฟังดูเหมือนคัมภีร์ขุนเขาทะเล?” อู่เซียวฟังแล้วรู้สึกคุ้นเคย คล้ายหนังสือสัตว์ประหลาดที่อ่านสมัยเด็ก
“เจ้ารู้จักคัมภีร์ขุนเขาทะเล?”
“จะไม่รู้ได้อย่างไร”
คัมภีร์ขุนเขาทะเล เป็นคัมภีร์พิสดารระดับตำนาน
กล่าวกันว่ามาจากยุคเทพปกรณัมอันไกลโพ้น
ภายในบรรจุความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ดาราศาสตร์ ปฏิทิน พิธีเวท ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ พืช สัตว์ แร่ธาตุ การแพทย์ ยา ครบถ้วนรอบด้าน
บันทึกชื่อ และที่ตั้งของภูเขากว่าห้าร้อยแห่ง แม่น้ำกว่าสามร้อยสาย
ชื่อแคว้นกว่า 40 แห่ง และชนเผ่าแปลกถิ่น ตัวละครเทพปกรณัมกว่าร้อย พืชสัตว์สมุนไพรกว่าร้อยชนิด
อสูรเทพ และตำนานโบราณกว่าสี่ร้อยเรื่อง
บรรยายภูเขาแม่น้ำแปลกพิสดาร พฤกษาสรรพคุณแสนมหัศจรรย์ เทพเซียนเรียกลมเรียกฝน สัตว์ร้าย และนกประหลาด ปลาอสูร งูพิสดาร และทรัพยากรทองหยกมหาศาล
เมื่อยังเล็ก หญิงชราหัวหน้าหมู่บ้านชอบอุ้มนาง อ่านเรื่องอสูรในคัมภีร์ขุนเขาทะเลให้นางฟัง
ยังขู่ว่า หากไม่ฝึกกระบี่ให้ดี กลางคืนอสูรจะออกมากินนาง
ตอนนั้นนางกลัวจนต้องฝึกกระบี่ไม่เว้นวัน
หลี่หมิงประหลาดใจ “เจ้าเคยอ่านคัมภีร์ขุนเขาทะเล?”
อู่เซียวกล่าว “ข้าเคยสัมผัสตั้งแต่เด็ก ชอบตัวละครเทพปกรณัมในนั้นมาก เครือข่ายข่าวกรองหอร้อยปักษา และสำนักมือสังหาร หอร้อยอสูรของข้า ส่วนใหญ่ก็นำชื่อมาจากอสูรในคัมภีร์นี้ เพียงแต่ไม่ได้โหดร้ายถึงขั้นกินคนเหมือนที่บันทึกเอาไว้”
“หากต้องการยืนยันว่าใช่หรือไม่ ก็ง่ายมาก”
“ต้องให้ข้าทำอะไรหรือ?” อู่เซียวถาม
“ไม่ต้องทำอะไร ประมาณสองธูป ข้าจะให้คำตอบแก่เจ้า”
หลี่หมิงใช้วิชาเซียน หนึ่งกายหกจิต ปรับมุมมองชามอสงไขย สแกนศิลาจารึกทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ปลาลั่ว หู๋หู เฉียงฉี ป๋อ ปลาเหยียน นกฉีฉวี ฮวน ตี้เจียง ปี่ฟาง เจิง เชิ่งอวี้ เจี่ยว ซีหวังมู่ นกหลวน นกแก้ว จวี้หรู หาวจือ เทพีหนี่ว์วา ลู่ซู่ ซิงซิง แกะเชียน หง เฟิ่งหวง เสือเจียว ชวีหรู กู่เตียว สุกร ฮัวหวย ปลาแดง กว้านกว้าน ปัวอี เหล่ย ปลาลู่ เต่าหมุน ฮั่วโต่ว…
เป็นไปตามที่เขาคาด ศิลาจารึกแตกหักล้วนบันทึกอสูรที่เคยปรากฏในคัมภีร์ขุนเขาทะเล
ศิลาจารึกเหล่านี้บันทึกพฤติกรรม และนิสัยของอสูรเหล่านั้น
เมื่อเห็นอสูร ‘ฮั่วโต่ว’ หลี่หมิงมองไปที่สุนัขดำ แล้วกล่าวว่า
“ทางใต้มีชนเผ่ากินไฟ มีสัตว์กินเพลิง แคว้นนั้นอยู่ใกล้เขาคุนหลุน มนุษย์กินถ่านไฟ สัตว์กินไฟชื่อฮั่วโต่ว”
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง…” สุนัขดำเห่า พูดก็พูดไปเถอะ อย่าหันมาพูดใส่ข้าสิ
“ข้างบนยังเขียนว่า ฮั่วโต่วมีรูปร่างเหมือนสุนัขดำ กินไฟเป็นอาหาร และมูลที่ขับถ่ายออกมาก็เป็นไฟ” หลี่หมิงยิ้มมองมัน
“หมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้าเป็นฮั่วโต่วหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่”
“ลักษณะเจ้าตรงมากนะ หน้าตาเหมือนสุนัข ชอบกินไฟ ขับถ่ายเป็นไฟ”
สุนัขดำส่ายหน้า
ล้อเล่นหรือ มันจะเป็นฮั่วโต่วได้อย่างไร
หลี่หมิงมองสุนัขดำแล้วหัวเราะเบาๆ ดูท่าว่านอกจากเรื่องแดนหวงห้ามภูผาเทพ มันยังมีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงอีกมาก
เขาเก็บสายตา แล้วส่งข้อความต่อไป
“ยืนยันแล้ว ศิลาจารึกทั้งหมด บันทึกอสูรในคัมภีร์ขุนเขาทะเล”
อู่เซียวที่กางร่มกระดาษมันเดินไปมา เห็นข้อความแล้วถอยออกห่าง ขมวดคิ้วกล่าวว่า
“ประวัติศาสตร์ที่นี่นับย้อนไปถึงล้านปี หรือที่นี่คือสถานที่กำเนิดคัมภีร์ขุนเขาทะเล?”
“ยากจะสรุป ศิลาจารึกเหล่านี้ไม่มีความหมายอื่น นอกจากบันทึกอสูร ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม”
ไม่ว่าที่ใดก็พบคัมภีร์ขุนเขาทะเล การแปลต่อไปก็ไร้ประโยชน์
หลี่หมิงต้องการรู้ว่าเหตุใดต้องใช้อักษรโบราณสลักคัมภีร์นี้ และความสัมพันธ์ระหว่างศิลาจารึกกับเถาวัลย์ห้วงมิติ หากจะไขปริศนา ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม
“งั้นข้าเข้าไปในแดนลับ ลองหาข้อมูลที่มีค่ากว่านี้ดีหรือไม่?” อู่เซียวกล่าว
“ความคิด…เดียวกับข้า” หลี่หมิงส่งอักษร
“อืม” อู่เซียวรับคำ กำลังจะย่องออกไป หวงมู่ยวี่หนี่ว์ปรายตามอง เดินเข้ามาถาม
“พี่สาว ท่านจะไหน?”
อู่เซียวตอบ “เดินดูรอบๆ”
“ข้าไปด้วย” หวงมู่ยวี่หนี่ว์ว่า
อู่เซียวส่ายหน้า ส่งเสียงผ่านจิต
“ไม่ต้อง เจ้าเฝ้าดูพวกเขา ข้ากลับมาไม่นาน วางใจเถอะ”
หวงมู่ยวี่หนี่ว์ถาม “ไม่ใช่ว่าคนของหอร้อยอสูรตามมาหรือ เหตุใดไม่เห็นเล่า?”
“พวกเขารอคำสั่งอยู่นอกเขา ไม่ต้องกังวล ที่นี่แก้ด้วยจำนวนคนไม่ได้หรอก”
“ถ้าเช่นนั้นระวังตัว หากมีสิ่งใดผิดปกติ รีบส่งข่าวมาหาข้า”
“อืม”
……
อู่เซียวลอบออกไป มุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขารกร้าง
เดินไปเรื่อยๆ นางก็เก็บร่มกระดาษมัน
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องอำพรางแล้ว เพราะมีเพียงนางผู้เดียว
นี่คือแดนลับ ‘สวรรค์รกร้าง’ ในจักรวรรดิเทพต้าอู่
จักรวรรดิเทพต้าอู่กว้างใหญ่ เทือกเขามีนับไม่ถ้วน
หากไม่ใช่เพราะมีคนขุดพบศิลาจารึกแตกหัก ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นแดนลับแห่งนี้
เมื่อเดินลึกเข้าไป อู่เซียวพบหลุมบ่อมากมาย และเถาวัลย์ห้วงมิติที่ถูกเผาจนตาย
ศิลาจารึกแตกหักเหล่านั้น คงถูกขุดออกมาจากที่นี่ ด้วยการสูญเสียอย่างหนัก
“หากเจ้าพบสิ่งใด บอกข้าทันที” อู่เซียวกล่าว
“อืม ระวังตัวด้วย ข้าจะคอยจับตามองให้” หลี่หมิงตอบ
“เทือกเขานี้มีปัญหาจริงๆ ยิ่งเข้าไปลึก ยิ่งรู้สึกอึมครึม ภายในฝังความลับอะไรไว้กันแน่?”
“ระวัง ด้านหน้ามียอดเขาหนึ่ง มีกลุ่มหมอกขาวกำลังพุ่งเข้ามาหาเจ้า”
“ข้าเห็นแล้ว”
ก่อนที่หลี่หมิงจะเตือนจบ อู่เซียวก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของห้วงมิติแล้ว
นางเพ่งมอง กลุ่มหมอกขาวนั้นเหมือนห่อหุ้มบางสิ่งอันน่าสะพรึงกลัว
เดิมทีไม่อยากยุ่ง จึงเบี่ยงทางให้มันผ่านไป
แต่แม้นางหลบ กลุ่มหมอกกลับพุ่งเข้าหานางโดยตรง
ดูท่ามันตั้งใจ เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้
ในใจอู่เซียวมีหลักการ ผู้อื่นไม่เข้ามายุ่ง นางก็จะไม่สนใจ
เมื่อมันแสวงหาความตาย นางก็เพียงส่งมันไปตามทาง
นางดีดนิ้วเบาๆ ปราณวิญญาณแปรเป็นดอกปี่อั้นลอยออกไป แวงสีแดงเลือดระเบิดกลางอากาศ กวาดหมอกขาวสลายสิ้น
เมื่อหมอกสลาย สิ่งที่อยู่ภายในก็ปรากฏชัด
เป็นศพไร้หัว เลือดหยดลงอย่างช้าๆ
ภาพอันน่าสะพรึงกระแทกจิตใจอย่างรุนแรง
หัวไชเท้าขาวตกใจจนกระโดดขึ้นไปเกาะไหล่หลี่หมิง ไม่กล้ามองแม้แต่น้อย
ตั้งแต่ถือกำเนิดมา มันไม่เคยพบเจอสิ่งเช่นนี้ มือใบคว้าเสื้อหลี่หมิงแน่น ตัวสั่นงันงก
“เจ้าคือผู้ใด?”
อู่เซียวเอ่ยถามด้วยสีหน้าเย็นชา ไร้อารมณ์
การผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ การนองเลือด นางคุ้นชินมานาน เห็นศพไร้หัวเช่นนี้จึงไม่หวาดกลัว
“แคกๆๆ…”
ศพไร้หัวไม่ได้พูด แต่กลับส่งเสียงหัวเราะแคกๆ แหลมต่ำ น่าขนลุก ราวกับมีใครกำลังหัวเราะ
จากนั้นศพไร้หัวก็พ่นควันดำมหาศาลออกมา ควันดำพุ่งขึ้นฟ้า พลังอำมหิตถาโถมเข้าหา
กลิ่นเหม็นศพรุนแรงอบอวลไปทั่ว
อู่เซียวกลั้นลมหายใจ ตั้งจิตมั่น ศพไร้หัวพุ่งเข้ามาโดยตรง เป้าหมายคืออู่เซียว
อู่เซียวสีหน้าไม่เปลี่ยน ผนึกมือ ปราณวิญญาณระเบิดออกทันที กลายเป็นคลื่นพลังคลั่ง สีแดงเลือดราวมหาสมุทรแผ่คลุม
ศพไร้หัวไม่อาจต้านทาน ถูกพลังของนางบดขยี้จนสลายเป็นผงในพริบตา
ศพสลายไป เผยให้เห็นเถาวัลย์เส้นหนึ่ง ข้างบนมีดวงตาเดียว ค่อยๆ แดงฉาน แล้วกระโจนใส่อู่เซียว
อู่เซียวดีดนิ้ว เถาวัลย์ระเบิด เลือดสาดกระเซ็นกลางอากาศ ทั้งหมดจบสิ้นในเวลาอันสั้น
อู่เซียวเดินหน้าต่อ ราวกับไม่ใส่ใจสิ่งที่เพิ่งสังหารไป
ไม่นาน นางก็พบกับวิหคอสูรขนาดมหึมา บดบังฟ้าดิน ร่างกายเปล่งแสงสีทอง คอมีเกล็ดมังกรปกคลุม
“อินทรีเกล็ดมังกร” สุนัขดำจำได้ทันที
“มันพิเศษอย่างไร?” หลี่หมิงถาม
“เกล็ดหนา” สุนัขดำตอบเพียงสามคำ
อินทรีเกล็ดมังกรมีลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ด ก่อนจะงอกขนนกอีกชั้น ดูราวกับสวมเกราะหนาแน่น
แข็งแกร่งยิ่งนัก ยากจะโจมตี คล้ายทุบเหล็ก ต่อให้ทุบทั้งวันก็อาจจะไม่ยุบสักนิด และมันชอบกินคน โดยเฉพาะเด็ก กินไม่เหลือแม้แต่กระดูก เป็นอสูรที่โหดเหี้ยมยิ่งนัก
ขณะที่สุนัขดำคิดว่าอู่เซียวคงต้องลำบาก ก็เห็นนางกระโจนขึ้น ราวอินทรีพุ่งสู่ฟ้า เสียงคำรามดุจพยัคฆ์มังกร
กระโดดขึ้นแล้วเตะทันที อินทรีเกล็ดมังกรยกปีกต้าน
ตูม!
แต่มันไม่อาจรับพลังอู่เซียว ถูกเตะร่วงลงพื้น
อินทรีเกล็ดมังกรกระพือปีกด้วยความโกรธ คิดฉีกสตรีผู้นี้เป็นชิ้น
แต่สิ่งที่มันไม่คาดคิดคือ อู่เซียวไม่เปิดโอกาสแม้แต่น้อย
นางพุ่งลงจากฟ้า เหยียบลงแรงเดียว แผ่นดินยุบ
อินทรีเกล็ดมังกรถูกกระแทกฝังลงดิน
ยังไม่ทันตั้งตัว มือของอู่เซียวคว้าปีกมัน ฉีกด้วยพลังดิบ ปีกขาดกระเด็น
เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นจากหุบเขาลึก
หวงมู่ยวี่หนี่ว์ จิ่วหูลู และพระชายาหวยหนานมองหน้ากัน เสียงร้องของอสูรช่างน่าสยดสยอง
เสียงโหยหวนยืดเยื้อหลายสิบลมหายใจ ก่อนจะเงียบลง
เพราะอินทรีเกล็ดมังกรถูกอู่เซียวฉีกเป็นชิ้นด้วยมือเปล่า ปีกขาด ลำตัวถูกหมัดทุบยุบย่น ไม่เหลือสภาพเดิม
นางปัดมือเบาๆ แล้วเดินหน้าต่อ
ตลอดทาง นางพบเทพสังหารเทพ พบมารสังหารมาร ฆ่าอสูรที่โผล่มาไม่หยุด
เสียงคร่ำครวญดังระงม
“แข็งแกร่งจริงๆ…” สุนัขดำตัวสั่น มันรู้สึกว่าสตรีผู้นี้แข็งแกร่งกว่ามันมาก พลังกายน่าหวาดผวา ฆ่าอสูรเช่นนี้ด้วยมือเปล่า ตัวนางเองก็ไม่ต่างจากอสูร
“ก็แข็งกว่าตัวเจ้านิดหน่อย” หลี่หมิงหัวเราะ
พูดกันตามจริง เขาไม่ได้เห็นอู่เซียวลงมือมานาน ครั้งนี้ดูได้สะใจที่สุด
นางแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก
ความทรงจำที่สะเทือนใจที่สุดของหลี่หมิง คือครั้งแรกที่เห็นอู่เซียว นางถือกระบี่เล่มเดียว ทำให้ทั้งแผ่นดินปั่นป่วน
ดูไปดูมา สิ่งแวดล้อมกลับเงียบลงกะทันหัน
“ทำไมจู่ๆ ไม่มีอสูรโผล่มาแล้ว?” หลี่หมิงรู้สึกแปลก
“มอออ…”
ทันใดนั้น ภูเขาด้านหน้าสั่นสะเทือน ถูกยกขึ้นทั้งลูก เศษหินดินกระจาย
วัวยักษ์ขนาดดั่งเนินเขาลุกขึ้น พ่นไฟรุนแรงออกจากปาก พื้นดินลุกไหม้ ราวภูเขาทั้งลูกมีชีวิต
ภูเขา ป่าไม้ แผ่นดินรอบด้านสั่นสะเทือน พื้นดินแตกร้าว
หนึ่งก้านธูปผ่านไป
อู่เซียวทุบเทือกเขาในรัศมีร้อยลี้จนราบ พลังสีแดงเลือดโหมกระหน่ำ ดอกปี่อั้นบานสะพรั่ง
แทบจะในพริบตา พลังของนางก็ปกคลุมทุกสิ่ง
ผนึกมือ พลิก แปร ซ้อน คลื่นสีเลือดถาโถม มิติแตกเป็นเศษซาก ที่นี่กลายเป็นซากปรักหักพัง
วัวยักษ์ที่เหมือนเนินเขาสั่นงันงก เพราะอู่เซียวยืนอยู่บนศีรษะมัน
อู่เซียวเตะเขามันเบาๆ ถามว่า
“ที่นี่มีสถานที่ประหลาดหรือไม่ พาข้าไปดู”
วัวยักษ์ส่ายหัว
ล้อกันหรือ ตอนนี้เจ้าแทบจะยืนขี้บนหัวข้าแล้ว จะให้ข้าพาไปได้อย่างไรเล่า
มันยอมตายไม่ยอมพาไป
“หากไม่ไป ข้าจะฆ่าเจ้า”
“มอออ…”
วัวยักษ์ร้องไม่กี่ครั้ง แล้วรีบเดิน
มันหลับใหลอยู่ที่นี่มานาน หากไม่ใช่เพราะกลิ่นเลือด และจิตสังหารรุนแรง ก็คงไม่ตื่น
ไม่คิดว่าพอตื่นมา จะถูกกระหน่ำทุบตีทันที
ช่างเถอะ
อดทนหนึ่งก้าว คลื่นลมสงบ ถอยหนึ่งก้าว ฟ้ากว้างทะเลใส
ราวหนึ่งชั่วยาม
วัวยักษ์พาอู่เซียวมาถึงที่แห่งหนึ่ง แล้วรีบหนีไป พลางหันหลังมอง
เมื่อเห็นอู่เซียวไม่หันกลับ มันจึงกล้าวิ่งหนีเต็มกำลัง
แผ่นดินสั่นสะเทือนอีกครั้ง
“ที่นี่มีปัญหา?”
อู่เซียวสีหน้าเคร่งเครียด
เบื้องหน้ามีกองกระดูกสีขาวซ้อนทับ เป็นซากสัตว์จำนวนมาก
ยังมีคราบเลือดสดใหม่ คงเกิดขึ้นไม่นาน แสดงว่ามีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่ที่นี่
“อย่าเพิ่งขยับ” หลี่หมิงรีบส่งข้อความเตือน
“เกิดอะไรขึ้น?” อู่เซียวระวังตัวขึ้นทันที
นางรู้ว่าหลี่หมิงจับตามองตลอด แต่ไม่เคยเตือนเช่นนี้ แสดงว่าที่นี่อันตรายยิ่งนัก
หลี่หมิงไม่ตอบ เพียงขมวดคิ้ว พื้นที่นี้เต็มไปด้วยซากศพ
หมอกเหนือศีรษะคือหมอกกระดูก บดบังการมองเห็น หากอู่เซียวเข้าไป เขาจะไม่อาจเห็นสถานการณ์ได้อีก
“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?” หลี่หมิงถามสุนัขดำ
“นั่งดู” สุนัขดำตอบสามคำ ก่อนเห็นสายตาหลี่หมิง รีบแก้ทันควัน
“อันตรายมาก อย่าเข้า ต้องถอย”
“ในเมื่อเจ้าบอกว่าอันตราย แปลว่ามีบางอย่างแน่นอน”
หลี่หมิงยื่นมือเข้าไปในชามอสงไขย ปราณเซียนพุ่งทะลัก คลื่นพลังมหาศาลกระแทกออกไป ฟ้าดินสั่นไหว หมอกกระดูกมลายสิ้น
ภาพอันน่าสยดสยองปรากฏ
หลี่หมิงตะลึง
หัวไชเท้าขาวยืนสั่นบนหัวสุนัขดำ
สุนัขดำเห่าไม่หยุด เหมือนถูกขวัญผวา
“นี่คือหลุมหมื่นศพหรือ?”
อู่เซียวมองซากศพที่ทอดยาว เต็มไปด้วยกระดูกมนุษย์และสัตว์ มีรอยเขี้ยวลึก ราวถูกอสูรกินจนหมดสิ้น
นางคิดจะก้าวเข้าไป แต่เต็มไปด้วยกระดูก ไม่มีที่เหยียบ จึงลอยขึ้นกลางอากาศ
“ข้าคิดว่านี่คือสถานที่บูชายัญของอสูรบางตน” อู่เซียวกล่าว
“ข้าเห็นแล้ว ข้างหน้ามีศิลาดำก้อนหนึ่ง บนมันมีอักษรหนาแน่น เจ้าเดินตรงไปอีกสิบกว่าลี้” หลี่หมิงบอก
“ได้”
อู่เซียวเคลื่อนไหว พลังพริบพราว ร่างหายวับ ไปโผล่อีกสิบกว่าลี้
เร็วเกินไปจนมิติแตกร้าว
ซากศพทอดยาวหลายสิบลี้ แต่รอบศิลาดำในรัศมีสามจั้งกลับไม่มีแม้กระดูกชิ้นเดียว
อู่เซียวรู้สึกผิดปกติ ไม่ลงพื้น ยืนลอยกลางอากาศ มองศิลาดำ
หลี่หมิงเพ่งมองด้วย เห็นบรรทัดแรกเขียนไว้ว่า
“คัมภีร์ขุนเขาทะเล บทขับขานเทพมาร ฝังฟ้า ฝังดิน ฝังสรรพชีวิตทั้งปวง”