เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 คฤหาสน์.. เหมียว~

บทที่ 4 คฤหาสน์.. เหมียว~

บทที่ 4 คฤหาสน์.. เหมียว~


กระบวนการฝึกตนของมนุษย์แบ่งออกเป็นสามระยะในรูปแบบของด่าน ซึ่งแต่ละด่านจะนำไปสู่ระดับอีกสามระดับ

ในด่านแรกด่านแห่งมนุษย์เน้นการฝึกฝนบ่มเพาะร่างกายอย่างครอบคลุม ซึ่งแบ่งออกเป็นสามระดับต่อไปนี้: ระดับการปรับแต่งร่างกาย ระดับการบ่มเพาะชี่ และระดับการตระหนักรู้ทางวิญญาณ

ในด่านแห่งโลก ผู้ฝึกตนจะปฏิบัติเหนือไปกว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายของพวกเขา ซึ่งแบ่งออกเป็นสามระดับดังต่อไปนี้: ระดับแกนทองคำ ระดับธาตุทั้งห้า และระดับแห่งการตื่นรู้ [1]

และในด่านสุดท้ายด่านสวรรค์ ในด่านเป็นการบ่มเพาะซึ่งเต๋าที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยระดับบรรลุเต๋า ระดับกำเนิดสวรรค์ และระดับลึกล้ำ [2]

แม้จะมีความหลากหลายในการฝึกฝนบ่มเพาะโดยที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จากกลุ่มสามชุดความคิดหลัก [3] , จากเหล่าจอมยุทธ์, จากหมู่มารปีศาจและจากนิกายเล็กๆ จะแตกต่างกันไป แต่พวกเขาก็มีความคล้ายคลึงกันโดยพื้นฐาน

ในนิกายฉูซานมีระบบที่สมาชิกของนิกายจะต้องแลกเปลี่ยนงานกับทรัพยากร แม้จะดูโหดเหี้ยม แต่ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการอบรมเหล่าศิษย์ของพวกเขา ในความเป็นจริง นิกายนี้ใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวนี้ในการจำแนก ปกป้อง และจัดระเบียบเหล่าศิษย์ทั้งหลาย เช่น ผู้ที่อยู่ในระดับที่ 1 และ 2 จะถูกจำกัดการปฏิบัติภารกิจนอกเขา พวกเขาสามารถทำได้เพียงงานภายในนิกาย รวมถึงการดูแลพืชวิญญาณ การดูแลนกวิญญาณ การช่วยเหลืองานที่ประตู และการจัดการงานเบ็ดเตล็ดต่างๆ เท่านั้น

ส่วนผู้ที่อยู่ในระดับที่สาม ระดับของการตระหนักรู้ทางวิญญาณ เมื่อพวกเขาเข้ามาสู่ระดับนี้ได้ พวกเขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปฏิบัติที่มีทักษะสูงและควรค่าแก่การยกย่องไม่ว่าจะอยู่ที่ใด อย่างไรก็ตาม ภายในนิกายฉูซานซึ่งเต็มไปด้วยผู้มากฝีมือ พวกเขาจะได้รับการพิจารณาเพียงว่าอยู่ในระดับที่สามารถลงจากภูเขาเพื่อล่าปีศาจได้เท่านั้น

เมื่อได้ออกจากนิกายไปกำจัดปิศาจในโลกกว้าง แน่นอนว่าภารกิจต่างๆ ที่พวกเขาสามารถทำได้นั้นจะมีความแตกต่างและหลากหลายอย่างมาก และภารกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือภารกิจจากครอบครัวที่ร่ํารวย

ประการแรกเพราะว่า ปีศาจระดับสูงมักจะไม่เข้ามาป้วนเปี้ยนในเมืองใหญ่ ดังนั้นอันตรายของมันจึงต่ํา ประการที่สอง เมืองเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและเปิดโอกาสให้มีการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิงนอกเหนือจากการล่าปีศาจ และสุดท้ายครอบครัวที่ร่ำรวยขึ้นชื่อเรื่องผลตอบแทนที่ดี นอกจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้กับนิกายแล้ว รางวัลที่ตามมามักจะน่าประทับใจและถูกให้ไปยังผู้ที่จัดการทำภารกิจโดยตรง

และนี่คือภารกิจที่ผู้อาวุโสเสิ่นเลือกให้ชูเหลียง

"ท่านผู้กล้าหนุ่มชู" เจ้าเมืองหมิงทักทายเขา

"คารวะท่านหมิง"

"ขอบคุณสำหรับการทํางานหนักท่านนะผู้กล้าชู"

"การรับใช้ประชาชนเป็นหน้าที่ของข้า"

ชูเหลียงซึ่งใช้กระบี่บินเดินทางมายังประตูเมืองซิงโจว ทันทีที่เขามาถึง เขาก็ตรงไปที่คฤหาสน์หมิงเพื่อแนะนำตัว การมาถึงของเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

หมิงเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างเพรียวบางและมีมารยาทที่สง่างาม เขามีหนวดเคราสั้นใต้คางซึ่งดูเป็นระเบียบสร้างความประทับใจที่ดี อย่างไรก็ตาม รอยคล้ำและสีหน้าที่เหนื่อยล้าของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาผ่านความเจ็บปวดมาพอสมควร

หมิงพาชูเหลียงไปที่ห้องโถงใหญ่ [4] ของคฤหาสน์หมิงและนั่งลงเพื่อพูดคุยและให้ข้ารับใช้รินน้ำชาให้เขา

เขาพูดอย่างขมขื่นว่า "ท่านวีรบุรุษหนุ่มแห่งฉูซาน เมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้ว ความสงบสุขจะหวนคืนสู่ที่นี่แล้วใช่หรือไม่"

ชูเหลียงถามด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมไม่เล่าให้ข้าฟังสั้นๆ เสียหน่อยล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น”

"เห้อ..." เจ้าเมืองหมิงถอนหายใจ เขาตอบว่า ตระกูลหมิงเป็นตระกูลของผู้มีคุณธรรมมาหลายชั่วอายุคน ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทําไมเรื่องแปลก ๆ เหล่านี้ถึงเกิดขึ้นได้..."

"สามวันก่อนเสียงร้องของแมวที่น่าสงสารและตัวสั่นเทาดังก้องอยู่ด้านนอกจนเติมเต็มให้อากาศก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศก วันรุ่งขึ้นที่เสียงร้องอันก่อกวนหัวใจนั้นได้มาถึงสนามหน้าบ้านของเรา คนรับใช้บางคนบอกว่าเห็นปีศาจอยู่เข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว มันมีกลิ่นอายที่ทรงพลังและคุกคาม เมื่อวานนี้เสียงร้องที่น่าเป็นห่วงเหล่านี้ได้มาถึงสนามหลังบ้านของเรา ภรรยาของข้าถูกรบกวนอย่างมากโดยเสียงนี้... "

หมิงดำเนินการอย่างรวดเร็ว วันรุ่งขึ้นจากวันนั้น เขาขอความช่วยเหลือจากวัดลัทธิเต๋าแห่งหนึ่งนอกเมือง

วัดลัทธิเต๋าที่เจริญรุ่งเรืองนี้มีธูปหอมและเครื่องเซ่นไหว้จากผู้บูชาที่เคร่งศาสนา มักจะมีผู้ที่ประจําการดูแลความสงบที่เป็นผู้ฝึกตนหรือมีสังกัดในนิกายอมตะ และแน่นอนว่าวัดลัทธิเต๋าที่อยู่นอกเมืองซิงโจวแห่งนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนิกายฉูซาน นี่คือเหตุผลที่คําขอสําหรับภารกิจนี้ถูกส่งต่อมาถึงศาลาแลกกระบี่ของนิกายฉูซานอย่างรวดเร็ว

"ท่านวีรบุรุษหนุ่ม..." เจ้าเมืองหมิงมองมาที่ชูเหลียง "หากท่านไม่ห้ามมัน ข้าเกรงว่าคืนนี้มันคงจะเข้ามาในบ้านข้าและทําร้ายคนของข้า"

"อืม..." ชูเหลียงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง

สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏเฉพาะในเวลากลางคืน ค่อยๆ เคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง.. ดูไม่เหมือนปีศาจ มันเหมือนกับวิญญาณหรือที่เรามักเรียกว่าผีมากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว หากปีศาจบรรลุระดับการฝึกฝนในระดับหนึ่ง สติปัญญาของพวกเขาจะไม่แตกต่างจากมนุษย์ และพวกเขาจะไม่กระทําการที่คาดเดาไม่ได้เช่นนี้ แต่วิญญาณที่มีระดับการบ่มเพาะระดับต่ำซึ่งตายไปแล้วอาจขาดเหตุผลและสติ ก็อาจถูกขับเคลื่อนด้วยความแค้นที่ล่องลอยและกระทำบางอย่างอย่าที่เดาไม่ได้

แมวตัวนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง

นี่อาจเป็นวิญญาณแมวที่ตายไปแล้ว

ชูเหลียงครุ่นคิดและเอ่ยถาม “ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มีคนฆ่าแมวในที่แห่งนี้บ้างหรือไม่”

"ไม่อย่างแน่นอน" หมิงส่ายหัว "ภรรยาของข้าเป็นคนเห็นอกเห็นใจและใจดีกับสัตว์มาโดยตลอด เราถึงกับมีคำสั่งให้คนของเราดูแลและให้อาหารแมวและสุนัขจรจัดในบริเวณใกล้เคียงมาเสมอ…"

...

เมื่อชูเหลียงมาถึงคฤหาสน์หมิงและทำการพูดคุยเสร็จสิ้นก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว เมื่อเขาสำรวจโดยรอบและเข้าตรวจสอบที่พักอาศัยเสร็จก็เป็นเวลาใกล้ค่ำ

ผู้คนในคฤหาสน์ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อแสดงการต้อนรับเขาทันที

บนโต๊ะจัดเลี้ยงอันอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารที่ประณีต หมิงกับชูเหลียงนั่งอยู่ตรงนั้นและมีสาวใช้คอยปรนนิบัติ นี่คือสิ่งที่ชูเหลียงไม่เคยประสบมาก่อนที่ยอดเขาหยินเจี้ยน

อย่างไรก็ตาม แม้จะรออยู่สักพัก แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ สาวใช้คนหนึ่งเข้ามารายงานว่า "นายท่าน คุณผู้หญิงบอกว่าเธอไม่สบาย ร่างกายแย่ลงเรื่อยๆ ไม่สามารถมาร่วมงานเลี้ยงได้ หวังว่าท่านวีรบุรุษชูและนายท่านจะไม่ตําหนิเธอ"

"งั้นหรือ.." หมิงดูกังวลทันที เขาลุกขึ้นหันไปพูดกับชูเหลียงว่า “ท่านชูเหลียง โปรดเชิญทานอาหารก่อนได้เลย ข้าจะไปเยี่ยมภรรยาของข้าเสียหน่อย ข้าจะรีบกลับมา”

พูดเขาพูดจบเขาก็วิ่งไปที่ส่วนหลังบ้าน โดยทิ้งชูเหลียงไว้

นายชูเหลียงมิได้สนใจแต่อย่างใด

เขายิ้มแย้ม “ท่านหมิงกับภรรยามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงนี้เลยหรือ”

"เจ้าค่ะ" หญิงรับใช้คนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ พูดอย่างอิจฉาเล็กน้อย "นายท่านกับนายหญิงของเราแต่งงานมาสิบปีแล้ว พวกท่านยังตัวติดเหมือนวันแรก หลายปีก่อน เมื่อนายหญิงรู้ว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้เนื่องจากความเจ็บป่วย เธอถึงกับแนะนํานายท่านว่าให้รับภรรยาน้อยเพื่อมีลูก แต่นายท่านก็ปฏิเสธมาตลอด"

สาวใช้อีกคนหนึ่งถอนหายใจและกล่าวว่า "มีเพียงผู้หญิงที่สวยงามและใจดีอย่างนายหญิงของเราเท่านั้นที่สมควรได้รับความรักและความภักดีจากนายท่านของเรา"

หลังจากนั้นไม่นาน หมิงก็รีบกลับมา

"ภรรยาของท่านสบายดีหรือไม่" ชูเหลียงเอ่ยถาม

"ไม่ต้องกังวล เพียงเพราะอิทธิพลชั่วร้ายที่โหมกระหน่ำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภรรยาของข้าได้รับความเดือดร้อนอย่างมากและไม่สบาย ตราบใดที่เราสามารถกําจัดปีศาจตัวนี้ได้ ทุกอย่างจะดีขึ้น" เจ้าเมืองหมิงอธิบาย

"ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่" ชูเหลียงกล่าว

ก่อนที่งานเลี้ยงจะเสร็จ พวกเขาก็ได้ยินเสียงลมจากข้างนอก

ลมพายุที่น่ากลัวที่มีกลิ่นอายของปีศาจโผล่ออกมาและพัดประตูห้องโถงอย่างแรงจนทําให้เกิดเสียงดัง

"ปีศาจแมวอีกแล้ว!" คนรับใช้ตะโกนเสียงดัง

ชูเหลียงรีบวิ่งไปที่ประตูอย่างระมัดระวังพยายามรับรู้ถึงพลังปราณ

มีปราณแห่งความตายค่อนข้างแรง ซึ่งมันชัดเจนว่ามีวิญญาณสิงสู่อยู่เป็นแน่ อย่างไรก็ตาม ปราณแห่งวิญญาณนี้พัดผสมมากับกับลมแห่งปีศาจที่รุนแรง

นี่มัน..

"นี่มันแปลกเกินไปหน่อยแล้ว พวกท่านทุกคนซ่อนตัว..." ชูเหลียงหันหลังและกําลังจะชักชวนให้ผู้ที่ไม่ใช่นักสู้ของตระกูลหมิงซ่อนตัว

และเมื่อเขาหันไปเขาก็เห็นว่าจัดห้องเลี้ยงทั้งห้องว่างเปล่า

"พวกเราหวังพึ่งท่านนะ..." เสียงฝีเท้าวิ่งหนี และเสียงของเจ้าเมืองหมิงดังมาแต่ไกล

...พวกเขาหนีไปอย่างรวดเร็ว

ตอนแรกเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้คนในคฤหาสน์แห่งนี้ แต่ตอนนี้เขาตระหนักว่าความกังวลของเขาไม่จําเป็นเลย ดูจากความเร็วในการหลบหนี แม้ว่าทั้งเมืองจะถูกปีศาจโจมตี พวกเขาก็จะปลอดภัย

"เหมียว~~"

เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูระเบิดออกมาก่อนที่เขาจะได้คิดอะไร มันเป็นเสียงที่แปลกประหลาดและสั่นเครือมาก

"เฮ้" ชูเหลียงตะโกนเสียงดัง

เมื่อข้อมือโบก กําไลก็ลอยบินก็กลายเป็นกระบี่ยาว เมื่อเขาเดินออกมาเขาก็ถือกระบี่ยาวอยู่ในมือพร้อม

เขาเพียงแค่มองออกไปและสังเกตเห็นว่าข้างนอกนี้เต็มไปด้วยความกระหายเลือด

สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายแมวนั่งยองๆ อยู่บนกำแพงลานบ้าน มันมีรูม่านตาสีขาวแปลกไร้ชีวิตชีวาคู่หนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยขนสีดําเปื้อนเลือด มันดูตัวเล็กเหมือนลูกแมว สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดของสิ่งมีชีวิตนี้คือ แม้ว่ามันจะมีหัวแมว แต่ร่างกายของมันกลับคล้ายกับทารก มีเลือดไหลไปทั่วตัวและไม่มีขนแต่อย่างใด

มันแปลกและน่ากลัว

ชูเหลียงมองไปที่สัตว์ประหลาด ความหนาวสั่นเย็นลงตามกระดูกสันหลังของเขาและลางสังหรณ์ที่เป็นลางร้ายก็เข้าปกคลุมหัวใจของเขา

สัตว์ประหลาด... เป็นจิตวิญญาณแห่งความคั่งแค้นที่เกิดจากความแค้นที่ล้นหลาม จิตวิญญาณของเด็กที่ไม่ได้เกิด เนื่องจากสภาพการตายนี้มันมีพลังความแค้นมากกว่าวิญญาณธรรมดาถึงสิบเท่า ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งมีชีวิตตัวนี้ก็ยังเป็นวิญญาณปีศาจซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการตายของสิ่งมีชีวิตปีศาจอีกด้วย

ไม่น่าแปลกใจเลยที่อะไรต่อมิอะไรจะแปลกประหลาดเช่นนี้ วิญญาณแห่งความแค้น วิญญาณของทารก วิญญาณของปีศาจ วิญญาณเหล่านี้ถือเป็นวิญญาณที่มีเอกลักษณ์และน่ากลัวมากในกลุ่มผี

อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตต่อหน้าชูเหลียงนั้น... เป็นส่วนผสมของพวกมันทั้งหมด

1. ด่านแห่งโลกระดับแห่งการตื่นรู้: ระดับที่แกนทองคำเป็นรูปเป็นร่าง เชี่ยวชาญในห้าธาตุ บรรลุซึ่งความแข็งแกร่งทางกายภาพ
2. ด่านสวรรค์ระดับลึกล้ำ : การแสวงหาเต๋าขั้นสูงสุด รู้ถึงต้นกําเนิดของสวรรค์ เข้าใจในทุกสรรพสิ่ง
3. สามชุดความคิดหลักอันได้แก่ ลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื๊อ และพุทธศาสนา
4. ห้องโถงใหญ่ เรียกแบบตะวันตกว่าเป็นห้องนั่งเล่น

จบบทที่ บทที่ 4 คฤหาสน์.. เหมียว~

คัดลอกลิงก์แล้ว